หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 40 เผชิญหน้าท่ามกลางฝูงชน
ผู้ดูแลบ้านเผยสีหน้าเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เขาถูกเหยียบ ไว้ด้วยแรงมหาศาล ขยับไปไหนไม่ได้แม้แต่น้อย
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ทำให้ผู้คนต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
ไม่มีใครคาดคิดว่าผู้ดูแลบ้านจะพูดขึ้นแล้วลงมือเลย แต่ยิ่ง ไปกว่านั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะทำไม่สำเร็จ
ผู้คนต่างเบนสายตาไปจับจ้องอยู่ที่อวี๋หวั่นพร้อมกัน
พวกเขามิได้รู้สึกเห็นใจผู้ดูแลคฤหาสน์สกุลไป๋ พวกเขาเชื่อว่า คนสกุลอวี๋ไม่ผิด เพียงแต่มือไม้ของเด็กคนนี้ออกจะไวไปสักหน่อย พวกเขายังไม่ทันสังเกตว่านางเคลื่อนไหวอย่างไร ก็พบว่าผู้ดูแล บ้านถูกนางเหยียบ และลงไปนอนร้องโหยหวนอยู่บนพื้นเสีย แล้ว…
“นางเด็กบ้านนอกนี่ใจกล้านัก! กล้ามาทำเรื่องชั่วช้าใน คฤหาสน์สกุลไป๋!” ฮูหยินไป๋กล่าวด้วยโทสะพลุ่งพล่าน
ลุงใหญ่และอวี๋เฟิงก็มีสีหน้าถมึงทึงขึ้นมาทันที
“ยังไม่หลีกไปอีก!” ฮูหยินไป๋แผดเสียงพร้อมสะบัดแขนเสื้อ
ฮูหยินไป๋แม้ชาติกำเนิดจะไม่สูง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นถึงนาย หญิงของสกุลไป๋ เด็กบ้านนอกไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไร้ที่พึ่งพิง อย่างอวี๋หวั่น ไม่มีทางอยู่ในสายตาของนาง
ก็มิได้เก่งกาจอะไร นางไม่เชื่อ คฤหาสน์สกุลไป๋มียามรักษา การณ์ตั้งมากมายเช่นนี้ จะจับนางเด็กบ้านนอกคนนี้ไม่ได้เชียวรึ!
“พวกเจ้ายืนงงกันอยู่ไย? ยังไม่ไปเรียกยามมาอีก!” ฮูหยินไป๋ สั่งบ่าวด้วยนํ้าเสียงเย็นชา
บ่าวผู้นั้นได้สติกลับมาหลังจากที่กำลังตกตะลึงกับภาพ เหตุการณ์ก่อนหน้า นางเหลือบไปมองอวี๋หวั่นด้วยความ
หวาดกลัว สายตาเย็นเยียบคู่นั้นทำให้บ่าวสะดุ้งโหยง “ฮู…ฮู หยิน…ท่านว่าเราต้อง…”
ฮูหยินไป๋หมดความอดทน “บอกให้ไปเจ้าก็ไปสิ! พูดพล่าม อะไร!”
บ่าวมิกล้ารอช้า วิ่งออกไปเรียกยามด้านนอก
ยามเข้ามาอย่างรวดเร็ว
บัดนี้ ผู้ดูแลบ้านซึ่งถูกอวี๋หวั่นเหยียบอยู่นั้น ได้เป็นลมไปแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถูกอวี๋หวั่นเหยียบ หรือเป็นเพราะเขาตกใจกลัวกัน แน่
“ฮูหยิน” หัวหน้ายามรักษาการณ์เดินเข้ามาประสานมือคำนับ ฮูหยินไป๋
ฮูหยินไป๋ยกยิ้มอย่างพอใจ ชี้ไปยังอวี๋หวั่น “พวกเจ้า จับนางให้ ข้าที!”
หัวหน้ายามมองไปยังอวี๋หวั่น และเอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ
ว่า “ฮูหยิน พวกเขาคือคนที่คุณหนูเชิญมา จับพวกเขาเช่นนี้เกรง ว่าคงไม่เหมาะ ขอเรียนถามฮูหยิน ว่าแม่นางท่านนี้ทำผิดอันใด หรือ”
ยามผู้นี้นับว่าทำหน้าที่ได้รอบคอบดี สามพ่อลูกลอบถอน หายใจ
ฮูหยินไป๋กลับรู้สึกไม่สบอารมณ์ ไป๋ถังเชิญมา พวกเขาก็ไม่ กล้าจับเสียแล้ว พวกเขายังเห็นข้าเป็นนายหญิงของบ้านอยู่หรือ ไม่?
“เจ้าหมายความว่า…เจ้าจะไม่ฟังที่ข้าพูดรึ?” ฮูหยินไป๋ถาม แดกดัน
หัวหน้ายามตอบอย่างสุภาพว่า “ข้าน้อยมิได้หมายความว่า อย่างนั้นขอรับ ข้าน้อย…”
“ได้” ฮูหยินไป๋กล่าวพูดตัดบทอย่าง ‘ใจกว้าง’ “ข้าเข้าใจหน้าที่ ของพวกเจ้า แต่ข้าจะบอกให้พวกเจ้าฟังเช่นกัน ว่านางขโมยของ ขวัญจากคฤหาสน์สกุลไป๋ ทั้งยังทำร้ายร่างกายผู้ดูแลบ้านด้วย พวกเจ้าว่านางควรถูกจับหรือไม่เล่า”
“เอ่อ…” หัวหน้ายามมองไปยังผู้ดูแลบ้านซึ่งนอนสลบอยู่บน พื้น และมองไปยังของขวัญที่กองพะเนินเป็นภูเขา เขาลังเลอยู่ครู่ หนึ่ง
ฮูหยินไป๋ทนไม่ไหว “โจรเข้ามาที่บ้าน หากพวกเจ้าไม่ช่วยจับ
สกุลไป๋จะเลี้ยงพวกเจ้าไว้ทำไม!”
“ฮูหยินไป๋ คนที่ท่านจะใส่ร้ายป้ายสีก็คือพวกข้า เหตุใดจะต้อง ไปสร้างความลำบากใจให้แก่ยามรักษาการณ์บ้านท่านด้วยเล่า?” อวี๋หวั่นกล่าวเสียงค่อย
“ใครใส่ร้ายป้ายสีพวกเจ้า?” ฮูหยินไป๋กล่าวพลางเหยียดตัว ตรง
อวี๋หวั่นจึงพูดว่า“ที่ท่านพูดว่าพวกเราเป็นโจร ข้าใคร่ขอถาม สักนิดว่าพวกเราขโมยสิ่งใด”
ฮูหยินไป๋ตอบ “ก็ของขวัญน่ะสิ!”
อวี๋หวั่นกล่าวอย่างไม่รีบร้อน “ในเมื่อฮูหยินไป๋ยืนกรานว่าของ เหล่านี้เป็นของสกุลไป๋ เช่นนั้นมิสู้ให้นำรายการของออกมาสำแดง ต่อหน้าทุกคน จะได้รู้กันว่าของเหล่านี้ได้รับมาจากแขกท่านใดดี กว่าหรือ”
ฮูหยิบไป๋ตะลึงงันไปทันที
“ทำไมเล่า ฮูหยินไป๋ไม่กล้าหรือ?” อวี๋หวั่นกล่าวอย่างไม่ยี่หระ
ฮูหยินไป๋คิ้วกระตุก ทว่ามิได้ตอบอวี๋หวั่น “ข้าว่าเด็กคนนี้หาก ไม่ประสีประสา ก็คงแสร้งทำเป็นไม่ประสีประสา วันนี้แขกเหรื่อ ที่มาร่วมงานที่คฤหาสน์สกุลไป๋มีมากนัก ย่อมต้องได้รับของขวัญ มาเป็นจำนวนมาก เกรงว่านับไปสามวันสามคืน ก็คงนับไม่หมด…”
“งั้นก็นับไปสามวันสามคืน” อวี๋หวั่นพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงราบ
เรียบ “ทางที่ดี เรียกคนจากทางการมาด้วย เรียกชาวบ้านในเมือง หลวงมาด้วย ให้ทุกคนมาเป็นพยาน จะได้เห็นกันถ้วนทั่วว่าพวก เราไม่ได้ขโมยของของสกุลไป๋”
“เจ้า…” ฮูหยินไป๋โมโหจนหน้าแดงกํ่า “เจ้าเป็นใคร! อยากจะ ตรวจรายการของ ข้าก็ต้องให้เจ้าตรวจอย่างนั้นรึ?”
“ฮูหยินไม่ยินดีให้ตรวจสอบ เช่นนั้นข้าก็คงต้องไปเชิญคุณหนู ไป๋เสียแล้ว พี่ชายท่านนี้ รบกวนท่านไปเชิญคุณหนูไป๋ บอกนางว่า ทางนี้เกิดเรื่องที” ประโยคสุดท้าย อวี๋หวั่นบอกกับหัวหน้ายาม
ฮูหยินไป๋จ้องหัวหน้ายามด้วยความเกรี้ยวกราด “เจ้ากล้า ไปรึ!”
“เหตุใดเขาจะไม่กล้า”
ไป๋ถังเดินออกมาจากฝูงชน
เมื่อเห็นไป๋ถัง ฮูหยินไป๋ก็หน้าถอดสีทันที
“คุณหนูไป๋” อวี๋หวั่นกล่าวทักทาย
ไป๋ถังเดินมาอยู่ข้างกายอวี๋หวั่น หยิบรายการของปึกหนึ่งมา จากพ่อบ้านติง และกล่าวกับฮูหยินไป๋ว่า “รายละเอียดของงาน เลี้ยงอยู่ที่นี่แล้ว เจ้าไม่รู้หนังสือใช่หรือไม่ ข้าจะให้คนอ่านให้ แต่ หากเจ้ารู้หนังสือ เจ้าก็อ่านเอาเอง”
นางกล่าวอย่างไม่เกรงใจ ฮูหยินไป๋โกรธจนใบหน้าเปลี่ยนเป็น สีเขียว
“ท่านพี่ไป๋ พวกเราไม่ได้ขโมยของนะขอรับ” เถี่ยตั้นน้อยเดิน เข้ามา
ไป๋ถังตอบ “ข้ารู้ ข้าเชื่อพวกเจ้า”
“หากเจ้ายืนกรานจะปกป้องหัวขโมยพวกนี้ ก็ปกป้องต่อไป เถอะ! เรื่องในคฤหาสน์หลังนี้ ข้าจะไม่ยุ่งแล้ว!” ฮูหยินไป๋กล่าวด้วย นํ้าเสียงแดกดัน แล้วก็เดินกระแทกกระทั้นออกไปด้วยความโมโห
“แยกย้ายไปได้แล้ว” คุณหนูไป๋กล่าวกับผู้คนที่มามุงดู และไม่ ลืมที่จะสั่งพ่อบ้านติง “เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เจ้าอย่าลืมตบรางวัล พวกเขาแทนข้าด้วย”
เมื่อได้ยินว่ามีรางวัล ฝูงชนต่างก็ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แล้ว ตามพ่อบ้านติงไปยังห้องบัญชี
ไป๋ถังมองอวี๋หวั่นอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษด้วย ทำให้พวกเจ้า ต้องเจอเรื่องเช่นนี้”
อวี๋หวั่นตอบ “พวกเราต่างหากที่ต้องกล่าวขอโทษ ทำให้ท่าน ลำบากแล้ว”
มิใช่ว่าทุกคนจะกล้าหักหน้าคนในสกุลเพื่อปกป้องคนนอก แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นแม่เลี้ยงที่ปกติแล้วไม่ค่อยลงรอยกันก็ตาม
ไป๋ถังตอบกลับว่า “วันนี้ข้าฟังคำพูดดีๆ มามากพอแล้ว ไม่ ต้องพิธีรีตองเกรงใจกันไปมา ตอนนี้ก็ช้ามากแล้ว ข้าจะไปเตรียม รถม้าส่งพวกเจ้ากลับบ้าน”
อวี๋หวั่นอมยิ้มมุมปาก “ขอบคุณเจ้าค่ะ”
“แล้วท่านเล่า?” อวี๋เฟิงถามขึ้น
ลุงใหญ่ถลึงตาใส่บุตรชาย “วันเกิดของนายท่านไป๋ คุณหนูไป๋ ก็ต้องอยู่บ้านฉลองวันเกิดกับท่านพ่อของนางน่ะสิ”
รอยยิ้มเขินอายของดรุณีที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก ได้ปรากฏขึ้นบน ดวงหน้าของคุณหนูไป๋
“คุณหนู นายท่านเรียกขอรับ” ขณะที่ไป๋ถังจะไปจัดการเรื่อง รถม้า เด็กรับใช้ข้างกายของนายท่านไป๋ก็เข้ามา
ไป๋ถังมองไปยังอวี๋หวั่น “พวกเจ้ารอที่นี่เถิด อีกประเดี๋ยวรถม้า ก็มาแล้ว”
อวี๋หวั่นพยักหน้า
ไป๋ถังเดินไปพบนายท่านไป๋พร้อมกับเด็กรับใช้
ผ่านไปไม่นาน ก็มีรถม้าหลายคันเคลื่อนเข้ามาดังคาด สาม คันสำหรับบรรทุกของ อีกสองคัน…
ที่จริงพวกเขาทั้งหมดนั่งเพียงคันเดียวก็พอแล้ว
อวี๋หวั่นชะงักไป ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอจึงเดินไปยังด้านหน้า ของรถม้าคันสุดท้าย ค่อยๆ แง้มม่านออก ก็เห็นคุณหนูไป๋นั่งอยู่ ข้างใน
คุณหนูไป๋ที่ดูกระฉับกระเฉงและมีชีวิตชีวาเมื่อครู่ บัดนี้ดู
ประหนึ่งเด็กน้อยที่เศร้าสร้อย นางนั่งหลังตรง สองมือกำ ผ้าเช็ดหน้าแน่น ขอบตาแดงกํ่า ใบหน้ามีนํ้าตาเม็ดใหญ่หยดลงมา