หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 717 พลังอันธกาล
บทที่ 717 พลังอันธกาล
โจวอี้กลับมาถึงคฤหาสน์บนยอดเขาเลยเวลาเที่ยงไปเพียงสามนาที เขาโยนกุญแจรถให้จินหมินและรีบเข้าครัว เพราะไก่ ปลา เนื้อ และไข่ถูกเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงทำอาหารได้อย่างรวดเร็ว
เวลาเที่ยงครึ่ง อาหารหกอย่างและน้ำแกงถูกวางไว้บนโต๊ะ โจวอี้เปิดฝาชาม กลิ่นหอมโชยออกมาอบอวลไปทั่ว
“กลิ่นหอมจัง โจวอี้ นายทำอะไรเหรอ?”
เซี่ยหลู่ถามด้วยความสงสัยขณะเดินเข้ามาในห้องกินข้าว
“คุณดื่มยาบำรุงเพื่อเสริมสร้างพลังปราณ เลือดลม และหยินหยางหลังจากนี้ก็ได้” โจวอี้บอกพร้อมส่งยิ้มให้
“ทำให้มีลูกได้ไหม?” เซี่ยหลู่ถามกลับพลางฉีกยิ้ม
“ไม่ได้แค่ช่วยบำรุงครรภ์นะ แต่ยังช่วยบำรุงน้ำนมด้วย! เอาไว้ดื่มสักชามสิ”
โจวอี้เอ่ยทีเล่นทีจริง
“เอาไปเลย ฉันไม่อยากดื่มหรอก” เซี่ยหลู่นั้นนาน ๆ ทีจะหน้าแดงเรื่อ เธอก้าวฉับ ๆ เดินออกไปทันที “ฉันจะไปเรียกซินเยว่มากินข้าว”
“หลู่หลู่ ไม่ต้องเขินไปหรอกน่า เราคนกันเองทั้งนั้น” โจวอี้ตะโกนไล่หลังมา
“…”
เธอได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งเร่งฝีเท้า
ไม่นานอู๋ซินเยว่ก็ตามเซี่ยหลู่กลับมา หญิงสาวทั้งสองพูดคุยกันและทำเมินพ่อครัวโจวที่ตั้งใจทำอาหาร
โจวอี้ไม่คิดขัดจังหวะเช่นกัน ทำเพียงยิ้มให้ระหว่างทานอาหาร
เขาว่างในช่วงหลายวันต่อมา ทุกวันนอกจากจะสอนทำอาหารและยาบำรุงแล้ว ยังต้องอยู่เป็นเพื่อนเดินเล่นและพูดคุยกับอู๋ซินเยว่ ก่อนจะไปฝึกวิชาและคุยวิดีโอคอลกับลูกสาวเป็นประจำ
เขาปิดบังกับถังหว่าน ไม่ยอมเล่าให้ลูกสาวฟังว่าทำอะไรอยู่ ทำเพียงแค่เก็บงำความรู้สึกผิดเอาไว้ในใจ
ภายในพริบตาเดียว เขาก็อยู่ที่เมืองเยี่ยเฉิงมาห้าวันแล้ว
ยามเช้าเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องจากทางตะวันออก โจวอี้ที่กำลังฝึกวิชาพลันรู้สึกตงิดใจและหายตัวไปจากห้องรับรองแขกทันที
หลังจากนั้น เขามาปรากฏตัวอยู่ที่ลานบ้านพร้อมด้วยเหลียงเหล่ย เวิงหลิวกุ้ย ผู้อาวุโสอู๋ และอู๋ซินเยว่ที่ในที่สุดก็มาถึง
สายตาของพวกเขาจ้องไปที่หลังคา สาวสวยคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านบน
เป็นเซี่ยหลู่!
“เธอบรรลุขั้นบรรพจารย์ยุทธ์แล้ว” เหลียงเหล่ยบอก
“บรรลุแล้วแต่ความเคลื่อนไหวระหว่างนั้นก็เอะอะเกินไปหรือเปล่า ปราณวิญญาณฟ้าดินจากรัศมีหลายกิโลพุ่งถาโถมเข้ามาหาเธอ แต่กลับไม่ทำให้ร่างกับกระดูกเล็ก ๆ ของเธอร้าวเลย”
“เสียงดังเกินไปหรือเปล่า ข้าว่า… เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” เหลียงเหล่ยถามขึ้นด้วยความตกใจ
ในจังหวะนั้นเอง เซี่ยหลู่ที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนหลังคารู้สึกเจ็บปวดจากปราณวิญญาณฟ้าดินและพลังดวงดาวที่เข้าสู่ร่างกาย ขณะที่ในใจเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น
นอกจากจะตื่นเต้นแล้วยังรู้สึกสับสนในใจ เพราะเธอรู้สึกว่าพลังอันธกาลโอบรัดหัวใจ แต่มันไม่ได้เป็นอันตรายกับตนเอง แถมยังขัดเกลาจิตใจของเธออีกด้วย
ครุ่นคิดเพียงครู่เดียวก็รู้ว่าตนเองสามารถควบคุมพลังเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย ร่างของเธอถูกหมอกทะมึนปกคลุม หลังจากนั้นเพียงไม่นานมันก็แผ่ขยายออกไปรัศมีหลายร้อยเมตร
“พลังอันธกาลเหรอ? จะเป็นไปได้ยังไง?” เหลียงเหล่ยประหลาดใจ
“น่ากลัวเกินไปแล้ว เธอไม่เคยมีพลังอันธกาลในตัวมาก่อน พอบรรลุขั้นแล้วจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง” เวิงหลิวกุ้ยพึมพำขึ้นมา
“ผู้อาวุโสทั้งสอง พลังอันธกาลคืออะไร?” โจวอี้ถามด้วยความสงสัย
“พลังอันธกาลรู้จักกันว่าเป็นพลังธาตุมืด เจ้าของมันถูกเรียกว่าเป็นผู้ครอบครองพลังอันธกาล พลังนี้น่ากลัวมาก เท่าที่เรารู้ จำนวนผู้ครอบครองพลังอันธกาลในโลกนี้มีน้อยมาก แต่ทุกคนที่ได้ฝึกวิชาถึงขั้นปลายจะน่าหวั่นเกรงมาก” เหลียงเหล่ยว่าพลางฝืนยิ้ม
เมื่อได้ยินเช่นนั้นโจวอี้ก็นึกแปลกใจ เขานึกไม่ถึงว่าเซี่ยหลู่จะมีโชคชะตาแบบนี้ ทว่าพลันนึกบางอย่างขึ้นได้จึงถามต่อ “พลังนี้จะไม่ส่งผลต่อจิตใจใช่ไหมครับ?”
“ไม่มีทางหรอก” เหลียงเหล่ยตอบ
ได้จากที่ได้ฟังแบบนั้น โจวอี้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที เขาไม่อยากให้เซี่ยหลู่กลายเป็นนางมาร ยังไม่ต้องเอ่ยถึงการอาละวาดในอนาคต เขาเองอาจต้องออกโรงคอยปรามเซี่ยหลู่ด้วยตนเอง
อู๋ซินเยว่เหลือบมองโจวอี้ก่อนจะถามเหลียงเหล่ย “ผู้อาวุโสเหลียง พลังนี้จะส่งผลกับการตั้งท้องและคลอดลูกในอนาคตของเธอหรือเปล่าคะ?”
“ก็ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” เหลียงเหล่ยเกาหัว
เขาไม่ได้มีพลังนี้นี่นา จะไปรู้ได้อย่างไร…
ครึ่งนาทีต่อมา หมอกทะมึนที่กินพื้นที่บริเวณหลายร้อยเมตรค่อย ๆ จางหายไป เมื่อร่างของเซี่ยหลู่ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน เธอก็ลุกขึ้นยืนกลางอากาศ ทันใดนั้นกลุ่มหมอกดำพลันโผล่ใต้เท้าของเธอ ตามมาด้วยกลุ่มที่สอง และสาม…
เซี่ยหลู่เหยียบลงบนหมอกนั้นราวกับเดินลงบันไดตรงไปหาทุกคน
เธอดูเหมือนโอ้อวดและบอกกับโจวอี้อย่างภาคภูมิใจ
“ฉันบรรลุระดับบรรพจารย์ยุทธ์แล้ว ถึงจะใช้เวลามากในการเปลี่ยนเป็นพลังดวงดาว แต่ความแข็งแกร่งของฉันก็เพิ่มขึ้นมา แล้วก็ได้ความสามารถพิเศษมาด้วย”
“ผมรู้ พลังอันธกาลไง” เขาบอกพลางยิ้มจาง ๆ
“พลังอันธกาลอะไรกัน?” เธอถามด้วยความงุนงง
“คุณไม่รู้หรือไง?” สีหน้าของเขายิ่งแปลกประหลาด
เหลียงเหล่ยหัวเราะและมองเธอด้วยความขบขันก่อนจะอธิบายว่า “เสี่ยวหลู่เพิ่งได้พลังมาก็เลยไม่รู้เรื่องพลังนี้ ก็เข้าใจได้อยู่ละนะ เสี่ยวหลู่ เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้ฟังเอง”
เซี่ยหลู่รู้ทันทีว่ามันเกี่ยวกับเรื่องความสามารถพิเศษที่ได้จากการทะลวงระดับ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นพลังอันธกาล
“ฉันคุ้นเคยกับพลังดี เอาไว้จะฝึกใช้ทีหลัง” เธอเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
เธอใช้พลังได้เจ็ดแปดส่วน จึงถือว่าค่อนข้างคุ้นเคยกับมัน ถึงขั้นรู้วิธีการฝึกใช้และเชื่อว่าต่อไปตนเองจะสามารถใช้พลังนี้ได้อย่างเต็มที่
โจวอี้ลอบมองเธอขณะครุ่นคิดบางอย่างในใจ ช่วงนี้เขาเองก็รู้สึกว่าเขามีโอกาสบรรลุระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ทว่าเพราะขีดจำกัดในการสั่งสมพลังดวงดาวของเขา ทำให้การบรรลุอาจไม่สำเร็จได้เต็มร้อย
แต่เขามีหนทาง
ห้องปิดทึบที่ทำเอาไว้น่าจะพร้อมใช้งานในไม่ช้า
เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะเข้าไปด้านในและจุ่มตัวในพลังดาราเหลว ฝึกวิชาอยู่ด้านในด้วยพลังดวงดาว เสริมสร้างพลังในร่างกายให้แข็งแกร่ง พยายามผ่านไปถึงขั้นกลางให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
เขาหันมองเซี่ยหลู่และฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะหยิบขวดหยกจากกระเป๋าส่งให้เธอพลางกล่าวว่า “ด้านในมีพลังดาราเหลว ถือว่าเป็นของขวัญที่คุณบรรลุระดับบรรพจารย์ยุทธ์ก็แล้วกัน”
“ระหว่างเราต้องมีพิธีรีตองขนาดนี้ด้วยเหรอ?” เธอเอ่ยถามแต่ก็คว้าขวดนั้นไป
“พลังดวงดาวเอามาทำเป็นของเหลวได้ด้วยเหรอ?”
“ปกติแล้วก็เป็นไปไม่ได้หรอก แต่ยานอวกาศของทะเลสาบเซียนหนู่ในมณฑลซีเจียงทำได้ แต่น่าเสียดายที่ถูกทำลายไปแล้ว ก็เลยมีพลังดาราเหลวใช้ไม่เยอะ” เขายิ้ม
“ใช้ยังไงล่ะ กินเข้าไปเหรอ?” เธอถามด้วยความฉงน
“กินไม่ได้ ต้องใช้พื้นที่ปิดทึบ เทน้ำยาลงไปไม่กี่หยด หลังจากมันจะกลายเป็นไอแล้วถึงสามารถดูดซับเอาไปใช้ได้ ผมแนะนำให้คุณสร้างห้องเองดีกว่า… เอาล่ะ คุณอยากใช้ยานี้เมื่อไหร่ก็มาที่จินหลิงแล้วกัน ผมจะให้คนสร้างห้องปิดทึบเอาไว้ให้”
“คุณไม่ได้ให้ยานี้มาเพื่อหาเรื่องเจอฉันด้วยการล่อลวงให้ฉันไปที่จินหลิงใช่ไหมเนี่ย?” เธอถามขณะยกยิ้ม
“…”
ผู้หญิงคนนี้ช่างหลงตัวเองเหลือเกิน