หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 395 รอบด้านสนับสนุน
บทที่ 395 รอบด้านสนับสนุน
เวลานี้เกาเซียงรู้สึกตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า เขาไม่คิดเลยว่าโจวอี้ที่ดูไม่น่ามีพิษภัยและดูเป็นพ่อที่โอ๋ลูกสาวมากกลับกลายเป็นคนที่สุดแสนจะน่ากลัวทันทีที่เริ่มโกรธ
ทุบตีคู่พ่อลูกซะจนยับเลย!
แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้เป็นคนถูกตี แต่หัวใจของเขาก็สั่นสะท้านเมื่อเห็นเลือดบนหิมะและฟันขนาดใหญ่สองซี่ที่สะดุดตา
แต่…
ให้เรื่องดำเนินแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว!
ไอ้อ้วนนั่นยังไม่จ่ายค่าโค้ชเลย!
เกาเซียงพยายามแสร้งทำเป็นมีอำนาจเหนือกว่า เขาตะโกนขึ้นมาทันทีว่า “หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้! ที่นี่สกีรีสอร์ต ไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะมาทะเลาะวิวาทได้ตามใจชอบ ถ้าคุณไม่หยุด ผมจะเรียกรปภ.!”
โจวอี้ชะงักไปทันที
เขาไม่กลัวรปภ. แต่รู้สึกว่าที่นี่มีเด็ก ๆ อยู่เต็มไปหมด ซึ่งเขาไม่ต้องการทำให้เรื่องนี้บานปลาย
โจวอี้มองเกาเซียงด้วยสีหน้าเย็นชาและขึงขัง เขาเกลียดคนแบบนี้จริง ๆ
“ลูกรัก ที่นี่มีคนไม่ดีเยอะเกินไป พ่อจะพาลูกไปเล่นที่ลานสกีนะ” โจวอี้จูงมือลูกสาวและเตรียมที่จะเดินออกไป
“อย่าปล่อยเขาไปนะ เขาต้องชดใช้!” ชายร่างอ้วนพยายามลุกขึ้นคำรามด้วยใบหน้าฟกช้ำ
“ใช่ คุณยังไปไม่ได้ คุณทำร้ายคนขนาดนี้แล้วจะไปง่าย ๆ ได้ยังไง ถ้าเราปล่อยคุณไป คนอื่น ๆ จะคิดยังไงกับสกีรีสอร์ตของเรา?” อันที่จริงเกาเซียงไม่ต้องการทำอะไรไปมากกว่านี้ แต่เมื่อเขาเห็นรปภ.หลายคนวิ่งเข้ามาพร้อมกระบองไฟฟ้า ความกล้าหาญของเขาก็เพิ่มขึ้น
โจวอี้หันไปมองเกาเซียงด้วยสีหน้าเย็นชา ก่อนจะเบนสายตาไปที่ชายอ้วนอีกครั้ง
“ชดใช้? แกต้องการให้ฉันชดใช้งั้นเหรอ?” โจวอี้ถาม
“ใช่! ฉันยอมรับว่าฉันสู้ชนะแกไม่ได้ แต่แกทำให้ฉันแค้น! ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย ฉันจะให้คนไปฆ่าแกแน่นอน!” ชายร่างอ้วนคำราม
“การแก้แค้นจะทำให้แกตายตาไม่หลับซะเอง แต่ก็ช่างเถอะ แกมันเกินเยียวยาแล้ว” โจวอี้ส่ายหัว มองชายอ้วนราวกับว่าเขากำลังมองคนตาย “แกไปได้แล้ว ฉันจะรอการแก้แค้นจากแกก็แล้วกัน”
“ฮึ่ม! คอยดูก็แล้วกัน!” ชายอ้วนข่มความเจ็บปวดไปทั้งตัวเพื่อเดินเข้าไปอุ้มลูกชาย จากนั้นก็เดินจากไปทันที
“เดี๋ยวก่อน แล้วค่าโค้ช…” เกาเซียงก้าวตามไปสองสามก้าว
“ไอ้โค้ช! ฉันจะฆ่าแกทีหลังเหมือนกัน!” ชายอ้วนตวาดกลับมาด้วยความโกรธ
เกาเซียงถึงกับหน้าซีด เขารู้สึกหดหู่และอับอาย แต่เขาไม่กล้าที่จะยั่วยุชายอ้วนที่กำลังโกรธมากไปกว่านี้
เขาหันไปมองโจวอี้ด้วยสายตาเกลียดชัง
ทั้งหมดเป็นความผิดของไอ้บ้านี่!
ถ้าไม่ใช่เพราะมัน ฉันคงได้เงินค่าโค้ชไปแล้ว!
“ชายคนนี้เพิ่งทำร้ายคนอื่น ไล่เขาออกไปซะ!” เกาเซียงชี้ไปที่โจวอี้
รปภ.ทั้งหลายจึงเข้ามาล้อมโจวอี้ทันที
รปภ.วัยกลางคนที่เป็นผู้นำกลุ่มพูดเสียงเข้มว่า “คุณครับ ที่นี่ห้ามต่อสู้ ดังนั้นโปรดออกไปด้วยครับ”
“คุณไล่แขกโดยที่ไม่ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยเหรอ?” โจวอี้ถามอย่างเย็นชา
“ไม่ว่าคุณจะมีเหตุผลอะไร แต่การทำร้ายคนอื่นย่อมผิดอยู่แล้ว จริงไหม?” รปภ.วัยกลางคนพูดด้วยสีหน้าลังเล
“คุณดูอายุเยอะแล้ว ดังนั้นคุณก็น่าจะมีลูกแล้วใช่ไหม? ถ้ามีใครทำร้ายลูกสาวคุณ คุณจะทำยังไง?” โจวอี้ถาม
“ถ้าใครกล้าทำร้ายลูกสาวผม ผมจะฆ่าเขา!” รปภ.วัยกลางคนตอบกลับทันที
“ลูกชายของไอ้อ้วนนั่นทำร้ายลูกสาวผม และมันไม่เพียงแต่จะไม่สั่งสอนลูกชายตัวเองเท่านั้น แต่ยังมาทำหน้าตาเยาะเย้ยใส่ผมกับลูกอีก ผมก็เลยสั่งสอนลูกชายเขาให้แทน มันผิดตรงไหนล่ะ? แต่ไอ้อ้วนนั่นกลับวิ่งเข้ามาจะเอาไม้สกีฟาดหัวผม แล้วผมไม่มีสิทธิ์ปกป้องตัวเองเลยหรือไง?” โจวอี้ถามกลับ
“เอ่อ…”
“สกีรีสอร์ตของคุณคงมีกล้องวงจรปิดให้ตรวจสอบ จริงไหม? ถ้าคุณไม่เชื่อสิ่งที่ผมพูดก็ไปดูกล้องได้เลย จะได้รู้ว่าสิ่งที่ผมพูดมาน่ะมันจริงไหม!” โจวอี้ตะคอกใส่
“ที่เขาพูดเป็นความจริงค่ะ ลูกของชายอ้วนคนนั้นนิสัยแย่มาก! และชายอ้วนคนนั้นก็หยาบคายที่สุด ทั้งชายอ้วนคนนั้นและเด็กชายคนนั้นสมควรถูกสั่งสอนแล้ว!” ผู้หญิงคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตะโกนขึ้น
“ใช่ ฉันเองก็สามารถยืนยันได้ว่าไอ้อ้วนนั่นสมควรโดนตีจริง ๆ เขาเป็นแค่ไอ้เลวที่ตามใจลูกให้รังแกคนอื่นอย่างน่าไม่อาย!” อีกคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความโกรธ
“เด็กผู้ชายคนนั้นน่ารังเกียจที่สุด พอเห็นคนอื่นเล่นสกีเก่งกว่าก็รังแกเด็กหญิงตัวน้อย ๆ ด้วยไม้สกี เขาสมควรถูกตีก้นแล้ว!”
“ถ้าไอ้สารเลวนั่นกล้าทำร้ายลูกสาวผม ผมเองก็จะกระทืบเขาเหมือนกัน!”
“ใช่ ใช่!”
ฝูงชนส่งเสียงอื้ออึง และทุกคนก็เริ่มพูดแทนโจวอี้
พวกเขาทั้งหมดเห็นด้วยกับคำพูดของโจวอี้ตอนที่เขาตีชายอ้วน พวกเขาทั้งหมดคิดว่าชายอ้วนคนนั้นช่างน่าขยะแขยง
รปภ.หลายคนมองหน้ากันเพราะไม่คิดว่าชายอ้วนที่ถูกทุบตีจะเป็นคนที่น่ารังเกียจได้ขนาดนี้
งั้นก็ช่างเถอะ!
ยังไงไอ้อ้วนนั่นก็กลับไปแล้ว และชายหนุ่มคนนี้ก็พูดถูก ถ้าลูกสาวพวกเขาถูกรังแก พวกเขาก็จะกระทืบไอ้อ้วนนั่นเหมือนกัน
“คุณครับ เราจะไปตรวจสอบเรื่องนี้ก่อน” รปภ.วัยกลางคนกล่าว จากนั้นก็มองไปที่เกาเซียงและหันกลับมาพูดกับโจวอี้อีกรอบ “ถ้าไม่ใช่ความผิดของคุณจริง ๆ เราจะไม่ไล่คุณออกไปอย่างไร้เหตุผลแน่นอน”
หลังจากนั้น กลุ่มรปภ.ทั้งหมดก็พากันเดินจากไป
เกาเซียงแสดงสีหน้าโง่งม
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้
ไอ้สารเลวที่ทำให้เขาพลาดเงินไม่เพียงแต่จะไม่ถูกขับไล่ออกไปเท่านั้น แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากผู้คนอีกด้วย
เมื่อเกาเซียงเห็นว่าอีกฝ่ายหันมามอง เขาก็รู้สึกโหวงเหวงในใจและรีบหันหน้าหนีทันที
โจวอี้มองเกาเซียงด้วยแววตาเย็นชา เขาไม่ใช่คนใจกว้างอยู่แล้ว ดังนั้นโค้ชคนนี้ที่สร้างปัญหาให้เขาตั้งแต่แรกเริ่มต้องได้รับการสั่งสอนเช่นกัน
ทันใดนั้น!
โจวอี้ก็นึกแผนเด็ดขึ้นมาได้ เขาย่อตัวลงไปอุ้มลูกสาวและถามด้วยรอยยิ้มว่า “เหมียวเหมี่ยว เรายังไม่ต้องไปลานสกีหรอก เราเล่นที่นี่ต่ออีกสักหน่อยดีไหม ลูกเล่นเองนะ พ่อจะดูลูกอยู่ตรงนี้แหละ ถ้าใครกล้ารังแกลูก พ่อจะไปสั่งสอนมันให้ทันที!”
“ค่ะ!”
ถังเหมียวเหมี่ยวไม่สนใจว่าตัวเองจะได้เล่นสกีที่ไหน ตอนนี้เด็กน่ารังเกียจคนนั้นกลับไปแล้ว เธอย่อมเต็มใจที่จะอยู่ที่นี่ต่อเพื่อเล่นสกี
เกาเซียงรู้สึกหดหู่เมื่อเห็นว่าโจวอี้ไม่ได้ออกไป ซึ่งตัวเขาเองก็ไปไหนไม่ได้เช่นกัน เพราะมันคือช่วงเวลาทำงานของเขา ดังนั้นเขาจึงต้องซ่อนตัวและไม่กล้ายั่วยุโจวอี้อีก
สิบนาทีต่อมา
ครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิกสามคนได้มาที่ลานซ้อม และเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเล่นสกีไม่ได้
เกาเซียงซึ่งเหลือบมองโจวอี้อยู่ตลอดนั้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เข้ามาสร้างปัญหาให้เขา เขาจึงเข้าไปทักทายครอบครัวนั้นด้วยรอยยิ้มและถามว่า “พวกคุณต้องการโค้ชไหมครับ? ผมจะสอนคุณเล่นสกี และผมสัญญาว่าพวกคุณจะเล่นเป็นได้ไวแน่นอน”
“แพงไหม?” ชายคนนั้นถาม
“ไม่แพงเลยครับ สอนสมาชิกในครอบครัวพร้อมกันสามคน ผมคิดราคาแค่สองร้อยหยวนต่อชั่วโมงเท่านั้น” เกาเซียงพูดอย่างกระตือรือร้น
“กว่าที่เราจะเล่นเป็นต้องใช้เวลานานแค่ไหน?” ชายคนนั้นถามอีกครั้ง
“สกีเป็นเรื่องง่าย ใช้เวลาราว ๆ หนึ่งชั่วโมง คุณก็จะเริ่มจับทางการเล่นได้แล้ว หรือไม่ก็อาจใช้เวลานานกว่านั้นสักเล็กน้อย แต่ถ้าคุณมีพรสวรรค์จริง ๆ คุณอาจใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ” เกาเซียงอธิบาย
“อืม ถ้างั้นสอนเราที”
“ได้เลยครับ!”
โจวอี้ยืนอยู่ที่ริมลานฝึกซ้อม เขามองไปที่เกาเซียงด้วยท่าทีเย็นชา
ก้อนน้ำแข็งเล็ก ๆ สองสามก้อนปรากฏขึ้นในมือของเขาทันที