หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 400.1 ชีวิตสุขสบายของหวั่นอ้วน (1)
หลังจากที่สตรีศักดิ์สิทธิ์กลับไปที่วิหาร ก็ไม่อาจประคองตน กระอักเลือดล้มลงกับพื้น
“สตรีศักดิ์สิทธิ์!”
ทูตศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านทางมารีบผลักประตูเข้าไปพยุงสตรี ศักดิ์สิทธิ์ที่ล้มจมกองเลือดขึ้นมา
อาการของสตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่สู้ดีนัก นางก็กระอักเลือดไม่หยุด
ทูตศักดิ์สิทธิ์ตกใจมาก พาสตรีศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปบนเตียง “สตรี ศักดิ์สิทธิ์ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไป…ไปที่บ่อนํ้าเย็น…” สตรีศักดิ์สิทธิ์พูดด้วยแรงเฮือก สุดท้าย
ทูตศักดิ์สิทธิ์ตอบรับด้วยใบหน้าซีดเผือด อุ้มสตรีศักดิ์สิทธิ์ไป ที่บ่อนํ้าเย็นของวิหาร
เดิมทีสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกเยี่ยนจิ่วเฉาทำร้ายจนบาดเจ็บมาก แล้ว หลังจากซือคงอวิ๋นรักษาบาดแผลให้ นางก็ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ เมื่อครู่…นางเหม่อลอย เส้นลมปราณผกผันเลวร้าย เกือบกลาย เป็นบ้า
“สตรีศักดิ์สิทธิ์…” หลังจากทูตศักดิ์สิทธิ์พาสตรีศักดิ์สิทธิ์ลง ไปในสระนํ้าเย็น ก็คุกเข่าอยู่ข้างสระว่ายนํ้ารอคำสั่ง
สตรีศักดิ์สิทธิ์กุมหัวใจที่เจ็บปวดและเอ่ยว่า “เจ้าถอยไป!”
ทูตศักดิ์สิทธิ์กล่าวด้วยความเป็นห่วง “ท่านเจ็บหนักถึงเพียง นี้ ต้องการให้ข้าน้อยไปแจ้งคุณชายรองหรือไม่?”
“ไม่จำเป็น!” สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างเด็ดขาด “ออกไป!”
“แต่…” ทูตศักดิ์สิทธิ์ยังมีสิ่งที่อยากเอ่ย ทว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ หลับตาลงแล้ว ซึ่งหมายความว่านางได้ตัดสินใจแล้ว
ทูตศักดิ์สิทธิ์อดสงสัยไม่ได้ คุณชายรองซือคงเป็นคู่หมั้นของ สตรีศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกที่สตรีศักดิ์สิทธิ์มีต่อเขา แต่ อย่างไรก็หมั้นหมายแล้ว เมื่อก่อนหากพบปัญหาใดที่แก้ไม่ได้ สตรี ศักดิ์สิทธิ์ก็มักคิดถึงคุณชายรองเป็นคนแรก เหตุการณ์ที่ถูกมือ สังหารสร้างความโกลาหลที่สกุลหลานก็เช่นกัน สตรีศักดิ์สิทธิ์จับ ตัวประกันมา ไม่ได้พาไปสกุลซือคงแล้วหรือ?
เมื่อครู่ที่ออกไปเกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดตนเอ่ยถึงคุณชายรอง สตรีศักดิ์สิทธิ์ถึงดูอารมณ์ไม่ดีนัก?
ทูตศักดิ์สิทธิ์ไม่เข้าใจและไม่คาดหวังว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์จะให้คำ ตอบกับตน จึงถอยออกไปอย่างนบนอบ
ร่างกายส่วนใหญ่ของสตรีศักดิ์สิทธิ์จมอยู่ในสระนํ้าเย็น อาการบาดเจ็บของนางร้ายแรงกว่าที่คิด เดิมทีก็ไม่น่าเป็นถึงขั้นนี้ ทว่านางละเมิดข้อห้ามของผู้ฝึกวรยุทธ์ เสียสมาธิในยามที่ไม่ควร
ในหัวของนางฉายภาพใบหน้าอันงดงามดุจเทพเซียนภายใต้ คืนเดือนหงายอย่างไม่อาจควบคุม กำลังภายในที่ถูกสระนํ้าเย็น
สะกดลงไปในที่สุด กลับไหลย้อนสู่เส้นเลือดดังเดิม นางพลัน กระอักเลือดสลบไปในบ่อนํ้าเย็น
…
อวี๋หวั่นใช้เวลาสองวันอยู่ในจวนซือคงอย่างน่าเบื่อหน่ายยิ่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอออกไปเดินเตร่กลางคํ่าคืนไม่หลับไม่นอน นำ มาซึ่งความระแวดระวังของสตรีศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ นางถูกย้ายไปอยู่ ห้องที่ห่างไกลที่สุด ที่นั่นห่างจากห้องของซือคงอวิ๋นถึงสิบเจ็ดสิบ แปดกำแพง เป็นไปไม่ได้ที่จะพบกันโดยบังเอิญอีก
“สตรีศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้า กังวลว่าคุณชายรองจะหลงใหล ความงามไร้ผู้ใดเทียมของฮูหยินเช่นข้าหรือ?” ขณะที่นอน อาบแดดอยู่บนเก้าอี้หวายในเรือน อวี๋หวั่นถามฮวาจือด้วยความ สงสัยใคร่รู้ ในตอนท้าย ก็ไม่ลืมเอ่ยถึง ‘ส้ม’
ภายนอกฮวาจือเป็นสาวใช้ของซือคงอวิ๋น ทว่าแท้จริงแล้ว เป็นคนสนิทของสตรีศักดิ์สิทธิ์ ที่คอยตรวจสอบความเคลื่อนไหว ของซือคงอวิ๋น ยามนี้กลับมีหน้าที่ดูแลรับใช้อวี๋หวั่น
ฮวาจือปอกส้มไปพลาง เหลือบมองสตรีอ้วนที่นอนอยู่บน เก้าอี้หวายไปพลาง เพิ่งผ่านมาสองวัน นางจำไม่ผิดกระมัง? ใบหน้าก็กลมขึ้นกว่าเดิม อ้วนท้วนเช่นนี้ กล้าดีอย่างไรบอกว่าตน งดงามไร้ผู้ใดเทียม?
ไม่ส่องกระจกดูบ้างหรือ?!
อวี๋หวั่นนอนเอนกายอาบแดดบนเก้าอี้หวายอย่างสบายๆ
มิน่าละ ท่านยายอวิ๋นเฟยถึงทำเช่นนี้เวลาไม่มีอะไรทำ ช่างสุข สบายยิ่งนัก
อวี๋หวั่นยื่นมืออวบอ้วนให้ฮวาจือ
ฮวาจือมองมือเล็กขาวนวลผุดผ่อง รู้สึกว่ามือของทารกก็ไม่ ต่างไปมากกว่านี้แล้ว นางมุมปากกระตุก วางส้มที่ปอกแล้วลงใน มือของอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นแม้มองยังไม่มอง พลันฉีกส้มกลีบหนึ่งใส่ปาก “อย่า หยุดสิ ปอกต่อไป”
ปากของฮวาจือแทบชักกระตุก เจ้าเป็นตัวประกัน จะทำตัวให้ เหมือนตัวประกันหน่อยได้หรือไม่? คนที่รู้ก็บอกว่าเป็นตัวประกัน แต่คนที่ไม่รู้คงมองว่าเป็นบุตรีจวนซือคงเลยกระมัง!
ฮวาจือหงุดหงิดเหลือทน “ข้าขอพูดตามตรง เจ้าไม่กลัวว่าข้า จะวางยาพิษเจ้าหรือ?”
“ไป๋หลี่เซียงน่ะรึ?” อวี๋หวั่นหันไปถาม
“ไป๋หลี่เซียงอันใด?” ฮวาจือไม่เคยได้ยินมาก่อน
“โอ้” อวี๋หวั่นนอนกลับไปอย่างเกียจคร้าน ตราบใดที่ไม่ใช่ไป๋ หลี่เซียง สัตว์พิษตัวน้อยล้วนแก้พิษได้
ว่าไปแล้ว หลังจากสัตว์พิษตัวน้อยถูกซือคงฉางเฟิงพาตัวไป ก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย คงไม่ได้หิวจนผอมโซแล้วกระมัง?
ซือคงฉางเฟิงดูไม่เหมือนคนชั่วร้าย แต่ใครทำให้สัตว์พิษตัว
น้อยมีความรักใคร่ต่อเธอลึกซึ้งดั่งมหาสมุทร หากไม่ได้พบเจ้านาย คนนี้ มันกินสิ่งใดไม่ลงเป็นแน่
ณ เรือนซือคงฉางเฟิง
เด็กรับใช้ล้มลุกคลุกคลานเข้ามาในห้องหนังสือของซือคงฉาง เฟิง “แย่ แย่ แย่แล้ว!”
“มีเรื่องอันใด?” มือที่กำลังวาดภาพของซือคงฉางเฟิงชะงัก
เด็กรับใช้กล่าวอย่างทุกข์ทรมานขมขื่น “ทารกสัตว์พิษตัว นั้น!”
“มันเป็นอย่างไร?” ซือคงฉางเฟิงถาม
“มันกินหมดอีกแล้ว!” เจ้าตัวเล็กนั่นตั้งแต่เกิดมาไม่ได้กิน อะไรเลยหรือ? ไยถึงกินได้เช่นนี้? อาหารของราชันหมื่นสัตว์พิษถูก มันแย่งกินจนมด!
“กิน กินหมดอีกแล้วสินะ” ซือคงฉางเฟิงกระแอมเบาๆ “เช่น นั้นก็กินเก่งนิดหน่อย…”
กินเก่ง? เป็นกู่หิวตายกลับชาติมาเกิดเสียมากกว่า!!!
เด็กรับใช้บ่นว่า “หากเป็นเช่นนี้ต่อไป จะไม่มีอาหารเลี้ยงแล้ว”
ซือคงฉางเฟิงวางพู่กันลง “ข้า…จะไปที่เขาหมิงซานอีกครั้ง จับหนอนกู่กลับมาสักหน่อย”
เอ่ยจบ เขาก็ลุกขึ้นเดินออกไป เพียงขาข้างหนึ่งก้าวข้ามธรณี ประตู เขาก็กระแอมในลำคอและถามเด็กรับใช้ว่า “เมื่อเช้ามันกิน
ไปเท่าใด?”
เด็กรับใช้ทำมือแสดงจำนวนด้วยสีหน้าว่างเปล่า
ซือคงฉางเฟิงรู้สึกเพียงหน้ามืด เอามือกดกุมหน้าผาก
…
อวี๋หวั่นนั่งหดหู่ใจหายเรื่องสัตว์พิษตัวน้อยอยู่บนเก้าอี้หวาย ครู่หนึ่ง หันกลับมาก็ง่วงนอนเสียแล้ว เธอหลับตาเอ่ยอย่างแผ่ว เบา “ผ้าห่ม เอาหนากว่านี้สักหน่อย”
ฮวาจือหัวเราะเยาะ “เจ้าไม่คิดว่าตนเองเป็นคนนอกจริงๆ”
อวี๋หวั่นพูดอย่างเมินเฉย “เช่นนั้นก็ให้นายเจ้าปล่อยข้าไป หรือ ไม่เจ้าก็ดูแลรับใช้ข้าให้ดี มัวพูดพล่ามอันใด?”
ฮวาจือโกรธแทบหงายหลัง!
ฮวาจือเข้าไปนำผ้าห่มในห้องมาให้อวี๋หวั่น เมื่อนางกลับมาก็ พบกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ปรากฏตัวออกมาถึงสองวัน นางรีบ คุกเข่าคำนับ “ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์”
อวี๋หวั่นได้ยินเสียงของนางก็ไม่ได้ลืมตาขึ้น
ฮวาจือมองไปที่สตรีศักดิ์สิทธิ์ และมองไปยังอวี๋หวั่น ขณะที่ ลังเลว่าจะนำผ้าห่มไปคลุมให้ดีหรือไม่ ก็ได้ยินอวี๋หวั่นเอ่ยเบาๆ “มัว ทำอะไรอยู่? คนที่หนาวไม่ใช่เจ้าใช่หรือไม่?”
ฮวาจือเดินไปข้างหน้า นำผ้าห่มมาคลุมให้อวี๋หวั่น
สตรีศักดิ์สิทธิ์ทำมือให้นางถอยไป ฮวาจือเข้าใจพลันเดินออก
จากเรือน
อวี๋หวั่นยังคงหลับตาสงบนิ่ง ผ่านไปครู่หนึ่งยังรู้สึกว่าสตรี ศักดิ์สิทธิ์ยังอยู่ข้างๆ พลันรู้สึกอึดอัด เธอลืมตามองสตรีศักดิ์สิทธิ์ ปราดหนึ่ง “มีเรื่องอันใด?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กวาดมองอาหารบนโต๊ะ และแก้มที่เต็มไปด้วย เนื้อของเธอ ไม่รู้เหตุใด จู่ๆ ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย นางเมิน หน้าหนีและกล่าวว่า “เอาแต่กินทั้งวัน จนอ้วนเช่นนี้แล้ว”
เดิมทีอวี๋หวั่นคิดจะตอบกลับไปว่า ‘ข้าไปกินข้าวบ้านเจ้า หรือ ดื่มนํ้าแกงบ้านเจ้ารึ’ เมื่อคำพูดถึงริมฝีปาก ก็นึกได้ว่าตนกินข้าว ดื่มนํ้าแกงบ้านว่าที่สามีของนางในอนาคตจริงๆ พลันหมดความ มั่นใจ กระแอมและพึมพำว่า “ข้าอ้วนข้ามีความสุข! เจ้ามายุ่งอัน ใด?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างเย็นชา “ฮึ เจ้าไม่กลัวว่าเจ้ากินจน อ้วนเช่นนี้แล้วสามีจะไม่โปรดปรานเจ้าหรือ?”
อวี๋หวั่นตอบกลับทันควัน “สามีข้าไม่มีทางไม่ชอบข้า ต่อให้ข้า จะอ้วนเป็นลูกกลมๆ แต่ก็เป็นลูกที่สวยที่สุดในสายตาของเขา!”
สตรีศักดิ์สิทธิ์หน้าแดง “ไร้ยางอาย!”
อวี๋หวั่นมองนางด้วยหางตา กล่าวด้วยอารมณ์ไม่ดีนัก “ข้าพูด ความจริง! สามีและข้าผ่านเรื่องทุกข์ยากมาด้วยกันมากมาย ไย เขาจะสนใจว่าข้าจะเปลี่ยนไปเป็นเช่นไร?”
แล้วอีกอย่าง เขาก็มีความสุขที่เธอกิน!
อ๋องเผ่าปีศาจตัวปลอม คุณชายตัวจริงที่สูญเสียความทรงจำ สิ่งที่ต้องทำทุกวันคือวัดรอบเอวของอวี๋หวั่น หากผอมลงนิ้วหนึ่ง เขาจะไล่พ่อครัวออก
สตรีศักดิ์สิทธิ์เชิดคาง
“ไร้สาระ จะมีบุรุษในโลกที่ไม่สนใจรูปลักษณ์ของสตรีได้ อย่างไร?”
“ไม่เชื่อก็ช่าง!” อวี๋หวั่นคร้านจะเถียงกับนาง เดินคนละทาง ยากจะเห็นพ้อง มีคนบางคนนางไม่เคยพบ และก็มีคำบางคำที่นาง ไม่มีทางเชื่อ
สตรีศักดิ์สิทธิ์จะไม่เชื่อจริงๆ หรือ?
หากเป็นก่อนหน้าที่หลานเม่ยทำพลาด คำตอบของสตรี ศักดิ์สิทธิ์คือใช่โดยไม่ต้องคิด ทว่ายามนี้นางไม่แน่ใจอีกแล้ว
สตรีศักดิ์สิทธิ์บีบนิ้วและกล่าวว่า
“ในเมื่อเขาเป็นห่วงเจ้ามากถึงเพียงนั้น ไยไม่รีบมาช่วยเจ้า?”
“ไม่สิ ข้าว่าเจ้าแปลกๆ”
อวี๋หวั่นลุกขึ้นนั่งมองสตรีศักดิ์สิทธิ์อย่างฉงนแปลกใจ
“เขาเป็นบุรุษเช่นไรเกี่ยวอันใดกับเจ้า?”
บทที่ 400.2 ชีวิตสุขสบายของหวั่นอ้วน (2)
ลมหายใจของสตรีศักดิ์สิทธิ์หยุดนิ่ง ใบหน้าของนางยังคงไม่ เปลี่ยนแปลง “ข้าแค่กังวลว่าเขาจะไม่มาช่วยเจ้า ไม่พาตนมาติด กับ แล้วข้าจะจับตัวเจ้ามาเสียเปล่า”
อวี๋หวั่นยิ้มจางๆ จับผ้าห่มเอนลงนอน “เขามาก็ไม่มีทาง ทักทายเจ้า พวกเจ้าจับเขาไม่ได้หรอก! หากไม่มีเรื่องใดแล้ว ข้า นอนก่อนละ ที่นี่เป็นบ้านของว่าที่สามีของเจ้า เจ้าก็ทำตัวตาม สบายเถอะ!”
หลังจากนั้นอวี๋หวั่นก็ไม่เอ่ยสิ่งใดกับสตรีศักดิ์สิทธิ์อีก ไม่นานก็ รู้สึกถึงลมหายใจสมํ่าเสมอ
เมื่อเห็นอวี๋หวั่นยังหลับลงในถิ่นศัตรู ความรู้สึกไม่พอใจของ สตรีศักดิ์สิทธิ์ก็กลับมาอีกครั้ง
ไม่ใช่ถูกจับมาหรือ? ไยยังนอนหลับได้อย่างสงบ? แน่ใจหรือว่า บุรุษผู้นั้นจะมาช่วย และจะช่วยได้จริง? ไปนำความมั่นใจและ วางใจเช่นนี้มาจากที่ใดกัน? สตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยสัมผัสความรู้สึก ที่จะมอบความไว้วางใจให้กับใครมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นมารดาบิดา นางก็ไม่อาจพึ่งพาได้อย่างสบายใจ นับประสาอะไรกับบุรุษคนเดียว
แน่นอน ซือคงฉางเฟิงเกิดจากตมทว่าไม่แปดเปื้อน ทว่าไม้ เด่นเกินไพร ลมพัดหักโค่น[1] เป็นคนซื่อตรง ไม่เหมาะกับ ‘โลคใน ยุคไร้ความสงบสุข’ เช่นนี้
ดังนั้นซือคงฉางเฟิงจึงไม่อาจให้ความรู้สึกปลอดภัยกับนางได้ เลย นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นางยอมแพ้กับซือคงฉางเฟิง
“สตรีศักดิ์สิทธิ์” ทูตศักดิ์สิทธิ์ถือเสื้อคลุมเดินทาง “อาการ บาดเจ็บท่านเพิ่งดีขึ้น ต้องรักษาร่างกาย ระวังอย่าให้เป็นหวัด”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กระชับเสื้อผ้าของนาง พลางจ้องมองอวี๋หวั่นที่ กำลังหลับใหลอย่างว่างเปล่า
ทูตศักดิ์สิทธิ์เฝ้าสังเกตนางเป็นเวลาสองวันแล้ว เดาออกว่า นางถูกคู่สามีภรรยาวัยหนุ่มสาวทำให้ไม่อาจสงบใจ ทูตศักดิ์สิทธิ์ กล่าวปลอบใจ “สตรีผู้นี้โง่เขลา ดีเลวไม่อาจแยกแยะ เขาหลอก นางก็ไม่รู้ ในโลกนี้มีบุรุษที่รักเดียวใจเดียวที่ใดกัน? เป็นเพียง ความคิดรักข้างเดียวของนางเท่านั้น ข้าว่า แม้คุณชายรองจะ มัวเมาไปบ้างในบางครั้ง แต่กลับมีใจหลงใหลท่านผู้เดียว”
“หลงใหล” สตรีศักดิ์สิทธิ์หัวเราะเย้ยหยัน
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาพอดี ซือคงอวิ๋นไม่พบสตรีศักดิ์สิทธิ์มาส องวันแล้ว เมื่อครู่ได้ยินว่านางมาที่เรือน ก็ไม่ได้รออยู่ที่ห้อง กลับ ออกมาตามหา
ทูตศักดิ์สิทธิ์ส่งสายตาให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ ดูสิ คุณชายรองยัง ร้อนใจถึงท่าน
“พาคนเข้าไป” สตรีศักดิ์สิทธิ์สั่งอย่างแผ่วเบา
“เจ้าค่ะ” ทูตศักดิ์สิทธิ์พาอวี๋หวั่นที่นอนหลับกลับไปที่ห้อง
ยามที่ซือคงอวิ๋นข้ามประตูแสงจันทร์มาถึงเรือน บนเก้าอี้ หวายก็ไม่มีใครอยู่แล้ว เขารู้ว่าสตรีผู้นั้นอาศัยอยู่ที่นี่ เขาเคยเห็น ด้านหลังจากที่ไกลๆ ครั้งหนึ่ง รูปร่างอวบอ้วน คงไม่ได้งดงามสัก เท่าใด
เขาสาวเท้าเดินไปหาสตรีศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม กว้าง “ไยมาแล้วไม่มาหาข้า? เจ้าคงไม่ได้กังวลว่า ใกล้แต่งงาน แล้ว ไม่ควรพบข้ากระมัง? เจ้าอย่าไปเชื่อคำพวกนั้น!”
สตรีศักดิ์สิทธิ์มองเขาเนือยนิ่ง ดวงตาอ่อนโยนลงกว่าเมื่อ ก่อน “คุณชายรอง”
“หือ?” ซือคงอวิ๋นตกตะลึงงงงวยกับท่าทางอ่อนโยนของนาง แม้ว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์จะไม่เคยใช้วาจารุนแรงกับเขา แต่ก็เย็นชาไม่ อบอุ่นนัก “เจ้า เจ้าเป็นอันใดไป?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์อ้าปาก ลังเลที่จะเอ่ย
“เจ้ามีอะไรจะกล่าว ก็กล่าวมาเถอะ อาการบาดเจ็บกำเริบอีก แล้ว? บ่อนํ้าเย็นใช้การได้ไม่ดีหรือ? ข้าจะไปหาท่านพ่อ ให้เขาหา ท่านหมอแห่งหมิงตูให้เจ้า!” ท่าทีกังวลของซือคงอวิ๋นไม่ใช่สิ่งเส แสร้ง
สตรีศักดิ์สิทธิ์ใจสั่น อาจเพราะอิจฉา หรือเพราะไม่ชอบใจ เหตุ ใดนางถึงไม่มีบุรุษที่รักเดียวใจเดียวบ้าง?
เป็นครั้งแรกที่นางโหยหาความรักของชายหญิง
“คุณชายรอง” สตรีศักดิ์สิทธิ์เอ่ย “ต่อไป เจ้าจะไม่พบเซียงหลิ
งอีกได้หรือไม่?”
เซียงหลิงอนุภรรยาคนโปรดของซือคงอวิ๋น
ซือคงอวิ๋นคิดว่าเขาปกปิดเรื่องเซียงหลิงเป็นอย่างดี นึกไม่ ถึงว่าจะถูกสตรีศักดิ์สิทธิ์จับได้ เขาใบหน้าแดงฉาน เอ่ยด้วยความ รู้สึกผิด “เจ้า…ฟังข้าอธิบายก่อน เซียงหลิงเป็นคนที่ท่านแม่ของ ข้าส่งมา ผู้อาวุโสมอบให้ ยากปฏิเสธ เห็นแก่ท่านแม่ข้าจึงต้อง ดูแลนาง แต่ไม่ต้องห่วง เจ้าจะเป็นคนเดียวในใจข้าตลอดไป!”
“เช่นนั้น ไม่พบเซียงหลิงอีกได้หรือไม่?” สตรีศักดิ์สิทธิ์ใช้นํ้า เสียงต่อรองที่ยากจะพบ
ซือคงอวิ๋นได้รับความโปรดปรานอย่างไม่คาดฝัน วันนี้มันวัน ใดกัน จู่ๆ สตรีศักดิ์สิทธิ์ก็กลับกลายเป็นอ่อนโยน เขา เขา เขาทน ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว…
“ได้สิ!” ซือคงอวิ๋นตัดสินใจรับปาก “หากเจ้าไม่ต้องการให้ข้า พบนาง ข้าก็จะไม่พบ! ข้าจะให้คนส่งนางออกไปจากจวน!”
ซือคงอวิ๋นทำตามที่กล่าว เขาเรียกข้ารับใช้ ตัดใจส่งตัวเซียง หลิงออกจากจวนไปทันที เซียงหลิงเป็นสาวใช้ที่ฮูหยินซือคงส่งมา ให้เขา เพื่อไม่ให้ฮูหยินซือคงเอาผิดกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงไปที่ เรือนฮูหยินซือคง และบอกว่าเซียงหลิงมีสัมพันธ์กับองครักษ์ลับ หลังเขา เขาไม่โกรธและขับพวกเขาออกไปแล้ว
ฮูหยินซือคงไม่ได้เอ่ยสิ่งใด บุตรชายกำลังจะแต่งงาน สาวรับ ใช้ร่วมห้องที่ประพฤติตนไม่เรียบร้อย จะส่งไปก็ไปเถอะ
ซือคงอวิ๋นจัดการเรื่องนี้ได้อย่างสวยงาม ตราบใดที่สตรี ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ตาบอดก็คงเห็นได้ว่าเขาสนใจความรู้สึกนางเพียง ใด
บางทีตนอาจไม่จำเป็นต้องอิจฉาสตรีผู้นั้น แม้ซือคงอวิ๋นจะดู ด้อยกว่าบุรุษผู้นั้น วรยุทธ์ก็ไม่ค่อยดีนัก แต่เขาก็มีชาติกำเนิดที่ดี เกิดมาเป็นบุตรชายสกุลซือคง ต่อให้มีหน้าตาหล่อเหลาวรยุทธ์เก่ง กล้าสักเพียงใดก็ไม่อาจสร้างขึ้นมาได้
สตรีศักดิ์สิทธิ์พยายามโน้มน้าวตนเอง คิดจะยอมรับซือคงอ วิ๋น เป็นคู่ครองสองเทพเซียนแห่งหมิงตู ใครจะรู้ว่าตกเย็น ยามที่ ซือคงอวิ๋นมาหาสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่เรือนเล็กของอวี๋หวั่นอีกครั้ง เขาได้ พบกับอวี๋หวั่นที่กำลังกินขนมกุ้ยฮวาใต้ต้นดอกท้อโดยบังเอิญ
อวี๋หวั่นไม่รู้ว่าซือคงอวิ๋นมา เธอเด็ดดอกกุ้ยฮวาสีขาวนมชิ้น หนึ่ง แทะชิมมันทีละนิด
ใบหน้าอวบอ้วนเต็มไปด้วยเนื้อ เคลื่อนไหวเป็นจังหวะ แต่ไม่ อาจบดบังผิวพรรณขาวนวลผุดผ่อง ใบหน้างดงาม ไม่เพียงแต่ดู ไม่อ้วน ยังดูเหมือนกระรอกอ้วนน้อยแสนน่ารักที่กำลังหาอาหาร
สายลมพัดมาพาให้กลีบดอกไม้ร่วงโปรยปราย
สตรีงามกับดอกท้อที่เบ่งบาน
ซือคงอวิ๋นตกตะลึง
หลังจากนั้น ซือคงอวิ๋นก็มาที่เรือนเล็กบ่อยขึ้น เขาอ้างว่ามา หาสตรีศักดิ์สิทธิ์ แต่สตรีศักดิ์สิทธิ์เห็นว่าเขามาจ้องมองอวี๋หวั่น
จิตใจล่องลอยอยู่หลายครั้งหลายครา และเข้าใจทุกอย่าง
ที่แท้การชอบใครสักคนปกปิดไว้ไม่มิดเช่นนี้ เหมือนที่สตรีผู้นี้ คิดถึงสามีของตน และเหมือนกับซือคงอวิ๋นที่ต้องการสตรีผู้นี้
สตรีศักดิ์สิทธิ์รู้สึกผิดหวัง ส่วนลึกในใจพลันเกิดความ รังเกียจ!
“สตรีศักดิ์สิทธิ์ ชุดแต่งงานมาแล้ว ข้าให้คนส่งไปที่ห้องของ ท่านดีหรือไม่?”
ความคิดของสตรีศักดิ์สิทธิ์ถูกขัดจังหวะ นางเงยหน้าขึ้นมอง ทูตศักดิ์สิทธิ์ผ่านกระจกแต่งตัว “เจ้ากล่าวอันใด?”
“ชุดแต่งงาน” ทูตศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่า “คราก่อนท่านไม่พอใจ กับชุดแต่งงาน ข้าน้อยจึงให้คนทำใหม่ ทั้งหมดแปดชุด”
“ได้ทั้งนั้น” สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างเลื่อนลอย
“หือ?” ทูตศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างตื่นตะลึง “นี่เป็นเรื่องใหญ่ใน ชีวิต ข้าน้อยไม่กล้าตัดสินใจแทนท่าน”
“เรื่องใหญ่ในชีวิต…” นางต้องเจอหน้าไอ้สารเลวซือคงอวิ๋ นทุกวันคืนไปชั่วชีวิต! แน่นอน นางเลือกจะฆ่าเขาได้ แต่นางก็ยัง ไม่อาจกำจัดเงาของซือคงอวิ๋นไปได้มิใช่หรือ?
สตรีศักดิ์สิทธิ์กำปิ่นปักผมในมือจนหัก
ทูตศักดิ์สิทธิ์ตกใจใบหน้าซีด
สตรีศักดิ์สิทธิ์หลุบตาลงพลางเอ่ยเบาๆ “ไปเรียกสตรีผู้นั้นมา”
“เอ่อ…เจ้าค่ะ!” ทูตศักดิ์สิทธิ์ไม่เข้าใจว่าเหตุใดสตรีศักดิ์สิทธิ์ ถึงต้องการตามตัวประกันมา นางจากไปพร้อมกับความสงสัย
อวี๋หวั่นถูกพาเข้าไปในวิหารสตรีศักดิ์สิทธิ์
ไม่พบกันวันเดียว สตรีศักดิ์สิทธิ์รู้สึกคล้ายกับว่าเธออ้วนขึ้น กว่าเดิม
อวี๋หวั่นไม่ถือว่าตนเป็นคนนอก หย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ “ทำ อะไร?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์เดินมาหาเธอช้าๆ “ข้ากำลังจะแต่งงาน”
อวี๋หวั่นมองชุดแต่งงานบนเตียง “ได้ยินมาแล้วละ อีกสามวัน ใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่อยากแต่งงานกับซือคงอวิ๋น” สตรีศักดิ์สิทธิ์หมุนตัว เดินไปที่เปิดประตูตู้ หยิบกล่องเล็กๆ ออกมา
อวี๋หวั่นกล่าวว่า “เติงถูจื่อ[2]ผู้นั้น ไม่แต่งงานก็ดี” เอาแต่ มองเธอด้วยสายตาหื่นกระหาย คิดว่าเธอโง่ไม่รู้หรือ?
“แต่ข้าไม่อาจทำลายงานแต่งงานนี้ได้ ดังนั้น…” สตรี ศักดิ์สิทธิ์หยิบกล่องใบเล็กไปข้างอวี๋หวั่น และหยิบหน้ากากหนัง มนุษย์สองชิ้นออกจากกล่อง ชิ้นหนึ่งวางลงบนใบหน้าของอวี๋หวั่น
“เจ้าต้องแต่งงานกับเขาแทนข้า!”
ËÁÍËÔ§¡ÑºÅÙ¡ÅÔ§·Ñé§ÊÒÁ ÀÒ¤ 2-5 µÍ¹·Õ่ 401.1-500