หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 739 ความแข็งแกร่ง
บทที่ 739 ความแข็งแกร่ง
“สูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับ”
“ว่าไงนะ!” โจวอี้ลุกพรวดขึ้นทันที ดวงตาฉายแววเหลือเชื่อ
สูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับงั้นเหรอ?
จะเป็นไปได้ยังไง?
สำนักโอสถมีสูตรยาศักดิ์สิทธิ์หลัก ๆ อยู่สี่อย่าง หลังจากสืบทอดต่อกันมาหลายพันปีก็เหลือแค่สองสูตร ส่วนอีกสองสูตรสาบสูญไปนานแล้ว และสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับคือหนึ่งในสูตรยาที่สาบสูญไป
โจวอี้ยังจำตอนที่เรียนปรุงยาจากอาจารย์เมื่อครั้งยังเยาว์
ฉู่เทียนฮุ่ยพูดถึงสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเขาจำมันได้ขึ้นใจ
“ฉันให้ 40,000 แก่นวิญญาณสำหรับสูตรสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับนี้ ฉันต้องชนะแน่นอน!” เสียงผู้สูงวัยคนหนึ่งดังขึ้น
ทันใดนั้น ฝูงชนที่เดิมทีเคยแข่งกันเสนอราคาก็เริ่มเงียบลง
ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากเพิ่มราคา แต่สี่หมื่นแก่นวิญญาณนั้นก็แพงเกินไป บางคนไม่มีปัญญาจ่าย ในขณะที่บางคนจ่ายได้แต่ก็ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงกราว
ภายในห้อง 209
เฉินหย่งเทาและซิงโฮ่วอี้ถึงกับลุกขึ้น
พวกเขานึกไม่ถึงว่าการประมูลในตลาดมืดใต้ดินที่พวกเขาตัดสินใจเข้าร่วมในครั้งนี้จะมีสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับด้วย
พวกเขารู้เพียงอย่างเดียวว่ามันเป็นหนึ่งในสูตรยาศักดิ์สิทธิ์ของสำนักโอสถ ว่ากันว่าสำนักโอสถทำสูตรยานี้สาบสูญไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน และนักหลอมโอสถของสำนักที่รู้วิธีหลอมนี้ก็ตายไปแล้ว ต่อให้สำนักโอสถยังมียาเม็ดสวรรค์เร้นลับอยู่ แต่ตอนนี้ก็อาจมีใช้อย่างจำกัด
“ยังไงก็ต้องซื้อมาให้ได้ ขอแค่เราได้สูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับมา เหล่าบรรพจารย์ยุทธ์ทั้งหมดของเราจะไม่ต้องกังวลเรื่องบรรลุไปถึงระดับผสานเต๋าอีก” เฉินหย่งเทากัดฟันบอก
“ใช่แล้ว ยาเม็ดสวรรค์เร้นลับแค่เม็ดเดียวทำให้คนที่อยู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์บรรลุได้เลย ด้วยเงินและทรัพยากรของนิกายเร้นลับเรา การหลอมยาเม็ดสวรรค์เร้นลับเป็นร้อยทำได้สบาย ๆ อยู่แล้ว เราต้องซื้อมาให้ได้” ซิงโฮ่วอี้เอ่ยเสียงแข็งขัน
“คิดว่าจะมีคนจากสำนักโอสถอยู่ที่โรงประมูลไหม?” เฉินหย่งเทาถาม
“ไม่น่าจะมีหรอก พวกคนสำนักโอสถชอบปลีกวิเวกมาตลอด น้อยคนจะเข้าร่วมงานประมูลตลาดมืดแบบนี้ ต่อให้มีก็คงไม่ได้เป็นคนใหญ่คนโตของสำนักหรอก ถึงยังไงพวกเขาก็ต้องเฝ้าโลกตงเทียนกับทะเลสาบเซียนหนู่ในมณฑลซีเจียงที่ช่วงนี้ไม่ค่อยสงบ กำลังคนคงมีจำกัด” ซิงโฮ่วอี้วิเคราะห์
“ขอแค่ไม่มีคนจากสำนักโอสถ เราชนะได้อยู่แล้ว” เฉินหย่งเทาพยักหน้า
“เสนอราคาไปเลย!”
“โอเค!”
เฉินหย่งเทากดเครื่องประมูลและบอกออกไปเสียงเข้ม
“ห้าหมื่นแก่นวิญญาณ!”
ห้อง 206
สีหน้าของโจวอี้ดูเคร่งเครียดยิ่งขึ้น สูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับเป็นสมบัติของสำนักโอสถ ตอนนี้คนมากมายพยายามแย่งชิงมันไป มันทำให้เขาโกรธขึ้นมา
ราคาพุ่งสูงขึ้นไปทุกที!
เขามีทรัพย์สินติดตัวอยู่ไม่เพียงพอ แต่มีโอสถอยู่เยอะ ทว่าเขาไม่สามารถรอให้งานประมูลจบลงและให้ผู้อาวุโสของสำนักส่งแก่นวิญญาณมาได้
“เซี่ยหลู่ แต่ละครั้งราคาจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่?” เขาถาม
“ไม่มีกำหนดเอาไว้หรอก”
“ดีเลย”
โจวอี้กดเครื่องประมูลและบอกราคาเสียงเบา “ห้าหมื่นหนึ่งแก่นวิญญาณ”
สิ้นคำนั้น ก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในงานประมูลทันที
ก่อนหน้านี้พวกเขาตกตะลึงกับราคาประมูลสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับที่ทะยานสูงขึ้น และรับรู้ได้ว่าการแข่งขันระหว่างมังกรกับเสือกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ทว่า! แขกห้อง 206 กลับเพิ่มราคามาแค่หนึ่งแก่นวิญญาณ ซึ่งมันไม่ต่างกับการหาเรื่องท้าทาย
“หกหมื่นแก่นวิญญาณ!”
“หกหมื่นหนึ่งแก่นวิญญาณ”
“เจ็ดหมื่นแก่นวิญญาณ!”
“เจ็ดหมื่นหนึ่งแก่นวิญญาณ”
โจวอี้เพิ่มราคาเพียงหนึ่งแก่นวิญญาณจากราคาที่อีกฝ่ายเสนอทุกครั้ง ทว่าการกระทำนี้ก็บอกให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ได้เช่นกันว่ากำลังจะสูญเสียสูตรยานี้ไป การเพิ่มราคาแบบนี้ทำให้เซี่ยหลู่ที่อยู่ด้านข้างหวั่นใจในขณะที่หม่าเทียนฝูก็อึ้งไปเช่นกัน
ทว่าสีหน้าของโจวอี้กลับดูมุ่งมั่น เขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะประมูลสูตรเม็ดยาสวรรค์เร้นลับนี้มาให้ได้
ไม่ว่าจะในราคาเจ็ดหมื่น หรือต่อให้พุ่งไปถึงสองแสนแก่นวิญญาณก็ตาม
มันเป็นสมบัติของสำนักโอสถ เป็นจิตวิญญาณของนักหลอมโอสถของสำนักเราทุกคน เป็นถึงศักดิ์ศรีของสำนักโอสถเลยด้วยซ้ำ
ใครกล้าดีมาแย่งมันไป เขาจะทุ่มเททุกอย่างที่มีเพื่อสิ่งนี้!
กริ๊ง!
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในจังหวะนั้น โจวอี้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็เห็นว่าเป็นอาจารย์ฉู่เทียนฮุ่ย จึงรีบรับสายทันที
“เสี่ยวอี้ อยู่ที่ไหน นายยังอยู่ในเมืองเยี่ยเฉิงเหรอ?” น้ำเสียงร้อนรนของเธอดังมาจากปลายสาย
“อาจารย์ ผมอยู่ที่งานประมูลตลาดมืดใต้ดินของเมืองเยี่ยเฉิง”
“เยี่ยมมาก สูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับน่ะ ซื้อมาให้ได้นะ ไม่ว่าจะต้องใช้แก่นวิญญาณเท่าไหร่ก็เอากลับมาให้ได้ ฉันจะรีบไปเมืองเยี่ยเฉิงเดี๋ยวนี้เลย” เธอเอ่ยด้วยความยินดี
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมกำลังแข่งกับใครบางคนอยู่! เสนอราคาเพิ่มไปเป็นเจ็ดหมื่นหนึ่งแก่นวิญญาณแล้ว… ไม่นะ ฝ่ายนั้นเพิ่มราคาอีกแล้ว เป็นแปดหมื่นแก่นวิญญาณ” โจวอี้ลอบเลียริมฝีปาก
“อย่าว่าแต่แปดหมื่นเลย ต่อให้แปดแสนก็ต้องซื้อมาให้ได้ ฉันจะจัดการให้คนส่งแก่นวิญญาณไปเดี๋ยวนี้” ฉู่เทียนฮุ่ยสั่ง
“ไม่มีปัญหาครับ!”
พูดจบเขาก็วางสายทันที
เขากดเครื่องประมูลอีกครั้งและบอกว่า “แปดหมื่นหนึ่งแก่นวิญญาณ”
“ไอ้เด็กนี่ หาเรื่องนิกายเร้นลับหรือไง! บอกไว้เลยนะว่า ‘สูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับ’ ต้องเป็นของเราเท่านั้น ขอเสนอราคาแสนแก่นวิญญาณ!” เฉินหย่งเทาตะโกนลั่น
“นิกายเร้นลับเก่งนักหรือไง คิดจะขโมยสูตรยาศักดิ์สิทธิ์ไปจากสำนักโอสถของเรา ถึงขั้นข่มขู่กัน ตาแก่เอ๊ย! สองแสนแก่นวิญญาณ กับโอสถระดับสวรรค์อีกยี่สิบเม็ด!” โจวอี้ตอกกลับ
คิดว่าตัวเองประกาศศักดาของโคตรเหง้าเป็นคนเดียวหรืออย่างไร สำนักโอสถไม่ได้มีทรัพย์สินมากมาย แต่ก็มีโอสถมากมายเชียวนะ!
โอสถหมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ มันคือความมั่งคั่งยังไงล่ะ
เขาไม่คิดยอมแพ้ ทำเพียงบอกอีกฝ่ายว่าหากนิกายเร้นลับไม่กล้าเป็นศัตรูกับสำนักโอสถก็หุบปากไปซะ
ตอนนี้เองที่ผู้ฝึกยุทธ์นับพันจากสำนักและนิกายอื่นที่อยู่ด้านนอก รวมถึงคนที่ไม่สังกัดกับกลุ่มไหนต่างก็ตกใจจนพูดไม่ออก
“นิกายเร้นลับเหรอ?”
“สำนักโอสถเนี่ยนะ”
“พระเจ้าช่วย! นี่มันการฟาดฟันระหว่างพวกเทพชัด ๆ!”
“เล่นใหญ่เลยนี่! สองแสนแก่นวิญญาณกับโอสถระดับสวรรค์อีกยี่สิบเม็ด”
“คนใหญ่คนโตจากสำนักโอสถมางานประมูลด้วยตัวเองเลยเหรอ ถึงได้กล้าตัดสินใจขนาดนี้ ต่อให้ไม่ใช่เจ้าสำนักอย่างฉู่เทียนฮุ่ยที่มาเองก็น่าจะเป็นคนใกล้ชิดกับเธอนะ”
“น่ากลัวเกินไปแล้ว! เขาบ้าไปแล้ว ใช้แก่นวิญญาณกับโอสถเป็นเบี้ยแบบนั้นได้ยังไง”
“คราวนี้นิกายเร้นลับจบเห่แน่ นอกจากจะอยากตั้งตัวเป็นศัตรูกับสำนักโอสถแล้ว พวกเขาแย่งสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับไปไม่ได้หรอก”
“เรียกได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่แห่งปีในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเลยนะเนี่ย”
ภายในห้อง 209
เฉินหย่งเทาหน้าเสียทันที เขารู้ว่าตนเองทำพลาดไปแล้ว และยังพลาดครั้งใหญ่เสียด้วย
“พอเถอะ! เราเอาสูตรยานี้มาไม่ได้หรอก”
ซิงโฮ่วอี้มองมาด้วยความไม่พอใจและจำใจบอกออกมา ถ้าก่อนหน้านี้เฉินหย่งเทาไม่เอ่ยชื่อนิกายเร้นลับก็อาจยังพอสู้ต่อได้บ้าง แต่ตอนนี้ไม่มีทางหนทางแล้ว
สูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับเป็นของสำนักโอสถ และเป็นสิ่งต้องห้ามของพวกเขา
ตอนนี้อีกฝ่ายเปิดเผยตัวตนและเพิ่มราคาเป็นสองแสนแก่นวิญญาณกับโอสถระดับสวรรค์อีกยี่สิบเม็ด ทำลายความมุ่งมั่นของพวกเขาไปจนหมดไม่มีหลงเหลือ
“ไอ้พวกสำนักโอสถ เราต้องไปซื้อยาจากพวกมัน แถมพวกมันยังช่างเลือกขาย ตอนนี้ยังจะมาบีบเค้นพวกเราอีก ข้ารับไม่ได้หรอกนะ!” เฉินหย่งเทาโวยวาย
“แล้วจะทำยังไงล่ะ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่นิกายเร้นลับจะสู้สำนักโอสถได้ เราก็ได้แค่ทนเท่านั้นแหละ”
“ช่างแม่งเถอะ…”