หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 546 ประโยชน์ของการฝึกยุทธ์
บทที่ 546 ประโยชน์ของการฝึกยุทธ์
หม่าเซียวลี่จ้องมองโจวอี้นิ่งงัน เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
ฉันเป็นโรคอะไร?
โจวอี้ล้อเล่นงั้นเหรอ?
“ถ้าให้ผมรักษาคุณด้วยตัวเอง คุณน่าจะหายเร็วกว่านะ แต่ถ้าไม่สะดวกใจรับการรักษาจากผม ผมจะเขียนใบสั่งยาจีนให้ และคุณค่อยไปหาซื้อทานเอาเอง หลังจากกินยาไปสักสองชุด รับรองว่าคุณจะหายดีแน่นอน” โจวอี้ยิ้ม
“ไม่ ๆ ฉันอยากรู้ว่าฉันเป็นโรคอะไร” หม่าเซียวลี่ถามด้วยสีหน้างุนงง
“เกี่ยวกับนรีเวชวิทยา(ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง)” โจวอี้ตอบอย่างใจเย็น
“ฉัน…”
หม่าเซียวลี่อ้าปากค้าง สีหน้าฉายแววเขินอาย เธอดูลังเลและพูดว่า “งั้นขอใบสั่งยาจีนหน่อยนะหมอโจว!”
โจวอี้ยิ้มพลางพยักหน้า
หม่าเซียวลี่รีบไปหาปากกาและกระดาษมาเพื่อขอให้โจวอี้เขียนใบสั่งยา จากนั้นก็เก็บใบสั่งยามาไว้กับตัวเองอย่างระมัดระวัง และตัดสินใจที่จะไปโรงพยาบาลอย่างเงียบ ๆ ในวันพรุ่งนี้ เพื่อตรวจร่างกายดูว่าสิ่งที่โจวอี้พูดมานั้นเป็นความจริงหรือไม่
“คุณไปพักผ่อนเถอะ ผมจะอยู่ที่นี่สักพัก หลังจากที่เฉินอันฉีอาบน้ำเสร็จแล้ว ผมมีเรื่องจะบอกเธอสักสองสามคำ ถ้าคุณมีอะไรจะพูดกับเธอก็ค่อยเอาไว้พูดพรุ่งนี้นะ” โจวอี้กล่าว
“ก็ได้!” หม่าเซียวลี่เองก็ง่วงนอนแล้ว เธอจึงตอบตกลงโดยไม่อิดออด
โจวอี้จุดบุหรี่สูบแต่หาที่เขี่ยบุหรี่ไม่เจอ เขาเดินไปที่ห้องครัวเพื่อสูบบุหรี่ และใช้เครื่องดูดควันเพื่อระบายควัน จากนั้นเขาก็กลับไปที่โซฟาในห้องนั่งเล่น
เวลานี้เขารู้สึกเหนื่อยมาก หลังจากรออยู่นานและเฉินอันฉีก็ยังไม่ออกมา เขาจึงเอนกายนอนลงบนโซฟา
เฉินอันฉีใช้เวลานานในการอาบน้ำ หลังจากผ่านไปสองชั่วโมง เธอขัดผิวของเธอจนแทบถลอก และเมื่อเสร็จสิ้นดีแล้วจึงออกมาจากห้องน้ำ
ภายในห้องนั่งเล่นเงียบมาก
เธอค่อย ๆ เดินออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเห็นโจวอี้นอนกรนอยู่บนโซฟา
เมื่อเห็นเช่นนี้ เธอก็รู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่ซับซ้อน
โจวอี้หลับ!
ก่อนที่ฉันจะเข้าไปอาบน้ำ ฉันเห็นว่าเขาหน้าซีดและเหงื่อออกมาก เขาคงเหนื่อยกับการรักษามากสินะ?
เฉินอันฉีเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาแขวนแล้วก็ถึงกับต้องตกใจ
ตีสี่!
เพิ่งรู้ตัว!
โจวอี้เริ่มรักษาเธอตั้งแต่สามทุ่ม และเธอใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงในการอาบน้ำ พูดง่าย ๆ ก็คือเขาใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสี่ชั่วโมงในการรักษาเธอ?
เฉินอันฉีรู้สึกสะเทือนใจ เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอจึงกลับไปที่ห้องของตัวเอง หยิบผ้าห่มนุ่ม ๆ ออกมาแล้วห่มให้โจวอี้อย่างเบามือ
จากนั้นเธอก็ย่อตัวลงอย่างแผ่วเบา เมื่อมองดูโจวอี้นอนหลับไปอย่างเงียบ ๆ อารมณ์แปลก ๆ ก็บังเกิดขึ้นในใจของเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
สิบโมงเช้า
โจวอี้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล ทว่าเมื่อเขาพบว่าสถานที่ที่เขาหลับไปนั้นดูแปลกตา สายตาของเขาก็กวาดมองไปมา และในที่สุดก็หยุดอยู่ที่เฉินอันฉีซึ่งกำลังนอนหลับเอาหน้าเกยอยู่ที่ขอบโซฟา
เมื่อคืนเขาเผลอหลับที่โซฟา?
โจวอี้ยิ้มอย่างขมขื่น จากนั้นจึงมองไปที่ผ้าห่มบนร่างกายของเขา และมองไปที่เฉินอันฉีซึ่งยังคงนอนหลับในสภาพเอาหน้าเกยขอบโซฟา เขาถอนหายใจยาว
เขาไม่เคยเกรงกลัว
แต่ในเวลานี้เขารู้สึกกลัว
เขาไม่ต้องการทำให้เฉินอันฉีเจ็บปวด ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะหลีกเลี่ยงเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หลังจากที่รักษาเธอจนหายขาดแล้ว กาลเวลาน่าจะทำให้ความรู้สึกในใจเธอเจือจางลง
“แองจี้ กลับไปนอนที่ห้องของคุณเถอะ” โจวอี้ตบไหล่เฉินอันฉีเบา ๆ เพื่อปลุกเธอให้ตื่น
“คุณตื่นแล้วเหรอ?” เฉินอันฉีตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้างัวเงีย เมื่อเห็นโจวอี้ลุกขึ้นนั่ง เธอก็รีบขยี้ตาและพูดอย่างอาย ๆ ว่า “เมื่อคืนฉันเห็นว่าคุณหลับ ฉันรู้ว่าคุณเหนื่อยเพราะฉัน ฉันก็เลยไม่ปลุกคุณ…”
“ไม่เป็นไร ๆ” โจวอี้ส่ายหัวเบา ๆ
“โจวอี้ ตอนนี้ฉันรู้สึกสบายตัวมาก ฉันไม่รู้สึกเจ็บปวดเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว” เฉินอันฉีดูมีความสุขมากและถามต่อไปว่า “การรักษาได้ผลขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?”
“แน่นอนว่ามันย่อมมีผล แต่ขณะที่รักษา ผมพบสถานการณ์พิเศษบางอย่างระหว่างการรักษากับคุณ ดังนั้นผมจึงอยากถามความคิดเห็นของคุณ และรอดูว่าคุณจะตัดสินใจยังไง” โจวอี้กล่าว
“สถานการณ์อะไร?”
“ร่างกายของคุณบอบบางเกินกว่าที่จะทนต่อฤทธิ์ยาที่ผมใช้รักษาคุณ ดังนั้นเมื่อคืนคุณจึงรู้สึกเหมือนมีไฟเผาในร่างกาย แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นความรุนแรงของฤทธิ์ยา”
ฤทธิ์ยา?
หลังจากที่เฉินอันฉีนึกถึงความรู้สึกนั้น โจวอี้ก็ให้การรักษาด้วยการฝังเข็มและการรมยาเพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย
เฉินอันฉีหน้าแดงจัด
ในขณะที่โจวอี้มองสีหน้าของเธอและรู้ว่าเธอจำเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ได้ เขาส่ายหัวและพูดว่า “คุณไม่ต้องสนใจกับไอ้การปล่อยฤทธิ์ยาออกจากร่างกายนั่นหรอก ตอนนี้ผมขอถามคุณว่า คุณอยากฝึกยุทธ์ไหม?”
“ฝึก…ฝึกยุทธ์?” เฉินอันฉีดูสับสน
“ใช่ อย่างที่คุณรู้อยู่แล้วผมเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ตอนนี้ผมกำลังถามความคิดเห็นจากคุณ คุณอยากเป็นผู้ฝึกยุทธ์แบบผมไหม?”
“มันเกี่ยวข้องกับอาการป่วยของฉันหรือเปล่า?”
“เกี่ยวสิ การฝึกยุทธ์สามารถปรับปรุงคุณภาพร่างกายของคุณได้ มันจะทำให้คุณทนต่อฤทธิ์ยาได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเร่งกระบวนการกำจัดเซลล์มะเร็ง” โจวอี้หยิบน้ำเย็นบนโต๊ะหลังจากดื่มไปครึ่งแก้ว เขาพูดต่อไปว่า “ยาที่ผมใช้กับคุณเมื่อคืนเป็นยาวิเศษที่ล้ำค่ามาก มันมีสรรพคุณมหาศาล แต่ถ้าผมต้องระบายฤทธิ์ส่วนเกินของมันออกทุกครั้งที่ผมใช้มันกับคุณ มันจะถือว่าเปล่าประโยชน์อย่างแท้จริง แต่ถ้าคุณฝึกยุทธ์ คุณจะดูดซับมันได้ดีขึ้น”
“งั้นฉันยินดีฝึก” เฉินอันฉีตอบรับด้วยความเต็มใจ
เธอคิดว่าถ้าโจวอี้ต้องการให้เธอฝึกฝน เธอก็จะฝึก
แม้ว่าเธอจะยังไม่รู้วิธีฝึกฝน แต่เธอจะทำทุกอย่างที่โจวอี้ขอให้เธอทำ อาจกล่าวได้ว่าเธอมองโจวอี้เป็นกระดูกสันหลังของเธอไปแล้ว
“ในเมื่อคุณเต็มใจ เย็นนี้ผมจะมาหาอีกครั้งและส่ง ‘แผนผังเส้นลมปราณมนุษย์’ ให้คุณ คุณสามารถใช้มันเทียบกับร่างกายของคุณ และจดจำเส้นทางลมปราณและตำแหน่งจุดชีพจรสำคัญของร่างกายคุณได้ หลังจากผ่านไปสามวัน ผมจะสอนให้คุณฝึกยุทธ์ และจะช่วยคุณเริ่มต้นเส้นทางแห่งการฝึกยุทธ์อย่างแท้จริง” โจวอี้กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ตกลง!”
เฉินอันฉีตอบตกลงด้วยสายตาคาดหวัง “แล้วเย็นนี้…คุณจะอยู่ทานอาหารเย็นกับฉันไหม?”
“ไม่ใช่คืนนี้ ผมมีเพื่อนมาจากฮาร์บิน ผมต้องไปให้ความบันเทิงกับเขาสักหน่อย และยังมีธุระบางอย่างที่ต้องจัดการ” โจวอี้ส่ายหัว
“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นเอาไว้โอกาสหน้า!” เฉินอันฉีรู้สึกผิดหวัง แต่เธอก็รู้ว่าโจวอี้เป็นคนที่ยุ่งมาก แค่เขาสละเวลามารักษาเธอได้เป็นชั่วโมงก็ถือว่าดีมากแล้ว
โจวอี้กลับไปที่ช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า และก็ได้รู้ว่าถังหว่านไปที่บริษัทแล้ว
“แล้วเหมียวเหมี่ยวกับเสี่ยวรุ่ยล่ะ?” โจวอี้ถาม
“พวกเธอไปโรงเรียนแล้วครับ!” เฉินซานกล่าว
จากนั้นโจวอี้ก็จำได้ว่าลูกสาวทั้งสองที่แสนน่ารักของเขานั้นดูเหมือนจะเปิดเทอมแล้ว
แต่!
ในเมื่อไม่ได้ดูแลลูกสาว ไม่ได้ไปกับภรรยา และวันนี้ก็ไม่ใช่วันที่จะต้องไปทำงานในโรงพยาบาล แล้วเขาควรทำอะไร?
โจวอี้คิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ส่ายหัวด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น เขารู้สึกไม่ชินกับสถานการณ์เช่นนี้
“จริงสิ สมาชิกที่จากคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงที่ได้รับการฝึกฝนเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
“พวกเขากำลังรอการจัดการจากอาจารย์ลุงน้อยอยู่” เฉินซานยิ้ม
“เยี่ยม! ถ้างั้นเรียกให้พวกเขาไป… ไม่ได้สิ วันนี้พนักงานของคอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนต์อยู่กันเต็มบริษัทเลย และวันต่อ ๆ ไปก็ดูไม่เหมาะที่จะใช้ตึกนั้นฝึกอบรมคนของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงอีก ดูเหมือนว่าจำเป็นต้องหาที่อื่นในการฝึกพวกเขาแล้วล่ะ” โจวอี้กล่าวด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ปัญหานี้ง่ายมาก เราก็ให้คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงจัดหาสถานที่เอง!” เฉินซานหัวเราะ
“ถูกต้อง! พวกเขาเป็นองค์กรใหญ่ เรายื่นมือช่วยพวกเขาฝึกฝนคนให้แล้ว ดังนั้นพวกเขาก็ต้องจัดหาสถานที่ให้สิ!” โจวอี้ตบหน้าผากของตัวเองและหัวเราะออกมา “คุณติดต่อจางหม่านเยว่ให้ที ขอให้เธอเตรียมสถานที่ฝึกและรวมตัวกันเช้าวันพรุ่งนี้”
“ครับผม!”
เฉินซานยิ้ม
รู้สึกคันไม้คันมืออีกแล้ว…