หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 539 ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน!
บทที่ 539 ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน!
หนี่อันหงไม่คิดว่าเขาจะได้พบกับผู้หญิงที่เขาคิดถึงอยู่ตลอดที่นี่ และสิ่งที่ทำให้เขาใจสลายที่สุดคืออีกฝ่ายไม่ได้ให้อ้อมกอดอันแสนอบอุ่น หรือจูบดูดดื่มแบบฝรั่งเศสหลังจากที่ได้พบหน้าเขา แต่เธอกลับทุบตีเขาแทน!
เจ็บโว้ย!
โชคดีที่เขามีกล้ามเนื้อหนาแข็งแรง ไม่อย่างนั้นกระดูกอาจจะหักไปหลายซี่แล้ว
“ไอ้บ้าแซ่อัน ไปหากางเกงใหม่มาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย!” หนี่อันหงตะโกนด้วยความโมโห
กางเกง?
อันเจียรุ่ยมองไปที่กางเกงของหนี่อันหง และทันใดนั้นเขาก็ถึงกับพูดไม่ออก
นายฉี่?
น่าจะใช่! ก่อนหน้านี้หนี่อันหงรีบมาที่ห้องน้ำเพราะว่าปวดฉี่…
ถูกทุบตีขณะที่อั้นฉี่อยู่แบบนี้ ใครจะไปทนไหว…
อันเจียรุ่ยบังคับตัวเองไม่ให้หัวเราะ เขาชี้ไปที่เสื้อคลุมอาบน้ำที่แขวนอยู่บนผนังแล้วพูดว่า “อาบน้ำก่อน สวมเสื้อคลุมอาบน้ำแล้วออกมา! ฉันจะโทรหาพนักงานโรงแรมและขอให้พวกเขาส่งเสื้อผ้ามาให้”
“เร็วหน่อย”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หนี่อันหงออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำ
“ทำไมฉินลู่ถึงอยู่ที่นี่! แล้วทำไมนายไม่บอกฉันล่วงหน้า!” หนี่อันหงถามอย่างโกรธเคือง
“เธอตามตื๊อฉันมาสองเดือนแล้ว และพยายามหาเงินจากฉันทุกทางเลย ต้องขอบคุณไหวพริบของฉัน สองเดือนที่ผ่านมานี้เธอก็เลยดูดเงินจากฉันไปได้แค่แสนหยวน” อันเจียรุ่ยดูภูมิใจ แต่ก็ผายมือออกแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากบอกนายนะ แต่ผู้หญิงคนนั้นขู่ฉันว่าถ้าฉันบอกนาย เธอจะตอนฉัน ฉันก็เลยบอกนายไม่ได้ เพราะฉันต้องคิดถึงการสืบสกุลให้กับตระกูลของฉันด้วยหวังว่านายคงเข้าใจนะ ฮ่าฮ่า”
“ไอ้…ไอ้เวรเอ๊ย!”
หนี่อันหงรู้จักนิสัยของฉินลู่ดี เธอจะเบิกตากว้างทันทีที่เห็นเงิน
แต่เขาก็ชอบที่เธอเป็นแบบนั้น
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขาตามหาฉินลู่ไปทั่วฮาร์บินโดยใช้เส้นสายทั้งหมดที่มี แต่เขาก็ต้องประหลาดใจที่ไม่พบแม้แต่เงาของเธอ สุดท้ายแล้วใครจะคิดว่าเธอจะมาอยู่กับอันเจียรุ่ย
เงินของฉันเหม็นบูดเหรอ?
อย่าว่าแต่สิบล้านเลย ร้อยล้านฉันก็ให้เธอได้!
เมื่อหนี่อันหงนึกถึงเงินมากมายในบัญชีของเขา เขารู้สึกไม่เข้าใจ
“เหล่าหนี่ ไหน ๆ แล้วเราก็เป็นเพื่อนกัน หลังจากที่เสื้อผ้ามาส่งแล้ว นายก็รีบเปลี่ยนใส่พวกมันและออกไปจากที่ให้เร็วที่สุด! ตอนนี้ฉันมีปัญหาในจินหลิง และนายช่วยฉันไม่ได้” อันเจียรุ่ยกล่าว
“ผายลมเถอะ! ฉันไปมาหมดแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แค่ปัญหาเล็กน้อยนี้มีเหรอที่คนอย่างฉันจะต้องกลัว? นายมีปัญหาอะไรก็รีบพูดมา ใครมันตาบอดมากล้าล่วงเกินน้องชายของฉันคนนี้?!” หนี่อันหงตะโกน
“ตระกูลเจี่ยงในจินหลิง เบื้องหน้าพวกเขาเป็นตระกูลที่ร่ำรวย แต่เบื้องหลังพวกเขาคือตระกูลผู้ฝึกยุทธ์” อันเจียรุ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์? ถ้าเทียบกับตระกูลผางในเหอเฉิงล่ะ?” หนี่อันหงถาม
“ฮะ? มันเกี่ยวอะไรกัน?” อันเจียรุ่ยดูงงงวย
ตามความเข้าใจของเขาที่มีต่อหนี่อันหง ถ้าผู้ชายคนนี้สามารถช่วยได้ อีกฝ่ายจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยอย่างแน่นอน แต่ถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองไม่สามารถช่วยได้ อีกฝ่ายจะเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
วันนี้มันบ้าอะไรกัน?
ทำไมเขายังถามถึงรายละเอียดของตระกูลเจี่ยงอีก?
เขาไม่กลัวตระกูลผู้ฝึกยุทธ์เหรอ?
“ฉันถามไปแล้ว ตอบมาเลยอย่ามัวอ้ำอึ้ง” หนี่อันหงกล่าวอย่างไม่พอใจ
“ตระกูลเจี่ยงไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับตระกูลผาง พวกเขาเป็นแค่ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ชั้นสามในจินหลิง แต่ตระกูลนี้มีผู้ฝึกยุทธ์ในระดับกึ่งปรมาจารย์ซึ่งแย่กว่าตระกูลผางในเหอเฉิงมาก” อันเจียรุ่ยกล่าว
“ถ้างั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน! คราวนี้ถือว่าฉันตอบแทนบุญคุณที่นายเคยมีต่อฉันนะโว้ยแล้วหลังจากนี้เราหายกัน!” หนี่อันหงกล่าวเสียงดังลั่น
“ปล่อยเป็นหน้าที่นาย?” สีหน้าของอันเจียรุ่ยดูโง่งม
เขาคิดว่าเขารู้จักหนี่อันหงดีมากแล้ว แต่ตอนนี้การกระทำของอีกฝ่ายเกินความคาดหมายของเขาเหลือเกิน หนี่อันหงสามารถจัดการกับตระกูลเจี่ยงได้จริงเหรอ?
“ถูกต้อง ฉันเป็นหนี้บุญคุณเขาคนนั้นดีกว่าเป็นหนี้บุญคุณนาย นายมันเจ้าเล่ห์มากเกินไป ฉันกลัวว่าไม่แน่ในอนาคตนายอาจจะขายฉันเพื่อเงิน และฉันก็ทำอะไรนายไม่ได้เพราะฉันติดหนี้บุญคุณนายอยู่!” หนี่อันหงพูดแล้วก็จำได้ว่าโทรศัพท์มือถือของเขาพังขณะถูกทุบตีก่อนหน้านี้
“เอาโทรศัพท์มือถือของนายมาให้ฉัน ฉันจะโทรหาเขาให้!” หนี่อันหงกล่าว
“ใครเหรอ?”
“ไม่ใช่เรื่องของนาย แค่เอามาก็พอ”
ช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า
โจวอี้อยู่กับลูก ๆ และภรรยาของเขา ครอบครัวนี้กำลังสุขสันต์กันอย่างสำราญใจ
เมื่อตกเย็น เขาก็ขึ้นไปยังห้องหนังสือที่ชั้นสอง
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง โจวอี้ก็หยิบสมุนไพรทั้งสี่ชนิดซึ่งดูเหี่ยวเฉาใกล้จะเน่าออกมา และหยดน้ำลายมังกรลงบนสมุนไพรแต่ละต้นสองสามหยด
ครู่ต่อมา ใบของสมุนไพรทั้งสี่ก็ค่อย ๆ กลับมาสดใสอีกครั้ง
สายตาของโจวอี้จับจ้องไปที่กล้วยไม้โลหิตสีเลือด
เขาจำเป็นต้องใช้สมุนไพรนี้ แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะคิดเสียดายมัน เพราะใบกล้วยไม้โลหิตทุกใบเป็นสมุนไพรที่มีค่าอย่างยิ่ง ถ้าเขาขายมันให้กับคนที่รู้คุณค่า เขาอาจจะขายมันได้ในราคาสูงเสียดฟ้า
แต่แม้ว่าเขาจะมีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมและสามารถรักษามะเร็งของเฉินอันฉีด้วยพลังปราณของเขาได้ แต่กระบวนเหล่านั้นการอาจช้าเกินไป
ทว่าถ้าใช้กล้วยไม้โลหิตนี้รักษาเธอ กระบวนการรักษาน่าจะใช้เวลาเพียงแค่สามหรือห้าครั้งก็คงจะสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งทั้งหมดในร่างกายของเธอได้
แต่เฉินอันฉีเป็นคนธรรมดา เธอสามารถรับพลังยาที่มีอยู่ในใบกล้วยไม้โลหิตได้หรือไม่?
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง โจวอี้ก็ตัดสินใจเด็ดใบกล้วยไม้โลหิตแล้วไปที่โรงยิมชั้นล่าง
ต้องปรุงโอสถ!
เขาจำเป็นต้องสกัดเอาพิษที่มีอยู่ในกล้วยไม้โลหิตออก และเพิ่มสรรพคุณทางยาอื่น ๆ เสริมเข้าไป
สองชั่วโมงต่อมา
โจวอี้ทำการกลั่นโอสถแบบเนื้อครีมออกมาได้เล็กน้อยจนเสร็จสิ้น และใส่มันลงในขวดหยกพร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้น
เขาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเหลือบมองด้วยความประหลาดใจ
หนี่อันหงโทรมาหา?
“พี่หนี่ วันนี้เกิดอะไรขึ้นเนี่ยถึงโทรหาผมได้?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้มหลังจากรับสาย
“น้องโจว ตอนนี้ฉันอยู่เมืองจินหลิง นายอยู่ที่ไหน?”
“มาที่จินหลิงเหรอ? อยู่ที่ไหนล่ะผมจะไปหา” โจวอี้ยิ้ม
“โรงแรมโซเฟีย แต่ขอบอกล่วงหน้านะว่าตอนนี้น้องชายของฉันทำให้เจ้าถิ่นบางคนในเมืองจินหลิงไม่พอใจ นายช่วยฉันจัดการเรื่องนี้ได้ไหม ฉันจะถือว่าเป็นหนี้บุญคุณนายเป็นการส่วนตัว” หนี่อันหงกล่าว
“เจ้าถิ่นในเมืองจินหลิง?” โจวอี้ถามย้ำ
“ตระกูลเจี่ยงน่ะ ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ชั้นสาม”
“รอผมที่นั่นนะ แล้วค่อยคุยรายละเอียดกัน”
โจวอี้วางสายโทรศัพท์แล้วเก็บขวดหยก ก่อนจะอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า
“จะออกไปข้างนอกเหรอ?” ถังหว่านถามขึ้นจากด้านหลังด้วยความสงสัย
“อืม มีเพื่อนมาจากฮาร์บิน ผมต้องออกไปพบเขา” โจวอี้ยิ้ม
“คุณมีเพื่อนที่ฮาร์บินด้วยเหรอ เขาคือใคร ฉันเคยได้ยินชื่อเขามาก่อนรึเปล่า?”
“ชื่อของเขาคือหนี่อันหง เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์มาก ตอนที่ผมไปฮาร์บินเมื่อสองสามเดือนก่อน ผมก็พักอยู่ที่บ้านเขานั่นแหละ” โจวอี้หัวเราะ
ถังหว่านไม่เคยได้ยินชื่อนี้ แต่ถ้าโจวอี้สามารถไปพักที่บ้านอีกฝ่ายได้ตอนอยู่ที่ฮาร์บิน ก็แสดงว่าโจวอี้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอีกฝ่าย
“ไปเถอะ! แต่อย่าดื่มมากนักล่ะ” ถังหว่านเตือน
“อืม! เวลาสามีออกไปข้างนอกก็คงเป็นเรื่องปกติที่ภรรยาจะบอกว่าให้ดื่มน้อย ๆ และกินอาหารเยอะ ๆ” โจวอี้หัวเราะ
“รีบไปเถอะน่ะ ตาคนตัวเหม็น!” ถังหว่านอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ