หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 394 สั่งสอนให้แทน
บทที่ 394 สั่งสอนให้แทน
เกาเซียงกำลังอารมณ์ดี
เขาถูกโจวอี้ปฏิเสธ แต่คำพูดของเด็กชายคนนี้กลับทำให้เขาพึงพอใจมาก
เขามองไปที่ชายอ้วนและเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า “พวกคุณเคยมีประสบการณ์ในการเล่นสกีมาก่อนไหมครับ? หรือว่านี่เป็นครั้งแรกที่คุณจะเรียนรู้การเล่นสกี?”
“ครั้งแรก!” ชายอ้วนตอบ
“ไม่เป็นไรครับ ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรก เชื่อผมเถอะ ถ้าผมสอนให้แล้ว อย่างมากก็แค่ไม่กี่ชั่วโมงพวกคุณก็จะเล่นสกีเป็นแน่นอน มันดีกว่าคนที่ไม่มีโค้ชแน่นอนครับ” เกาเซียงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่า ๆ คุณพูดถูก” ชายอ้วนพูดและเหลือบมองไปที่โจวอี้
อีกด้าน
โจวอี้แทบจะกลอกตา
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมช่วงนี้ถึงมีแต่คนจ้องจะก่อกวนเขา!
ขนาดพาลูกสาวมาเล่นสกีก็ยังเจอเรื่องแปลก ๆ แบบนี้เนี่ยนะ
ช่างเถอะ!
ฉันมีวุฒิภาวะมากพอ ไม่จำเป็นต้องไปสนใจไอ้พวกคนงี่ง่าแบบนี้หรอก
โจวอี้จับมือลูกสาวและค่อย ๆ ไถลสกีไปข้างหน้า
การเล่นสกีเป็นกีฬาที่ผู้เล่นต้องใช้การทรงตัวเป็นอย่างยิ่ง โดยใช้เอวเป็นแกน และใช้ขาเป็นฐานรองรับ
โจวอี้มีประสบการณ์มากมายในการเล่นสกี การเล่นสกีบนภูเขานั้นอันตรายกว่าสกีรีสอร์ตในร่มแบบนี้อย่างเทียบกันไม่ติด ดังนั้นการเล่นสกีในพื้นที่ฝึกแบบนี้จึงเป็นเรื่องเล็กสำหรับเขา
เขาค่อย ๆ สอนลูกสาวไปตามประสบการณ์ที่เขามีมา
ถังเหมียวเหมี่ยวฉลาดมาก ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีในการทำความเข้าใจทักษะการเล่นสกีได้อย่างถ่องแท้ และเธอยังสามารถเลื่อนบนสโนว์บอร์ดคนเดียวได้อย่างง่ายดาย
“ฮี่ฮี่ พ่อตามหนูมาสิ!” ถังเหมียวเหมี่ยวร้องอย่างมีความสุข
“ไม่มีปัญหา เรามาแข่งกันว่าใครจะสามารถไปได้เร็วกว่ากัน!” โจวอี้หัวเราะเสียงดัง
“หนูจะชนะ!”
“พ่อจะรอดู”
พ่อและลูกสาววิ่งไล่จับกันด้วยเสียงหัวเราะ ซึ่งดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมาย
ในขณะที่ชายอ้วนและลูกชายวัยเจ็ดขวบของเขาลื่นล้มก้นจ้ำเบ้าไปไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้ว ซึ่งเกาเซียงในฐานะโค้ชก็คอยปลอบพวกเขา ทว่าพ่อและลูกชายคู่นี้กลับหัวเสียอย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นโจวอี้และลูกสาวที่เล่นสนุกอยู่ไม่ห่าง มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด พวกเขาเสียเงินไปหลายร้อยหยวนแต่กลับยังเล่นไม่ได้ แบบนี้มันหมายความว่ายังไง?
“คุณเกา! คุณสอนเราแบบนี้ได้ยังไง! ดูสิ คู่พ่อลูกนั่นไม่มีใครสอนแต่ก็เล่นได้แล้ว แต่เรากลับยังเล่นไม่ได้แบบนี้ นี่คุณกำลังเล่นตลกกับเราเหรอ?” ชายอ้วนเริ่มโกรธ
“อย่ากังวลไปเลยครับ อันที่จริงผมคิดว่าพ่อลูกคู่นั้นไม่น่าจะเป็นมือใหม่ตั้งแต่แรก พวกเขาต้องเคยเล่นสกีมาก่อนแน่ ๆ และคราวนี้พวกเขาคงมาที่ลานฝึกซ้อมนี้เพื่ออวด!” แม้ว่าเกาเซียงจะค่อนข้างหดหู่ แต่เขาก็ยังสามารถปัดความผิดให้พ้นตัวเองได้อย่างแนบเนียน
“อืม ก็เป็นไปได้!” ชายอ้วนเชื่อเกาเซียงทันที
“พ่อ! ผมไม่อยากเรียนแล้ว ถึงผมจะไม่เจ็บแต่มันก็ยากเกินไป” เด็กน้อยแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว
“ไม่ได้ เราต้องเรียนรู้ให้เร็ว และเมื่อเราเรียนรู้แล้ว เราก็จะเหนือกว่าพ่อและลูกสาวคู่นั้น!” ชายอ้วนกล่าว
“ก็ได้ ๆ!”
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง
โจวอี้ก็รู้สึกว่าลูกสาวของเขาพร้อมที่จะลองสกีคนเดียวแล้ว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจลองให้เธอเล่นสกีคนเดียว โดยที่ตัวเขาไปยืนรอดูอยู่ห่าง ๆ เพื่อให้เธอไถลสกีเข้ามาหา
ถังเหมียวเหมี่ยวรู้สึกเหมือนกำลังตกหลุมรักการเล่นสกี
เธอค่อย ๆ ประคองไม้สกีและไถลไปหาโจวอี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอผ่านละแวกพื้นที่ของเด็กชายวัยเจ็ดขวบคนนั้น อีกฝ่ายก็ขว้างไม้สกีในมือไปที่ถังเหมียวเหมี่ยว
ชายอ้วนขมวดคิ้วเมื่อเห็นพฤติกรรมของลูกชาย แต่ก็ไม่ได้ดุด่าอะไร
ทางด้านของโจวอี้นั้นจ้องมองลูกสาวตัวเองอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อเห็นฉากนี้ เขาจึงซัดเข็มเงินหลายเล่มพุ่งเข้าใส่ไม้สกีของเด็กชายคนนั้นให้กระเด็นออกไปทันที
จากนั้นโจวอี้ก็พุ่งไปข้างหน้า
เมื่อเห็นลูกสาวล้มลงด้วยความตกใจ โจวอี้จึงเอื้อมมือไปอุ้มเธอขึ้นมา
“เหมียวเหมี่ยว ลูกเป็นอะไรไหม?” โจวอี้ปัดหิมะออกจากตัวเธอเบา ๆ และตบหลังเธอเพื่อปลอบประโลม
“พ่อจ๋า เขาเป็นคนไม่ดี…” ถังเหมียวเหมี่ยวน้ำตาคลอ เธอพูดพลางชี้ไปที่เด็กชายคนนั้น
“ใช่ เขาเป็นคนไม่ดี แล้วลูกจะให้พ่อสั่งสอนเขายังไง?” โจวอี้ถามอย่างอ่อนโยน
“ฮึ่ม! สอนบทเรียนให้เขาหน่อยค่ะ!” ถังเหมียวเหมี่ยวพูดทั้ง ๆ ที่น้ำตายังไหลอาบแก้มนวล ดูแล้วน่าสงสารเป็นอย่างมาก
โจวอี้ปล่อยลูกสาวให้เธอยืนได้อย่างมั่นคง จากนั้นก็จ้องไปยังเด็กชายคนนั้นที่กำลังยิ้มเยาะใส่ถังเหมียวเหมี่ยว ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย เขามองไปที่ชายอ้วนและถามอย่างเย็นชาว่า “ลูกชายของคุณน่ะ คุณจะสอนเองหรือว่าให้ผมสอนแทน?”
“นี่ลูกชายของฉัน! ไม่ใช่เรื่องที่นายจะมาสอนเขา! รอให้เขาขว้างไม้ออกไปอีกรอบก่อนก็แล้วกันฉันถึงจะสอนเขาให้” ชายอ้วนเชิดคางขึ้นและชำเลืองมองโจวอี้ด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
“พ่อลูกน่ารังเกียจเหมือนกันทั้งคู่ ก็ได้ ๆ ในเมื่อแกไม่สั่งสอนลูกตัวเอง งั้นฉันจะสั่งสอนไอ้สารเลวตัวน้อยของแกแทนให้ก็แล้วกัน มันจะได้เข็ดหลาบ ไม่กล้าโตขึ้นไปสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนที่ไหนอีก!” โจวอี้เลิกสุภาพกับอีกฝ่าย เขาหยิบไม้สกีที่เด็กชายคนนั้นเขวี้ยงใส่ถังเหมียวเหมี่ยวเมื่อครู่นี้ขึ้นมา แล้วเดินเอาไม้ไปฟาดก้นของเด็กชายคนนั้นอยู่หลายครั้งเพื่อสั่งสอน
โจวอี้ไม่ได้ออกแรงมากนัก และด้วยชุดสกีที่หนาเช่นนี้มันก็แค่ทำให้เด็กน้อยรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่จุดประสงค์หลักของโจวอี้คือการทำให้ตกใจ
เมื่อเห็นว่ามีคนอื่นทุบตีลูกชายของตัวเอง แล้วชายอ้วนคนนี้จะยอมง่าย ๆ งั้นหรือ?
เขารีบยกไม้สกีในมือของตัวเองขึ้นมาเตรียมจะฟาดเข้าที่หัวของโจวอี้ “บัดซบ! แกกล้าดียังไงถึงได้ตีลูกชายของฉัน ฉันจะฆ่าแก!”
แววตาของโจวอี้เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที เขาตบอีกฝ่ายด้วยหลังมือ
เพี๊ยะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่น ทำให้ใครหลาย ๆ คนที่อยู่ใกล้เคียงถึงกับชะงัก
ชายอ้วนกรีดร้อง ร่างของเขากระเด็นออกไปตามแรงตบ และหลังจากกระแทกหิมะอย่างหนัก น้ำลายและเลือดก็ไหลออกมาพร้อมกัน รวมทั้งฟันหน้าอีกสองซี่
โจวอี้มองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา จากนั้นก็หันไปสบตากับเด็กชายตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัว
เขาเอื้อมมือไปคว้าหลังคอเสื้อของอีกฝ่าย แล้วยกร่างของเด็กน้อยขึ้นมา ก่อนจะชี้ไปที่ชายอ้วนแล้วพูดว่า “เห็นนั่นไหม? เพราะนายเป็นเด็กไม่ดี และพ่อของนายก็ไม่ได้เรื่อง เขาก็เลยถูกทุบตี ตอนนี้เขาปกป้องเด็กแย่ ๆ อย่างนายไม่ได้แล้ว”
“ฮือ…พ่อ ช่วยผมด้วย!” เด็กชายร้องไห้ออกมา
เพี๊ยะ!
โจวอี้ตีก้นเด็กน้อยและตวาดเสียงดัง “หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้! ไม่งั้นฉันจะตีพ่อของนายอีก!”
เด็กชายสะดุ้งสุดใจและรีบปิดปากทันที
โจวอี้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แต่ยังคงพูดอย่างเย็นชาว่า “จำไว้ว่าการรังแกคนอื่นเป็นสิ่งไม่ดี! และเด็กเลวอย่างนายจะต้องถูกลงโทษ ดังนั้นถ้านายกล้ารังแกคนอื่นอีกก็จะมีคนดีมาลงโทษนาย แล้วก็ลงโทษพ่อของนายด้วย ได้ยินไหม!”
“ได้ยิน… ผมได้ยินแล้วครับ ฮือฮือ…”
“ได้ยินแล้วยังจะกล้ารังแกคนอื่นอีกไหม?!” โจวอี้ถามเสียงดังลั่น
“ไม่รังแก ผมไม่กล้าแล้วครับ”
“ดีมาก! จำบทเรียนวันนี้ไว้ให้ดี!”
โจวอี้พูดจบก็วางเด็กชายลงแล้วเดินไปหาชายอ้วนที่กำลังโกรธ เวลานี้อีกฝ่ายกำลังพยายามที่จะลุกจากพื้น โจวอี้ตบเขาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังมองมาด้วยสายตาเกลียดชัง
หลังจากที่อีกฝ่ายล้มลงกับพื้นอีกครั้ง โจวอี้ก็ตามไปเตะซ้ำจนอีกฝ่ายร้องลั่น
“ยังกล้าจ้องฉันอีกเหรอ! แกมันไม่ดีแล้วยังสอนให้ลูกชายเป็นคนไม่ดีอีก คนไม่ได้เรื่องแบบแกยังมีหน้ามาจ้องฉันอีกเหรอ?”
“อยากจะตีฉันคืนเหรอ? หรืออยากจะฆ่าฉัน? เหอะ ดูสารรูปตัวเองซะก่อน น้ำหนักขนาดนี้จะเอาปัญญาที่ไหนมาสู้ฉันได้?”
“มันไม่เป็นไรหรอกที่เด็กจะทำผิดไปบ้าง แต่สิ่งที่แย่ฉิบหายคือแกไม่สั่งสอนให้ลูกตัวเองแก้ไข แถมยังทำเหมือนสนับสนุนให้ลูกทำชั่ว!”
“แกไม่ได้ปกป้องเขา แต่แกกำลังทำร้ายเขา”
“ถ้าแกไม่สอนเขาตั้งแต่เล็ก ๆ ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ โตขึ้นแล้วเขาอาจจะสร้างหายนะให้ผู้อื่น หรือแม้แต่กับตัวเอง แกอยากที่จะเผชิญกับเรื่องที่คนหัวหงอกต้องไปงานศพคนผมดำรึไง?”
“แกกับลูกของแกนี่แม่งโคตรน่ารังเกียจเลย!”
โจวอี้ทั้งเตะและดุด่า ฉากนี้ทำให้คนรอบ ๆ ถึงกับมองมาด้วยสีหน้าโง่งม