หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 538 การนองเลือดของนายน้อยหนี่
บทที่ 538 การนองเลือดของนายน้อยหนี่
สายฝนตกโปรยปรายในเมืองจินหลิงยามเย็น
ที่หน้าต่างห้องเพรสซิเดนเชียลสวีตของโรงแรมโซเฟีย อันเจียรุ่ยที่ใบหน้าฟกช้ำดำเขียวกำลังสูบซิการ์และมองดูฉากข้างนอกเงียบ ๆ ใจของเขาไม่สงบเท่ากับสีหน้าของเขา มันเหมือนกับการซ่อนภูเขาไฟที่ลุกโชนซึ่งสามารถปะทุได้ทุกเมื่อ
เขากำลังมีปัญหา และมันเป็นปัญหาใหญ่
นับตั้งแต่เขามาถึงเมืองจินหลิงเมื่อสี่วันก่อน เขาได้ต่อสู้กับพวกเจ้าถิ่นในเมืองจินหลิงไปสองครั้งและเขาเองก็ชนะทั้งสองครั้ง แต่ชัยชนะที่เขาได้รับมานั้นมีราคาที่ต้องจ่าย
บอดี้การ์ดสองคนของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ทว่ากลุ่มคนจากองค์กรใต้ดินจินหลิงซึ่งได้รับการจ้างวานจากเขาในราคาสูงก็อัดอีกฝ่ายเสียจนเกือบจะพิการ
ตอนนี้ตระกูลของชายที่โดนอัดจนเกือบจะพิการคนนั้นได้ประกาศว่าจะไม่มีวันปล่อยให้เขาออกจากเมืองจินหลิงโดยที่ยังสามารถยืนได้ด้วยขาทั้งสองข้าง
เขาไม่กลัว
แต่เขารู้อยู่ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าเขาไม่ขอความช่วยเหลือจากคนที่ฮาร์บิน เขาอาจจะต้องเผชิญกับเรื่องน่าเศร้าจริง ๆ
“สองล้าน แล้วฉันจะฆ่าพ่อของผู้ชายคนนั้นให้” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง
อันเจียรุ่ยรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครแม้ว่าเขาจะไม่หันกลับมามอง
ผู้หญิงบ้าคนนี้ตามตื๊อเขามาสองเดือนแล้ว ไม่ใช่เพราะเธอสนใจเขา แต่เพื่อหาเงินจากเขาต่างหาก
อย่าว่าแต่สองล้านเลย แม้แต่ยี่สิบล้าน เขาก็สามารถจ่ายได้
แต่คราวนี้เขาปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ทำไม่ได้ เพราะที่นี่คือเมืองจินหลิงซึ่งเป็นถิ่นของตระกูลเจี่ยง การตายของผู้นำตระกูลเจี่ยงจะทำให้เกิดความโกลาหลอย่างแน่นอน หลังจากนั้นสมาชิกคนอื่น ๆ ของตระกูลเจี่ยงจะไม่มีวันเลิกราหากไม่ได้แก้แค้นอย่างสาสม
เมื่อถึงเวลานั้นก็คงจะกลายเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีวันจบสิ้น
แม้เขาจะเป็นคนหยิ่งยโสและเกเร แต่เขาก็ไม่กล้าสร้างเรื่องใหญ่ขนาดนั้น
“นายน้อยอัน ถ้าไม่โหดร้ายก็จะเป็นชายที่ยิ่งใหญ่ได้ยากนะ” ผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดคนนี้ค่อนข้างสวย
เธอมีเล็บสีดำอมม่วงและปลายเล็บแหลมคม เธอสูบบุหรี่สำหรับผู้หญิงและนั่งอย่างสง่างามบนโซฟานุ่ม ๆ ถึงแม้ว่าใบหน้าของเธอจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความความโหดร้าย
“การที่ทำตัวไร้ปรานีไม่ถูกเวลาจะทำให้พัวพันกับปัญหาใหญ่ได้!” อันเจียรุ่ยกล่าว
“จะกลัวอะไร แย่ที่สุดก็แค่หนีไปฮาร์บินแล้วไม่กลับมาที่นี่อีก” หญิงสาวพ่นควันบุหรี่ออกมาและพูดอย่างเป็นกันเองว่า “อีกฝ่ายเป็นแค่ตระกูลเจี่ยง ฉันจะปกป้องคุณเอง พวกเขาไม่มีทางทำให้คุณนอนเป็นผักบนเตียงได้ง่าย ๆ หรอก”
“ฮ่า ๆ!”
อันเจียรุ่ยหันกลับมา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโยนให้ผู้หญิงคนนั้นแล้วพูดว่า “นี่คือข่าวจากทางบ้านของฉัน เธออ่านเอาเอง!”
ผู้หญิงคนนั้นรับโทรศัพท์ไปและอ่านข้อมูลจากหน้าจอ ทันใดนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป
ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์?
แม้ว่าจะเป็นเพียงตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ชั้นสามซึ่งเป็นระดับต่ำมากในเมืองจินหลิง แต่ตระกูลนี้กลับมีผู้นำที่แข็งแกร่งซึ่งอยู่ในระดับกึ่งปรมาจารย์!
เวลานี้ท่าทางของเธอดูเคร่งขรึมมากขึ้น
หากมีกึ่งปรมาจารย์คนเดียวเธอคงไม่กลัว เพราะเธอเองก็อยู่ในระดับกึ่งปรมาจารย์เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หากกึ่งปรมาจารย์ของตระกูลเจี่ยงและผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ ของตระกูลเจี่ยงโจมตีพร้อมกัน เธอไม่มั่นใจว่าจะสามารถปกป้องอันเจียรุ่ยได้
“คุณคิดว่าไง?” เธอหันมาถาม
“พ่อของฉันกำลังเจรจากับเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง และหวังว่าพวกเขาจะสามารถช่วยฉันออกไปได้ แต่ก่อนที่ฉันจะไป ฉันต้องรอเพื่อนคนหนึ่งก่อน” อันเจียรุ่ยกล่าว
“คุณมีเพื่อนในจินหลิงด้วยเหรอ?” หญิงสาวขมวดคิ้ว
“เป็นเพื่อนจากฮาร์บินต่างหาก เขาเป็นคนที่ไว้ใจได้” อันเจียรุ่ยพูดพลางมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม
หากคำนวณจากเวลา…อีกฝ่ายคงจะมาถึงเร็ว ๆ นี้
“คุณหมายถึงไอ้โง่หนี่อันหง?” สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ฉันลืมไปว่าเธอรู้จักเขา” อันเจียรุ่ยกล่าวยิ้ม ๆ
“ใครอยากรู้จักเขากัน? ฉันแค่ทำเงินจากเขาได้สิบล้าน แต่เขากลับทำฉันซะ…ฮึ่ม ฉันไม่อยากพูดถึงเขาอีกแล้ว เจ็บใจชะมัด!” ผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่บนโซฟาและคร่ำครวญด้วยความไม่พอใจ
“ฮ่า ๆ!”
อันเจียรุ่ยไม่ได้พูดอะไรอีก
คนอื่นไม่รู้ แต่เขารู้ว่าผู้หญิงบ้าคนนี้ที่ตามรบกวนเขามาสองเดือนนั้นได้เสียกับหนี่อันหงตอนเมา
ไม่สิ หนี่อันหงจงใจมอมเหล้าเธอต่างหาก
ท้ายที่สุดเมื่อตื่นขึ้น เธอได้ทุบตีหนี่อันหงเพื่อระบายความโกรธ แล้วหนีหน้าไปจากหนี่อันหงเหมือนหนีโรคระบาด เธอไม่อยากที่จะเจออีกฝ่ายอีกต่อไป
ตอนนี้เขาต้องการเห็นว่าเธอจะทำหน้าทำตาอย่างไรเมื่อหนี่อันหงมาถึง
จู่ ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็ลุกขึ้นพลางจ้องไปที่อันเจียรุ่ยแล้วถามว่า “ไอ้สารเลวนั่นกำลังจะมาเหรอ? เขาจะมาถึงเมื่อไหร่?”
“จากที่คำนวณแล้วเขาน่าจะมาถึงแล้ว แต่เขายังไม่ได้เคาะประตู ซึ่งหมายความว่าเขาอาจจะเจอสาวสวยแถว ๆ ทางเดิน เขาจึงน่าจะมาช้าหน่อย” อันเจียรุ่ยยิ้ม
“ไอ้คนระยำ ไอ้สารเลววว…”
ผู้หญิงคนนั้นกรีดร้องและรีบวิ่งไปที่ประตู
ทว่าทันใดนั้นร่างกายของเธอก็สั่นสะท้าน และฝีเท้าของเธอก็ชะงักไปกะทันหัน
เธอได้ยินเสียงเคาะประตู และยังได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังอยู่นอกประตู
“เฮ้ นายตายไปแล้วรึยัง? ถ้ายังไม่ตาย เปิดประตูให้ฉันที!” หนี่อันหงตะโกนอยู่นอกประตู
“ห้ามเปิดนะ!” เธอจ้องไปที่อันเจียรุ่ย
“ต่อให้ผมไม่เปิด คุณก็ต้องเปิดอยู่ดี ไม่งั้นเขาจะเตะประตูเปิดด้วยความโมโห” อันเจียรุ่ยหัวเราะ
“เตะไข่ลุงของคุณเถอะ!”
ดวงตาของเธอฉายแววลุกลี้ลุกลน มองซ้ายขวา ย่องเข้าไปในห้องน้ำ และล็อกประตูจากด้านใน
อันเจียรุ่ยยิ้มพลางส่ายหัว
เขาพบว่าเรื่องนี้ช่างน่าสนใจ
ผู้หญิงบ้าคนนี้นอกจากหมกมุ่นเรื่องเงินแล้วก็ไม่กลัวอะไรเลยนอกจาก…หนี่อันหง…
อันเจียรุ่ยเปิดประตู และหนี่อันหงก็อ้าแขนจะโอบกอดทักทายอย่างอบอุ่น ทว่าอันเจียรุ่ยก้าวถอยหลังทันทีและยกมือห้ามอีกฝ่าย “อย่ามาแตะตัวฉัน ฉันไม่ชอบกอดผู้ชาย เว้นแต่นายจะไปตัดไอ้นั่นของตัวเองที่ประเทศไทยก่อน!”
“ตัดน้องสาวแกสิ!”
ความกระตือรือร้นของหนี่อันหงหายไปทันที หลังจากก้าวผ่านประตูห้อง เขาก็กลอกตาและผลักประตูห้องน้ำ แต่กลับพบว่ามันไม่เปิด
“เกิดอะไรขึ้นกับประตูเวรนี่? ทำไมฉันถึงเปิดมันไม่ได้?” หนี่อันหงถาม
“ให้ฉันแนะนำก็แล้วกัน ถ้านายปวดฉี่ นายควรจะอั้นเอาไว้ก่อน ไม่งั้นนายได้เลือดหัวออกแน่” อันเจียรุ่ยหัวเราะ
“อั้นน้องสาวของนายสิ! ฉันจะเปิดมันเว้ย!” หนี่อันหงพูดและกำลังจะยกเท้าขึ้นถีบประตู
วินาทีต่อมา
ประตูห้องน้ำถูกเปิดจากด้านใน ตามมาด้วยแขนข้างหนึ่งที่ยื่นออกมา มือปริศนานั้นคว้าจับปกเสื้อของหนี่อันหงแล้วลากเขาเข้าไป
ปัง!
ประตูห้องน้ำถูกปิดจากด้านในอีกครั้ง
จากนั้นเสียงแตกหักก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงครวญครางและเสียงโหยหวนเป็นชุด
“เนี่ยแหละคือผลลัพธ์ของการไม่ฟังผู้รู้ นายจะต้องทนทุกข์ทรมานไปนะ พี่ชาย” อันเจียรุ่ยหัวเราะลั่นอยู่นอกประตู จากนั้นก็ยืนพิงกำแพงอย่างมีความสุขเพื่อสูบบุหรี่พลางฟังเสียงแห่ง ‘การพบเจอกันที่ยอดเยี่ยม’ ที่ดังออกมาจากห้องน้ำ
สองนาทีต่อมา
ประตูห้องน้ำเปิดออก หญิงสาวจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยและเดินออกไปโดยไม่แสดงสีหน้าใด ๆ
เธอชำเลืองมองอันเจียรุ่ย จากนั้นก็เสยผมแล้วเดินออกไปอย่างภาคภูมิ
“เฮ้ ลุกได้ยัง?” อันเจียรุ่ยมาที่ประตูห้องน้ำและส่งยิ้มให้หนี่อันหงที่นั่งอยู่ข้างห้องน้ำ
“ไอ้..ไอ้เวรเอ๊ย!” หนี่อันหงพูดเสียงสั่น
ตอนนี้เขามีตาแพนด้าทั้งสองข้าง จมูกเป็นสีเขียวช้ำ ใบหน้าบวมตุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง และมีเลือดติดอยู่ที่มุมปาก