หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 765 ร่ำรวยล้นฟ้า
บทที่ 765 ร่ำรวยล้นฟ้า
ท่ามกลางซากปรักหักพังกลางเกาะ คนสองคนกำลังลอบค้นหาบางสิ่ง
ทันใดนั้น ชายผู้สูงวัยกว่าก็ทำหน้าตื่นตะลึงและเคาะนิ้วลงกับพื้น แววตาเป็นประกายก่อนจะรีบแหวกหินโดยรอบออก เมื่อออกแรงทุบ พื้นก็ค่อย ๆ แตกร้าวจนแยกออกจากกัน เผยให้เห็นบันไดลงเดินลงไป
“อาจารย์ ฉันจะลงไปสำรวจ อาจารย์รอดูต้นทางอยู่ด้านนอกนะคะ” เยี่ยนสือปาพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“เธอไปดูต้นทางดีกว่า ฉันจะลงไปเอง” ซือเจี้ยนอิงเอ่ยเสียงเข้ม
“งั้นก็ระวังตัวด้วยนะคะ”
“อืม!”
ซือเจี้ยนอิงกลับขึ้นมาในห้านาทีให้หลัง แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในสภาพมอมแมม เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนคราบเลือด ทว่าใบหน้ากลับเผยแววตื่นเต้นออกมา
“อาจารย์ เป็นยังไงบ้าง มีอะไรอยู่ข้างใน?” เธอรีบถาม
“เรากำลังจะได้ป้ายเจ้าสำนักแล้วล่ะ!” เขายิ้มกริ่ม
“ป้ายเจ้าสำนักเหรอ? ไม่ได้อยู่กับโจวอี้เหรอคะ จะมาอยู่ข้างล่างนี้ได้ยังไง?” หญิงสาวถามด้วยความงุนงง
“เจ้าเด็กโง่! เธอรออยู่นี่ ฉันจะไปเจอโจวอี้แล้วเอาของไปเสนอให้เขา ขอแค่เขายอมคืนป้ายเจ้าสำนักมาให้เรา แต่ถ้าเขาไม่อยากได้ละก็ อืม…” เขาเอ่ยเพียงเท่านั้นก็รีบวิ่งออกไป
ณ ทางเหนือของเกาะ
โจวอี้ยืนมองเด็ก ๆ ขึ้นเรือโดยสารอยู่ริมชายหาดด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจ
เรือที่เขาใช้จุคนได้เกือบพันคน และเมื่อรวมกับเรือของคู่หูอาจารย์ศิษย์หัวขโมย และเรืออีกสามลำ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะพาเด็ก ๆ ทั้งหมดไปได้ในคราวเดียว
“เจ้านาย ศพของผู้ฝึกยุทธ์นิกายอสูรดำถูกเผาหมดแล้ว ข้าวของของพวกเขาก็ถูกรวบรวมเข้าด้วยกันแล้ว แค่อาวุธก็กองรวมกันได้เป็นเขาย่อม ๆ แล้วครับ” เยี่ยป๋อซางรายงาน
“รวบรวมของทั้งหมดส่งกลับไปที่เกาะซ่อนหมอก” โจวอี้ยกยิ้ม
“ครับ!”
ซือเจี้ยนอิงเข้ามาในตอนนี้เอง
“คุณโจว เราคุยกันหน่อยได้ไหม?” เจ้าตัวถามพลางส่งยิ้ม
“คุยเรื่องอะไรเหรอครับ?”
“ถ้าคุณคืนป้ายเจ้าสำนักให้เรา ผมจะให้ของขวัญชิ้นใหญ่กับคุณ” เขายิ้ม
ของขวัญชิ้นใหญ่เหรอ?
ผู้อาวุโสสำนักจอมโจรคนนี้มีของดีมากมายจริง ๆ!
“งั้นก็ว่ามาครับ ของขวัญนั่นคืออะไร?” โจวอี้ถาม
“คุณคืนป้ายเจ้าสำนักมาก่อน แล้วผมจะบอกคุณ ถ้าคุณไม่พอใจของขวัญชิ้นนี้ ผมยอมถวายหัวให้คุณเลย”
“หืม?”
โจวอี้มองอย่างไม่วางใจ และเห็นว่าท่าทีของอีกฝ่ายดูจริงจัง
ทันใดนั้น เขาก็หยิบป้ายเจ้าสำนักออกมาโยนให้ซือเจี้ยนอิง “ผมไม่สนใจหรอก ไม่ว่าคุณจะให้ของขวัญชิ้นใหญ่หรือเปล่า? หลังจากกลับไปแล้วเราก็แยกย้ายกันอยู่ดี อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ก็พอ ต่อไปคนของสำนักคุณห้ามมาโจมตีสำนักโอสถและคนของผมอีก”
“คุณโจวสบายใจได้ กลับไปแล้วผมจะกำชับศิษย์ทุกคนเอง” ซือเจี้ยนอิงรับปาก
หลังจากนั้น เขาก็เข้ามากระซิบบอกโจวอี้ “คุณโจว ผมเจอที่ที่เก็บทรัพยากรการฝึกเอาไว้เป็นกองเลย”
“ที่ไหน?” โจวอี้ตาเป็นประกายทันที
“ตามมาเลย!” ซือเจี้ยนอิงเดินนำออกไป
“ผู้อาวุโสเยี่ย เหมิงเทียนอ้าว พาคนตามผมมาที!” โจวอี้ตะโกนบอก
ทันใดนั้นคนมากกว่าสิบคนก็ตามชายหนุ่มไป
เมื่อโจวอี้และซือเจี้ยนอิงไปถึงซากปรักหักพังและเห็นบันไดที่ทอดยาวลงไปยังใต้ดิน โจวอี้ก็มีสีหน้าระรื่นขึ้นมา
เขาคาดเดาไว้แล้วว่านิกายอสูรดำมาตั้งค่ายลับที่นี่ทั้งทีต้องเก็บทรัพยากรการฝึกยุทธ์เอาไว้จำนวนมากแน่นอน ทว่าเขากับพรรคพวกออกสำรวจทั่วเกาะแล้วแต่ก็ยังไม่พบ
ใครจะไปรู้ว่าซือเจี้ยนอิงกับเยี่ยนสือปาจะมาค้นพบเข้า
“ผู้อาวุโส ยอดเยี่ยมมากครับ!” โจวอี้ยกนิ้วให้
“หึ ๆ เรื่องหาของน่ะมันงานถนัดของขโมยอย่างเราอยู่แล้ว” ซือเจี้ยนอิงบอกพลางยิ้มกริ่ม
โจวอี้หัวเราะร่า
การขโมยและหาสมบัติเป็นผลงานชิ้นเอกของสำนักจอมโจรจริง ๆ
“งั้นเข้าไปดูด้านในกันเถอะ” ซือเจี้ยนอิงนำทางทุกคนลงบันไดไปและมาถึงชั้นใต้ดินอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองไปโดยรอบก็เห็นว่าบริเวณนี้มีพื้นอย่างน้อยประมาณสามสนามฟุตบอล ที่นี่เต็มไปด้วยข้าวของจำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงอาวุธอย่างดาบซึ่งมีจำนวนนับพันเล่ม
“โชคหล่นทับแล้วไง” เหมิงเทียนอ้าวพึมพำกับตนเองขณะเดินตามโจวอี้มา
“อะไรกัน สมบัติที่แท้จริงอยู่อีกที่ต่างหาก!” ซือเจี้ยนอิงยิ้ม
“ที่ไหน?” โจวอี้ถาม
“ด้านหลังของพวกนี้ไง มีประตูเหล็กอยู่สิบบาน ผมเปิดประตูบานแรกเข้าไปแล้ว รู้ไหมว่าเจออะไร?”
“อะไร?” โจวอี้ถาม
“ลองเข้าไปดูเองสิ!”
ไม่กี่นาทีต่อมา โจวอี้เดินตามซือเจี้ยนอิงผ่านประตูเหล็กทางซ้ายเข้าไป
เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในชัด ๆ แม้จะรอบรู้และมากประสบการณ์ อีกทั้งยังมีทรัพย์สินมากมาย แต่เขาก็อดที่จะอ้าปากค้างไม่ได้
มันคือแก่นวิญญาณ!
แก่นวิญญาณกองเป็นภูเขา!
ต่อให้เขาไม่ได้นับ แต่มองแวบเดียวก็คาดเดาจำนวนได้ ต้องไม่ได้มีแค่หมื่นแก่นแน่นอน น่าจะเกินแสนเลยด้วยซ้ำ
“เป็นไงบ้าง อึ้งไปเลยล่ะสิ” ซือเจี้ยนอิงยิ้ม
“อึ้งสิ อึ้งมาก เป็นครั้งแรกที่ผมเคยเห็นแก่นวิญญาณเยอะขนาดนี้เลย!” โจวอี้บอก
“ไม่ใช่แค่คุณหรอก แม้แต่ผมเองก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเหมือนกัน” ซือเจี้ยนอิงหันไปมองเยี่ยนสือปาที่ตาเป็นประกายเช่นกัน ก่อนจะส่ายหน้าและหัวเราะ “ถ้าไม่ใช่คุณ ผมไม่บอกเรื่องแบบนี้หรอกนะ”
โจวอี้ยิ้ม รอยยิ้มนั้นสดใสเป็นพิเศษ
ก่อนจะคืนป้ายเจ้าสำนักให้ซือเจี้ยนอิง เขาไม่คิดว่าจะได้ของดีจากอีกฝ่ายถึงขนาดนี้
ใครจะคิดว่าเจ้าตัวจะมอบเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้!
“ไปกันเถอะ! ไปดูว่าห้องอื่นมีสมบัติอะไรอีกบ้าง” โจวอี้หัวเราะลั่น
สองชั่วโมงต่อมา
โจวอี้ใจเต้นแรงจนชินแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าตนเองร่ำรวยมากแล้ว ทว่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ถูกเก็บเอาไว้ที่นี่ก็ทำให้รู้สึกว่าตัวเองช่างยากจนนัก
นอกจากแก่นวิญญาณกองโตแล้ว ห้องอื่น ๆ ยังมีสมุนไพรมากมาย เสื้อคลุมคุ้มกันหลากหลายชนิด อาวุธคุณภาพสูง อาวุธลับ รวมถึงโอสถและธาตุล้ำค่าจำนวนมาก…
สิบปี!
“ทรัพยากรพวกนี้ ต่อให้เอาให้เด็กเกือบสามพันคนมาใช้ก็อาจจะใช้ได้เป็นสิบปี”
“เรียกได้ว่ารวยล้นฟ้าเลยล่ะ” โจวอี้พึมพำกับตัวเอง
“คุณโจว ของขวัญชิ้นใหญ่จากผมเป็นยังไงบ้าง ผมยังต้องถวายหัวให้คุณอีกไหม?” ซือเจี้ยนอิงถามกลั้วขำ
“ไม่ต้องแล้วครับ” โจวอี้โบกมือรัว
ทันใดนั้น เขาก็หันไปสั่งเยี่ยป๋อซาง “ให้ทุกคนขนแก่นวิญญาณใส่กล่องและเอาขึ้นเรือ ส่วนข้าวของอื่น ๆ รบกวนผู้อาวุโสเยี่ยให้คนอยู่เฝ้าที เราต้องส่งทรัพยากรชุดแรกกลับไปก่อน แล้วค่อยกลับมาขนอีกที ต่อไปของพวกนี้จะเป็นของสำนักเรา”
เขาตัดสินใจเด็ดขาด
แม้ของพวกนี้จะเคยเป็นของใครบางคนมาก่อน
ทว่าต่อให้เหลียงเหล่ยและพรรคพวกมาพูดโน้มน้าว เขาก็คืนให้ไม่ได้
อย่างไรเสียมันก็เกี่ยวข้องกับอำนาจที่เขามี และเป็นตัวกำหนดว่าในภายภาคหน้าเขาจะล้างแค้นนิกายเร้นลับได้หรือไม่
“ได้ครับ!” เยี่ยป๋อซางรับคำแข็งขัน