หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 537 การปฏิเสธจากดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย
บทที่ 537 การปฏิเสธจากดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย
วิทยาลัยสื่อจินหลิง
ที่ประตูของวิทยาลัยสื่อจินหลิง รถซูเปอร์คาร์หลายคันซึ่งแต่ละคันมีมูลค่าราว ๆ สองหรือสามล้านหยวนจอดอยู่ริมถนน ดึงดูดสายตาของนักศึกษาที่เข้าและออก ในขณะที่กลุ่มวัยรุ่นสี่คนในชุดเสื้อผ้าแบรนด์เนมแฟนซี สวมสร้อยคอและต่างหูราคาแพงยืนพิงอยู่ข้างรถ ทั้งยังสูบบุหรี่ในท่าทางที่ดูภาคภูมิใจ
หวังซีฉีเป็นนักศึกษาอายุ 21 ปีของวิทยาลัยสื่อจินหลิง ในฐานะนายน้อยคนที่สามของหวังกรุ๊ป หวังซีฉีผู้นี้จึงหยิ่งยโสมาโดยตลอด แต่ต่อหน้าหลินอวี้เฟิง เขาทำได้เพียงแค่นอบน้อมก้มหัวให้
แม้ว่าหวังกรุ๊ปของเขาจะไม่ด้อยไปกว่าตระกูลหลิน แต่หลินอวี้เฟิงก็เป็นลูกชายคนเดียวของผู้นำตระกูลหลิน ทว่าตัวเขามีพี่น้องหลายคน ในอนาคตส่วนแบ่งของตระกูลหวังคงตกมาถึงมือเขาไม่มากนัก
“พี่หลิน ช่วงนี้ไอ้หนุ่มจากฮาร์บินสร้างปัญหาที่จินหลิงมากเกินไปแล้ว! ตามคำกล่าวที่บอกว่ามังกรพลัดถิ่นหรือจะสู้งูดินเจ้าที่ ตระกูลอันไม่ได้ใหญ่โตในฮาร์บินด้วยซ้ำ แต่เขากลับกล้าที่จะมาสร้างปัญหาที่นี่ พี่หลินคิดว่าเราควรส่งเขากลับไปที่ฮาร์บินด้วยสภาพแขนขาครบดีไหม?” หวังซีฉีถามขณะที่กำลังยืนสูบบุหรี่ในท่าพิงประตูรถ
“ต่อให้เราไม่ลงมือ เขาก็ตายอยู่ดี เรื่องนี้ต่อให้พ่อของเขามาออกหน้าก็ช่วยเขาไม่ได้หรอก” หลินอวี้เฟิงตอบด้วยท่าทางไม่แยแส
“ใช่แล้ว นี่มันถิ่นของเรา แต่โชคไม่ดีที่เจี่ยงเชาเกือบจะกลายเป็นผักหลังจากถูกทำร้าย ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะฟื้นแล้ว แต่ผมก็เกรงว่าเขาจะไม่สามารถลุกจากเตียงได้สักครึ่งปี” หวังซีฉีกล่าวด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“ถ้าฉันจำไม่ผิด ดูเหมือนว่านายจะเคยต่อสู้กับเจี่ยงเชาและแพ้มาด้วย?” หลินอวี้เฟิงถามด้วยรอยยิ้ม
“พี่หลินอย่าขุดเรื่องเก่านี่มาพูดได้ไหม? ตอนนั้นผมแค่พลาดต่างหาก ถ้ามาสู้กันอีกครั้งตอนนี้ ผมถลกหนังเขาได้แน่!” หวังซีฉีท้วง
“ฮ่า ๆ!”
หลินอวี้เฟิงหัวเราะด้วยสายตาเย้ยหยัน
“พี่หลิน! ออกมาแล้ว” ทันใดนั้นชายหนุ่มอีกคนก็ร้องเตือน
เมื่อหลินอวี้เฟิงได้ยิน เขาก็มองไปที่ประตูวิทยาลัยสื่อจินหลิงทันที และเมื่อเห็นสองสาวรูปร่างเพรียวบางปรากฏแก่สายตา เขาก็ไม่ลังเลที่จะก้าวไปข้างหน้า
“แองจี้ ผมรอคุณมานานแล้ว” หลินอวี้เฟิงหยิบดอกกุหลาบที่เตรียมไว้ออกมาได้ไวอย่างน่าอัศจรรย์ และยื่นมันให้เฉินอันฉี
“คุณมารอฉันทำไม?” เฉินอันฉีถามโดยที่ไม่ยอมรับดอกไม้
“ผมมาชวนคุณไปกินมื้อเย็น! ไม่ใช่ว่าเมื่อวานเราตกลงกันไว้แล้วเหรอ! วันนี้ผมจะพาคุณไปกินอาหารฝรั่ง” หลินอวี้เฟิงหัวเราะ
“ขอโทษนะ เมื่อวานคุณเป็นคนพูดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว ฉันไม่ได้สัญญาอะไรด้วยทั้งนั้น และวันนี้ฉันมีอย่างอื่นต้องทำ ฉันไม่มีเวลา” จู่ ๆ เฉินอันฉีก็รู้สึกแน่นหน้าอกเพราะอาการป่วย เธอหน้าซีดแต่ยังคงรักษาความเย็นชา
“แองจี้ ให้โอกาสผมนะ ผมชอบคุณจริง ๆ เป็นแฟนกับผมเถอะ!” หลินอวี้เฟิงเอ่ยขอตรง ๆ
“ขอโทษนะ แต่ฉันไม่รู้สึกอะไรกับคุณเลย และฉันไม่อยากตกหลุมรักใครในตอนนี้ คราวหน้าอย่ามารบกวนฉันอีก” เฉินอันฉีปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา
“แองจี้ ถ้าผมได้ยินมาไม่ผิด มีคนบอกว่าคุณมีแฟนแล้ว แต่ตอนนี้คุณกลับบอกผมว่าคุณไม่อยากตกหลุมรักใคร?” หลินอวี้เฟิงถามด้วยสีหน้ามืดมน
“มันไม่ใช่ธุระของคุณ”
เฉินอันฉีจับแขนของหม่าเซียวลี่และพาเดินอ้อมหลินอวี้เฟิงไปทันที
อย่างไรก็ตาม หลินอวี้เฟิงไม่คิดที่จะยอมแพ้ เขารีบเดินไปขวางทางสองสาวที่กำลังรีบเดินจ้ำออกไป
ในเมื่อเขาใช้กระสุนเคลือบน้ำตาลไม่ได้ผล เช่นนั้นเขาก็จะใช้วิธีการตามตื๊อไม่เลิกแทน
ในมุมมองของเขา ไม่ว่าผู้หญิงจะใจแข็งแค่ไหนก็แพ้แรงตื๊อทั้งนั้น
ที่ผ่านมานั้นเขาไม่เคยพลาดในการจีบผู้หญิงคนไหนเลย ยกเว้นคนหนึ่งซึ่งก็คือเจ้าของโรงน้ำชาปาซาน…
และเมื่อเร็ว ๆ นี้เขาได้ยินข่าวลือว่ามีสาวงามที่ยอดเยี่ยมในวิทยาลัยสื่อจินหลิง
เมื่อมาเห็นด้วยตาตนเองแค่เพียงแวบแรก เขาก็รู้สึกประทับใจ และเมื่อสืบข่าวลึกลงไปเขาก็รู้ว่าสาวสวยคนนี้ไม่เคยมีแฟนมาก่อน
ดังนั้นในช่วงไม่กี่วันมานี้ เขาจึงเข้ามาดักรอเฉินอันฉีทุกวัน และเริ่มใช้วิธีการกระสุนเคลือบน้ำตาล ทว่าตอนนี้เมื่อวิธีแรกไม่ได้ผล เขาก็พร้อมที่จะใช้ลูกตื๊ออย่างเต็มกำลัง
“แองจี้ ไม่ว่าคุณจะมีแฟนหรือไม่มี ผมก็ไม่เลิกตามคุณหรอก ผมชอบคุณมาก ถึงตอนนี้คุณจะไม่ยอมรับผม แต่ผมก็จะบอกคุณด้วยการกระทำของผมจริง ๆ ว่าผมคือผู้ชายที่คู่ควรในชีวิตของคุณ” หลินอวี้เฟิงกล่าวอย่างจริงจัง
“ไปให้พ้น”
เฉินอันฉีกล่าวด้วยสีหน้ารังเกียจ
“วันนี้ผมปล่อยคุณไปก็ได้ แต่พรุ่งนี้ผมจะมาหาคุณอีก ผมแอดไอดี WeChat ของคุณแล้ว ผมจะติดต่อไปหาคุณอีกแน่นอน”
เฉินอันฉีไม่คิดจะคุยกับหลินอวี้เฟิงอีกต่อไป และเดินจากไปพร้อมกับจูงมือหม่าเซียวลี่
ที่ประตูวิทยาลัย
หลายคนเคยเห็นหลินอวี้เฟิงตามจีบเฉินอันฉี พวกนักศึกษาชายรู้สึกหดหู่ใจ ในขณะที่นักศึกษาสาวหวังว่าหลินอวี้เฟิงจะสามารถจีบเฉินอันฉีติด เพื่อที่พวกผู้ชายคนอื่นจะได้เลิกบ้ากับเฉินอันฉีสักที
หลินอวี้เฟิงไม่สนใจสายตาของคนอื่น เขาเอาแต่มองดูเฉินอันฉีเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ
“พี่หลิน ไม่สำเร็จเหรอ?” หวังซีฉีเข้ามาถามด้วยรอยยิ้ม
“อย่าห่วงเลย ยาก ๆ แบบนี้ยิ่งดี เพราะมันพิสูจน์ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ดี” หลินอวี้เฟิงหัวเราะ
“พี่คิดว่าเธอจะใจแข็งได้อีกนานแค่ไหน?” หวังซีฉีถาม
“ฉันมั่นใจว่าจะชนะเธอได้ในหนึ่งเดือน”
“ฮ่า ๆ!”
หวังซีฉีมองไปยังหญิงสาวที่เขาพามาด้วยความขยะแขยง เขารู้สึกว่าความแตกต่างระหว่างแฟนสาวของเขากับเฉินอันฉีนั้นราวกับโคลนและหยก
เขารู้สึกสะเทือนใจ และเขายังแอบตัดสินใจว่าจะลองจีบเฉินอันฉี แม้ว่าในที่สุดเขาจะทำให้หลินอวี้เฟิงต้องขุ่นเคือง แต่มันย่อมคุ้มค่าหากเขาสามารถชนะใจเฉินอันฉีได้
โครงการที่อยู่อาศัยเทียนหลิน ย่านที่อยู่อาศัยสุดหรูใกล้กับวิทยาลัยสื่อจินหลิง
หลังจากที่เฉินอันฉีและหม่าเซียวลี่เข้าไปในโครงการแล้ว พวกเธอก็ตรงไปที่โครงการที่ 2 อาคาร 10
หลังจากขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 20 แล้ว เฉินอันฉีก็หยิบกุญแจออกมาและเปิดประตูห้องเข้าไปข้างใน
“แองจี้ เธอนี่เจ๋งไม่เปลี่ยนเลย! ขนาดย้ายออกมาอยู่คนเดียวก็ยังอยู่ในห้องที่ดีขนาดนี้”
มันคือห้องชุดขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวม 215 ตารางเมตร ที่นี่มีสี่ห้องนอนและสองห้องนั่งเล่น มีการตกแต่งอย่างหรูหรา มีเครื่องใช้ในครัวเรือนและเฟอร์นิเจอร์ทุกประเภท โดยเฉพาะห้องครัวขนาดใหญ่ที่ผสมผสานกันระหว่างจีนและตะวันตก ซึ่งหม่าเซียวลี่ชื่นชอบมันมาก
เธอรู้สึกว่าถ้าผู้ชายคนไหนสามารถซื้อบ้านหลังนี้ให้เธอได้ แม้ว่าเธอจะต้องแต่งงานกับเขาทันทีเธอก็ยินดีที่จะตอบตกลง
ในขณะที่เฉินอันฉียิ้มออกมา
อันที่จริงถ้าให้เลือก เธอเองก็ไม่อยากย้ายออกมาอยู่คนเดียวแบบนี้หรอก แต่ตอนนี้เพราะอาการป่วยของเธอ…มันจึงจำเป็น…
“แองจี้ เธอไม่คิดอะไรกับหลินอวี้เฟิงจริง ๆ เหรอ ฉันถามข้อมูลของเขาแล้ว เขาเป็นนายน้อยของตระกูลหลินในจินหลิง และเขาก็เป็นทายาทคนเดียวด้วย อีกหน่อยเขาต้องกลายเป็นผู้นำ ถ้าเธอแต่งงานกับเขา เธอจะกลายเป็นคุณนายของตระกูลหลิน” หม่าเซียวลี่พูดอย่างแข็งขันและพยายามข่มความอิจฉาของเธอเอง
“ฉันไม่ชอบเขา” เฉินอันฉีกล่าว
“แองจี้ ฉันรู้จักนิสัยของเธอดี ฉันรู้ว่าเธอสนใจความรู้สึกมากกว่าทรัพย์สมบัติ แต่เธอชอบหมอโจวไม่ได้! เขามีภรรยาและลูกแล้วนะ!” หม่าเซียวลี่เตือน
“ให้ฉันถามเธอกลับดูไหม?” เฉินอันฉีกล่าว
“ถามมา!”
“ถ้าโจวอี้ตามจีบเธอตอนนี้ เธอจะยอมให้เขาโดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงเลยไหม?”
“แน่นอนสิ! เขาคือ…” หม่าเซียวลี่หยุดกึกทันทีเมื่อเธอตระหนักบางอย่างขึ้นมาได้
เธอจ้องมองไปที่เฉินอันฉี และคิดว่าเธอเดาความลับที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างหนึ่ง
‘เฉินอันฉี…เธอ?’
‘เธอยินดีที่จะไม่สนใจชื่อเสียง เพียงเพื่อแลกกับการได้อยู่กับโจวอี้เลยเหรอ?’
‘บ้าหรือเปล่า!’
‘ด้วยรูปร่างหน้าตาและบุคลิกของเธอ เธอสามารถหาผู้ชายดี ๆ แบบไหนก็ได้!’
‘ทำไม…’
‘ทำไมต้องยึดติดอยู่กับต้นไม้ต้นเดียว?’
‘ทั้ง ๆ ที่เธออยู่ท่ามกลางป่าใหญ่!’