หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 740 รอยยิ้มฆาตกร
บทที่ 740 รอยยิ้มฆาตกร
เวลาผ่านพ้นไป
ฝูงชนที่ส่งเสียงฮือฮาค่อย ๆ เงียบลง ทุกสายตาจับจ้องไปยังกำแพงกระจกห้อง 206 และ 209 แม้พวกเขาไม่เห็นคนที่อยู่ด้านใน แต่ก็อยากรู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ
สาวสวยเจ้าของหน้าที่พิธีกรก็เงียบลงเช่นกัน
ท่ามกลางการต่อสู้ดุเดือดระหว่างนิกายเร้นลับกับสำนักโอสถ เธอไม่กล้าเข้าแทรกแซงและทำเพียงรออยู่เงียบ ๆ
ในที่สุด เสียงหนึ่งพลันดังมาจากห้อง 209 ในขณะที่ผู้คนนับพันจดจ่อเฝ้ารอ
“ในเมื่อมีคนของสำนักโอสถเข้าร่วม เราจะยอมแพ้และไม่ประมูลต่อ”
ยอมแพ้หรือ นิกายเร้นลับพ่ายแพ้หรือ?
เกิดเสียงจอแจในโรงประมูลอีกครั้ง พิธีกรสาวถือโอกาสประกาศเจ้าของสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับ
ภายในห้อง 206
โจวอี้ยืนรอให้ผู้จัดมาส่งสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับ
ก๊อก ๆ…
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เขาเปิดประตูและมองคนทั้งสามที่ยืนอยู่ด้านนอก คราวนี้ไม่ใช่คนเดิมที่เคยเอาของมาให้ก่อนหน้านี้
“สวัสดีครับ คุณชายโจว”
ชายชราผมขาวประสานมือคำนับโจวอี้ด้วยความนับถือ
“คุณไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้ก็ได้ เอาสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับมาส่งใช่ไหม?” โจวอี้ถาม
“นี่เป็นสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับครับ” อีกฝ่ายยื่นหนังสือเล่มหนึ่งมาให้พลางยกยิ้ม “ท่านประธานคุยกับเจ้าสำนักฉู่แล้ว คุณแค่ต้องเก็บมันเอาไว้และรอให้เจ้าสำนักมาด้วยตัวเอง ส่วนราคาที่คุณเสนอมา เธอจะมาจ่ายเองครับ”
“ขอบคุณมาก” โจวอี้บอก
“ไม่เป็นไรครับ ถ้าไม่มีคำถามอะไรแล้ว งั้นเราขอตัวก่อนนะครับ”
“ครับ!”
โจวอี้ไปส่งพวกเขาออกจากห้อง ก่อนจะหันมาพลิกหนังสือเปิดดู ค่อย ๆ อ่านสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับ
หม่าเทียนฝูยืนมองด้วยความงุนงง สายตาฉายแววยากที่จะอธิบาย
แท้จริงแล้วคนจัดงานประมูลนี้คือคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง และคนที่ส่งสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับมาก็คือสมาชิกอาวุโสของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง
ทว่า…การที่เรียกโจวอี้ว่า ‘คุณชายโจว’ หมายความว่าอะไร?
มันบ่งบอกว่าโจวอี้ไม่ได้เป็นแค่ศิษย์สำนักโอสถ แต่ยังเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง ทั้งยังมีตำแหน่งสูงเสียด้วย
หม่าเทียนฝูไม่ถูกชะตากับคนในคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง ต่อให้พวกเขาเป็นคนดีที่คอยปกป้องบ้านเมือง แต่ก็ยังแค้นอีกฝ่ายอยู่ลึก ๆ ในใจ เกลียดความไร้ฝีมือและด้อยความสามารถในการปกป้องครอบครัวของพวกเขา ทั้งยังไม่พอใจที่จับกุมและคุมขังเขาอยู่ตั้งนาน
ทว่าเมื่อรู้ตัวตนของโจวอี้แล้วกลับไม่รู้สึกเกลียด ในทางกลับกัน เขายังคิดว่าเป็นเรื่องดีและน่าชื่นชม ยิ่งรู้จักโจวอี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้ถึงความสามารถของเจ้าตัว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่นิกายเร้นลับเพิ่งถูกกันท่า
‘ขอแค่ฆ่าคนนิกายเร้นลับได้ ข้ายอมยกชีวิตให้เลย น่าเสียดายที่เขายังเด็กและไม่น่าจะแข็งแกร่งขนาดนั้น แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แค่มีเงินกับอำนาจก็จ้างคนและตั้งกองกำลังได้แล้ว’
ไอ้พวกนิกายเร้นลับ คอยดูเถอะ!…
หม่าเทียนฝูตัดสินใจเด็ดขาด แววตาที่มองไปยังโจวอี้อ่อนโยนลงมาก
งานประมูลจบลงอย่างรวดเร็ว โจวอี้ไม่ได้ประมูลของอีก ในขณะที่เซี่ยหลู่เองก็นิ่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้ประมูลของเช่นกัน แม้งานจะจบลงแล้ว แต่พวกเขายังไม่ออกไปจากห้อง
เวลาล่วงเลยผ่านไปกระทั่งไม่หลงเหลือผู้คนในงานประมูลอีก
ในที่สุดเซี่ยหลู่ก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ “จะรอให้อาจารย์นายมาจริงเหรอ?”
“ใช่”
“กังวลว่าถ้าเราออกไปแล้วจะตกเป็นเป้าของคนที่มีเจตนาแอบแฝงเหรอ?” เธอถามอีกครั้ง
“อื้ม!”
“ก็ได้!”
สี่โมงเย็น
ประตูในงานประมูลถูกผลักเปิดออก สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงหลายคนเดินนำเข้ามา ตามมาด้วยศิษย์แนวหน้าของสำนักโอสถอีกห้าคน ซึ่งนำโดยฉู่เทียนฮุ่ย
“ผู้อาวุโสหม่า หลบไปก่อนครับ!”
โจวอี้ลุกขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา เหตุผลที่เขารอจนถึงตอนนี้ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับสำคัญกับสำนักโอสถมาก จึงต้องระวังไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันก่อนที่อาจารย์จะมาถึง
หลังจากนั้น โจวอี้ได้ก้าวออกมาด้านนอกและมองฉู่เทียนฮุ่ยที่เดินมาพร้อมธนู
เขายิ้มและอ้าแขนออก
“เจ้าเด็กนี่ ทำความดีความชอบให้สำนักโอสถของเราอีกแล้ว” ฉู่เทียนฮุ่ยหัวเราะหลังจากเอ่ยหยอก ก่อนจะอ้าแขนโอบกอดโจวอี้
“ได้แบ่งเบาภาระหน้าที่ของอาจารย์ก็เป็นความฝันของผมตั้งแต่เล็กจนโตครับ” เขายิ้ม
“ไปกินน้ำผึ้งมาจากไหนเนี่ย” ฉู่เทียนฮุ่ยปล่อยเขาพลางยกยิ้ม ก่อนจะถามด้วยท่าทีจริงจัง “ว่าแต่สูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับอยู่ไหน?”
“นี่ครับ!”
โจวอี้หยิบตำรายายื่นให้ เธอรีบเปิดอ่านดูตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย แม้จะพยายามข่มความตื่นเต้นในแววตา แต่ก็ไม่อาจปิดบังได้เสียทีเดียว
“ใช่แล้ว นี่แหละสูตรยาและวิธีการหลอมยาเม็ดสวรรค์เร้นลับ หากมีสิ่งนี้ความแข็งแกร่งของสำนักโอสถของเราจะสืบต่อไปเป็นสิบปีเลย” เธอยิ้ม
“อาจารย์ หลังหลอมได้แล้วขอผมสักหน่อยนะครับ!” โจวอี้ยิ้ม
“ไม่มีปัญหา” เธอตอบตกลงทันที
การพูดคุยจบสิ้นลง
เธอยกข้อมือเหลือบมองนาฬิกาก่อนจะเอ่ยว่า “เราจะทิ้งยานอวกาศนานไม่ได้ ตอนนี้สถานการณ์ทางนั้นวุ่นวายมาก พอส่งตำราสูตรยาเม็ดสวรรค์เร้นลับกลับไป สำนักเราก็ต้องกลับไป ดังนั้นจะอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้ว ภายในสามวันจะมีคนมาถึงจินหลิงเพื่อส่งของให้นาย อย่าลืมไปรับมาด้วยล่ะ”
“ครับ”
โจวอี้ยิ้ม
เขามองอาจารย์และสมาชิกคนอื่นขึ้นรถกลับไปหลังจากออกมาจากตลาดมืด ความเครียดในใจนั้นบรรเทาลงมาก
“ทั้งสี่คนที่ติดตามเจ้าสำนักฉู่ สองคนนั้นน่าจะเป็นยอดฝีมือระดับบรรพจารย์ยุทธ์” หม่าเทียนฝูปรากฏตัวเงียบ ๆ ด้านหลังโจวอี้
“ในสำนักโอสถมียอดฝีมืออยู่ไม่กี่คนหรอก” โจวอี้บอกขณะยิ้มบาง ๆ
“แต่ก็มีหลายคนในนิกายเร้นลับด้วย” หม่าเทียนฝูกล่าว
“ผู้อาวุโสหม่า จำเอาไว้อย่างหนึ่ง ต่อให้คุณเกลียดนิกายเร้นลับก็อย่าพูดออกมา ไม่แสดงออกทางสีหน้าเลยจะดีที่สุด สิ่งที่ผมหวังต่อจากนี้คือพอคุณอยู่ต่อหน้าคนนิกายเร้นลับ คุณจะยิ้มและแทงเข้าที่หัวใจของยอดฝีมือฝ่ายนั้นได้” โจวอี้เอ่ยเสียงเรียบ
หม่าเทียนฝูชะงัก
เขาจ้องโจวอี้อย่างอึ้ง ๆ ความรู้สึกเหลือเชื่อตีตื้นขึ้นมาในใจ ทว่ามันอยู่เพียงไม่นานก็ค่อย ๆ จางหายไป
หลังจากนั้น ความขนลุกก็เข้ามาแทนที่
ใครกันแน่ที่น่ากลัวที่สุด คนเหี้ยมโหดที่ภายนอกดูใจดีและไม่มีพิษภัยกับใคร ทว่ากลับมีใจอาฆาตมาดร้าย
หม่าเทียนฝูเชื่อว่าหากตนเองเป็นคิงคองคลั่ง โจวอี้ก็เป็นเสือยิ้มที่ซ่อนคมมีดเอาไว้ภายใต้รอยยิ้ม
แผนการนี้…แสนจะแยบยล!
เขาสูดหายใจเข้าลึกและประสานมือคำนับโจวอี้ “ถูกของเจ้า ข้าจะจดจำเอาไว้”
“อย่าล้อเล่นกันสิ ผมก็แค่พูดตามสิ่งที่ได้เรียนรู้มา ยังไงตัวตนของผมก็พิเศษออกไป ไม่ว่าจะเป็นสำนักโอสถหรือคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงก็ไม่ถูกกับนิกายเร้นลับ แถมเรายังอ่อนแอและทำได้แค่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดชั่วคราว ระหว่างนี้ก็ต้องสั่งสมความแข็งแกร่งและหาโอกาสเล่นงานฝ่ายนั้นด้วย”
โจวอี้หัวเราะ
“ได้!”
หม่าเทียนฝูพยักหน้าขึงขัง
“ดังนั้น! ต่อไปพอคุณมาอยู่กับผม ผู้อาวุโสหม่าก็ต้องหัดปั้นหน้าแล้วล่ะ! ถ้าไปที่อื่นก็ห้ามลืมทำแบบนั้นเด็ดขาด” โจวอี้หยิบบุหรี่ยื่นให้หม่าเทียนฝูมวนหนึ่ง จุดสูบเองมวนหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อพร้อมส่งยิ้ม “ถ้าคุณไม่ชอบปั้นหน้าก็ไม่เป็นไร บังเอิญว่าซินเยว่มีทักษะเรื่องนี้ เดี๋ยวจะขอให้เธอสอนให้แล้วกัน”
“ทักษะอะไร?” หม่าเทียนฝูถามด้วยท่าทีสนอกสนใจ
“การแปลงโฉม!”