หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 399.1 พี่จิ่วออกโรง สังหารรอบทิศ (1)
การควบคุมของสกุลซือคงเข้มแข็งเช่นนี้หรือ? เส้นทางลับนี้ ควรถูกซ่อนไว้ไม่ใช่หรือ?
“อะแฮ่ม!” หลังจากเห็นดวงตาที่ดูโง่เขลาของอวี๋หวั่น ซือคง ฉางเฟิงก็กระแอมในลำคอ ก่อนหน้านี้ทางลับนี้เป็นทางลับจริงๆ ไม่มีใครรู้นอกจากเจ้านายของสกุลซือคง อีกอย่างทางออกตั้งอยู่ บนเส้นผ่านศูนย์กลาง ข้ารับใช้ผ่านไปมามากมาย มีเพียงไม่กี่คนที่ ไม่ระวังหลุดเข้าไป ปรมาจารย์เกลียดการถูกคนรบกวนความสงบ ผลคือปรมาจารย์ไม่พอใจ ข้ารับใช้ก็ตายไปโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ซือคงฉางเฟิงก็ยิ่งสับสน เด็กหญิงตัวเล็กๆ ผู้นี้ก็หลงเข้าไปในหมิงซาน แต่กลับไม่ถูกปรมาจารย์ฆ่าตาย ตาม หลักแล้ว จิตสัมผัสของปรมาจารย์มีพลังมากกระทั่งแมลงวันตัว หนึ่งก็รับรู้ได้ นับประสาอะไรกับคนทั้งคน?
ไม่รู้ควรจะบอกว่าสตรีผู้นี้โชคดี หรืออารมณ์ของปรมาจารย์ดี ขึ้นมาก
“เจ้ามาจากเรือนใด? จำทางได้หรือไม่?” ซือคงฉางเฟิงถาม
“จำได้” อวี๋หวั่นกล่าว
ซือคงฉางเฟิงพยักหน้า ไม่คิดชี้ทางให้อวี๋หวั่นอีก และเดิน กลับไปที่เรือนของเขา
มองแผ่นหลังที่จากไปอย่างสง่างามของซือคงฉางเฟิง อวี๋ หวั่นยื่นมือขึ้นตะโกนโดยไม่มีเสียง สัตว์พิษของข้า สัตว์พิษของ ข้า…
สัตว์พิษตัวน้อยกินอิ่มและหลับไปบนหลังของราชันหมื่นสัตว์ พิษ~
อวี๋หวั่นไม่มีที่ไป จึงต้องกลับไปที่เรือนของซือคงอวิ๋น
คํ่าคืนอันเงียบสงัด อวี๋หวั่นเดาว่าซือคงอวิ๋นพักผ่อนแล้ว แต่ ทันทีที่เดินเข้าไปในทางเดิน อวี๋หวั่นกลับได้ยินเสียงแปลกๆ
ก็ต้องโทษที่อวี๋หวั่นหูดีเกินไป จึงได้ยินแม้กระทั่งการ เคลื่อนไหวจากที่ไกลๆ
อวี๋หวั่นเดินผ่านไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“คุณชายแย่จริงๆ~”
ในเวลานี้อวี๋หวั่นมั่นใจว่าตนเองได้ยินไม่ผิด นี่คือเรือนของซือ คงอวิ๋น ไม่มีใครถูกเรียกคุณชายยกเว้นซือคงอวิ๋น
ซือคงอวิ๋นกำลังจะแต่งงาน แต่กลับมามั่วกับสตรีอื่นลับหลัง สตรีศักดิ์สิทธิ์?
ไอ้สารเลว!!!
อวี๋หวั่นไม่ได้เห็นอกเห็นใจสตรีศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด เธอเพียง คิดว่าซือคงอวิ๋นเลวเกินไป เจอบุรุษเช่นนี้โชคร้ายแปดชั่วโคตร!
อวี๋หวั่นไม่สนใจจะฟังอีกต่อไป และกำลังจะกลับไปที่ห้อง ทันที
ที่ยกเท้าขึ้นหมุนตัวกลับ ก็เห็นร่างเพรียวบางร่างหนึ่ง เธอตกใจ สะดุ้ง “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์มองนางอย่างเย็นชา “ผู้ใดให้เจ้าออกมา”
อวี๋หวั่นยืดตัวขึ้นกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “คนมีสามสิ่งเร่ง ด่วน ข้าอยากเข้าห้องส้วม ไม่ได้หรือ?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์เดินผ่านเธอด้วยใบหน้าหยิ่งผยอง มุ่งหน้าไปที่ ประตูเรือน
อวี๋หวั่นมองกลับไปทางห้องของซือคงอวิ๋น กลอกตาและเดิน ตามไป “นี่ เมื่อครู่เจ้าก็ได้ยินแล้วใช่หรือไม่?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่สนใจ
อวี๋หวั่นไม่สนใจว่านางจะชอบฟังหรือไม่ และยังกล่าวต่อไป “สงบเช่นนี้ ให้ข้าเดา นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกที่จับได้คาหนังคาเขา กระมัง?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวนํ้าเสียงเย็นชา “หนวกหู เชื่อหรือไม่ข้าจะ ดึงลิ้นของเจ้าออกมา?”
อวี๋หวั่นเม้มปาก เดินตามสตรีศักดิ์สิทธิ์ไปสองสามก้าวและ กล่าวอย่างอาจหาญ “ข้าไม่เข้าใจเลย ซือคงอวิ๋นผู้นี้ไม่ได้เรื่อง เพียงนี้ ไยเจ้าจึงยกเลิกการแต่งงานกับคุณชายใหญ่ซือคงในยาม แรก หันมาลงเอยกับเขาแทน? หรือคุณชายใหญ่ซือคงเลวเสียยิ่ง กว่าเขา?”
ก้าวของสตรีศักดิ์สิทธิ์หยุดลง
แน่นอนซือคงฉางเฟิงไม่ได้เลว แต่เป็นถึงสุภาพบุรุษที่ร้อยปีก็ หาได้ยากยิ่ง สกุลซือคงทั้งหมดต่างก็ไม่ได้เกลียดชังเขา แม้แต่ ปรมาจารย์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ก็ยังโปรดปรานซือคงฉางเฟิง
อวี๋หวั่นกล่าวต่อ “หากไม่ใช่เพราะคุณชายใหญ่ซือคงทุเรศ เช่นนั้นเขาก็เป็นคนที่ดีทีเดียว ดีจนไม่อยากเกี่ยวดองกับเจ้า ไม่มี ทางสมรู้ร่วมคิดกับเจ้า เจ้าไม่ชอบที่ตนไม่อาจควบคุมเขา จึงถอน การแต่งงานไปชอบคุณชายรอง หมาหัวเน่าอย่างซือคงอวิ๋น ให้ หญิงงามสุดเย้ายวนกับเขาสักสองสามคนก็สามารถหลงระเริงใน กามราคะ เจ้าควบคุมเขาได้ง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือเลยใช่หรือไม่? เป็นอย่างไร? ข้าเดาไม่ผิดกระมัง?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างเฉยเมย “เรื่องอันใดของเจ้า? แทนที่ เจ้าจะคิดเรื่องคนอื่น ไม่สู้คิดว่าจะรักษาชีวิตตนไว้อย่างไรจะดีกว่า หรือ อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้าจริงๆ!”
หากเจ้ากล้าฆ่าจะมามัวพูดมากอยู่ไย? อวี๋หวั่นสองตามองฟ้า
สตรีศักดิ์สิทธิ์เดินไปที่ประตูอีกครั้ง คราวนี้อวี๋หวั่นไม่ได้ตาม นางไป
นึกไม่ถึงว่านางเดินไปได้สองสามก้าวก็หยุดลง ไม่รู้ว่านาง กล่าวกับอวี๋หวั่นหรือตนเอง “บุรุษทุกคนในโลกล้วนตํ่าช้าเหมือน กันหมด!”
“ผู้ใดกล่าวเช่นนั้น” อวี๋หวั่นโต้กลับ บุรุษรอบตัวเธอส่วนใหญ่
เป็นสามีที่ดี มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ต่อภรรยาไม่เป็นอื่น เยี่ยน จิ่วเฉาก็เป็นหนึ่งในนั้น แน่นอนว่าบิดาของเธอกับพ่อสามีทั้งสอง และลุงใหญ่ก็ไม่ต่างกัน แม้แต่ท่านปู่หนิวตั้นก็มีความรักอย่างลึก ซึ้งกับฮูหยินผู้เฒ่า ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยมีอนุภรรยา
บิดาของสตรีศักดิ์สิทธิ์เป็นหลานเจียวที่แย่งไปจากมือพี่สาว ของนาง สตรีศักดิ์สิทธิ์จึงไม่เชื่อในความจริงใจของบุรุษ ยามนี้ก็ เช่นกัน
บนโลกนี้ไม่มีแมวที่ไม่ขโมยกิน และไม่มีบุรุษใดที่ไม่เปลี่ยนใจ
สิ่งที่เรียกว่าการแต่งงาน ไม่มีสิ่งใดมากไปกว่าการชั่งนํ้าหนัก ข้อได้ข้อเสียระหว่างสองตระกูล
สตรีศักดิ์สิทธิ์เข้าใจความจริงข้อนี้ตั้งแต่นางยังเด็ก ซือคงอ วิ๋นจะเป็นสามีเช่นไรนางไม่ได้สนใจ ทั้งหมดที่นางต้องการคือ อำนาจของสกุลซือคง
แต่… ไม่รู้ว่าเพราะไม่อาจทนมองอวี๋หวั่นจมอยู่ในบ่อนํ้าผึ้ง หรือไม่ สตรีศักดิ์สิทธิ์เดินมาหาเธออย่างเย็นชา “เจ้าไม่เชื่อ เจ้าก็ โง่ อีกไม่นานเจ้าก็จะรู้ว่าสามีที่รักของเจ้าเป็นบุรุษเช่นไร”
“เขาเป็นบุรุษเช่นไร จำเป็นต้องให้เจ้าบอกหรือ?” อวี๋หวั่นไม่ สนใจ เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
จับเธอเป็นตัวประกัน เธอยอมรับ แต่หากจะยั่วยุให้เธอแตก คอกับเยี่ยนจิ่วเฉา ไม่มีทาง!
อวี๋หวั่นปิดประตูปัง!
สตรีศักดิ์สิทธิ์ขมวดคิ้ว นิ้วภายใต้แขนเสื้อกว้างบีบกันแน่น อย่างไม่อาจอดกลั้น
ท่าทางโง่เขลาของอวี๋หวั่น ดูขัดหูขัดตาสตรีศักดิ์สิทธิ์อยู่บ้าง ทว่าแม้แต่สตรีศักดิ์สิทธิ์เองก็ไม่อาจบอกได้ว่าเพราะเหตุใด
สตรีศักดิ์สิทธิ์กลับมากะทันหัน เพราะทำบางอย่างตกไว้ใน ห้องซือคงอวิ๋น แต่สิ่งนี้อาจทำให้ซือคงอวิ๋นสุขสมกับสาวใช้ สตรี ศักดิ์สิทธิ์รู้สึกว่าผ้าเช็ดหน้าของนางสกปรกแล้ว ไม่คิดจะนำกลับ มาอีกแม้แต่น้อย
หลังจากเข้าไปในวิหารสตรีศักดิ์สิทธิ์ ทูตศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งเข้า มาต้อนรับ “สตรีศักดิ์สิทธิ์ สืบได้ความแล้ว คนพวกนั้นเป็นผู้ช่วย ที่ผู้นำตระกูลหลานชิ่นเชิญมา พวกเขาอยู่จวนทางตะวันออกของ เมือง ผู้นำตระกูลถูกพาตัวไปขังไว้ที่นั่นเช่นกัน ท่านว่า เราไป สังหารกลางคืนเลยดีหรือไม่?”
วิหารแห่งนี้มียอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุด หากรวมกับคนของ สกุลหลาน ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่อาจจับพวกเขาทั้งหมดได้ในคราว เดียว
เดิมทีสตรีศักดิ์สิทธิ์คิดจะเดินทางไปสังหารถึงที่ แต่เมื่อในหัว เห็นภาพงี่เง่าของอวี๋หวั่นก็เปลี่ยนความคิดทันที “หลานเม่ยอยู่ที่ ใด?”
ทันทีที่สิ้นเสียง สตรีชุดแดงก็บินออกมา กลางคืนหนาวลม เย็น ทว่านางกลับสวมเพียงผ้าโปร่งบางเบา เผยให้เห็นเส้นโค้งเว้า
ทรงเสน่ห์น่าหลงใหล ทันทีที่นางปรากฏตัว ทูตศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็น สตรีด้วยกันยังรู้สึกใจเต้น
หลานเม่ย คนเป็นดั่งชื่อตัว ชํ่าชองวิชาเสน่ห์ เป็นคนสนิทของ สตรีศักดิ์สิทธิ์ที่ชวนให้ผู้คนหวาดกลัวที่สุด ใต้หล้านี้ไม่มีผู้ใด สามารถต้านทานวิชาเสน่ห์ของนางได้
หลานเม่ยเป็นคนสนิทมือหนึ่งของสตรีศักดิ์สิทธิ์ ย่อมไม่ใช้ วิชาเสน่ห์กับนาง นางเหาะลงมาตรงหน้าสตรีศักดิ์สิทธิ์ คำนับด้วย ความเคารพ “เม่ยเอ๋อร์คารวะท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์”
กระทั่งเสียงก็ราวกับเสียงจากสวรรค์ สยิวไปถึงกระดูก
สตรีศักดิ์สิทธิ์มองนางอย่างเฉยเมย “เจ้ามีภารกิจใหม่”
…
ทิศตะวันออกของเมือง ทุกครอบครัวต่างพักผ่อนแล้ว มีเพียง เรือนของคนสกุลหลานที่ยังเปิดไฟสว่าง
หลานเจียวถูกอิ่งสือซันมัดเงื่อนอย่างแน่นหนาโยนเข้าไปใน โรงเก็บฟืน นางหลานทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากคนสองสาม คน เมื่อได้ยินว่าอวี๋หวั่นถูกสตรีศักดิ์สิทธิ์จับไป สีหน้านางพลัน หม่นหมอง
“มีอย่างที่ใดกัน! กระทั่งสตรีที่ไม่มีวรยุทธ์ก็ไม่เว้น! ช่างสร้าง ความอับอายแก่ตระกูลหลานยิ่งนัก!”
นางหลานมองหลานเจียวที่ถูกมัดเงื่อน อยากพุ่งไปฉีกหน้า นางแทบทนไม่ไหว!
แย่งพี่เขยของนางไม่พอ ทำร้ายครอบครัวของนางไม่พอ ยัง ทำร้ายอาหวั่นของนาง สตรีเช่นนี้ยังมีหน้าอยู่บนโลก?
“ท่านยายหลานโปรดระงับโทสะ เรื่องอาหวั่นพวกเราจะหา ทางเอง ท่านอย่าได้โกรธจนส่งผลต่อร่างกาย”
ชิงเหยียนเกลี้ยกล่อมอย่างแผ่วเบา
หลานเจียวมองนางหลานด้วยสายตาดูถูกดูแคลน
“ที่แท้ก็เป็นผู้ช่วยที่เจ้าเชิญมา เจ้านี่ทุ่มเทเสียจริง แต่จะมี ประโยชน์อันใด? เจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะสู้กับบุตรสาวข้าและสู้กับ สกุลซือคงได้อย่างนั้นหรือ?”
ระหว่างทางมาที่นี่หลานเจียวกังวลไม่น้อย แต่ในไม่ช้าก็เบาใจ ลง ชายสวมหน้ากากผู้นั้นดูเหมือนไม่สนใจว่าสตรีตัวเหม็นนั่นจะ เป็นตายอย่างไร
แต่แท้จริงลึกๆ กลับห่วงนางยิ่งกว่าใคร ตราบใดที่สตรีตัว เหม็นยังอยู่ในกำมือของสตรีศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไร นาง!
เมื่อเอ่ยถึงสตรีศักดิ์สิทธิ์และสกุลซือคง นางหลานก็รู้สึกฉุน เล็กน้อย
“เจ้าลืมคำสั่งสอนของบรรพบุรุษสกุลซือคงไปแล้วหรือ? กลับ จะแต่งงานกับสกุลซือคงแล้ว!”
บทที่ 399.2 พี่จิ่วออกโรง สังหารรอบทิศ (2)
สตรีศักดิ์สิทธิ์ทุกรุ่นต้องรับตำแหน่งผู้นำตระกูลหลาน และ ผู้นำตระกูลหลาน หากฝ่ายชายไม่แต่งเข้าตระกูลจะไม่แต่งเด็ด ขาด! แค่คิดก็รู้ว่าซือคงอวิ๋น คุณชายรองแห่งสกุลซือคงไม่มีทาง กลายมาเป็นบุตรเขยที่แต่งเข้าสกุลหลาน
เช่นนี้ คำสอนของบรรพบุรุษมาถึงสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็นับว่ากลาย เป็นเพียงคำพูดไร้นํ้าหนัก
หลานเจียวกลอกตากล่าวว่า “เรื่องอันใดของเจ้า? เจ้ายังคิด ว่าเจ้าเป็นผู้นำตระกูลหลานอยู่หรือ?”
“เจ้า…” นางหลานยกมือขึ้นด้วยความโกรธกำลังจะตบหน้า นาง
หลานเจียวยิ้มอย่างเย็นชา “อย่าลืมว่าเด็กนั่นยังอยู่ในมือของ สตรีศักดิ์สิทธิ์ เจ้าทำกับข้าอย่างไร สตรีศักดิ์สิทธิ์จะคืนให้เด็กนั่น สองเท่า พวกเจ้าก็ลองทำอะไรข้าดูสิ”
“ได้ เช่นนั้นก็ตามที่เจ้าต้องการ” เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยอย่างไม่รู้ ร้อนรู้หนาว
ไม่ทันที่หลานเจียวจะตอบสนองว่าประโยคนั้นหมายความว่า อย่างไร เยี่ยนจิ่วเฉาขยับปลายนิ้ว ทำลายจุดตันเถียนของนาง ทำให้นางสูญเสียวรยุทธ์ทั้งหมด
“…!!!” หลานเจียวราวกับถูกฟ้าผ่า นี่เป็นคนบ้าอันใด?!!
หากเยี่ยนจิ่วเฉาถูกข่มขู่ เช่นนั้นก็ไม่ใช่เยี่ยนจิ่วเฉาแล้ว
เยี่ยนจิ่วเฉาเดินกลับห้องไปอย่างเฉยชา
ได้ปลดปล่อยอารมณ์ไปคำหนึ่ง นางหลานก็รู้สึกสบายขึ้นมาก แล้ว
คืนนี้เยี่ยนจิ่วเฉาไม่ได้บอกเล่าแผนการของเขา ทุกคนคาดว่า เขากำลังรอให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ลงมือ แต่สตรีศักดิ์สิทธิ์จะหาที่ซ่อน ของพวกเขาได้เร็วถึงเพียงนี้ และจะลงมือจริงหรือ?
ก่อนครึ่งคืนคลื่นสงัดลมสงบ หลังผ่านค่อนคืน ภายในเรือน เกิดกลุ่มไอสังหารขนาดใหญ่พวยพุ่งไปทั่วทุกทิศทาง อิ่งสือซัน และอิ่งสือลิ่วที่เฝ้าอยู่ในลานชักดาบออกมา เข้าปะทะกับบุรุษชุด ดำหลายสิบคนที่กระโดดลงมาในลาน
ชิงเหยียนและเยว่โกวก็พุ่งออกไป
นักฆ่ากลุ่มนี้ ไม่เพียงแต่มีจำนวนมากเท่านั้น แต่ฝีมือยัง แข็งแกร่ง และเล่นสกปรก ไม่ช้าหลายคนก็ไม่อาจรับมือไหว
ซิวหลัวล่าถอยเพื่อรักษาบาดแผล ไม่อาจต่อสู้
เยี่ยนจิ่วเฉาส่งหนูน้อยทั้งสามที่กำลังหลับใหลให้กับอาเว่ย พลันสวมหน้ากากเขี้ยวแล้วเหาะเหินออกจากห้องไป
ฝีมือของเยี่ยนจิ่วเฉาแน่นอนว่ามือสังหารใดก็ไม่อาจเทียบ เทียม แต่ในชั่วพริบตา สถานการณ์กลับพลิกผัน เมื่อเห็นบุรุษชุด
ดำค่อยๆ ถอยออกไป ทันใดนั้นบุรุษชุดดำก็คว้าตัวอิ่งลิ่ว ลักพาตัว ไปโดยไม่มีโอกาสได้อธิบาย!
ดวงตาของอิ่งสือซันเย็นเยียบลงทันใด “อิ่งลิ่ว!”
เยี่ยนจิ่วเฉาเหาะตามไป
คนผู้นั้นดูเหมือนจะเข้าใจว่าฝีมือของเขาไม่ดีเท่าเยี่ยนจิ่วเฉา แทนที่จะเผชิญหน้ากับเยี่ยนจิ่วเฉา กลับล่อให้เยี่ยนจิ่วเฉาเข้าไป ในป่า
ทันทีที่เยี่ยนจิ่วเฉาเข้าไปในป่าก็พบกับดักและการซุ่มโจมตี ทว่านั่นไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาบาดเจ็บ เขาทำลายมันได้อย่าง ง่ายดาย และบีบให้บุรุษชุดดำเข้าไปจนมุมที่ยอดเขาหิน บุรุษชุดดำ หมดหนทางให้ถอยหนี ถูกเยี่ยนจิ่วเฉาตัดคอขาด
อิ่งลิ่วตกลงมาอย่างแรง ใช้มือจับกุมคอ หอบหายใจเฮือกใหญ่
“อิ่งลิ่ว! คุณชาย! พวกท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” อิ่งสือซันไล่ ตามมา
“ข้า…ข้าไม่เป็นไร…” อิ่งลิ่วยกมือขึ้นยันกำแพงหิน เมื่อครู่ ถูกบีบคอแน่นเกินไป ยามนี้เท้าทั้งสองยังอ่อนแรง
อิ่งสือซันเข้าไปจับตัวพยุงเขาขึ้นมา
ทั้งสามคนกำลังจะกลับจวน ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงกู่ฉินดังมาจาก ป่าลึกที่ไกลๆ
เสียงนั้นยามได้ยินครั้งแรกราวกับสายลมเย็น เมื่อฟังอีกครั้ง
ก็ช่างไพเราะจับใจ เบาๆ นุ่มๆ พันธนาการจนสุดหัวใจคน
“นี่มัน…” อิ่งลิ่วอ้าปาก ร่างกายที่ถูกอิ่งสือซันพยุงขึ้นมาได้ใน ที่สุด กลับอ่อนยวบลงไปอีกครั้ง ดวงตาของเขาเริ่มสูญเสียการ มองเห็นระยะไกล
“แย่แล้ว วิชาเสน่ห์! อย่ามองตานาง!” อิ่งสือซันยกมือขึ้นปิด ตาอิ่งลิ่ว แต่พบว่าตนเองอ่อนแรงเกินไป เขากอดอิ่งลิ่วไว้ในมือ ข้างหนึ่ง มืออีกข้างก็จับดาบพยุงตนเอง
เยี่ยนจิ่วเฉามองไปยังทิศของเสียงกู่ฉินโดยไม่ละสายตา สะบัดแขนเสื้อ ใช้กำลังภายในทำให้อิ่งสือซันและอิ่งลิ่วสลบไป
เสียงกู่ฉินเข้ามาใกล้มากขึ้น สตรีผู้เล่นกู่ฉินค่อยๆ เข้ามาใน สายตาของเยี่ยนจิ่วเฉา
นางสวมชุดหยกด้ายทอง เรือนร่างผอมเพรียว มัดผมมวยมี เสน่ห์เย้ายวน ประทินโฉมใบหน้าสีแดง สวมผ้าคลุมหน้าพู่ประดับ สีทองที่แทบไม่ได้ปิดบังใบหน้า ดวงตาพร่างพราวทั้งสองทอด สายตาหยาดเยิ้ม
นางไม่ก้าวเดิน ลอยตกลงกลางป่าด้วยสองเท้าเปล่า ราวกับ มนต์เสน่ห์ใต้แสงจันทร์
นางหยุดเล่นกู่ฉิน และใช้กำลังภายในส่งกู่ฉินไปที่ต้นไม้ใหญ่
นางเดินเข้าไปหาเยี่ยนจิ่วเฉาอย่างไม่ละสายตา
เมื่อครู่นางเพียงบรรเลงเสียงกู่ฉินเท่านั้น ยังไม่ได้มองพวก
เขาสองคน แต่แล้วอย่างไร? พวกเขาก็ติดกับอยู่ดี
บุรุษผู้นี้น่ะหรือ สตรีศักดิ์สิทธิ์บอกว่าเขามีกำลังภายในที่ ลึกลํ้า ยากจะจัดการ
หลานเม่ยใช้ความสามารถสูงสุด มองเยี่ยนจิ่วเฉาพร้อมกับ รอยยิ้มเริงร่า
ในโลกนี้มีหญิงงามอยู่ไม่น้อย ทว่างดงามเท่าหลานเม่ยนั้นหา ได้น้อยนัก นางเหมือนดอกฝิ่นที่ผลิบานอย่างช้าๆ ในคํ่าคืนที่มืด มิด รอยยิ้มเพียงครั้งเดียวก็ทำให้คนตราตรึง
เยี่ยนจิ่วเฉาหยุดนิ่งอยู่กับที่
เขาสวมหน้ากากไว้ หลานเม่ยมองสีหน้าของเขาไม่ชัดเจนนัก แต่ก็ไม่ยากที่จะสัมผัสว่าไอสังหารบนตัวเขากำลังจางหายไปทีละ นิด
แน่นอนว่าในโลกนี้ไม่มีแมวตัวใดที่ไม่ขโมยกินและไม่มีบุรุษใด ไม่เจ้าชู้
เท้างามดุจหยกอันบอบบางของหลานเม่ยเหยียบลงบนพื้น หญ้าอ่อนนุ่มทีละก้าว สายลมยามคํ่าคืนพัดผ่านเสื้อผ้าและ เส้นผมของนาง รอยยิ้มของนางยิ่งพราวเสน่ห์ทำให้คนหวั่นไหว
“คุณชาย~” นางเกี่ยวกวักนิ้วให้เยี่ยนจิ่วเฉา
เยี่ยนจิ่วเฉาค่อยๆ ยื่นมือไปหานาง
รอยยิ้มแห่งชัยชนะพาดผ่านดวงตาของหลานเม่ย นี่ไม่ใช่
เหยื่อติดเบ็ดแล้วหรือ?
ข้อมือขาวนวลของหลานเม่ยยกขึ้นเบาๆ ไปจับมือของเยี่ยนจิ่ว เฉา แต่กลับพบว่ามือนั้นหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมาราวกับ เล่นกล จากนั้นก็บีบคอของนาง
หลานเม่ยหยุดหายใจ ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา
นางอยู่ใกล้มากจนสามารถมองเห็นดวงตาคู่หนึ่งภายใต้ หน้ากาก มันเย็นชาและตื่นรู้ ไหนละร่องรอยของความลุ่มหลง?
“ไม่…เป็นไปไม่ได้…”
นางฝึกฝนวิชาเสน่ห์มาหลายปี ไม่เคยพลาด!
นางมีช่องโหว่ที่ใดหรือ? หรือแท้จริงแล้วเขาเป็นผีไม่ใช่คนกัน แน่?!
แล้วยังบีบคอนางผ่านผ้าเช็ดหน้า เขาคิดว่านางสกปรกอย่าง นั้นหรือ?!
หลานเม่ยที่ตระหนักถึงจุดนี้ก็พลันรู้สึกยํ่าแย่
ที่ยิ่งเลวร้ายกว่านั้นคือ กระทั่งคำพูดขอความเมตตาสัก ประโยคก็ไม่ทันเอ่ย กลับถูกอีกฝ่ายบีบคอจนตาย
ผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนเมื่อครู่ เยี่ยนจิ่วเฉาก็ไม่ต้องการอีกแล้ว สตรีที่เคยถูกสัมผัสมาก่อน เขาไม่ต้องการ!
บนเนินเขาห่างออกไปสามหลี่ สตรีศักดิ์สิทธิ์ทอดสายตามอง จ้องเขม็ง
ทันใดนั้นเงาดำร่างหนึ่งก็ตกลงมาเบื้องหลัง พลันคุกเข่าข้าง หนึ่งคำนับนาง “เรียนท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์ ภารกิจล้มเหลว หลาน เม่ย…ตายแล้ว”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กำมือเปล่าแน่น มุ่นคิ้วหันกลับมา “ล้มเหลวได้ อย่างไร? นางลงมือไม่ทันหรือ?”
“ลงมือแล้ว แต่ก็ล้มเหลว” บุรุษชุดดำก้มหน้ากล่าว นี่เป็น ตอนจบที่ไม่มีใครคาดคิด ด้วยฝีมือของหลานเม่ย อย่าว่าแต่คน ธรรมดา ต่อให้เป็นคนโง่ คนบ้า ยอดฝีมือไร้เทียมทาน หรือผู้นำ ตระกูลซือคง ล้วนไม่อาจต้านทานวิชาเสน่ห์ของนางได้ ทว่าบุรุษผู้ นี้ตั้งแต่ต้นจนจบกลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
หากไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ก็ไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง!
‘บุรุษทุกคนในโลกล้วนตํ่าช้าเหมือนกันหมด!’
‘ผู้ใดกล่าวเช่นนั้น’
ในหัวของสตรีศักดิ์สิทธิ์ฉายภาพยามที่ตนเผชิญหน้ากับอวี๋ หวั่น นางหลับตาลงระงับโทสะที่คุกรุ่นในใจ
“สตรีศักดิ์สิทธิ์ระวัง!”
เพียงชั่วครู่ เยี่ยนจิ่วเฉาก็ไล่ตามมา บุรุษชุดดำจึงเข้าใจ ด้วย ความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย เหตุใดถึงไม่สังเกตเห็นเขา เขาก็คิดว่า ตนเองหลบดีแล้ว ที่แท้อีกฝ่ายกลับพบตัวเขาตั้งแต่แรก เพียงแต่ รอตกปลาใหญ่ ให้ตนพาเขาไปหาสตรีศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
น่าเสียดาย เสียใจทีหลังก็สายไปแล้ว
ฝ่ามือไร้ปรานีของเยี่ยนจิ่วเฉาเห็นได้ชัดว่าต้องการปลิดชีวิต สตรีศักดิ์สิทธิ์!
ต่อให้เขารวมพลังกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อาจหยุดยั้งได้!
“ภักดีต่อสตรีศักดิ์สิทธิ์ แม้ตายไม่ลังเล!” บุรุษชุดดำกัดฟัน เหาะขึ้นไป กดพลังภายในทั้งหมดไว้ที่จุดตันเถียน ระเบิดตัวเอง เสียงดังสนั่น
พลังของการระเบิดนี้ยิ่งใหญ่มาก
บุรุษชุดดำกอดความมุ่งมั่นที่จะตายไปกับเยี่ยนจิ่วเฉา
ทว่าเยี่ยนจิ่วเฉากลับไม่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงหน้ากากเขี้ยว บนใบหน้าของเขาแตกออก
สตรีศักดิ์สิทธิ์ใช้วิชาตัวเบาเหาะหนีไปในขณะที่บุรุษชุดดำ กำลังหยุดยั้งเยี่ยนจิ่วเฉา วินาทีที่บุรุษชุดดำระเบิดตัวเอง นางหัน กลับมามองกลางอากาศ
สวมหน้ากากเช่นนั้น ควรจะเป็นใบหน้าที่น่าเกลียด แต่ไหน เลยคนราวกับหยก บุรุษผู้มีคนเดียวในโลกไม่มีสอง
…คนผู้นี้ควรมีอยู่เพียงบนสวรรค์