หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 701 สามทางเลือก
บทที่ 701 สามทางเลือก
ในการต้มยารักษาโรคจำเป็นต้องใช้สมุนไพร
ในฐานะหญิงที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองเยี่ยเฉิง แน่นอนว่าอู๋ซินเยว่มีอิทธิพลอย่างมากในการจัดหาสมุนไพรเหล่านั้น
ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมงก็มีผู้ขนส่งสมุนไพรคุณภาพดีทั้งหมดตามที่โจวอี้ต้องการมายังวิลล่าของเธอ
กับข้าวสี่อย่างและซุปหนึ่งถ้วยส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
โจวอี้ถือถาดอาหารไปยังห้องนอนของอู๋ซินเยว่ เมื่อมาถึงก็พบว่าเธอผล็อยหลับไป
โจวอี้วางถาดอาหารลงบนโต๊ะกลมขนาดเล็ก จากนั้นจึงย่องไปที่ข้างเตียง สัมผัสชีพจรของอู๋ซินเยว่อย่างเงียบงัน จากนั้นจึงแนบหูลงบนท้องส่วนล่างของเธออย่างอ่อนโยน
“ทำอะไรของนาย?” น้ำเสียงแห่งความหงุดหงิดดังขึ้น
โจวอี้เงยหน้าขึ้นทันทีและพบว่าอู๋ซินเยว่ตื่นแล้ว เธอจ้องเขม็งมายังเขา เขาจึงเงยหน้าขึ้นทันที
“ฟังเสียงหัวใจของลูกในท้อง” โจวอี้ตอบ
“ออกไปเดี๋ยวนี้เลย”
“…”
โจวอี้กล่าวพลางคลี่ยิ้ม “หัวใจของลูกชายผมเต้นแรงขึ้นมาก แสดงว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว ตอนนี้คุณจะกินข้าวบนเตียงหรือมากินตรงนี้?”
“เดี๋ยวฉันไปกิน” อู๋ซินเยว่ได้กลิ่นหอมของอาหาร เธอรู้สึกหิวโหยเป็นอย่างมากจึงยกผ้าห่มที่ปกคลุมร่างกายออก ก่อนจะสวมรองเท้าแตะแล้วเดินไปยังโต๊ะกลมขนาดเล็ก
ทั้งขาว! ทั้งอึ๋ม!
แม้โจวอี้จะเคยมีสัมพันธ์ทางกายกับอู๋ซินเยว่มาแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยสังเกตรูปร่างของเธอมาก่อน ตอนนี้เขามองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน ชุดนอนที่อู๋ซินเยว่สวมใส่นั้นบางและหลวมมาก ขณะที่เธอลุกจากเตียงโดยไม่ทันระวัง คอเสื้อของเธอพลันเปิดกว้าง ทำให้เขามองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน
หลังจากกินไปสองสามคำ อู๋ซินเยว่กำลังจะหันไปถามโจวอี้ว่าเขาต้องการกินข้าวพร้อมกับเธอหรือไม่ แต่เมื่อหันมามองอีกฝ่ายก็พบว่าเขากำลังจ้องเขม็งมายังเธอ…
“นี่…”
อู๋ซินเยว่อุทาน ใบหน้าของเธอแดงก่ำทันที หญิงสาวจัดชุดนอนอย่างลนลานและปกปิดหน้าอกของตนไว้
“อะแฮ่ม…”
โจวอี้กระแอมสองสามครั้ง สีหน้าของเขาดูเขินอาย
“จริงสิ จู่ ๆ ผมก็นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องสำคัญที่ยังไม่ได้บอกคุณ” โจวอี้กล่าว
“เกิดอะไรขึ้น?” อู๋ซินเยว่ฉลาดมาก เธอรับรู้ได้ว่าโจวอี้กำลังหันเหความสนใจ และพยายามแก้ไขความเขินอายจากสถานการณ์นี้ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร กลับรู้สึกตลกเสียมากกว่า
ใช่แล้ว ความสวยของเธอสามารถดึงดูดโจวอี้ได้ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกดีทีเดียว แม้ว่าเธอตัดสินใจที่จะรักษาระยะห่างจากโจวอี้เพื่อยับยั้งความรู้สึกของตัวเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรโจวอี้ก็เป็นพ่อของลูกชายเธอ ดังนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายหากจะปลดปล่อยเสน่ห์อันเย้ายวนต่อหน้าเขา
“การฝึกของคุณน่าจะอ่อนแอลงมาก ก่อนที่ลูกชายของคุณจะเกิด คุณจะไม่สามารถฝึกฝนทักษะดาราสถิตได้อีกต่อไป คุณสามารถฝึกทักษะก่อนหน้านี้ได้ แต่อย่าฝึกหนักจนเกินไป”
“อ่อนแอลงมากขนาดไหน?”
“อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีกหกเดือนถึงหนึ่งปี ถึงจะกลับมาเหมือนเดิม”
“ทำไมถึงนานขนาดนั้น?”
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น อู๋ซินเยว่ก็รู้สึกได้ว่าสิ่งที่โจวอี้พูดไม่ใช่เรื่องเกินจริง เธอลืมไปว่าเธอมีพรสวรรค์มากในการฝึกฝน ถึงแม้โจวอี้จะบอกว่าต้องใช้เวลาฝึกนานหกเดือนถึงหนึ่งปี แต่เธอเชื่อว่าเธอสามารถทำให้สำเร็จได้ภายในสองถึงสามเดือน
“ช่างเถอะ ฉันไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก! ขอแค่ลูกชายฉันไม่เป็นอะไรก็พอ” อู๋ซินเยว่กล่าวด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความรัก
โจวอี้หยิบบุหรี่ออกมาเตรียมจะจุด ทว่าเขากลับยัดใส่กระเป๋าในทันใด เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์ไม่อาจสูดดมควันบุหรี่ได้
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่สูบบุหรี่อีก
“ทำไมคุณถึงปิดบังเรื่องนี้จากผม?” โจวอี้ถาม
“ฉันปิดบังอะไรจากนาย?” อู๋ซินเยว่แสร้งถามอย่างโง่งม
โจวอี้ไม่กล่าวสิ่งใด และไม่ถามอะไรเพิ่มเติมอีก เวลานี้เขาไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับอู๋ซินเยว่อย่างไร
ควรแสดงความรับผิดชอบใช่ไหม?
ยังจะต้องเกรงกลัวอะไรอีก?
อย่างไรก็ตาม เขาและถังหว่านจดทะเบียนสมรสและมีบุตรร่วมกันแล้ว ทั้งสองเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย
แล้วอู๋ซินเยว่ล่ะ เธอจะยอมให้ชายที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วย้ายถิ่นฐานมาเมืองนี้เพื่อรับผิดชอบเธอหรือไม่?
“ซินเยว่…” โจวอี้ลังเลที่จะพูด
“ฉันรู้ว่านายต้องการจะพูดอะไร และฉันก็เข้าใจว่านายมีเพียงสามทางเลือก ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วนายจะเลือกทางไหน ฉันก็ไม่สนใจ”
“สามทาง? สามทางไหน?” โจวอี้ถาม
“ทางเลือกที่หนึ่ง หย่ากับถังหว่านแล้วแต่งงานกับฉัน”
“ทางเลือกที่สอง ใช้ชีวิตของนายกับถังหว่านต่อไป ฉันจะเลี้ยงลูกคนเดียว เราสองแม่ลูกจะไม่ข้องเกี่ยวกับนายอีก และนายไม่ต้องรับผิดชอบ”
“แต่ถ้าหากถังหว่านยอมรับตัวตนของฉันในฐานะภรรยาและแม่ของลูกอีกหนึ่งคนของนายได้ เราก็อยู่ร่วมกันได้ ฉันไม่ว่าอะไร”
หลังจากที่อู๋ซินเยว่พูดจบ เธอก็กินต่อ
โจวอี้ตกตะลึง
มีเธอและถังหว่านเป็นภรรยาในเวลาเดียวกัน?
เธอยอมรับได้เหรอ? นี่มันตรรกะการคิดแบบไหนกันนะ?
ตอนนี้สังคมดำรงอยู่แบบผัวเดียวเมียเดียว แม้จะมีผู้ฝึกยุทธ์มากมายในโลกผู้ฝึกยุทธ์ที่มีผู้หญิงหลายคนเป็นภรรยา แต่เกรงว่าชีวิตแบบนั้นก็คงไม่ได้มีความสุขอะไรใช่ไหม?
พวกเขาจัดการผู้หญิงเหล่านี้ไม่ให้แตกคอกันได้ยังไงนะ?
อู๋ซินเยว่มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่มาก
โจวอี้นิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะแอบยกนิ้วชื่นชมเธอในใจ แต่ก็ทำได้เพียงยกนิ้วให้ แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดจะแสดงความยินดีในเรื่องนี้
ถังหว่านไม่ได้เกิดมาจากโลกผู้ฝึกยุทธ์ แน่นอนว่าเธอไม่เข้าใจสถานการณ์ในโลกแห่งนั้น สิ่งที่เธอได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเด็กคือระบบคู่สมรสแบบผัวเดียวเมียเดียว
แม้อู๋ซินเยว่จะสามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ แต่ถังหว่านอาจไม่เป็นเช่นนั้น
ควรจะทำยังไงต่อไป?
หากปกปิดเรื่องนี้ไว้ก่อนก็คงไม่เป็นอะไร แต่แน่นอนว่าความลับไม่มีในโลก ไม่ช้าก็เร็วเรื่องนี้จะต้องถูกเปิดเผย หากเวลานั้นมาถึง ทุกอย่างจะต้องวุ่นวายแน่นอน
ใช่แล้ว!
นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงที่ชื่อหลันเสวียนอีก
โจวอี้รู้สึกปวดหัวสุด ๆ เมื่อนึกถึงผู้หญิงคนนั้น
หลังจากที่อู๋ซินเยว่กินเสร็จ เธอพลันสังเกตเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของโจวอี้เปลี่ยนไป
เธอจึงพูดอย่างเย็นชาว่า “ช่วยเอาอาหารที่เหลือพวกนี้ออกไปหน่อย! แล้วก็ช่วยปิดประตูให้ฉันด้วย”
“ครับ”
โจวอี้ตอบตกลง แต่ก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกาย
“โจวอี้ นายกลับไปเถอะ! ฉันขอบใจนายมากที่วันนี้นายมาช่วยเหลือฉันกับลูก แต่เราสองคนไม่ได้มีความรู้สึกอะไรต่อกัน คิดซะว่าเรื่องระหว่างเราไม่เคยเกิดขึ้น นายก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ… ฉันจะเลี้ยงลูกคนนี้เอง และขอสัญญาว่าเราสองแม่ลูกจะไม่สร้างความเดือดร้อนหรือส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตของนาย”
อู๋ซินเยว่จ้องมองโจวอี้ แม้เธอจะรู้สึกเศร้าโศก แต่ก็กล่าวอย่างใจเย็น
โจวอี้นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายศีรษะอย่างเชื่องช้า เขาไม่สามารถมอบฐานะภรรยาให้กับอู๋ซินเยว่ได้ แต่ในฐานะพ่อของลูก เขาก็ไม่สามารถทอดทิ้งเธอและลูกชายได้เช่นเดียวกัน
“ซินเยว่ ในอนาคตผมก็ยังคงจะอาศัยอยู่ที่จินหลิง แต่ผมสัญญาว่าจะเดินทางมาหาคุณกับลูกบ่อย ๆ ผมอาจไม่สามารถยกย่องคุณในฐานะภรรยาได้ แต่ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตอบสนองความต้องการของคุณ ผมสัญญาว่าเมื่อไหร่ที่คุณต้องการผม แค่คุณโทรมา ผมจะรีบไปหาคุณทันที”
โจวอี้กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“แล้วแต่คุณเถอะ!”
อู๋ซินเยว่เข้านอนด้วยความหงุดหงิด เธอเอนกายลงและห่มผ้าห่มปกคลุมร่างกาย ก่อนจะหลับตาลงราวกับเตรียมจะเข้าสู่นิทรา
โจวอี้ถอนหายใจ เขาเก็บข้าวของทั้งหมดที่เหลือและเดินออกจากห้องนอนอู๋ซินเยว่
ภายในห้องโถง
ผู้อาวุโสอู๋นั่งอยู่บนโซฟา ขณะที่เหมิงเทียนอ้าวยืนอยู่หน้าประตูห้องโถงพลางจ้องมองด้วยความสงสัยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
ส่วนเหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ย พวกเขากลับไปยังห้องพักแล้ว
“โจวอี้ นายแน่ใจเหรอว่าซินเยว่ไม่เป็นอะไรแล้ว?”
เซี่ยหลู่เอ่ยถามจากด้านนอก
“แน่ใจน่า ไม่ต้องกังวล!” โจวอี้กล่าว
ไม่เป็นอะไรแล้ว? แสดงว่าปลอดภัยทั้งแม่และลูกใช่ไหม?
“สถานการณ์เป็นยังไง? หลังจากนี้อู๋ซินเยว่จะเป็นยังไงต่อ?” เซี่ยหลู่รัวคำถาม
“เอาไว้มีเวลาผมจะเล่าให้คุณฟังทีหลัง”
หลังกล่าวจบ โจวอี้ก็เหลือบมองไปยังผู้อาวุโสอู๋ที่กำลังจ้องมองเขา ก่อนจะเบนสายตาไปยังเซี่ยหลู่และกระซิบถามอย่างแผ่วเบา “ผู้อาวุโสอู๋เป็นใคร? ทำไมหญิงชราคนนั้นถึงดูสนใจซินเยว่เป็นพิเศษ?”
“เธอเป็นป้าของซินเยว่ เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ด้วย”
เซี่ยหลู่ตอบกลับอย่างแผ่วเบา
ป้าที่แก่เหมือนคุณยาย?
พวกเธอเป็นญาติทางสายเลือดกันเหรอ?
เขาและซินเยว่มีลูกด้วยกันแล้ว เธอจะบังคับให้พวกเขาแต่งงานกันไหม?