หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 172.1 ไข่ดำสามฟอง (1)
หนึ่งเค่อต่อมา อาเว่ยคิดว่าคนในหมู่บ้านครึ่งหนึ่งคงถูกใช้กู่ เป็นแน่ เขาเดินออกจากประตูไปด้วยท่าทางภาคภูมิใจ
“ขอบใจเจ้ามาก ต้าเป่า!”
“แล้วก็เอ้อร์เป่ากับเสี่ยวเป่าด้วย ขอบใจพวกเจ้ามาก”
ทันทีที่อาเว่ยเดินไปถึงทางเข้าหมู่บ้าน ก็ได้ยินเสียงชื่นชมของ ป้าๆ หลายคน
อาเว่ยรู้สึกงงงวย เมื่อหันไปดูก็แทบล้มทั้งยืน!
ลูกศิษย์ตัวน้อยของเขากำลังทำอะไรอยู่? เอาหนอนพิษกู่ที่ เลี้ยงจนอ้วนไปป้อนไก่! ! !
เด็กอ้วนป้อนไก่ทั้งหมู่บ้านด้วยวิธีการใช้กู่ของอาเว่ย ปาไป อย่างแม่นยำ ไก่ต่างดีอกดีใจ!
อาเว่ย “…”
เขาคิดอยากตายยิ่งนัก!
แม้หนอนพิษกู่เหล่านี้จะไม่ได้มีพิษรุนแรงอย่างราชันสัตว์พิษ แต่อาเว่ยก็เลี้ยงด้วยมาด้วยความยากลำบากจนอ้วนท้วน พวกมัน ถูกเลี้ยงดูมาเป็นพิเศษสำหรับลูกศิษย์สามคน แต่สุดท้ายกลับถูก เด็กอ้วนทำลาย…
ว่ากันว่าทุกสิ่งล้วนมีจุดอ่อน แม้กู่จะมีพิษ ทว่าไก่ก็ยังสามารถ กินพวกมันได้
อาเว่ยจิตใจเจ็บปวดเกินกว่าจะอยากคุยกับลูกศิษย์
หลังจากเด็กอ้วนทั้งสามป้อนไก่จนหมดทั้งหมู่บ้านแล้ว ก็เดิน กลับไปบ้านอย่างมีความสุข!
อวี๋หวั่นเห็นบุตรชายที่เธอเฝ้าคิดถึงทุกเช้าเย็น ก็รีบกอดทั้ง สามคนไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับพรมจูบ แต่ไม่รู้คิดไปเองหรือไม่ เธอรู้สึกว่าเด็กทั้งสามดูตัวหนักขึ้นกว่าเมื่อก่อน…
ไม่เพียงแค่หนักเท่านั้น แต่ยังคลํ้าลงอีกด้วย
เด็กอ้วนผิวขาวบอบบาง ตากแดดทั้งวันจนเปลี่ยนเป็นไข่ดำ คลํ้าสามฟอง
เหล่าไข่ดำมุดหัวเข้าในอ้อมอกมารดา และถูไปมาอย่างแนบ ชิด
อวี๋หวั่นลูบหัวไข่ดำทั้งสาม และเอ่ยอย่างแผ่วเบา “คิดถึงแม่ หรือยัง?”
คิดถึง
ทั้งสามกอดคออวี๋หวั่นไม่ยอมปล่อย
“แม่ก็คิดถึงพวกเจ้า ท่านพ่อก็มาด้วย คิดถึงท่านพ่อหรือไม่?” อวี๋หวั่นระบายยิ้มมองไปที่เยี่ยนจิ่วเฉา
เยี่ยนจิ่วเฉาทำหน้าเหม็น
เหล่าไข่ดำทำปากมุ่ย
หึ ไม่คิดถึง!
ใบหน้าเยี่ยนจิ่วเฉากลายเป็นสีดำ!
อาหารเที่ยงถูกจัดที่บ้านสาม อวี๋เซ่าชิงกับลุงใหญ่ลงมือทำ อาหารด้วยตนเอง โดยมีอวี๋เฟิงเป็นลูกมือ ทำกับข้าวเลิศรส มากมายเต็มโต๊ะใหญ่
ในครอบครัวอื่นสตรีมักเป็นคนทำอาหาร ทว่าสกุลอวี๋กลับตรง กันข้าม เหตุผลเพราะฝีมือการทำอาหารของสตรีสกุลอวี๋ไม่ดีนัก ในวันธรรมดาก็กินๆ ไป ทว่ายามบุตรสาวกับบุตรเขยกลับมาบ้าน พวกเขาย่อมไม่อาจละเลย
แน่นอนว่าสถานการณ์ที่ไข่ดำทั้งสามมาอยู่ที่นี่ในระยะยาวได้ ค่อยๆ กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา
ท่านตาใหญ่ทำอาหารอร่อย ท่านตาก็ทำอาหารอร่อย ส่วน ท่านยายทั้งสองทำได้รสชาติแย่ยิ่ง!
ฝีมือการทำอาหารของนางเจียงไม่ต้องพูดถึง ส่วนฝีมือการ ทำอาหารของป้าสะใภ้ใหญ่ในหมู่บ้านก็ยังนับว่าไม่เลว แต่ผู้ใดให้ ปากของไข่ดำทั้งสามได้รสฝีมือของลุงใหญ่กับอวี๋เซ่าชิงเล่า บุรุษ ใหญ่ทั้งสองจึงเปลี่ยนมาทำอาหารให้พวกเขาทานทุกวัน ไม่น่า แปลกใจที่ทั้งสามคนอ้วนขึ้น
เถี่ยตั้นน้อย เจินเจินน้อย และไข่ดำทั้งสามนั่งล้อมโต๊ะเล็ก ส่วนผู้ใหญ่ก็นั่งโต๊ะแปดเซียน เจียงไห่กับเจียงเสี่ยวอู่ถูกบุรุษใน
หมู่บ้านเรียกให้ไปหา เดาว่าคงจะไปดื่มกันสักหม้อสองหม้อ
พ่อครัวจวนคุณชายฝีมือทำอาหารไม่เลว ทว่าอาหารที่ท่าน พ่อและลุงใหญ่ปรุงนั้นดูเรียบง่ายกว่า ขาหมูไร้กระดูกชามนั้น อร่อยมากจนอวี๋หวั่นแทบรอที่จะกลืนมันเข้าไปทั้งหมดไม่ไหว
ขาหมูไร้กระดูกที่ตุ๋นจนเปื่อย หนังขาหมูสั่นกระเพื่อม ดู แวววาวเป็นมันเงา เด็กๆ ก็ชื่นชอบเช่นกัน เถี่ยตั้นน้อย รู้จักดูแล น้องสาวและหลานชายของเขา เขาคีบหนังขาหมูอันอ่อนนุ่มออก มาและใส่ลงในชามของพวกเขาคนละชิ้น ส่วนกระดูกก็นำมาไว้ใน ถ้วยของตน เนื้อไม่ติดมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาเช่นกัน
“เอาอีก” เจินเจินน้อยกินหมดแล้วก็ยื่นชามไปให้เถี่ยตั้นน้อย
เถี่ยตั้นน้อยคีบเนื้อขาหมูชิ้นใหญ่ให้นาง ตามด้วยท้องปลาที่ แกะก้างแล้วอีกหนึ่งชิ้น “พี่เถี่ยตั้นดีหรือไม่?”
“ดี พี่เถี่ยตั้นดีที่สุด เจินเจินชอบพี่เถี่ยตั้นที่สุด รองลงมาก็คือ พี่ใหญ่และพี่รอง” เจินเจินน้อยตอบอย่างคลุมเครือ นางใกล้อายุ ครบสี่ขวบแล้ว นับวันยิ่งพูดเก่งขึ้น แม้ในบางครั้งที่ทะเลาะกับป้า สะใภ้ใหญ่ นางจะยังสู้ไม่ได้ก็ตาม
ส่วนไข่ดำทั้งสามยังพูดไม่ได้
ทั้งสามมีเพื่อนเล่นมากมาย คนที่อายุมากกว่าในบ้านก็สอน ให้พวกเขาพูดในยามว่าง หลังจากเถี่ยตั้นน้อยเลิกเรียน ก็กลับมา สอนสิ่งที่เรียนมาให้พวกเขาฟัง กระทั่งพวกเขารู้จักตัวอักษร มากมาย ทว่าก็ยังไม่อ้าปากเอ่ยสิ่งใด
อวี๋หวั่นตั้งใจจะพักในหมู่บ้านกับเยี่ยนจิ่วเฉาสักสองสามวัน หนึ่งเพราะหมู่บ้านเหลียนฮวามีสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การฝึก ตน เป็นที่อยู่ของคนเก่งมากมาย ทำให้เหมาะแก่การรักษาอาการ ป่วยอย่างยิ่ง สองเพราะทั้งคู่เห็นแก่บุตรชาย เห็นได้ชัดเมื่อเทียบ กับจวนคุณชายที่ว่างเปล่า ที่นี่มีน้าเถี่ยตั้น น้าเจินเจิน ท่านอาจาร ย์อาเว่ยและลูกสมุนอีกนับไม่ถ้วนในหมู่บ้านเหลียนฮวา ซึ่งเอื้อให้ บุตรชายได้เติบโตมาอย่างมีความสุข
เยี่ยนจิ่วเฉาได้ลาหยุดยาวกับราชสำนักและเน่ย์เก๋อแล้ว ฮ่องเต้คิดว่าเขาเป็นคนไม่จริงจัง จึงมิได้ตรัสสิ่งใด เพียงแค่ถอน หายใจด้วยความยินยอม
ทั้งสองอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเหลียนฮวา
ตอนเย็นของวันรุ่งขึ้น เจียงไห่ก็พาอวี๋ซงกลับไปส่งที่กั๋วจื่อ เจียน ไม่เกินความคาดหมายของลุงใหญ่ ชายหนุ่มในหมู่บ้านถูกอ วี๋ซงรินสุราให้จนเมามาย คนในโต๊ะดื่มกับอวี๋ซงจนหลับไปยกเว้น เจียงไห่ สุดท้ายอวี๋ซงก็ยังกลับห้องมาด้วยหัวสมองที่สดชื่นและ อ่านหนังสือต่อถึงครึ่งชั่วยาม
ป้าสะใภ้ใหญ่แอบมองบุตรชายผ่านรอยแตกของประตู พลัน ยิ้มกว้างจนเกือบถึงใบหู
คนโตหาเงินได้ คนรองเรียนหนังสือได้
บุตรชายทั้งสองล้วนมีอนาคตที่ดี!
ปลายเดือนเจ็ด อิ่งสือซันและอิ่งลิ่วก็กลับจากการตามหา
วัตถุดิบยา พวกเขานำมันไปที่จวนคุณชายเพื่อให้ชุยเฒ่าปรุงยา ก่อน
ชุยเฒ่าไม่คิดว่าสูตรยาที่ยุ่งยากเช่นนี้ เพียงบอกว่าจะหาก็หา เจอจริงๆ ดูเหมือนว่าในที่สุด เขาก็เข้าใจว่าเหตุใดแม่ลูกสวี่เสีย นเฟยจึงไม่อาจทำอันตรายเยี่ยนจิ่วเฉาได้ แค่ความสามารถของ องครักษ์ผู้นี้ก็เกินกว่ายอดฝีมือทั่วไปแล้ว
ชุยเฒ่าปรุงยาเม็ดตามสูตรยาที่หวั่นเจาอี๋บอกในทันที
“ได้แล้ว เอาไปให้คุณชายของเจ้า!” ชุยเฒ่ายัดยาใส่มือของอิ่ง ลิ่วด้วยสีหน้าร้อนใจ
อิ่งสือซันเย็นชาและดุร้ายเกินกว่าที่เขาจะกล้ายัดใส่มือ จึง เป็นอิ่งลิ่วที่ดูอารมณ์ดีและเป็นมิตรมากกว่า
“ช้าก่อน” อิ่งสือซันคว้าขวดยามาเท “เจ้ากินก่อน”
“เจ้า!” ชุยเฒ่าโกรธจนหายใจไม่ออก “เจ้าสงสัยว่าข้าจะ วางยาพิษคุณชายของเจ้ารึ?”
อิ่งสือซันกล่าวหน้าตาย “อย่างไรเจ้าก็เคยเป็นคนของสวี่เสีย นเฟย”
ข้าเคยเป็น แล้วก็ต้องเป็นตลอดชีวิตหรือ?!
ชุยเฒ่าโมโหแทบขาดใจ แต่เขาก็รู้ว่าอิ่งสือซันไม่ใช่คนโง่ ชุย เฒ่าจ้องมองเขาอย่างดุร้าย “ข้าคงแก่เกินกว่าจะแต่งงานกับสตรี แล้ว! แต่นิสัยเช่นเจ้า มีสตรีมาชอบก็แปลกแล้ว!”
อิ่งลิ่วสงสัย “นิสัยของอิ่งสือซันไม่ดีอย่างไรรึ? ก็เป็นที่ชื่นชอบ อยู่นี่”
อิ่งสือซันกระแอมในลำคอ “แค่ก!”
แน่นอนว่าชุยเฒ่าไม่มีทางวางยาพิษเยี่ยนจิ่วเฉา ทว่ายาเม็ด นี้ช่วยล้างสารพิษ และมีฤทธิ์ในการให้ความชุ่มชื้นภายในลำไส้ ชุย เฒ่าวิ่งไปห้องสุขาถึงสองรอบ นอกจากนี้ก็ไม่มีความผิดปกติอื่นใด
อิ่งสือซันเฝ้าสังเกตชุยเฒ่าหนึ่งวันหนึ่งคืน เมื่อแน่ใจว่าไม่มี อะไรจึงนำไปให้เยี่ยนจิ่วเฉา
แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจก็คือ เมื่อเยี่ยนจิ่วเฉากินยานั้นลงไปแล้ว ก็ไม่ ได้แสดงอาการล้างพิษใดๆ ออกมา
อวี๋หวั่นคิดว่าตนเองยังจับชีพจรได้ไม่ดีพอ จึงให้อิ่งสือซันพา ตัวชุยเฒ่ามาที่นี่
ระหว่างทางชุยเฒ่ากระแทกกระเทือนจนอาเจียนตาเหลือก และในที่สุดก็ได้ลงจากหลังม้า ยังไม่ทันได้พักหายใจ ก็ต้องมาจับ ชีพจรให้เยี่ยนจิ่วเฉาแล้ว
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
อวี๋หวั่นถาม
อวี๋เซ่าชิงไปที่เหมือง นางเจียงแวะไปคุยเล่นที่บ้านป้าจาง เถี่ยตั้นน้อยกับไข่ดำทั้งสามอยู่ที่บ้านของอาเว่ย ในบ้านหลังใหญ่มี เพียงสองสามีภรรยาและอิ่งสือซัน จึงไม่จำเป็นต้องเอ่ยอย่างกังวล
สิ่งใด
ชุยเฒ่าลูบเคราสีหน้าครุ่นคิด “ไม่ควรเป็นเช่นนี้สิ ข้าก็ทำตาม ขั้นตอนและปริมาณที่เขียนอยู่ในสูตรยาแล้ว”
อวี๋หวั่นชะงัก “หรือสูตรยาไม่ถูกต้อง?”
ชุยเฒ่าส่ายหัว “แม้ข้าจะไม่รู้ว่าพิษไป๋หลี่เซียงรักษาอย่างไร ทว่าสมุนไพรเหล่านั้นก็มีฤทธิ์ล้างพิษ แม้แต่พิษตู๋โจ้วที่ซื่อจื่อเคย ถูกวาง ก็ยังมีผลไม่มากก็น้อย แต่ไม่ควรไม่มีอาการใดๆ แสดงออก มาเลย…ผิดพลาดที่ใดกันแน่?”
ขณะที่กำลังสนทนากัน หูของอิ่งสือซันก็ขยับ พลันเอ่ยด้วย ความระแวดระวัง “ผู้ใด!”
เตาะแตะ~
เหล่าไข่ดำโผล่หัวและวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางน่ารัก
อิ่งสือซันพลันโล่งใจ
ไม่นานก็ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง!
ช้าก่อน คุณชายน้อยผิวขาวเนียนละเอียดราวกับหยกขัดเงา ของพวกเขากลายเป็นก้อนถ่านตัวน้อยตั้งแต่เมื่อใด?!
บทที่ 172.2 ไข่ดำสามฟอง (2)
“อาม่า!”
อาเว่ยกลับไปที่บ้านของเขา
การสัมผัสรู้ของอิ่งสือซันนั้นไม่น้อยเลย เมื่อครู่เขาเกือบจะรู้ ว่าอาเว่ยอยู่ที่นั่น แน่นอนว่าอาเว่ยไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง เขาแค่มา ส่งลูกศิษย์กลับบ้าน ผู้ใดจะคิดว่าจะได้ยินข่าวเด็ดเช่นนี้
“อาม่า อาม่า ฟังข้านะ!” อาเว่ยเดินเข้าไปในห้องของชายชรา ขัดจังหวะเขาที่กำลังเตรียมบทเรียน
ชายชราวางตำราอาขยานจีนโบราณลงอย่างไม่แยแส พลาง เหลือบมองอาเว่ย “เจ้าคิดจะทำสิ่งใดอีก?”
ตั้งแต่เด็กคนนี้มาที่หมู่บ้านเหลียนฮวาก็ไม่เคยทำเรื่องดีสัก เรื่อง ให้ไปจับคนมาก็จับไม่ได้ (อวี๋หวั่น) ทุบคนที่ไม่ควรขยับจนเป็น หัวหมู (ราชครู) ชายชรานึกเสียใจที่พาเขาออกมาด้วย
อาเว่ยรู้ว่าตนเองก่อปัญหา จึงมักมองหาโอกาสมาชดเชยสิ่งที่ เขาทำ และเขาก็พบแล้วมิใช่หรือ?
“อาม่า ข้าได้ยินข่าวใหญ่!”
อาเว่ยยืดอก เล่าเรื่องที่เขาได้ยินมาจากบ้านสกุลอวี๋ “…ที่แท้ เขาก็ถูกพิษตู๋โจ้วแห่งหนานเจียง ไม่แปลกใจที่เชิญปรมาจารย์พิษ ไปถอนพิษ แล้วยังถูกพิษไป๋หลี่เซียงอีก…ฟังนํ้าเสียงของคนผู้นั้น
ดูเหมือนว่าพิษตู๋โจ้วจะถูกรักษาไปแล้ว…แปลกจริง ปรมาจารย์ พิษเส็งเคร็งนั่นยังสามารถถอนพิษตู๋โจ้วที่ทรงพลังได้…”
อาเว่ยพยายามหาคำมาพูด
ชายชราต้องจับประเด็นสำคัญจากคำพูดของเขามารวมกับ การคาดเดา จึงทราบคร่าวๆ ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เยี่ยนจิ่วเฉาถูกพิษตู๋ โจ้วและไป๋หลี่เซียง พิษทั้งสองยับยั้งกัน หลายปีมานี้จึงไม่มีอาการ ใดๆ แต่ก่อนหน้านี้ไม่นานพิษตู๋โจ้วได้ถูกถอนออกไปแล้ว อาการ พิษของไป๋หลี่เซียงจึงระเบิดออกมา
พิษตู๋โจ้วต้องแก้อย่างไร ชายชรารู้ดีกว่าอาเว่ย
หากบอกว่าครั้งแรกเขาคิดผิด เช่นนั้นหลังจากติดต่อกับอวี๋ หวั่นมาหลายครั้ง ความรู้สึกของเขาย่อมไม่มีทางผิดพลาด บวก กับการถอนพิษตู๋โจ้วแห่งหนานเจียง ชายชราก็เกือบจะสรุปได้ว่า ราชันสัตว์พิษในมือของอวี๋หวั่น คือของศักดิ์สิทธิ์แห่งหนานจ้าวที่ พวกเขามอบเป็นของขวัญหมั้น
ดังนั้นโชคชะตาจึงเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมาก เพื่อให้ได้มา ซึ่งของศักดิ์สิทธิ์ ราชวงศ์หนานจ้าวก็ไม่ลังเลที่จะขายตี้จีองค์โต แต่ผลที่ได้กลับแปรเปลี่ยน ของศักดิ์สิทธิ์กลับมาตกอยู่ในมือบุตร สาวของตี้จีองค์โตเสียแทน
บางทีนี่อาจเป็นกรรมสนองกรรมจริงๆ
จู่ๆ ชายชราก็อยากเห็นสีหน้าของคนเหล่านั้นหลังจากรู้ความ จริง
“อาม่า ท่านฟังข้าอยู่หรือไม่?” อาเว่ยถามเขา
ชายชราไม่ตอบคำถาม แต่กลับเรียกชิงเหยียนเข้ามา
“อาม่า ท่านเรียกข้ารึ” ชิงเหยียนเดินเข้ามาในห้อง
ชายชราถามเขาว่า “เราได้เงินมาเท่าใดแล้ว?”
ชิงเหยียนครุ่นคิดสักพักและเอ่ยว่า “ห้าสิบตำลึง”
อาเว่ยได้มาสามสิบตำลึง อีกยี่สิบตำลึงที่เหลือพวกเขาสาม คนช่วยกันหา
เงินเดือนของพวกเขาคือสามตำลึง เงินเดือนของอาเว่ยคือสิบ ตำลึง รวมกับที่พวกเขาขุดเหมืองนอกเวลา (อาเว่ยขุดมากที่สุด)
ชิงเหยียนกล่าวว่า “อาม่า หากหาได้อีกสองเดือน นั่นน่าจะ เพียงพอให้เราได้กลับบ้าน”
ชายชรากล่าวว่า “ไม่ต้อง ข้าคิดวิธีที่ดีกว่านี้ออกแล้ว”
หนึ่งในแปดชั่วยามต่อมา อวี๋หวั่นได้รับคำเชิญจากอาเว่ย
ครอบครัวของอาเว่ยทำงานให้สกุลอวี๋ ชายชราเป็นครูประจำ หมู่บ้าน อาเว่ยเป็นอาจารย์ของไข่ดำทั้งสาม ชิงเหยียนเป็นนัก บัญชีและเยว่โกวชำนาญด้านการขุดเหมือง อวี๋หวั่นเชื่อใจ ครอบครัวนี้มาก เมื่ออาเว่ยเชิญเธอไป เธอก็ไปโดยไม่ถามหาเหตุ ผล
เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าประโยคแรกที่ชายชราเอ่ยกับเธอคือ “พิษของไป๋หลี่เซียงมิใช่จะถอนได้ง่ายๆ”
อวี๋หวั่นถึงกับผงะและมองไปที่คนทั้งสี่ด้วยความแปลกใจ
อาเว่ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แค่ เสียงของพวกเจ้าดังเกินไป!”
การสัมผัสรู้ของอิ่งสือซันไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล ยามนั้นมิได้มี เพียงบุตรชายของเธอที่อยู่ด้านนอก ทว่ายังมีอาเว่ยด้วย
แต่อีกฝ่ายก็แสนซื่อจนอวี๋หวั่นไม่รู้จะพูดเช่นไรดี
ชายชราเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย “กล่าวตรงๆ แบบไม่ปิดบัง พวกเราหาใช่คนในจงหยวน เราแอบเข้ามาที่จงหยวนเพราะมี ภารกิจ โปรดยกโทษให้ข้าที่ไม่อาจเปิดเผยภารกิจได้ ข้ารู้วิธีล้าง พิษไป๋หลี่เซียง หากเจ้าไม่รังเกียจ ข้าช่วยเจ้าได้ ทว่าพวกเรา ต้องการเงินตอบแทนจำนวนหนึ่ง”
อวี๋หวั่นมองออกตั้งแต่แรกว่าครอบครัวนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่ พวกเขาเป็นคนดี เธอจึงไม่ได้ใส่ใจกับที่มาของพวกเขา เช่นเดีย วกับเยี่ยนจิ่วเฉา เมื่อเทียบกับความตกใจที่พวกเขามาสารภาพ เช่นนี้ อวี๋หวั่นประหลาดใจกับสองประโยคสุดท้ายมากกว่า “ท่าน สามารถถอนพิษไป๋หลี่เซียงได้จริงหรือ?”
ชายชรากล่าวอย่างจริงจัง “ข้าไม่อาจแก้ได้ ทว่าข้ารู้วิธีแก้ สูตรยาของพวกเจ้าอาจจะถูกต้อง ทว่าไป๋หลี่เซียงไม่อาจใช้เพียง สูตรยาเท่านั้น ทว่ามันต้องใช้ยาส่วนผสมพิเศษ”
ไม่แปลกใจที่หวั่นเจาอี๋ได้สูตรยาของคนพวกนั้นมาอย่าง ง่ายดาย เพราะอีกฝ่ายมั่นใจว่าแม้จะได้สูตรยาไปก็ไม่มีประโยชน์
อวี๋หวั่นรวบรวมความคิด “ขอถาม ยาส่วนผสมพิเศษคือสิ่ง ใด?”
ชายชราเอ่ยอย่างเฉยเมย “ถึงบอกเจ้าไปก็ไม่เป็นไร เลือด นักบุญ นํ้าตาพ่อมด เห็ดหลินจือเพลิง คางคกหิมะ”
อวี๋หวั่นพึมพำ “เป็นของพวกนี้จริงๆ หรือ?”
ชายชราขมวดคิ้ว “เจ้าเคยได้ยินหรือ? นี่เป็นความลับของเผ่า ปีศาจหนานเจียง”
อวี๋หวั่นเท้าแก้ม “มันแพร่ไปทั่วโรงนํ้าชาแล้วละ…”
ชายชราที่ยังอยากโอ้อวด “…”
เมื่อนึกขึ้นได้ อวี๋หวั่นพลันขมวดคิ้วและเอ่ยว่า “แต่ข้าได้ยิน มาว่าของสองสิ่งแรกไม่อาจหาได้”
ชายชราที่คิดหลอกล่ออย่างหนัก “…”
เหตุใดสตรีผู้นี้ถึงได้รู้ทุกอย่าง? ปีนี้จะคดโกงยากเย็นถึงเพียง นี้เชียวรึ?!
ชายชราสูดหายใจและเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ความสำเร็จขึ้นอยู่ ที่คน หากเจ้าไม่หา จะรู้ได้อย่างไรว่าหาไม่พบ ไม่แน่เจ้าอาจจะมี โอกาสนั้นจริงๆ ก็เป็นได้”
คำพูดเหล่านี้กระแทกใจอวี๋หวั่น ใช่แล้ว หากไม่ลองจะรู้ได้ อย่างไร? แม้หาไม่พบจริงๆ ก็ไม่มีผลที่ร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว
อวี๋หวั่นเกิดความมั่นใจ เธอได้รับแรงบันดาลใจอย่างที่ไม่เคย
มีมาก่อน เธอมองไปที่ชายชราและเอ่ยด้วยความจริงใจ “ท่านปู่อา เว่ย ท่านช่างดียิ่งนัก!”
เด็กหญิงช่างหลอกง่ายยิ่งนัก ชายชราลอบดีใจ ทว่าใบหน้านิ่ง เฉย “ของเหล่านั้นอยู่ที่หนานเจียง พวกเราต้องไปที่หนานเจียง”
อวี๋หวั่นกวาดสายตามองเขาขึ้นลง “ท่าน… ก็ไปด้วยตนเอง หรือ?”
“แน่นอน” หากไม่ไปจะกลับบ้านได้อย่างไร? ชายชรากล่าวว่า “ภูมิประเทศหนานเจียงมีความซับซ้อน ข้าต้องพาเจ้าไปที่นั่น และ ยังต้องเตรียมของสองอย่างเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน อย่างหนึ่งคือ หญ้าไร้กังวลในดินแดนที่หนาวจัด อีกอย่างหนึ่งคือหินกำมะถันที่ ร้อนจัด ของสองสิ่งนี้มิได้หายาก องครักษ์สองคนที่อยู่ข้างกาย สามีเจ้าสามารถพอที่จะทำงานนี้”
ในพริบตาเดียวก็สามารถแยกอิ่งสือซันกับอิ่งลิ่วออกมาได้ แล้ว ข้านี่ช่างฉลาดเฉลียวมีไหวพริบยิ่งนัก!
อวี๋หวั่นคิดว่าเป็นไปได้
ชายชราขอเงินหนึ่งพันตำลึงจากอวี๋หวั่นเป็นรางวัล ซึ่งจะจ่าย ให้หลังจากงานเสร็จสิ้น หากไม่พบยาส่วนผสมพิเศษทั้งสี่ชนิด เขา ก็จะไม่รับเงินแม้แต่แดงเดียว
ต้องรู้ว่าปรมาจารย์พิษแห่งหนานเจียงเสนอราคาอยู่ที่หนึ่ง แสนตำลึง และยังต้องจ่ายเงินมัดจำห้าหมื่นตำลึงก่อนที่จะรักษา อาการป่วย ครอบครัวอาเว่ยร่วมเดินทางข้ามนํ้าข้ามทะเลไปกับ
เธอ โดยไม่เรียกเก็บเงินค่ามัดจำ นี่ก็ถือว่ามีนํ้าใจกับเธอมากแล้ว
หากเป็นคนอื่น อวี๋หวั่นก็คงสงสัยว่าพวกเขากำลังมีแผนบาง อย่าง ทว่าครอบครัวอาเว่ยล้วนเป็นคนดีและพวกเขาต้องอยาก ช่วยเหลือเธอจริงๆ!
ชายชรา : เจ้าคิดไกลไปแล้ว เราแค่อยากกลับบ้าน ก็เลย หลอกล่อเจ้าไปที่ทางเข้าเผ่าปีศาจ และสุดท้ายมารดาของเจ้าก็จะ กลายเป็นของในกระเป๋าเรา…
“ดี ตกลงตามนี้ ข้าจะกลับไปคุยเรื่องวันเดินทางกับสามี”
อวี๋หวั่นเอ่ยพร้อมกับหันหลังเดินออกจากบ้านไป
ชิงเหยียนถามด้วยความงุนงง
“อาม่า ท่านต้องการช่วยพวกเขาหาวัตถุดิบยาจริงหรือ?”
ชายชรากล่าวว่า
“อย่างไรเส้นทางกลับเผ่าปีศาจก็ต้องผ่านหนานจ้าว ระหว่าง ทางก็หาหลินจือเพลิงกับคางคกหิมะให้พวกเขา เมื่อเจอสองสิ่งนี้ แล้ว พวกเขาก็จะเชื่อในตัวเรามากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย จากนั้น เราจะบอกว่านักบุญกับพ่อมดอยู่ที่เผ่าปีศาจ พวกเขาก็ต้องตามไป อย่างไม่ลังเลเป็นแน่”
ชิงเหยียนปรบมือให้แผนการของชายชรา
“วิเศษมาก วิเศษยิ่งนัก!”
คืนนั้นอวี๋หวั่นกลับมาอีกครั้งและบอกพวกเขาถึงกำหนดวัน
เดินทาง ซึ่งก็คืออีกสามวันหลังจากนี้
หลายคนเริ่มเก็บข้าวของด้วยความรวดเร็ว
ชายชราเรียกรั้งอาเว่ย
“เจ้าไม่ต้องเก็บ เจ้าอยู่ที่นี่”
อาเว่ยสงสัย “ทำไมหรือ?”
ชายชรากล่าวว่า “เฝ้าบ้าน”
อาเว่ย “…”