หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 169.1 ความจริงเปิดเผย
ชีวิตสามีภรรยา (1)
เซียวเจิ้นถิงกับนายท่านเซียวอู่พบกันในค่ายทหาร ในเวลานั้น นายท่านเซียวอู่เป็นเพียงทหารนายเล็กๆ ที่อยู่ภายใต้เซียวเจิ้นถิง ทว่าทองเนื้อแท้ส่องแสงอยู่เสมอ พรสวรรค์ของนายท่านเซียวอู่ก็ ค่อยๆ ได้รับความสนใจจากเซียวเจิ้นถิง ในการกวาดล้างกองทัพ กบฏครั้งหนึ่ง นายท่านเซียวอู่พาพี่น้องห้าคนบุกค้นแหล่งอาหาร ของฝ่ายกบฏ หากกองทัพกบฏไม่มีอาหาร ย่อมตกอยู่ในความ สับสนวุ่นวายและไม่สามารถกลายเป็นกองทัพได้ ในด้านวรยุทธ์ นายท่านเซียวอู่ไม่นับว่าเป็นบุคคลผู้โดดเด่น การจัดกองกำลังก็ไม่ ได้อยู่ในระดับแนวหน้า ทว่านายท่านเซียวอู่มีดวงตาคู่ที่เฉียบ แหลม เพียงแค่ศัตรูจาม นายท่านเซียวอู่ก็แทบจะเดาได้ว่าต่อไป พวกเขาตั้งธงไว้อย่างไร
ต้องขอบคุณนายท่านเซียวอู่ เพราะแม่ทัพผู้นี้ เส้นทางการ กำจัดกบฏจึงได้อ้อมน้อยลง สิ่งนี้ไม่เพียงหมายถึงความดีความ ชอบทางทหารที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น ทว่ายังหมายถึงการช่วยลดการ นองเลือดและการเสียสละของทหารอีกด้วย
ทั้งสองใช้แซ่เซียวเหมือนกัน และเป็นครอบครัวเดียวกันเมื่อ ห้าร้อยปีก่อน ครั้งหนึ่งที่ได้ดื่มสุราร่วมกัน เซียวเจิ้นถิงก็ได้รู้ว่าอีก ฝ่ายเกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกันกับเขา จึงตัดสินใจเคาะไม้
คารวะเขาในทันที
นายท่านเซียวอู่อายุน้อยกว่าเซียวเจิ้นถิงหลายปี สถานะของ เขาก็ตํ่ากว่ามาก ได้เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเขา กล่าวตามตรง นายท่านเซียวอู่ก็ตะลึงมาก หลังจากตกตะลึงเขาก็ยิ่งจงรักภักดี ต่อเซียวเจิ้นถิง
วันที่กองทัพตระกูลเซียวถูกสลาย นายท่านเซียวอู่ได้เห็นบุรุษ ชุดเหล็กผู้นี้ร้องไห้บนเนินเขาของค่ายราวกับเด็กตัวเล็กๆ
มีหลายสิ่งในใต้หล้านี้ที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยพลังของ ตนเอง อย่างเช่น การสลายตัวของกองทัพตระกูลเซียว และ เหตุการณ์ที่พี่สาวของนายท่านเซียวอู่ต้องเข้าวัง
พี่สาวของนายท่านเซียวอู่มีอายุครบกำหนดแต่งงานแล้ว เพียงแต่นางหยิ่งผยองและมักดูถูกบุรุษภายนอกเหล่านั้น นาง ปฏิเสธทุกคนได้ แต่คนเดียวที่นางไม่อาจปฏิเสธได้คือโอรสสวรรค์ หากเซียวเจิ้นถิงยอมแต่งงานกับนาง แน่นอนว่านางก็คงไม่ต้อง เข้าไปคัดตัวในวัง
ในระหว่างการคัดตัว หวั่นเจาอี๋ทำให้ตนเองดูน่าเกลียดที่สุด เท่าที่จะทำได้ แต่อย่างไรก็ตามฮ่องเต้มีความคิดที่จะเอาชนะนาย ท่านเซียวอู่ จึงเลือกนางเข้าวังหลังโดยไม่สนใจความอัปลักษณ์ ฮ่องเต้ยังมีสิ่งที่เขาไม่อาจครอบครองด้วยกำลังของตนเอง นั่นคือ ความภักดีของนายท่านเซียวอู่ที่มีต่อเซียวเจิ้นถิง
ไม้กลายเป็นเรือแล้ว ไม่อาจส่งหวั่นเจาอี๋กลับไปได้อีก
หากหวั่นเจาอี๋ต้องการมีชีวิตรอดในวังหลังกินคนแห่งนี้ นาง จำต้องได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้
เรื่องบางเรื่องซั่งกวนเยี่ยนเข้าใจมาตลอด ทว่านางแค่ไม่ได้ เอ่ยมันออกไป หลังจากนางเข้าพิธีผ่านประตูไม่นาน ฮูหยินใหญ่ เซียวก็คอยมีปัญหากับนางทั้งต่อหน้าและลับหลัง ฮูหยินใหญ่เซียว โกรธจนสามารถขุดเรื่องเก่ามาแทงนางได้ อย่างเช่น หากไม่ใช่ เพราะเจ้าหลอกล่อน้องรอง น้องรองจะแต่งสตรีหม้ายมาเป็นสะใภ้ ได้หรือ? หลิงหลางดียิ่งนัก ผุดผ่องดั่งดอกเบญจมาศบริสุทธิ์[1] สกุลเซียวคงได้นับถือนางในฐานะฮูหยินรองไปนานแล้ว!
เซียวหลิงหลาง เป็นชื่อตัวของหวั่นเจาอี๋
ฮูหยินใหญ่เซียวไม่เพียงยกเรื่องนี้มาพูดให้นางหงุดหงิดแค่ หนึ่งครั้ง แต่นางก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ประการหนึ่งนางแต่งงานกับ เซียวเจิ้นถิงเพื่อทดแทนคุณ และเพื่อยาในดินแดนต้องห้ามของ ตระกูลเซียว ส่วนในใจของเซียวเจิ้นถิงจะมีผู้ใด หรือเกือบจะได้ แต่งงานกับสตรีคนใด นางก็หาได้สนใจไม่
เมื่อฮูหยินใหญ่เซียวเห็นว่าไม่อาจทำให้นางขุ่นเคืองได้ นางก็ คร้านจะเอ่ยเช่นนี้อีก และค่อยๆ ลืมเลือนเรื่องนี้ไป
วันนี้ที่ได้เห็นฉากนั้นโดยบังเอิญ กล่าวตามตรงก็ทำให้นางดู โง่เขลา
“เยี่ยนเอ๋อร์อย่าเดินหนีอีกเลย ฝนตกหนัก เจ้าฟังข้าสิ!” เซียว เจิ้นถิงถอดเสื้อคลุมและนำมาบังศีรษะของนาง ตนเองเปียกปอน
มาตลอดทาง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เสื้อผ้าของนางก็คงจะเปียกไม่ น้อย
เสียงฟ้าร้องหยุดลง
เซียวเจิ้นถิงดึงนางไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่
ซั่งกวนเยี่ยนโกรธจัด นางไม่เข้าใจว่าตนเองกำลังโกรธเรื่อง อะไร ทว่านางไม่ใช่เด็กแล้ว ไม่อาจทำนิสัยงอแงเช่นนั้นได้
นางบังคับให้ตนเองสงบลงและถามเซียวเจิ้นถิง “ท่าน…ท่าน กอดนางหรือยัง?!”
“ข้าไม่ได้กอด!” เซียวเจิ้นถิงสาบานกับสวรรค์!
แท้จริงซั่งกวนเยี่ยนก็เห็นแล้ว หวั่นเจาอี๋พุ่งตัวไปหาเขา เขาก็ รีบผลักนางออกไปทันที ทว่านางเพียงต้องการได้ยินจากปาก
ซั่งกวนเยี่ยนกล่าวอีกครั้ง “เช่นนั้นท่าน…ท่านไม่ได้เก็บพุทรา ให้องค์หญิงจิ่วอยู่หรือ? เหตุใดถึงพบนางได้?”
“นางพลัดหลงกับหญิงรับใช้ ข้าจะพานางกลับไปที่วัด ก็อด เป็นห่วงพวกเจ้าไม่ได้ ข้าจึงพานางไปตามหาพวกเจ้าด้วย แต่ไหน เลยจะรู้ว่าพอไปถึงครึ่งทางฝนก็ตกลงมา จากนั้นนางก็ล้มลงข้อ เท้าแพลง บังเอิญว่ามีกระท่อมอยู่ใกล้ๆ ข้าจึงพยุงนางไปหลบฝนที่ นั่น” เซียวเจิ้นถิงสารภาพทุกอย่าง
เดิมทีซั่งกวนเยี่ยนอยากจะบอกว่า ท่านยังพยุงนางด้วยหรือ? สตรีเช่นนั้นมีอันใดต้องพยุง? คงแกล้งล้มละสิไม่ว่า!
แต่วาจาเช่นนี้ ด้วยอายุของนางจะให้เอ่ยออกจากปากได้ อย่างไร?
“ข้าไม่รู้จริงๆ ว่านางจะเป็นเช่นนี้!” เซียวเจิ้นถิงเอ่ยอย่าง เคร่งขรึม
“ข้าว่าสิ่งใดจริงหรือปลอมท่านก็คงไม่รู้” ซั่งกวนเยี่ยนยากจะ สงบจิตใจลงได้ แม้ว่าเขาจะกล่าวด้วยเหตุผลอีกกี่ครั้ง ทว่าในหัว ของนางก็ยังมีเสียงที่ไม่อาจควบคุมได้ “ตอนแรกท่านกับนางเคย ตกลงเรื่องการแต่งงาน ท่านรู้หรือไม่?”
“นั่น ท่านแม่ของข้าดึงดันจะทำตามใจ ข้าหาได้ตกลง!”
“เช่นนั้นที่นางมีใจให้ท่านละ?”
เซียวเจิ้นถิงถอนหายใจ “ข้าไม่อาจทำอย่างไรกับนางก็ได้ เพียงเพราะในใจของนางมีข้า อีกอย่าง เซียวอู่กับข้าก็เป็นพี่น้อง ร่วมสาบาน หลังจากทราบว่าท่านแม่พยายามจับคู่ให้ข้ากับนาง ข้า ก็ย้ายออกมาจากจวนสกุลเซียว กระทั่งข้าได้แต่งงานกับเจ้า”
ฮูหยินใหญ่เซียวพึงพอใจในตัวเซียวหลิงหลางมาก นางแทบ รอไม่ไหวที่จะให้เซียวเจิ้นถิงกับนางได้ร่วมห้องกัน ทว่าเซียวเจิ้นถิ งก็ได้แสดงออกอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่าในหัวใจของเขามี สตรีผู้หนึ่งครอบครองอยู่ ตลอดทั้งชีวิตของเขาหากไม่ใช่นางก็จะ ไม่ยอมแต่งงานด้วย
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่รู้ว่าสตรีในใจของเขาคือซั่งกวนเยี่ยน ในตอน แรกนางคิดว่าเซียวหลิงหลางดี ทว่าหากเป็นตายอย่างไรบุตรชาย
ก็ไม่เห็นด้วย นางก็คิดจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับบุตรชายของนาง หลังจากได้รู้ว่าสตรีที่บุตรชายของนางกำลังจะแต่งงานด้วย คือ สตรีหม้ายที่มีลูกติด ฮูหยินผู้เฒ่าก็แทบจะสิ้นใจตาย
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าทำอะไรไม่ได้แล้ว นางก็พาเซียวหลิงหลางเข้า มาอยู่ที่จวนโดยอ้างว่าตนป่วยหนัก ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจให้ทั้งสองมี โอกาสได้อยู่ด้วยกัน ไหนเลยจะรู้ว่าเซียวเจิ้นถิงได้ย้ายเข้าไปใน ค่ายทหารโดยไม่กล่าวสิ่งใดสักคำ
หากบอกว่าเซียวเจิ้นถิงไม่รู้ว่าหวั่นเจาอี๋คิดอย่างไรกับเขาก็ คงจะโกหก ทว่าผ่านมานานกว่าสิบปีแล้ว ไหนเลยเซียวเจิ้นถิงจะ ไม่คิดว่าเซียวหลิงหลางตัดใจจากเขาไปแล้ว?
“ข้าไม่ดีเอง…”
“ผู้ใดบอกท่านไม่ดี!”
ซั่งกวนเยี่ยนโต้แย้ง
เซียวเจิ้นถิงผงะและมองนางอย่างไม่เชื่อสายตา “เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าข้าดีหรือ?”
ซั่งกวนเยี่ยนหันหลัง กำผ้าเช็ดหน้าในมือแล้วเอ่ยว่า “ยามนี้ ใช่เวลาที่ต้องเอ่ยเรื่องนี้รึ? ท่านมีเรื่องกับสตรีของฮ่องเต้ ท่านรอ ให้ฮ่องเต้ลงโทษประหารท่านเก้าชั่วโคตรเถิด!”
เซียวเจิ้นถิงกล่าวอย่างเคร่งเครียด “ผู้ใดทำ ผู้นั้นรับ เจ้า วางใจเถิด หากเรื่องไปถึงฮ่องเต้ ข้าก็มีวิธีที่จะปกป้องพวกเจ้า”
ซั่งกวนเยี่ยนหันกลับมาจ้องเขาด้วยความผิดหวังและถามว่า “ท่านไม่เคยคิดที่จะปกป้องตนเองเลยหรือ?”
“ข้า…” เซียวเจิ้นถิงชะงักกับคำถามของนาง
ซั่งกวนเยี่ยนกล่าวอย่างขุ่นเคือง “จะปล่อยให้สตรีผู้นั้นลาก ท่านลงนํ้าเช่นนี้หรือ?”
เขาเป็นคนที่ไม่มีการศึกษา ไม่ละเอียดอ่อนเหมือนเยี่ยนอ๋อง และไม่เข้าใจความคิดของสตรี ทว่าในวินาทีนี้ ทันใดนั้นความคิด ดื้อรั้นของเขาก็เปิดออก และเอ่ยด้วยดวงตาที่มีประกายสดใส “เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้า…เจ้า เจ้าหึงข้าอย่างนั้นหรือ?”
เขารู้ว่านางแต่งงานกับเขาเพราะนางไม่ต้องการเป็นหนี้เขา และเพื่อต้องรักษาอาการป่วยของเยี่ยนจิ่วเฉาต่อไป นางกังวลว่า วันหนึ่งเขาจะหมดความอดทนและจะไม่รักษาเยี่ยนจิ่วเฉาอีก
การแต่งงานของนางเป็นสิ่งที่จำใจทำ ในใจของนางไม่เคยมี เขาอยู่
เขาไม่เคยคิดฝันว่าวันหนึ่งนางจะหึงหวงเขา
ขนตาของซั่งกวนเยี่ยนสั่นระริก “ฝนเบาแล้ว!”
นางผลักเขาออกและเดินไปยังทิศของกระท่อมเล็ก
ในกระท่อมเล็ก องค์หญิงจิ่วหลับไปในอ้อมแขนของฝูหลิง ส่วนการสนทนาระหว่างอวี๋หวั่นและหวั่นเจาอี๋ยังคงดำเนินต่อไป
อวี๋หวั่นเอ่ยอย่างเฉยเมย
“ท่านยอมรับก็ดี ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียท่านทำหรือ ไม่ทำสิ่งใดย่อมรู้ดีแก่ใจ ข้าไม่ได้มาบีบบังคับให้ท่านสารภาพความ ผิด ข้ามีเพียงสองคำถามที่ต้องการจะถามท่าน หากท่านตอบด้วย ความซื่อสัตย์ ข้าก็จะไม่ฆ่าท่าน”
หวั่นเจาอี๋หัวเราะเยาะ “เอ่ยราวกับเจ้าฆ่าข้าได้อย่างนั้นละ”
“ท่านอยากลองหรือไม่เล่า?” อวี๋หวั่นเด็ดใบพุทรา
“เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวตายหรือ?” หวั่นเจาอี๋หัวเราะเยาะอย่าง เย็นชา
อวี๋หวั่นพยักหน้า
“จริงสิ ข้าเกือบลืมไป บุรุษที่ท่านรักละทิ้งท่านไป เลือดเนื้อ แม้แต่คนเดียวของท่านก็ไม่มี ไม่รู้จริงๆ ว่าใต้หล้านี้ยังมีสิ่งใดที่ ควรค่าแก่การมีชีวิตอยู่ของท่าน? อา ท่านพ่อของข้านับหรือไม่นะ? หากท่านตายไป ก็จะไม่มีโอกาสได้อยู่กับเขาอีกแล้วจริงๆ”
ดวงตาของหวั่นเจาอี๋มองเธอด้วยความเย็นชา
“เพื่อเยี่ยนจิ่วเฉา กระทั่งพ่อสามีเจ้าก็ขายได้หรือ?”
อวี๋หวั่นกล่าวว่า
“ข้าหาได้ขายเขา เพียงแค่บอกท่าน หากท่านยังอยากพบเขา อยู่ ก็อย่ามาตายในมือข้าเลย”
หวั่นเจาอี๋เบือนหน้า “หากเจ้ากล้าก็ไปรายงานข้ากับฝ่าบาทสิ”
……………………………..
[1] ดอกเบญจมาศบริสุทธิ์ ⻩花⼤闺⼥ หมายถึง สาวรุ่นอายุ
ประมาณ 16-26 ปีที่ยังไม่แต่งงาน
บทที่ 169.2 ความจริงเปิดเผย
ชีวิตสามีภรรยา (2)
นี่หมายความว่านางไม่ยอมบอก
อวี๋หวั่นไม่ย่อท้อ ผลักประตูด้านหลังของห้องโถงออกแล้วมอง สายฝนที่โปรยปราย “อันที่จริงข้ามีบางอย่างที่คิดไม่ออก ท่านไป ติดต่อกับราชวงศ์หนานจ้าวได้อย่างไร? ในวังหลังมีสตรีที่น่า สงสารมากมาย เหตุใดถึงต้องเลือกท่าน?”
แน่นอนว่าหวั่นเจาอี๋ไม่มีทางบอกความจริงกับเธอ
อวี๋หวั่นกล่าวอีกครั้ง “แล้วก็ยาถอนพิษไป๋หลี่เซียง หากข้าเดา ไม่ผิด หลังจากท่านวางยาเยี่ยนจิ่วเฉา เยี่ยนจิ่วเฉาก็ไม่เคยมี อาการพิษ ราชวงศ์หนานจ้าวคิดว่าท่านทำพลาด หลังจากนั้นจึง ไม่ติดต่อท่านไปอีก”
หวั่นเจาอี๋มองอวี๋หวั่นด้วยความประหลาดใจ
อวี๋หวั่นกล่าวว่า “อย่าได้มองข้าเช่นนั้น ใช่แล้ว ท่านทำสำเร็จ ทว่าด้วยเหตุผลบางอย่างพิษจึงถูกกดไว้”
หวั่นเจาอี๋หลุบตาลง
อวี๋หวั่นส่ายหัว “แต่ข้ายังไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านต้องทำร้าย เยี่ยนจิ่วเฉา หากเขาตาย ซั่งกวนเยี่ยนก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อ ทว่า ท่านก็เป็นนางสนมในวังแล้ว ตลอดชีวิตนี้ของท่าน เป็นไปไม่ได้ที่
จะได้แต่งงานกับเซียวเจิ้นถิงอีกครั้ง อย่าว่าแต่แกล้งตายเพื่อออก จากวังเลย ข้าคิดว่ากระทั่งท่านเกิดเป็นคนใหม่ เซียวเจิ้นถิงก็ไม่ ยอมรับท่านเหมือนเดิม ทุกสิ่งของท่านล้วนเปล่าประโยชน์ ท่าน ช่างโง่เขลายิ่งนัก”
“เจ้าจะเข้าใจอันใด?” หวั่นเจาอี๋เค้นเสียงคำราม
องค์หญิงจิ่วที่หลับอยู่สะดุ้งตื่น ลืมตามองฝูหลิง แล้วก็ หลับตาเข้าสู่นิทราอีกครั้ง
“ข้าไม่เข้าใจหรือ? หรือว่าท่านเข้าใจ? ท่านเป็นเพียงสตรีที่ เห็นแก่ตัวและโง่เขลายิ่ง! ท่านพยายามทำทุกอย่าง และสุดท้าย ก็ได้แต่อยู่ในวังหลวงแห่งนี้!”
“เจ้าคิดว่าข้าทำเพราะเห็นแก่ตัวรึ?! เจ้าคิดว่าพระชายาเยี่ย นอ๋องแต่งง่ายถึงเพียงนั้นรึ! เจ้าคิดว่ายาห้ามบุตรชามนั้นให้ซั่งก วนเยี่ยนดื่มจริงๆ หรือ?!”
ปัง!
ประตูถูกกระแทกออก
ซั่งกวนเยี่ยนที่ยืนงุนงงอยู่หน้าประตูมองหวั่นเจาอี๋ด้วยความ ประหลาดใจ
เมื่อเซียวเจิ้นถิงได้ยินประโยคที่สองก็รู้สึกถึงความผิดปกติ ทว่ามันก็คงสายเกินไปที่จะหยุดปากของเซียวหลิงหลาง
ซั่งกวนเยี่ยนสูดหายใจ “เซียวหลิงหลาง ที่เจ้าเอ่ยเมื่อครู่…
หมายความว่าอย่างไร?”
“ฮ่า ข้าคิดแล้วเชียว!” หวั่นเจาอี๋มองซั่งกวนเยี่ยนจากนั้นก็ มองเซียวเจิ้นถิง ก็ขำจนนํ้าตาไหลทันที “ท่านปกปิดนางมาหลายปี ถึงเพียงนี้ คิดว่าจะปิดไว้จนตายเลยหรือ?”
“หยุดได้แล้ว!” เซียวเจิ้นถิงตะคอกนาง
หวั่นเจาอี๋ยิ้มเยี่ยงคนเสียสติ “ข้าแค่อยากเอ่ย!”
นางหันไปมองอวี๋หวั่น “ในตอนแรกที่เซียวเจิ้นถิงขอฝ่าบาท แต่งงานกับซั่งกวนเยี่ยน ฝ่าบาทมอบยาห้ามบุตรมาให้เขาหนึ่ง ชาม ให้เขาเลือกว่าจะดื่มด้วยตนเองหรือให้ซั่งกวนเยี่ยนดื่ม อันที่ จริง มิได้สำคัญว่าผู้ใดจะดื่ม ตราบใดที่เซียวเจิ้นถิงไม่มีบุตร ท้าย ที่สุดทุกอย่างของตระกูลเซียวก็จะตกอยู่ในมือของเยี่ยนจิ่วเฉา และตกอยู่ในมือของราชวงศ์ต้าโจว พระชายาเยี่ยนอ๋องที่ไร้ค่า แลกกับทุกอย่างในจวนของแม่ทัพใหญ่เซียว ไม่ว่ามองอย่างไรก็ดู เหมือนเป็นข้อตกลงที่ดี”
ในขณะที่นางเอ่ยก็มองไปที่เซียวเจิ้นถิงด้วยรอยยิ้มที่เต็มไป ด้วยนํ้าตา “แต่บุรุษผู้นี้ช่างโง่เขลา ดื่มยาห้ามบุตรในชามนั้นด้วย ตนเอง…”
นางมองไปที่อวี๋หวั่นอีกครั้ง “เจ้าถามข้าว่าเหตุใดข้าถึงทำเช่น นี้ ยามนั้นข้านอนอยู่บนแท่นบรรทมมังกรของฝ่าบาท ข้าได้ยิน แผนการของฝ่าบาทกับขันทีวัง! ให้ข้าคิดว่าเขาสามารถตัดบุตร หลานของเขาได้หรือ?!”
“หรือว่าท่านไม่มีความเห็นแก่ตัวของท่านเองเลยหรือ?” อวี๋ หวั่นถามกลับ
หวั่นเจาอี๋หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ข้ามี…มีแน่นอน! ข้ายังรอ คอยวันที่ได้ที่จะแต่งงานกับเขาหลังจากที่หนีออกจากวัง…และให้ กำเนิดบุตรที่ดีแก่เขา…ข้าคิดเช่นนี้ผิดหรือไม่?”
อวี๋หวั่นมองนางอย่างไม่แยแส “ท่านทำร้ายเด็กบริสุทธิ์ ไม่ว่า จะไม่ผิดอย่างไรก็ผิดอยู่ดี”
ร่องรอยแห่งความเสียใจปรากฏบนใบหน้าของหวั่นเจาอี๋
อวี๋หวั่นถอนหายใจเบาๆ “ท่านก็แค่…หาข้อแก้ตัวให้แก่ความ เห็นแก่ตัวของท่านเท่านั้น”
หวั่นเจาอี๋สอดนิ้วเข้าไปใต้เส้นผม “ไม่ใช่ มันไม่ใช่แบบนี้…ข้า ไม่ได้ทำ…ข้าไม่ได้ทำ…”
“เหตุใดท่านไม่บอกข้า?” ซั่งกวนเยี่ยนหันกลับมามองเซียว เจิ้นถิงด้วยนํ้าตาคลอ
“ข้า…” เซียวเจิ้นถิงพูดไม่ออก
การไม่สามารถมีบุตรได้นับเป็นความเจ็บปวดที่พูดไม่ออกของ สตรีทุกคน คนทั่วไปรู้ดีว่านางไม่สามารถมีบุตรให้สามีได้ บางที อาจต้องขังตัวเองอยู่ในความรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต ทว่าซั่งกวนเยี่ยน ไม่มีทางเป็นเช่นนั้น ยามที่นางยกถ้วยยาห้ามบุตร นางรู้สึกโล่ง ใจเสียด้วยซํ้า
นางไม่ได้รักบุรุษผู้นี้ นางไม่ต้องการให้กำเนิดบุตรของเขา
เยี่ยนอ๋องจากไปแล้ว นางไม่ต้องการให้กำเนิดบุตรกับบุรุษคน ใดอีกในชีวิตนี้ เช่นนั้นยาห้ามบุตรก็ยาห้ามบุตรเถิด
ซั่งกวนเยี่ยนดื่มลงไปด้วยความเต็มใจ
เพราะเขาเข้าใจในจุดนี้ เซียวเจิ้นถิงจึงรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้อง บอก
ยิ่งไปกว่านั้น บอกไปก็มีแต่ทำให้นางรู้สึกผิด คิดว่าเป็นหนี้บุญ คุณเขาเพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง
“ท่าน…” ซั่งกวนเยี่ยนอยากจะบอกว่าเขาโง่เขลายิ่งนัก ทว่า คอของนางจุกแน่นจนพูดไม่ออก
อวี๋หวั่นมองไปที่ซั่งกวนเยี่ยนกับเซียวเจิ้นถิง ทันใดนั้นเธอก็ รู้สึกว่าตำนานของภิกษุกับปีศาจอาจจะเป็นเรื่องจริง เพราะบนโลก นี้มีคนประเภทหนึ่งที่สามารถรักใครสักคนจนตายแทนได้
“อย่าเพิ่งเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย” เซียวเจิ้นถิงกระแอมในลำคอและ มองไปที่อวี๋หวั่นที่อยู่ข้างๆ “อาหวั่นพาท่านแม่ของเจ้าเข้าไปใน ห้องก่อน ข้ามีเรื่องที่ต้องการถามพระสนมเจาอี๋ตามลำพัง”
นี่เป็นการซักถามหวั่นเจาอี๋
บางทีเขาอาจไม่คิดว่าผลจะออกมาเป็นเช่นนี้ด้วยซํ้า
อวี๋หวั่นดึงมือของซั่งกวนเยี่ยน
ซั่งกวนเยี่ยนฝืนไม่ร้องไห้ เดินตามอวี๋หวั่นเข้าไปในห้องที่องค์
หญิงจิ่วและฝูหลิงอยู่
อวี๋หวั่นปิดประตู ฟืนในกองไฟปะทุ เกิดเสียงเปาะแปะ ไม่มีผู้ ใดสนใจฟังว่าทั้งสองพูดสิ่งใด หนึ่งเค่อผ่านไป เซียวเจิ้นถิงก็เข้ามา ในห้อง
ดวงตาของซั่งกวนเยี่ยนแดงกํ่า นั่งอยู่บนพื้น มองเขาอย่าง ว่างเปล่าและทำอะไรไม่ถูก
เขาสงบจิตใจ “เรื่องฉงเอ๋อร์…”
“ข้าบอกท่านแม่แล้ว” อวี๋หวั่นกล่าว
เกิดเรื่องเมื่อครู่แล้ว ไม่อาจปกปิดสิ่งใดได้อีก และก็ไม่มีสิ่งใด ที่ต้องปกปิดอีกต่อไปเช่นกัน
เซียวเจิ้นถิงพยักหน้า “นางบอกทุกอย่างหมดแล้ว นางเป็นคน วางยาฉงเอ๋อร์ เหตุผลเจ้าคงเดาได้ คนหนานจ้าวสัญญาว่าจะให้ ยาแกล้งตายกับนางเพื่อให้นางได้หนีออกจากวังอย่างราบรื่น และ ชาวหนานจ้าวยังให้ตัวตนแม่ค้าหญิงกับนางด้วย”
ตัวตนเช่นนี้ดีกว่าการต้องหลบซ่อนตัวไปจนสุดขอบฟ้า ไม่น่า แปลกใจที่หวั่นเจาอี๋ถูกชักจูงไป
เซียวเจิ้นถิงกล่าวต่อ “ชาวหนานจ้าวสืบพบนางโดยบังเอิญ พวกเขาสืบความสัมพันธ์ของข้ากับนายท่านเซียวอู่ และพบว่านาง กับข้าเคยเจรจาเรื่องการแต่งงาน พวกเขามั่นใจว่านางจะเป็นตัว หมากที่ยอดเยี่ยม ทว่าคนหนานจ้าวเหล่านั้นไม่คิดว่าไป๋หลี่เซียงจะ ไม่ออกฤทธิ์ พวกเขาคิดว่านางทำพลาด ตั้งแต่นั้นมาพวกเขาก็ไม่
ได้ติดต่อกับนางอีกเลย”
จุดนี้ ตรงกับการคาดเดาของอวี๋หวั่น
“นางป้อนเยี่ยนจิ่วเฉาได้อย่างไร?” อวี๋หวั่นถาม
เซียวเจิ้นถิงกล่าว “นางไม่ได้ป้อนเองกับมือ ฝ่าบาทไม่ได้ เตรียมไว้ แต่ใส่ลงในขนมที่จะให้ฉงเอ๋อร์”
ในเวลานั้นหวั่นเจาอี๋เป็นที่โปรดปราน นางมีโอกาสลงมือข้าง กายฮ่องเต้มากที่สุด อวี๋หวั่นชะงัก แล้วเอ่ยว่า “ผู้ใดคือหัวหน้าของ กลุ่มหนานจ้าว? ฮองเฮาได้ยินว่าเป็นคนในราชวงศ์หนานจ้าว ทว่า ไม่รู้เป็นคนใดในราชวงศ์”
เซียวเจิ้นถิงมองซั่งกวนเยี่ยนและเอ่ยว่า “นางก็ไม่ทราบเช่น กัน”
เห็นได้ชัดเจนว่าเขารู้ แต่ไม่สะดวกที่จะเอ่ยต่อหน้าซั่งกวน เยี่ยน…อวี๋หวั่นมีไหวพริบดี ไม่ได้ทำลายแผนการของเขาด้วยการ ถามต่อ
“เช่นนั้นยาถอนพิษละเจ้าคะ?” ซั่งกวนเยี่ยนคิดถึงเรื่องนี้ ตลอดจนไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าที่แปลกประหลาดเล็กน้อยของ เซียวเจิ้นถิงและอวี๋หวั่น
เซียวเจิ้นถิงกล่าว “นางบอกสูตรยามาให้เรา ทว่าเราต้องไปหา วัตถุดิบยาด้วยตนเอง”
“ได้สูตรก็ยังดี” อวี๋หวั่นหยุดชะงัก และเอ่ยด้วยใบหน้าที่จริงจัง
“แต่นี่ไม่ได้หมายความว่านางจะสามารถทำความดีชดเชยความ ผิด ข้ายังไม่ให้อภัยนาง”
เซียวเจิ้นถิงพยักหน้า “ข้ารู้”
ฝนหยุดตกแล้ว
คนทั้งกลุ่มกลับไปที่วัดและไม่มีผู้ใดสนใจหวั่นเจาอี๋ที่ได้รับ บาดเจ็บที่ข้อเท้า
เซียวเจิ้นถิงจับมือซั่งกวนเยี่ยนแล้วเดินไปข้างหน้า อวี๋หวั่น และองค์หญิงจิ่วก็เดินตามไปติดๆ ไม่มีผู้ใดถามว่า ฝูหลิงไปทำ อะไร
หลังจากฝนตกหนัก ภายในป่าก็เงียบลงเล็กน้อย
“ระวังตัวด้วย” เซียวเจิ้นถิงผลักหนามด้านหน้าออกด้วยมือ เปล่า หนามนั้นทิ่มฝ่ามือของเขาจนเลือดออก
ซั่งกวนเยี่ยนรู้สึกว่าหัวใจของนางเริ่มเปิดออก
“เซียวเจิ้นถิง” ซั่งกวนเยี่ยนหยุดฝีเท้าอย่างสะอึกสะอื้น
เซียวเจิ้นถิงมองดวงตาสีแดงของนาง ก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูก “เป็นอันใดไป? เหนื่อยใช่หรือไม่? ข้าอุ้มเจ้าเอง!”
จู่ๆ ซั่งกวนเยี่ยนก็โผเข้าสู่อ้อมแขนของเขาและนํ้าตาก็หลั่ง ไหลพรั่งพรูออกมา “ผู้ใดบอกว่าข้าไม่อยากให้กำเนิดบุตรของ ท่าน…ข้าอยากจะให้กำเนิด… ข้าอยากจะให้กำเนิด…”