หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 170.1 มงคลคู่มาสู่บ้าน (1)
คนทั้งกลุ่มเดินทางกลับวัด
ซั่งกวนเยี่ยนกับเซียวเจิ้นถิงเป็นสามีภรรยา ทั้งสองพาสะใภ้ ไปเดินเล่นก็ไม่มีสิ่งใดที่ไม่สมควร
องค์หญิงจิ่วตื่นขึ้นระหว่างทางเพราะอวี๋หวั่นเขย่าตัว
อวี๋หวั่นกล่าวอย่างเคร่งขรึม “สิ่งที่เห็นในกระท่อมวันนี้เป็น ความลับของข้ากับองค์หญิง องค์หญิงอย่าได้ไปบอกใครนะ ตกลง หรือไม่?”
องค์หญิงจิ่วพยักหน้าอย่างล่องลอย
“เกี่ยวก้อย” อวี๋หวั่นเหยียดนิ้วก้อยออกไป
องค์หญิงจิ่วชอบเล่นสิ่งนี้ จึงเกี่ยวก้อยกับเธออย่างมีความสุข
แท้จริงแล้วหวั่นเจาอี๋สามารถสวมหมวกเขียวให้ฮ่องเต้ได้ ทว่าบุรุษผู้นั้นไม่อาจเป็นเซียวเจิ้นถิง ฮ่องเต้มีความชิงชังต่อเซียว เจิ้นถิงมาก หากรู้ว่านางสนมคนโปรดยังเหลือเยื่อใยให้เขา เกรงจะ ถูกเขาฆ่าด้วยความอิจฉา
อวี๋หวั่นพาองค์หญิงจิ่วไปถวายพระพรฮองเฮา
ฮองเฮารับดรุณีที่แสนงดงามมา “ฝนตกฟ้าร้องเมื่อครู่ ข้ายัง กังวลว่าพวกเจ้าที่อยู่ในป่าเป็นอย่างไรกันบ้าง”
องค์หญิงจิ่วขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของฮองเฮา
“สนุกหรือไม่?” ฮองเฮาถามด้วยสายตาเอาอกเอาใจ
องค์หญิงจิ่วสบตากับพี่สะใภ้ของนาง พลันยิ้มและกล่าวว่า “สนุกมาก!”
อวี๋หวั่นเข้าใจสายตาของนาง เด็กหญิงที่เกี่ยวก้อยกันจะไม่มี ทางบอกความลับของกันและกัน
ฮองเฮาพยักหน้าด้วยความโล่งใจ “ข้าได้ยินมาว่าหวั่นเจาอี๋ก็ ไปเก็บผลไม้และพลัดหลงกับหญิงรับใช้ เจ้าได้พบกับนางหรือไม่?”
“ไม่เพคะ” อวี๋หวั่นกล่าว
องค์หญิงจิ่วก็ส่ายหัว
แม้ว่าฮองเฮาจะไม่เชื่อในอวี๋หวั่น ทว่านางก็ต้องเชื่อในเสี่ยวจิ่ว นางถอนหายใจ “ออกไปนานแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือไม่”
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม แม่นางชุยก็มารายงาน “ฮองเฮาเพคะ พบตัวหวั่นเจาอี๋แล้วเพคะ”
ทว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก สาวใช้พบหวั่นเจาอี๋ในคูนํ้าที่ไปทาง ป่าองุ่น ซึ่งในคูนํ้ามีขวากหนามอยู่ หวั่นเจาอี๋ถูกหนามแทงไปทั่ว ร่างกาย และใบหน้าของนางที่สำคัญยิ่งกว่าก็ยังได้รับบาดเจ็บ เรื่องนี้สำหรับสนมนางใน เกือบเทียบได้กับการถูกประหารชีวิต
ฮ่องเต้กลับจากห้องเจ้าอาวาส เมื่อได้ทราบข่าวก็รีบไปเยี่ยม หวั่นเจาอี๋ในห้องพัก
หวั่นเจาอี๋ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ฮองเฮากล่าวตำหนิตนเองที่หน้าเตียง “ต้องโทษที่หม่อมฉัน ประมาทเลินเล่อ ไม่ทราบว่าหวั่นเจาอี๋เข้าไปในป่า หากทราบก่อน หน้านี้ หม่อมฉันก็คงส่งองครักษ์ตามไปด้วย”
ภายนอกฮองเฮาดูเหมือนกำลังตำหนิตนเอง ทว่าในความเป็น จริง นางกำลังบอกฮ่องเต้ว่าหวั่นเจาอี๋ออกไปโดยไม่ได้บอกนาง และเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับนางแม้แต่น้อย
ฮ่องเต้เกลียดความฉลาดหลักแหลมเช่นนี้ของฮองเฮานัก แต่ อย่างไรเหตุการณ์นี้ก็ไม่ใช่ความผิดของฮองเฮาจริงๆ หวั่นเจาอี๋ไม่ เพียงแต่ปกปิดฮองเฮาเท่านั้น ยังจงใจแยกตัวออกจากหญิงรับใช้ ไม่รู้ว่านางคิดจะทำสิ่งใด
หรือว่านางต้องการฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ?
ฮ่องเต้ทรงกริ้วยิ่ง
หวั่นเจาอี๋ไม่มีบุตร ไม่ว่านางจะเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ หรือไม่ก็ไม่ใช่ภัยคุกคามใหญ่หลวงอันใด ทว่าการสูญเสียนางสนม ไปคนหนึ่งต่อหน้านางก็ไม่ใช่เรื่องแย่นัก
ฮองเฮาทรงเรียกหมอหลวงมาสองคน “หมอหลวงทั้งสอง ท่านโปรดรักษาอาการบาดเจ็บของหวั่นเจาอี๋ให้ดี ให้นางฟื้นตัวโดย ไวเพื่อมาปรนนิบัติรับใช้องค์ฮ่องเต้”
กล้ารักษาให้ดีก็ลองดู!
จะจัดการกับเจ้าทั้งตระกูล!
“…” หมอหลวงสองคนกลัวจนตัวสั่น…
ฝูงชนพักอยู่ในวัดเป็นเวลาหนึ่งคืน ในวันรุ่งขึ้นฮ่องเต้ทรง ถวายตะเกียงสว่างนิรันดร์กาลแด่ไทเฮาด้วยตนเอง จากนั้นทั้ง คณะจึงไปที่หอสวดมนต์เพื่อฟังเทศนาจากเจ้าอาวาสตลอดทั้งวัน
ฮ่องเต้ราวกับคนที่วิญญาณได้ถูกล้างบาป ยามลงจากเขาตัว เบาดุจนกนางแอ่น จิตวิญญาณสูงส่ง
ญาติฝ่ายหญิงก็กำลังเตรียมตัวที่จะลงจากภูเขาเช่นกัน เรื่อง ที่ควรค่าแก่การกล่าวถึง คือฉากที่เกิดขึ้นที่ทางเข้าหลักของวัด ก่อนที่ทุกคนจะลงจากภูเขา เจ้าอาวาสคารวะฮ่องเต้และฮองเฮา ทว่าบังเอิญเหลือบไปเห็นอวี๋หวั่นที่กำลังจับมือกับองค์หญิงจิ่วโดย ไม่ได้ตั้งใจ
สายตาของเจ้าอาวาสกระทบบนร่างของอวี๋หวั่นชั่วขณะ
ฮองเฮาตรัสด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยน “สตรีผู้นั้นคือพระชายา ซื่อจื่อ ท่านเจ้าอาวาสจ้องมองนางเช่นนี้ มีสิ่งใดผิดปกติหรือ?”
เจ้าอาวาสส่ายศีรษะ ครู่หนึ่ง เขาก็พ่นคำพูดออกมาเบาๆ “สูงส่งเกินบรรยาย”
แม้ว่าอวี๋หวั่นจะมีชาติกำเนิดที่เลวร้ายยิ่ง ทว่าเธอก็แต่งงาน เข้าจวนเยี่ยนอ๋องในฐานะภรรยาซื่อจื่อ กล่าวได้ว่าเธอบินเกาะกิ่ง ไม้และกลายเป็นหงส์ เป็นธรรมดาที่เธอจะมีค่าคู่ควรกับคำกล่าวนี้ ทุกคนต่างยิ้มในใจ ทว่าคำพูดของเจ้าอาวาสค่อนข้างน่าเบื่อ พวก
เขาก็พูดได้ และพูดได้ดีกว่าเขาอีก
คนทั้งคณะเดินลงจากภูเขา
ซั่งกวนเยี่ยนจะไปดูบุตรชายของนางที่จวน เซียวเจิ้นถิงก็ไป ส่งนางและอวี๋หวั่นกลับไปที่จวนคุณชายก่อน จากนั้นฉวยโอกาส ระหว่างที่ซั่งกวนเยี่ยนคุยกับเยี่ยนจิ่วเฉา มาบอกสิ่งที่ไม่สะดวก เอ่ยในกระท่อมเล็กกับอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นไม่อยากจะเชื่อ “ตี้จีของหนานจ้าว?”
เซียวเจิ้นถิงกล่าวอย่างเคร่งเครียด “ไม่ผิดแน่ นางบอกอย่าง นั้น ส่วนนางรู้ได้อย่างไร ข้าไม่รู้ ทว่านางคงไม่โกหกข้า”
อวี๋หวั่นเชื่ออย่างยิ่งว่าการหลอกลวงครั้งที่ใหญ่ที่สุดของหวั่น เจาอี๋ต่อเซียวเจิ้นถิง คือการลอบทำร้ายเยี่ยนจิ่วเฉา ยามนี้นางไม่ อาจเก็บความลับนี้ได้อีกต่อไป จึงไม่จำเป็นต้องปกปิดสิ่งใดอีก
หนานจ้าวมีตี้จีสองพระองค์ ตี้จีองค์โตได้แยกตัวออกจาก หนานจ้าวไปแล้ว ก็คงเป็นตี้จีองค์เล็ก ดาวแห่งโชคของหนานจ้าว ที่ติดต่อกับหวั่นเจาอี๋
แต่นี่มันแปลกมากมิใช่หรือ?
เยี่ยนจิ่วเฉากับตี้จีองค์เล็กไม่มีความคับแค้นใจและไม่ได้เป็น ศัตรูกัน เหตุใดนางถึงต้องทำร้ายเขา?
สัญชาตญาณของสตรีนั้นเฉียบคมกว่าบุรุษเสมอ
ภายใต้แสงไฟอวี๋หวั่นนึกถึง ‘บ้านเล็กของเยี่ยนอ๋อง’ ที่ฮูหยิน
เหยากล่าวถึง ยามนั้นเยี่ยนจิ่วเฉาอายุได้เจ็ดขวบ บ้านเล็กก็ ปรากฏขึ้นในเมืองเยี่ยนพร้อมกับบุตรชาย และทันทีที่เยี่ยนจิ่วเฉา อายุแปดขวบ เยี่ยนอ๋องก็เสียชีวิต และในปีเดียวกันเยี่ยนจิ่วเฉาก็ ถูกวางยาพิษโดยคนในราชวงศ์หนานจ้าว…
เป็นไปได้หรือไม่ว่าบ้านเล็กของเยี่ยนอ๋องคือ ตี้จีองค์เล็กแห่ง หนานจ้าว?
เซียวเจิ้นถิงเองก็เดาในใจได้เช่นกัน ทว่าสถานะตัวตนของเขา อ่อนไหวและมีบางอย่างที่เขาไม่สามารถเอ่ยได้
เยี่ยนจิ่วเฉาดื่มยาเก่าของชุยเฒ่าและหลับไป ซั่งกวนเยี่ยนอยู่ กับเขาในห้องสักพักและกลับบ้านพร้อมกับเซียวเจิ้นถิง
ด้านหนึ่งคือบุตรชายของนาง อีกด้านหนึ่งคือสามี หลายปีที่ ผ่านมานี้นางต้องเผชิญกับลมฝน ชีวิตของนางไม่ง่ายเลยจริงๆ
“ชุยเฒ่า!” อวี๋หวั่นถือสูตรยาและเดินไปที่สนามหลังบ้าน ชุย เฒ่ากำลังทำให้ยาแห้ง
“เจ้ามาทำอันใดที่นี่อีกหรือเด็กน้อย?” ชุยเฒ่าเอ่ยอย่างไม่สบ อารมณ์
อวี๋หวั่นเลิกคิ้วและเอ่ยว่า “นี่คือบ้านของข้า ข้าไปได้ทุกที่ที่ข้า ต้องการ”
“หึ!” ชุยเฒ่ากลอกตา
อวี๋หวั่นส่งใบสูตรยาของหวั่นเจาอี๋ให้ชุยเฒ่า “ดูซิว่านี่เป็นยา
ถอนพิษของไป๋หลี่เซียงหรือไม่?”
“เจ้าเอาสูตรมาจากที่ใด?” ชุยเฒ่าถามด้วยความประหลาดใจ
อวี๋หวั่นกล่าวอย่างเฉยเมย “ท่านไม่ต้องยุ่งหรอก ท่านแค่ พิถีพิถันทำยาตามสูตรนี้ก็พอ และดูว่าสามารถถอนพิษสามีข้าได้ หรือไม่”
ชุยเฒ่าโค้งยิ้มมุมปาก เดินกลับห้องไปพร้อมกับสูตรยาอย่าง ไม่เต็มใจ
อวี๋หวั่นก็กลับห้องเช่นกัน
จื่อซูยกนํ้าเข้ามา “พระชายา อาบนํ้าล้างหน้าก่อนเถิด”
“อื้ม” อวี๋หวั่นเดินไปแช่มือในอ่างสีเงินที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ ทันใดนั้นก็คิดบางอย่างขึ้นได้ พลันเอ่ยกับจื่อซู “เจ้าเอาเงินสิบ ตำลึงไปให้ฝูหลิงที”
จื่อซูถึงกับผงะ
เงินสิบตำลึงเท่ากับเงินเดือนของนางถึงสองเดือน ฝูหลิงช่วย ทำคุณสิ่งใด พระชายาซื่อจื่อถึงได้ตอบแทนนางเช่นนี้?
ที่วัด…นางไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
ภายในใจของจื่อซูรู้สึกถึงวิกฤต แน่นอนว่ามีความอิจฉาปะปน อยู่เล็กน้อย นางเป็นสาวใช้คนสนิทของพระชายาซื่อจื่อ นางหาได้ โลภมากในเงิน สิ่งที่นางสนใจคือท่าทีของพระชายาซื่อจื่อ นางหวัง ว่านางจะเป็นสาวใช้คนสนิทที่มีอำนาจมากที่สุดของพระชายาซื่อ
จื่อ
“แล้ว…ต้องการให้พาฝูหลิงมาที่ห้องหรือไม่เจ้าคะ?” จื่อซู ถามด้วยเสียงแผ่วเบา
ความหมายของมาที่ห้องนั้นเหมือนกัน นั่นคือกลายเป็นสาว ใช้คนสนิทของเรือนชิงเฟิง
อวี๋หวั่นเอาผ้าขนหนูเช็ดมือ “ไม่จำเป็นหรอก แบบนี้ก็ดีมาก แล้ว”
เมื่อเป็นเช่นนี้ สาวใช้คนสนิทก็ยังคงเป็นนางเพียงคนเดียว หัวใจของจื่อซูกลับมาสมดุลอีกครั้ง
จื่อซูถอยกลับไปพร้อมกับนํ้า ขณะที่นางกำลังจะข้ามธรณี ประตู อวี๋หวั่นก็เอ่ยเบาๆ “เจ้ากับฝูหลิงต่างก็เป็นคนที่ข้าเลือก ข้า เชื่อในตัวเจ้ามากพอๆ กับที่ข้าเชื่อในตัวนาง ทว่ามีบางสิ่งที่เจ้า ทำได้ดีกว่า และบางอย่างก็เหมาะสมกับนางมากกว่า”
จื่อซูเข้าใจถ่องแท้ หันไปโค้งคำนับด้วยความรู้สึกผิด “บ่าว เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
อวี๋หวั่นพยักหน้า “เจ้าลงไปเถิด”
สาวใช้หลายคนในเรือนชิงเฟิงเป็นคนดี เถาเอ๋อร์เป็นคน ซื่อสัตย์ หลีเอ๋อร์ชาญฉลาด ปั้นซย่าคล่องแคล่วว่องไว ทว่าคนที่ อยู่คนเดียวได้คือจื่อซู ส่วนฝูหลิง นางเป็นกึ่งผู้คุ้มกันได้ อวี๋หวั่นไม่ ต้องการให้สาวใช้ที่ทรงพลังที่สุดสองคนต่อสู้กันภายใน แน่นอนว่า คนที่ต่อสู้กันภายในคือจื่อซู ส่วนตัวตลกฝูหลิง ตราบใดที่ท้องอิ่ม
สิ่งใดก็คงไม่คิดมาก
บทที่ 170.2 มงคลคู่มาสู่บ้าน (2)
อวี๋หวั่นไปที่ห้องครัวและทำอาหารจานเล็กๆ สองอย่าง เมื่อ กลับไปที่ห้อง เยี่ยนจิ่วเฉาตื่นขึ้นแล้ว ทั้งคู่ทานอาหารด้วยกัน
อวี๋หวั่นไปอยู่ที่วัดสองวัน ความอยากอาหารของเยี่ยนจิ่วเฉา ยังไม่ดีนัก ข้าวชามเล็กๆ ก็ยังยากที่จะกลืนลงคอ แต่อวี๋หวั่นกลับ มามันก็ต่างไป จานหนึ่งเป็นแกงเปรี้ยวรากบัว หม้อหนึ่งเป็นแกง เต้าหู้ปลาจี้อวี๋ เยี่ยนจิ่วเฉากินอย่างหมดจด แม้ต้นหอมสักชิ้นก็ไม่ เหลือ
พ่อครัวหัวเราะชอบใจ
หลังอาหารกลางวัน อวี๋หวั่นกับเยี่ยนจิ่วเฉาก็ไปนั่งใต้ต้นไม้ ใหญ่ในลานด้านหลัง เพลิดเพลินกับความเย็นสบาย
วันนี้อากาศร้อน อวี๋หวั่นให้คนรับใช้ไปนำก้อนนํ้าแข็งมาหนึ่ง ถังและใส่ลิ้นจี่ที่ล้างแล้วลงไป
จิ้งจอกหิมะตัวน้อยก็ร้อนยิ่งนัก วิ่งแลบลิ้นออกมานอนบนนํ้า แข็ง
ปลายนิ้วเรียวของเยี่ยนจิ่วเฉาจับคอและยกตัวมันขึ้นอย่างไร้ ความปรานี
จิ้งจอกหิมะตัวน้อยครํ่าครวญพร้อมกับใช้กรงเล็บตะกายขึ้น ลง!
เยี่ยนจิ่วเฉายิ้มมุมปากอย่างขี้เล่นและวางมันลงบนโต๊ะตัว เล็กข้างๆ ลูบไล้หน้าท้องขาวเล็กน้อยด้วยปลายนิ้ว
จิ้งจอกหิมะตัวน้อยถูกลูบอย่างสบาย
แต่ไม่รู้คิดอย่างไร จู่ๆ มันก็ลุกขึ้นยืน ใช้มือทั้งสองข้างตะปบ นิ้วชี้ของเยี่ยนจิ่วเฉา และกดเข้าไปในก้อนนํ้าแข็ง
หลังจากกดไปสักพัก ก็นอนลงอีกครั้งและเอานิ้วเย็นๆ นั้นมา ไว้ที่ท้อง
เยี่ยนจิ่วเฉาลูบท้องของมันอีกครั้ง
ว้าว
จิ้งจอกหิมะน้อยสุดเท่!
“เยี่ยนจิ่วเฉา ข้ามีเรื่องจะบอกท่าน” อวี๋หวั่นปอกลิ้นจี่
“อันใดหรือ?” เยี่ยนจิ่วเฉาถามพลางถูท้องจิ้งจอกหิมะ
อวี๋หวั่นป้อนลิ้นจี่ที่ปอกเปลือกแล้วให้กับจิ้งจอกหิมะตัวน้อย
ในขณะที่เพลิดเพลินกับการนวดของนายท่าน สุนัขจิ้งจอก หิมะก็ได้รับอาหารจากนายหญิง มันใช้อุ้งมือถือลิ้นจี่และใช้ปาก ของมันดูดคำใหญ่
“ไป๋หลี่เซียง…มาจากหวั่นเจาอี๋” อวี๋หวั่นบอกต้นสายปลาย เหตุของเรื่องราวทั้งหมดให้เยี่ยนจิ่วเฉาฟัง อวี๋หวั่นเพียงบอกความ จริงอย่างเป็นกลางและไม่ได้ใส่ความคิดของเธอลงไปด้วย เยี่ยน จิ่วเฉาจะรู้ความตั้งใจของหวั่นเจาอี๋ได้อย่างไร แล้วจะรู้เห็นสิ่งที่
เซียวเจิ้นถิงทำได้อย่างไร เขามีหัวใจที่เป็นกลาง ไม่จำเป็นที่เธอจะ ต้องโน้มน้าว
เยี่ยนจิ่วเฉาที่กำลังถูนิ้วกับจิ้งจอกหิมะหยุดชะงัก
จิ้งจอกหิมะตัวน้อยดูดลิ้นจี่เสร็จแล้ว ก็จับแกนลิ้นจี่แล้วมอง ไปที่นิ้วของเจ้านายอย่างไม่พอใจ จับมันไปแช่ในก้อนนํ้าแข็งและ นำมากดที่ท้องของมันต่อ
เยี่ยนจิ่วเฉากลับมามีสติและถูต่อไป
จิ้งจอกหิมะน้อยหลับตาลงด้วยความพึงพอใจ
อวี๋หวั่นต้องการเอ่ยมากกว่านี้ แม้หวั่นเจาอี๋จะเป็นคนร้าย ทว่าไม่ใช่ตัวการที่ก่อกรรมทำชั่ว ตัวการคือตี้จีองค์เล็กแห่งหนาน จ้าว
“เหตุใดท่านถึงไม่แปลกใจแม้แต่น้อย?” อวี๋หวั่นมองเยี่ยนจิ่ว เฉาด้วยความสงสัย “ท่าน…รู้อยู่แล้วหรือ?”
ตั้งแต่อวี๋หวั่นบอกเขาว่าฮูหยินเหยาเห็นบ้านเล็กของบิดาเขา เยี่ยนจิ่วเฉาก็พอเดาได้ว่าบ้านเล็กนั้นคือตี้จีองค์เล็กแห่งหนานจ้าว บุตรชายของหัวหน้าเผ่าเล็กๆ อะไรนั่น ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งบังหน้า เท่านั้น สิ่งที่เรียกว่าหลบหนีนั้นก็คงเป็นเพียงการซ่อนตัวอยู่ใน เมืองเยี่ยนเท่านั้น
“ท่านพ่อของข้าอาจจะยังไม่ตาย”
อวี๋หวั่นถึงกับผงะ
“และอาจจะเป็นราชบุตรเขยแห่งหนานจ้าว”
อวี๋หวั่นตกตะลึง
แค่เรื่องที่เยี่ยนอ๋องยังไม่ตายก็เพียงพอที่จะทำให้คนตกใจ ราวกับถูกฟ้าผ่า แล้วยังราชบุตรเขยแห่งหนานจ้าวอีก…นี่ทำให้อ วี๋หวั่นไม่รู้ว่าควรตอบสนองอย่างไร
หากเป็นเช่นนั้นจริง ตี้จีองค์เล็กแห่งหนานจ้าวก็มีแรงจูงใจ เพียงพอที่จะฆ่าเขา เพื่ออ้างว่าเยี่ยนอ๋องเป็นของตนเอง นาง ต้องการให้บุตรชายของนางเป็นเลือดเนื้อเพียงหนึ่งเดียวของเยี่ย นอ๋อง แล้วเยี่ยนอ๋องละ? เขาคิดอย่างไร? ระหว่างนั้นเกิดสิ่งใดขึ้น กันแน่? กลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?
“ท่านรู้สึก…ว่าท่านพ่อยังไม่ตายมาตั้งนานแล้วใช่หรือไม่?”
ดังนั้นเขาจึงลังเลที่จะสืบทอดตำแหน่ง
เขากำลังรอให้บิดาของเขากลับมา ทว่าคาดไม่ถึงว่าบุรุษผู้นั้น ได้กลายเป็นครอบครัวอื่นไปแล้ว เยี่ยนอ๋องได้ละทิ้งซั่งกวนเยี่ยน และละทิ้งเขา ความศรัทธาที่มีมาตลอดชีวิตของเขาราวกับพัง ทลายลงในชั่วข้ามคืน
นี่มันไม่ยุติธรรมกับเยี่ยนจิ่วเฉาเกินไปแล้ว
เขารอคอยมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ แต่สุดท้ายได้สิ่งใด?
“บางทีเรื่องราวอาจไม่ใช่อย่างที่เราเห็น”
อวี๋หวั่นจับมือของเยี่ยนจิ่วเฉาแน่น
พิษต้องแก้
ความจริงก็ต้องสืบ!
…
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ชุยเฒ่าปิดประตูศึกษาสูตรยาที่ได้จาก หวั่นเจาอี๋
“เป็นอย่างไรบ้าง?” อวี๋หวั่นมาพบเขา
ชุยเฒ่าขมวดคิ้วและเอ่ยว่า “เอ่ยตามตรง สูตรยาเป็นยาที่ดี ทว่าข้าไม่สามารถรับประกันได้ว่ามันถูกต้องหรือไม่”
อวี๋หวั่นกล่าวอย่างไม่แยแส “ท่านก็แค่ต้องปรุงมันขึ้นมา ก่อน”
ชุยเฒ่าตะคอก “พูดน่ะง่าย ทว่าส่วนผสมเหล่านี้หาซื้อไม่ได้ใน เมืองหลวง”
แววตาของอวี๋หวั่นหยุดนิ่ง “เช่นนั้นก็ไปซื้อมาจากที่อื่น ข้าไม่ เชื่อว่าใต้หล้านี้ยังมีวัตถุดิบยาที่จวนเยี่ยนอ๋องซื้อไม่ได้!”
ชุยเฒ่าโบกมือ ยื่นขวดลายครามขนาดเล็กให้อวี๋หวั่น “เอาละ เอาละ ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องนี้ ข้าจะให้เจ้าดูบางอย่าง”
“มันคือสิ่งใด?” อวี๋หวั่นถาม
“ยาไง” ชุยเฒ่ายัดขวดยาใส่มือของอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นดึงจุกออก กลิ่นยาพลันฟุ้งออกมา “ของเยี่ยนจิ่วเฉา หรือ?”
ชุยเฒ่ากล่าวอย่างจริงจัง “ไม่ใช่ ให้พ่อสามีของเจ้า!”
“แม่ทัพใหญ่เซียว?” อวี๋หวั่นชะงัก
ดวงตาของชุยเฒ่าเป็นประกาย “อย่าบอกนะว่าเจ้าดึงหวั่นเจา อี๋ลงมาแล้วยังไม่รู้เรื่องยาห้ามบุตรอีก?”
“ท่านรู้ได้อย่างไร?” อวี๋หวั่นเหล่มองอย่างระแวดระวัง
“แค่ก” ชุยเฒ่ากระแอมในลำคอและเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด “ยาห้ามบุตรในยามนั้นข้าเป็นคนปรุงเอง”
“ท่าน!” อวี๋หวั่นหยิบแจกันบนโต๊ะขึ้นมา!
ชุยเฒ่ากระโดดไปติดขอบหน้าต่างอย่างรวดเร็ว และมองอวี๋ หวั่นด้วยความหวาดกลัว “เจ้าอย่าเพิ่งวู่วาม! ข้าก็แค่ทำตามคำ สั่ง! ฮ่องเต้ให้ข้าจ่ายยา ข้าจะขัดขืนได้หรือ? ข้าไม่ต้องการมีหัวอีก แล้วรึ?!”
อวี๋หวั่นสูดหายใจและวางแจกันลง “เช่นนั้นเหตุใดท่านไม่เอ่ย ก่อนหน้านี้? หากข้าไม่ได้จัดการกับหวั่นเจาอี๋ ท่านก็คิดจะเก็บเรื่อง นี้ไว้ในท้องของท่านตลอดไปรึ?”
“ข้าจะคิดเช่นนั้นได้อย่างไร?” ชุยเฒ่าลูบจมูกด้วยความรู้สึก ผิด “นี่ก็ไม่ใช่ว่าข้า…ปรุงยามาให้เจ้าแล้วหรือ?”
ในยามนั้นชุยเฒ่ายังคิดเผื่อไว้ ฮ่องเต้ให้เขาปรุงยาห้ามบุตร เขาใส่ยาไปเพียงครึ่งเดียวและเปลี่ยนวัตถุดิบอีกหลายชนิด ขณะ นั้นเขาคิดว่าหากอนาคตหมดสิ้นหนทาง เขาขายบุญคุณให้กับ
เซียวเจิ้นถิงก็ยังพอให้ต่อชีวิตได้
แน่นอนว่ายามนี้ยังไม่ได้ขายบุญคุณนั้น แต่กลับเป็นการเปิด เผยและยั่วยุให้คนโมโห
อวี๋หวั่นมองเขาอย่างเย็นชา “ท่านแน่ใจหรือว่ายานี้ใช้ได้?”
ชุยเฒ่ายิ้มมุมปาก “ข้าจะแน่ใจได้อย่างไร? อย่างไรก็ผ่านมา นานหลายปีแล้ว อีกทั้งสูตรยาเดียวกัน ก็หาใช่จะใช้ได้กับทุกคน แต่ในเมื่อเขาเป็นเช่นนี้ไปแล้ว พวกเจ้าก็รักษาม้าตายด้วยยาม้า เป็น[1]เถิด หากรักษาได้ก็ดี หากรักษาไม่ได้ อย่างมากก็แค่เป็น เหมือนเดิม”
แม้จะดูหยาบคายทว่าก็มีเหตุผล
อวี๋หวั่นเรียกเจียงไห่ และให้เขานำยาไปส่งให้เซียวเจิ้นถิง
อิ่งสือซันและอิ่งลิ่วออกไปหาซื้อวัตถุดิบยาจากนอกเมือง
ชุยเฒ่าสอนวิธีในการฝังเข็มทองแก่อวี๋หวั่น เพื่อช่วยระงับพิษ ไป๋หลี่เซียงไว้ชั่วคราว
………………
ในช่วงต้นเดือนเจ็ด สกุลอวี๋มีเรื่องน่ายินดีถึงสองเรื่อง
หนึ่งคือการแต่งงานระหว่างอวี๋เฟิงกับไป๋ถังได้ถูกกำหนดแล้ว พระชายาซื่อจื่อแห่งจวนเยี่ยนอ๋องมาสู่ขอถึงบ้าน นายท่านไป๋ถึง กับตกใจจนขาอ่อนแรง จะยังมีปากไว้ปฏิเสธได้อย่างไร?
นอกจากนี้ บุตรสาวของเขาก็โตมากแล้ว ทั้งยังถูกโจษจันว่า
หยิ่งยโส นายท่านไป๋เตรียมใจที่จะไม่สามารถส่งบุตรสาวออกไป แต่งงานไว้แล้ว
ทว่ายามนี้พี่ชายของพระชายาซื่อจื่อเต็มใจมาขอแต่งงาน นายท่านไป๋แทบรอที่จะให้ทั้งสองได้เข้าห้องหอไม่ไหวแล้ว!
หากเอ่ยถึงชาติกำเนิดของอวี๋เฟิง
ได้คะแนนที่มีสถานะลูกพี่ลูกน้องของพระชายาซื่อจื่อ
ได้คะแนนที่มีน้องชายเป็นนักเรียนอยู่ในสำนักบัณฑิตกั๋วจื่อ เจียน
ได้คะแนนที่เป็นเจ้าของโรงฝึกงานตั้งแต่อายุน้อย
และที่บ้านยังมีเหมือง!!! เป็นคะแนนที่พิเศษสุดๆ!
เมื่อเปรียบเทียบเช่นนี้ จะเป็นชาวนาขาเปื้อนโคลนหรือไม่ ก็ หาใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป
วันแต่งงานถูกกำหนดขึ้นในเดือนเก้า
เดิมทีคุยกับว่าเป็นเดือนสิบ ทว่านายท่านไป๋กังวลว่าสกุลอวี๋ จะเปลี่ยนใจ จึงเลื่อนวันแต่งงานให้เร็วขึ้น
ดวงตาของไป๋ถังเย็นชา “ทำอย่างกับข้าจะแต่งไม่ออกเยี่ยง นั้นละ!”
นายท่านไป๋ : แล้วไม่ใช่รึ?!
และอีกเรื่องหนึ่งคือ
กั๋วจื่อเจียนจัดการสอบประจำเดือนอีกครั้ง และอวี๋ซงก็เป็นที่ หนึ่งของห้องสอง
…………………………………………………….
[1] รักษาม้าตายด้วยยาม้าเป็น 死⻢当活⻢医 อุปมาถึง การ
พยายามทำทุกอย่างในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง