พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 97 เรื่องราวของตระกูลหวัง
สิ่งเหล่านี้พูดเหมือนง่าย แต่ความจริงแล้วกลับต้องวางแผนและ
ใช้เวลาปรึกษาหารือกันอยู่นาน
ยิ่งไม่พูดถึงเรื่องอื่น แค่ตอนเลือกคนทำ ก็พาให้พี่น้องทั้งหกคน
โต้เถียงกันไม่รู้จบแล้ว
สวี่โม่คิดว่าควรจ้างวานคนอื่น เพราะหลังเสร็จงานก็จะไม่มีความ
เกี่ยวข้องและไม่เป็นการทำร้ายคนของตัวเอง
ฟางเหิงกลับคิดว่าไม่เหมาะนัก คนที่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน
สามารถถูกซื้อใจไปได้อีก เขาจึงอยากเลือกผู้ติดตามในบ้านให้ไป
รับหน้าที่แทน
เพราะครั้งก่อนเจียงซานสร้างผลงานได้ดี จึงเป็นที่ชื่นชอบของ
คุณชายในบ้านทั้งหลาย
แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเพียงเด็กจากครอบครัวยากจน รู้แค่การ
ฝึกฝนวิชาและสายตาที่ค่อนข้างดี แต่จะให้เขาไปเข้าหากับขุนนาง
ผู้ใหญ่ ก็ยังคงเปิดเผยความสั่นกลัวออกมาอยู่ดี
คิดไปคิดมา จึงมีเจิ้งหรูเชียนคนเดียวที่หน้าหนาที่สุดและพูดจา
ฉะฉานที่สุด
เขาไปมาหาสู่กับนายอำเภอผังมานาน จนทำให้เป็นคนไม่กลัว
พวกคนใหญ่คนโต รวมถึงมีความสัมพันธ์กับเถ้าแก่ฮ่าว ทำให้เขา
สามารถเข้าออกร้านเรือนโยวหรานได้โดยง่าย
การเลือกคนในครั้งนี้เขาถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ผู้ใดจะยอม
ให้พี่รองไปเสี่ยงอันตราย
เจียงเซิงเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้นมา “ไม่ได้นะ พี่รองยังต้องไปทำ
การค้าที่เขตอันสุ่ย หากถูกตระกูลซุนและตระกูลหวังมาขัดขวางจะ
ทำอย่างไร”
สวี่โม่ก็ขมวดคิ้ว “เอาตัวไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้น ไม่ได้ ไม่ได้
เด็ดขาด”
ฟางเหิงกล่าวตรงไปตรงมา “หากเขาจะไปก็ไม่สู้ให้ข้าไปดีกว่า
อย่างน้อยข้ายังต่อสู้ได้”
จากนั้นเขาก็ราวกับถูกทุกคนร่วมกันปรามาส
เป้าหมายของตระกูลหวังคือฟางเหิง หากเขาถูกจำได้ เกรงว่าคง
จะถูกฆ่าทันที…
ปัญหานี้ไม่เกิดขึ้นจะดีที่สุด
เวินจืออวิ่นบ่นพึมพำเงียบ ๆ แต่แน่นอนว่าไม่เห็นด้วย
จ่างเยี่ยนอายุยังน้อย หากไปเรียกหวังหมิงอวี่ว่า ‘พี่ชาย’ คนอื่น
คงไม่กล้าสู้หน้าเขาไปอีกนาน
พอคัดคนที่ไม่เหมาะออกไป ก็เหลือเพียงทางเลือกเดียวที่
เหมาะสม
เจิ้งหรูเชียนหัวเราะ “เรื่องเช่นนี้ไว้วางใจข้าได้เลย เผอิญว่าเถ้า
แก่ฮ่าวสั่งถั่วฝักยาวจากข้าในอีกหนึ่งเดือน ข้าเองก็จะเตรียมส่งไปให้
เขาพร้อมกันเลย”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เจิ้งหรูเชียนก็มีความคิดชั่วร้ายขึ้นมา
เมื่อก่อนเขาเคยบรรทุกถั่วฝักยาวดองสองเกวียนไปเรือนโยว
หรานในเขตอันสุ่ย แต่กลับถูกเถ้าแก่ฮ่าวปฏิเสธอย่างเด็ดขาด มันทำ
ให้เขาเสียใจมาก
ต่อมา แม้จะต้องเสียแรงพาจางเซียงเหลียนกับหลิวซุ่ยไปที่
อำเภออันหยาง เพื่อเรียนรู้การทำอาหารดั้งเดิมจริง ๆ เขาก็ยอมทำ
และในวันข้ามปีก็ส่งมันไปให้เถ้าแก่ฮ่าว ผลคือเถ้าแก่ฮ่าวชอบใจมาก
ร้องว่ามันช่างเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบ
เมื่อเถ้าแก่ฮ่าวทานเสร็จ แม้แต่น ้าแกงหนึ่งหยดก็ไม่เหลือ จึงนึก
อยากจะสั่งซื้อถั่วฝักยาวดองจากเจิ้งหรูเชียน ทว่าเด็กชายกลับ
ปฏิเสธเขา
ไม่ต้องถามก็รู้ได้ เพราะเขาแค้นใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากอีก
ฝ่ายต้องการเขาก็สามารถเสนอราคาที่สูงเองได้
แต่เจิ้งหรูเชียนก็ไม่ได้ปฏิเสธเถ้าแก่ฮ่าวไปเสียทีเดียว เขานำ
ถั่วฝักยาวดองออกมาจากเกวียนลาสองกำ ส่งให้เถ้าแก่ฮ่าวอย่าง
หนักแน่นและบอกว่า “หากเป็นท่านที่ต้องการ ข้าสามารถจัดหาให้
ได้นะขอรับ”
แต่สำหรับเรือนโยวหรานต้องรอไปก่อน
รออย่างนี้จนถึงหลังวันที่สิบห้าเดือนหนึ่ง รอจนเถ้าแก่ฮ่าวท้อใจ
รอจนจังหวะเวลาที่เหมาะสมมาถึง
แต่เมื่อเขาพูดมาถึงตรงนี้ ทุกคนกลับเงียบไป
สวี่โม่รู้สึกผิดที่สุด ในฐานะพี่ใหญ่ เขาไม่สามารถปกป้อง
น้องชายได้ ทั้งยังให้เขาไปเสี่ยงอันตราย
ฟางเหิงรู้สึกเสียใจ ทั้งหมดเป็นความผิดของเขาที่นำปัญหา
เหล่านี้มา หากไม่มีเขาก็อาจไม่มีเรื่องราวเช่นนี้
เวินจืออวิ่นกับจ่างเยี่ยนก็กำหมัด โกรธที่ตนเองยังเด็กจึงช่วย
อะไรไม่ได้
เจียงเซิงมองเจิ้งหรูเชียนอย่างเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่งจึงถาม “พี่รอง
ท่านไม่กลัวหรือ”
การแสดงสะครต่อหน้าคนจากสองตระกูลใหญ่ ภายหลังเขาอาจ
ถูกตรวจสอบและฆ่าทิ้ง
คุณชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนขี้กลัว ถูกมารดาทอดทิ้งจนร้องร ่า
ไห้เสียใจ เหตุใดจึงกล้าทนลำบากได้ขนาดนี้
เจิ้งหรูเชียนนิ่งไปครู่หนึ่ง
ทันใดนั้น เขาก็โน้มตัวมาลูบหัวเจียงเซิง แล้วกล่าวเบา ๆ “เจียง
เซิง ตัวเจ้าที่เร่ร่อนมาหลายปีแล้ว ยังกลัวอยู่หรือเปล่า”
พวกเขาที่เคยประสบกับความลำบาก แต่มันกลับไม่ถึงหนึ่งใน
สิบส่วนของนาง
เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ยังไม่กลัว แล้วพวกพี่ชายตัวโตอย่างพวก
เขามีอะไรต้องกลัวกัน
พวกเขาเคยต่อสู้กับเจ้าหน้าที่คนเลว เคยต่อสู้กับนายอำเภอคน
เก่า ไม่มีทางจะกลับไปเป็นขอทานที่อ่อนแออีกแล้ว
“ให้ข้าทำเถอะ”
เจิ้งหรูเชียนทิ้งคำนี้ไว้ แล้วก้าวออกประตูไปอย่างรวดเร็ว
เขายังเป็นเด็ก แต่แผ่นหลังตรงสง่าขึ้นทีละน้อย
“พี่รอง” เวินจืออวิ่นไล่ตามไป นำผงยาที่เตรียมไว้ให้แต่แรกยื่น
ให้เขา “นี่ยาจากที่ข้ากับท่านหมออู๋พยายามทำ มันช่วยให้คน
อารมณ์เสีย หงุดหงิดและโมโหได้ ท่านอาจจะได้ใช้งานมัน”
ในที่สุด เจ้าสี่ก็สามารถช่วยเหลือเรื่องบางอย่างให้กับครอบครัว
นี้ได้แล้ว
เจิ้งหรูเชียนลูบหัวน้องชายแล้วหันหลังกลับ พาเจียงซานกับเจียง
ซื่อขึ้นรถม้ามุ่งตรงไปยังเรือนโยวหราน
หลังจากนั้น ทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างราบรื่น
ความไร้เหตุผลของหวังหมิงอวี่เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง สิ่งเหล่านี้
ล้วนเป็นเพราะถูกครอบครัวเอาอกเอาใจมาหลายปี ถึงแม้จะได้รับ
ช่วงต่อของตระกูลหวัง ก็คงทำให้ตระกูลตกต ่าลงเรื่อย ๆ
แต่ไม่สำคัญสำหรับคนที่มีบิดาคอยจัดการ ไม่ว่าคนภายนอกจะ
ดูถูกเขาแค่ไหน เขาก็สามารถเดินไปทั่วเรือนโยวหรานอย่างมั่นอก
มั่นใจ ดื่มชาที่เจิ้งหรูเชียนยื่นให้ และใช้โอกาสนี้ทำให้คนของตระกูล
ซุนไม่พอใจ
ตระกูลซุนกับตระกูลหวังจึงบาดหมางกันในที่สุด
คุณหนูใหญ่หวังร้องไห้แล้วกล่าวโทษลูกพี่ลูกน้องชายที่เกิด
ก่อน ว่าจิตใจโหดร้ายเกินไป ถึงขั้นกล้าลงมือกับอีกฝ่ายและจะทำ
ร้ายนางด้วยตัวเอง
หวังหมิงอวี่ที่มีท่าทีโอหังในตอนแรก หลังจากถูกบิดาสั่งสอนไป
เขาก็เริ่มร้องไห้ กล่าวว่าลูกพี่ลูกน้องไม่เคารพพี่ชายอย่างเขา ดูถูก
ลูกหลานผู้ชายของตระกูลหวัง และตัวเขาก็แค่สั่งสอนอีกฝ่ายแทน
บิดา
คำว่าสั่งสอนแทนบิดานี้ช่างเหมาะเจาะจริง ๆ
ว่ากันว่าซุนซื่อสีหน้าดำคล ้าขึ้นทันที คราแรกนางยังอยากเจรจา
ตกลงกับตระกูลหวังดี ๆ แต่แล้วกลับโกรธจัด จนไม่อยากเห็น
ลูกหลานนอกสมรสมากระโดดโลดเต้นแถวนี้อีก และอยากจะกำจัด
พวกเขาให้หมดสิ้นไป
ในเรือนดอกไม้
เจิ้งหรูเชียนฟังเจียงซานพูดคุยพลางหัวเราะจนตัวโยน และยังไม่
ลืมที่จะบอกน้องสาวว่า “คำพูดนี้ข้าเป็นคนสอนเขาเอง พี่ใหญ่บอก
ว่าซุนซื่อเกลียดคนที่พูดว่าในบ้านไม่มีบุรุษ และเจ้าห้าก็บอกว่าข้า
ต้องไปสะกิดแผลนั้นแรง ๆ ข้าทำได้น่าไม่เลวใช่หรือไม่”
สวี่โม่พยักหน้าเล็ก ๆ คิดถึงนิสัยไร้เหตุผลของหวังหมิงอวี่แล้ว
สงสัยว่า “ฟังดูแล้ว บ้านรองของตระกูลหวังควรจะฉลาดมาก เหตุใด
ถึงยังเลี้ยงหวังหมิงอวี่ที่มีนิสัยเช่นนี้ได้”
ทุกคนรู้ว่าลูกหลานเช่นนี้ไม่สามารถแบกรับความรับผิดชอบ
ใหญ่ของตระกูลได้แน่นอน
จ่างเยี่ยนครุ่นคริดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปหาเจียงอีกับเจียงเอ้อร์
“พวกเจ้าไปสืบข่าวเรื่องบ้านสามกับบ้านสี่ของตระกูลหวังมาที”
ไม่นานนัก เจียงอีกับเจียงเอ้อร์ก็กลับมา
เจียงอีที่มีความสุขุมกล่าวเนิบนาบ “บ้านสี่ของตระกูลหวังมี
บุตรสาวสองคน ส่วนบ้านสามมีบุตรชายและบุตรสาวอย่างละคน
บุตรชายล้มป่วยบ่อย ๆ มาตั้งแต่เด็ก สุขภาพร่างกายอ่อนแอ จึงไม่
ค่อยมาปรากฏตัวต่อหน้าคนอื่น”
ถ้าอย่างนี้ก็เข้าใจได้แล้ว
บ้านรองของตระกูลหวังก็เป็นเพียงตัวตลกที่หลงตัวเอง ความจริง
แล้วคนที่สำคัญคือบ้านสามซึ่งอยู่เบื้องหลังต่างหาก
หวังหมิงอวี่ก็เพียงคนที่ถูกตามใจจนเสียคน รอเพียงให้บ้านรอง
ของตระกูลหวังและตระกูลฟางห ้าหั่นกันจนตายกันหมด บุตรชายผู้
อ่อนแอของบ้านสามก็จะปรากฏตัวออกมาเพื่อรับผลประโยชน์ที่คน
อื่นสร้างไว้
ไม่ว่าคนจะอ่อนแอจริงหรือไม่ ก็ต้องรอดูไปก่อน
พอจ่างเยี่ยนวิเคราะห์เสร็จ เด็กทุกคนก็พากันขนลุกเกรียว
เจิ้งหรูเชียนตกตะลึง “นี่คือญาติพี่น้องหรือ แผนการต้องซับซ้อน
มากมายขนาดนี้เชียว?”
ฟางเหิงยิ้มขมขื่น
สวี่โม่ส่ายหน้า
จ่างเยี่ยนหลุบตาลง เงียบไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มบาง “ในโลกนี้มีแต่
คนหวังผลกำไรทั้งนั้น”
ยิ่งครอบครัวร ่ารวยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งหาความจริงใจได้ยากขึ้น
เท่านั้น
เงินทองมอบความรุ่มรวยและอำนาจ แต่ก็ทำให้จิตใจดำมืด
เช่นกัน
พอพวกเขาเงียบไป ทันใดนั้นข้างนอกก็มีเสียงดัง
เจียงอีรีบเข้ามารายงาน “คุณชายทั้งหลาย คุณหนู คุณชาย
ใหญ่หวังส่งคนมาเชิญคุณชายเจิ้งไปเป็นพยาน ว่าเขาไม่ได้เป็นฝ่าย
เริ่มลงมือก่อนขอรับ”
เจิ้งหรูเชียนผุดลุกพรวด สีหน้าซีดเผือดลงทันใด