หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 745 เซี่ยหลู่ฟื้นแล้ว
บทที่ 745 เซี่ยหลู่ฟื้นแล้ว
วิถีแห่งสวรรค์ยุติธรรมเสมอ โจวอี้พลันรู้สึกว่าตนเองโชคดีเหลือเกิน ตระกูลหนานกงถูกกลุ่มคนนิรนามโจมตีทำให้บาดเจ็บสาหัส เขาเป็นคนช่วยชีวิตพ่อของหนานกงเหยาเอาไว้ หนานกงเหยาเองอาจสะกดรอยตามศัตรูของตระกูลมาถึงเมืองเยี่ยเฉิงและรู้แผนของนิกายอเวจีโลหิตเข้า จึงบังเอิญช่วยชีวิตเขาและพรรคพวกเอาไว้ได้
ถึงอย่างไรเขาก็ติดค้างบุญคุณครั้งใหญ่นี้!
โจวอี้ยิ้มพลางส่ายหน้า เตรียมลุกขึ้นไปสำนักงานใหญ่คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงเพื่อพาตัวหนานกงเหยากลับมารักษาให้หายดี
ทว่าเขากลับปล่อยมือจากเซี่ยหลู่ไม่ได้
เมื่อละสายตาไปมองหน้าเธอก็เห็นว่าเธอลืมตาขึ้นและจับมือเขาเอาไว้
ฟื้นแล้วเหรอ?
เธอฟื้นแล้วเหรอ?
โจวอี้ตกใจและรีบเข้ามาถามเธอด้วยความเป็นห่วง “เซี่ยหลู่ รู้สึกยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
“เจ็บไปหมดนั่นแหละ” น้ำเสียงเซี่ยหลู่อ่อนระโหยโรยแรง แต่ยังมีรอยยิ้มประดับใบหน้า
“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวผมจะดูแลให้คุณกลับมาแข็งแกร่งและอ้วนท้วนเอง”
โจวอี้เห็นว่าเธอยังพูดหยอกล้อได้ก็เบาใจ เขาค่อย ๆ ประคองเธอลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง ก่อนจะรีบตรวจชีพจรให้เธอ เขาพบว่าชีพจรเธอเต้นอ่อน แต่เส้นชีพจรที่เสียหายเชื่อมต่อกันเรียบร้อยดีแล้ว อวัยวะภายในได้รับการรักษาด้วยโอสถฟื้นฟู ไม่เพียงแต่จะกลับมาเป็นปกติเท่านั้น แต่ยังอาการดีขึ้นมาก แม้แต่เส้นชีพจรที่เสียหายก็รักษาหายดีแล้ว
“แข็งแรงน่ะดี แต่ไม่เอาอ้วนท้วนสิ” เซี่ยหลู่เอนซบในอ้อมแขนเขาราวกับร่างกายไม่มีกระดูก สูดดมกลิ่นกายแบบผู้ชายบนตัวของโจวอี้
กลิ่นนี้เป็นเอกลักษณ์ทำให้เธอถึงกับเขินอาย
นี่เป็นครั้งแรกไม่ใช่เหรอ?
เป็นครั้งแรกที่เขากอดเธอก่อน
นี่คือรสชาติแห่ง…ความสุขอย่างนั้นหรือ?
ใจของเธอสั่นสะท้าน พลันรู้สึกว่าตัดสินใจถูกแล้วที่โผไปป้องกันการโจมตีให้เขา ซึ่งเธอไม่เคยคิดจะทำมาก่อน ทั้งยั่วยวนและเสียสละมามากขนาดนี้
บางทีแค่การช่วยปกป้องเพียงครั้งเดียวอาจทำให้โจวอี้มีใจให้ก็ได้
เยี่ยมเลย! อ้อมกอดนี้อบอุ่นมาก
รสชาติแห่งความสุขช่างดีเหลือเกิน
ถ้าได้ถูกเขาโอบกอดแบบนี้ตลอดไป แม้ว่าฟ้าถล่มดินทลายเธอก็ยินดี!
โจวอี้ได้ยินเธอบอกแล้วยกยิ้มขึ้น ว่ากันว่าธรรมชาติของหญิงสาวคือการรักสวยรักงาม ดูท่าว่าจะเป็นจริงซะแล้ว!
“ไม่อ้วน ๆ ไม่ขุนให้อ้วนหรอกน่า ผมจะทำให้คุณได้รับสารอาหารโดยที่ไม่อ้วนเลย ไม่ต้องห่วง!” เขายิ้ม
อีกด้านหนึ่ง เมื่อฉู่เทียนฮุ่ยเห็นเซี่ยหลู่ฟื้นก็เผยสีหน้ายินดี เธอมองโจวอี้กับเซี่ยหลู่นั่งอิงแอบแนบชิดกันแล้วกระแอมขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าจะจู๋จี๋กันก็รอให้ไม่มีใครอยู่ด้วยเถอะ”
เซี่ยหลู่หันไปเห็นฉู่เทียนฮุ่ย ใบหน้าซีดเซียวก็พลันแดงเรื่อ เธอพยายามลุกจากอ้อมแขนของโจวอี้
“ไม่ต้องขยับหรอก เธอยังเจ็บหนักอยู่ นอนพักอีกสักสองวันก่อนเถอะ!” ฉู่เทียนฮุ่ยกล่าว
“เจ้าสำนักฉู่ คุณ…”
“ซินเยว่เรียกฉันว่าอาจารย์แล้ว เธอเองก็น่าจะเปลี่ยนคำเรียกเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?” ฉู่เทียนฮุ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
เปลี่ยนคำเรียกเหรอ?
เปลี่ยนอะไรกัน
เป็นไปได้ด้วยเหรอ?…
เซี่ยหลู่หน้าแดงกว่าเดิม เธอเขินอายขึ้นมาทันที ทว่ายังก้มหน้าเรียกเสียงเบา “อาจารย์”
“ฮ่า ๆ ดีมาก” ฉู่เทียนฮุ่ยหยิบโอสถออกมายื่นให้พลางกล่าวว่า “มีโอสถฟื้นฟูขนานดีห้าเม็ดในขวด ถือเป็นของแลกเปลี่ยนที่เธอเปลี่ยนคำเรียก”
เซี่ยหลู่ตาเป็นประกายเมื่อได้ยินเช่นนั้น
โจวอี้เองก็ดูเขินอายเช่นกัน
ฉู่เทียนฮุ่ยบอกให้เซี่ยหลู่เปลี่ยนคำเรียก เขาเองก็รับรู้แล้ว
แต่ว่า…อาจารย์บอกว่าอู๋ซินเยว่เองก็เปลี่ยนคำเรียกแล้วเหมือนกัน
ทั้งยังพูดต่อหน้าเขากับเซี่ยหลู่ นั่นทำให้เขารู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง เขาไม่ได้อยากมีสามภรรยาสี่อนุสักหน่อย!
เขาลูบแขนเซี่ยหลู่ให้เธอนอนลงบนเตียง ก่อนจะลุกขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“อาจารย์ เซี่ยหลู่เพิ่งฟื้น ไม่ได้กินอะไรมาสองสามวันแล้ว ผมจะไปทำยาบำรุงมาให้เธอกินรองท้อง”
“ไม่ต้องหรอก ฉันทำเตรียมเอาไว้ให้แล้ว” ฉู่เทียนฮุ่ยหัวเราะเบา ๆ
“แค่ก ๆ งั้นเดี๋ยวผมลงไปยกขึ้นมาให้เธอแล้วกันนะครับ”
หลังจากนั้นไม่นาน โจวอี้ป้อนยาบำรุงให้เซี่ยหลู่และอยู่เฝ้าจนเธอหลับไป กระทั่งรู้สึกไม่สบายตัวจึงลงมาห้องนั่งเล่นชั้นล่าง
“โจวอี้ สีหน้าคุณดูไม่ดีเลย อยากพักหน่อยไหม?” อู๋ซินเยว่ลุกขึ้นจากโซฟาไปช่วยจับแขนพยุงเขาพลางถามด้วยความเป็นห่วง
“ผมไม่เป็นไร” เขายิ้มขณะส่ายหน้า ก่อนจะหันมองฉู่เทียนฮุ่ยและถามว่า “อาจารย์ ไม่มีธุระเหรอครับ ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่ต่อได้?”
“เดี๋ยวคนจากสำนักจะมาเย็นนี้ ฉันจะไปทะเลสาบเซียนหนู่กับพวกเขา” เธอยิ้ม
“ส่งสูตรเม็ดยาสวรรค์เร้นลับกลับไปแล้วเหรอครับ?”
“อืม ส่งกลับไปเรียบร้อยแล้วล่ะ”
“ดีเลยครับ!” โจวอี้สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะกล่าวว่า “ผมต้องไปสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงของเยี่ยเฉิงเพื่อ…เอาตัวหนานกงเหยามาครับ”
“อืม ไปเถอะ!” เธอพยักหน้า
“ฉันรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว ถ้าไม่ได้เธอ คุณกับหลู่หลู่คงตกอยู่ในอันตราย นี่เป็นบุญคุณครั้งใหญ่ ไปพาตัวเธอมาเถอะ!” อู๋ซินเยว่เห็นโจวอี้มองมาจึงรีบบอก
“อื้ม!” โจวอี้หันไปหาหม่าเทียนฝูที่ยังหน้าซีดแล้วพูดว่า “ผู้อาวุโสหม่า คุณอยู่ดูแลเจ้าลูกหมาป่าเถอะ ผมจะรีบไปรีบกลับ”
“แต่ว่าเจ้า…” หม่าเทียนฝูลังเลอยู่บ้าง
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันให้คนติดตามเขาไป” ฉู่เทียนฮุ่ยกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หม่าเทียนฝูก็เงียบไป
การต่อสู้ก่อนหน้านี้ทำให้เขาประทับใจในตัวโจวอี้มาก
เขาเคยคิดว่าโจวอี้อ่อนแอ อย่างมากคงอยู่ในระดับปรมาจารย์เท่านั้น ทว่าระหว่างการต่อสู้ที่ผ่านมา เขาพบว่าพลังของอีกฝ่ายเกินกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้ ถึงขนาดเทียบกับเขาได้เลยด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตัดสินใจแล้วว่าจากนี้ไปจะอยู่ติดตามโจวอี้ ต่อให้ต้องสู้กับศัตรูจากนิกายเร้นลับก็จะอยู่ข้างกายโจวอี้จนตัวตาย
เขาจะไม่ปล่อยให้โจวอี้ผู้เก่งกาจได้รับอันตรายอีก
ณ เมืองเยี่ยเฉิง เขตฉงซาน
ที่ชั้นสิบแปดของสำนักงานใหญ่สูงสิบแปดชั้นของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงประจำเมืองเยี่ยเฉิง
โม่เจิ้งอู๋นั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะกำลังขมวดคิ้วเมื่อเห็นคำว่า ‘สายน้ำ’
เมื่อไม่กี่วันก่อนได้สูญเสียสมาชิกของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงประจำเมืองเยี่ยเฉิงไปมาก ทว่าในฐานะผู้ตรวจการ เขากลับไม่ถูกลงโทษและยังได้รับรางวัล เนื่องจากเขาเป็นคนนำสมาชิกแนวหน้าของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงกลุ่มใหญ่ออกไป ทำให้พวกนิกายอเวจีโลหิตเสียหายอย่างหนัก จึงถือเป็นการช่วยเหลือโจวอี้และพรรคพวกทางอ้อม
ก๊อก ๆ
ประตูห้องทำงานถูกเคาะ หวังเฉวียนผลักประตูเข้ามา
“มีอะไร?” โม่เจิ้งอู๋ถามพลางมองหน้าหวังเฉวียน
“คุณโจวอี้มาถึงแล้ว กำลังขึ้นลิฟต์มาครับ” หวังเฉวียนรายงาน
“โจวอี้ฟื้นแล้วเหรอ เยี่ยมมาก”
โม่เจิ้งอู๋ลุกพรวดขึ้นและรีบเดินออกไปจากห้อง
เขารู้สึกขอบคุณโจวอี้ เพราะอีกฝ่ายทำให้เขาไม่ถูกทางสำนักงานใหญ่ลงโทษ แต่กลับได้รับคำชมแทน
ไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออก โม่เจิ้งอู๋ที่รออยู่มองโจวอี้และเห็นว่าอีกฝ่ายยังหน้าซีด บ่งบอกได้ว่าอาการบาดเจ็บยังไม่หายดีนัก
“ผมคือผู้ตรวจการโม่เจิ้งอู๋ครับ ยินดีที่ได้พบคุณชายโจว”
“ไม่ต้องสุภาพนักหรอก ผู้ตรวจการโม่ ผมมาที่นี่ด้วยเหตุผลสองอย่าง อย่างแรกก็คือมาขอบคุณพวกคุณ ถ้าไม่ได้พวกคุณล่อพวกนิกายอเวจีโลหิตไป ผมอาจจะตายไปแล้วก็ได้” โจวอี้เดินออกมาจากลิฟต์
“ไม่เป็นไรเลยครับคุณชายโจว การฆ่าผู้ฝึกยุทธ์อธรรมเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว” โม่เจิ้งอู๋ยิ้ม
“ถึงจะเป็นความรับผิดชอบของคุณอยู่แล้ว แต่ผมก็ไม่คิดลืมบุญคุณที่ช่วยชีวิตเอาไว้หรอกครับ”
โจวอี้เอ่ยพลางพยักหน้าให้จินหมินตามมาก่อนจะพูดต่อ “ผมเอาโอสถมามอบให้เพื่อแสดงความขอบคุณต่อสมาชิกคณะกรรมการเถิงหลงด้วยกัน อย่าปฏิเสธเลยนะครับ ผู้ตรวจการโม่”
“นี่มัน…”
“รับเอาไว้เถอะครับ!” โจวอี้ยิ้ม
“งั้นก็ขอรับเอาไว้แล้วกันนะครับ”
“ผู้ตรวจการโม่ หนานกงเหยาอยู่ไหนเหรอครับ ที่ผมมาคราวนี้ก็เพื่อจะมารับเธอไปด้วย” ชายหนุ่มถาม
“นอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องชั้นเก้าครับ”