หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 805 ความปรารถนาของลูกสาว
บทที่ 805 ความปรารถนาของลูกสาว
สภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ทำให้เกิดความตื่นเต้นใหม่ ๆ
ถังหว่านแค่สบายใจแต่ไม่ได้ตื่นเต้นมากนัก ในขณะที่โจวเหมียวเหมี่ยวเริงร่าและวิ่งสำรวจไปทั่ว
ท้ายที่สุด เจ้าตัวก็ลากโจวอี้ไปและขอให้เขาสอนเธอว่ายน้ำ
ใช่แล้ว! โจวเหมียวเหมี่ยวว่ายน้ำไม่เป็น
เพราะเธอยังเด็ก อีกทั้งยังไม่มีสระว่ายน้ำในบ้านที่จินหลิง และถังหว่านเองก็งานยุ่งและไม่ได้ให้ลูกสาวไปเรียนที่สระว่ายน้ำนอกบ้าน
“แม่บ้านเถิง พอจะมีชุดว่ายน้ำที่เหมียวเหมี่ยวใส่ได้บ้างไหม?” โจวอี้ถาม
“มีค่ะ”
เถิงเฉียนเหลียนไปหาชุดว่ายน้ำเด็กมากกว่าสิบตัวจากห้องเก็บของข้าง ๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นชุดของผู้หญิงและดูสวยมาก
“เหมียวเหมี่ยว ไปเปลี่ยนชุดกับป้าเถิงนะลูก เดี๋ยวพ่อจะสอนว่ายน้ำให้” โจวอี้ยิ้ม
“ค่ะ!”
หลังจากนั้นไม่นาน โจวเหมียวเหมี่ยวก็เปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำ พร้อมสวมหมวกว่ายน้ำและแว่นดำน้ำเสร็จสรรพ
โจวอี้มองชุดลูกสาวแล้วอดหัวเราะไม่ได้
“ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ ถอดหมวกว่ายน้ำกับแว่นดำน้ำเถอะ” โจวอี้ยิ้ม
“อ๋อ…”
คนฉลาดย่อมเรียนรู้ได้รวดเร็ว
เพียงสามสี่นาที โจวอี้ก็สอนโจวเหมียวเหมี่ยวว่ายน้ำได้สำเร็จ
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เด็กน้อยก็สามารถว่ายน้ำได้แข็ง
ทว่าเมื่อเธอเริ่มสนุก เธอก็กระโจนออกจากสระมายืนนอกสระ ทำเอาเถิงเฉียนเหลียนอึ้งไปพักใหญ่
สัตว์ประหลาดเหรอ?
ซูเปอร์แมน?
หรือว่าเป็นสาวน้อยเวทมนตร์กัน?
เถิงเฉียนเหลียนพยายามข่มความตกใจ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองเด็กน้อยด้วยแววตาทึ่ง ๆ
“เหมียวเหมี่ยว ที่นี่ไม่ใช่จินหลิงนะ หลายคนที่นี่ยังไม่ชิน ลูกต้องระวังหน่อยนะ” โจวอี้เห็นท่าทีผิดปกติของเถิงเฉียนเหลียน จึงถือโอกาสคว้าผ้าเช็ดตัวมาเช็ดผมให้ลูกสาวและสอนเธอ
“ตอนอยู่บ้านที่จินหลิงก็มีคนเยอะนะคะ!” โจวเหมียวเหมี่ยวท้วง
“ตอนอยู่จินหลิง นอกจากเม่ยหลานแล้วทุกคนเป็นผู้ฝึกยุทธ์กันหมด แต่คนที่นี่ไม่ใช่นะลูก” เขาอธิบาย
“พ่อคะ หนูอยากทำให้พวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ค่ะ”
ความคิดของเด็กน้อยนั้นเรียบง่าย อยู่นอกบ้านเธอไม่สามารถแสดงความแข็งแกร่งได้ แต่การอยู่ที่บ้าน ถ้ายังมีข้อควรระวังก็คงจะรู้สึกอึดอัดใจ
โจวอี้ฟังคำลูกสาวแล้วก็เริ่มลำบากใจ ทั้งสาวใช้และแม่บ้านที่นี่ รวมถึงคนคุ้มกันที่นี่ต่างก็เป็นคนธรรมดา โตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดและความสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นของตัวเองไปแล้ว จะสอนการฝึกยุทธ์กันได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร
“เหมียวเหมี่ยว หนูกับแม่อยู่ที่นี่ไม่นาน เดี๋ยวก็ต้องกลับจินหลิงก่อนเปิดเทอมวันที่ 1 กันยาแล้ว” โจวอี้บอก
“แต่หนูชอบที่นี่นะคะ! ต่อไปมาอยู่ที่นี่ทุกปิดเทอมเลยไม่ได้เหรอ?” โจวเหมียวเหมี่ยวถาม
“เรื่องนี้…”
โจวอี้รู้ว่าลูกสาวชอบที่นี่มาก
ทว่า…ถ้าทุกคนที่นี่เป็นผู้ฝึกยุทธ์อาจมีปัญหาได้!
เขามองหน้าเถิงเฉียนเหลียนที่อยู่ห่างออกไป และเห็นว่าอีกฝ่ายจ้องกลับมาเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คิดปิดบังเรื่องที่คุยกับลูกต่อเถิงเฉียนเหลียนและปล่อยให้อีกฝ่ายได้ยินทุกอย่าง
“รู้ไหมว่าผู้ฝึกยุทธ์คืออะไร?” เขาลังเลครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม
“ถ้าเป็นเหมือนในนิยายก็รู้จักค่ะ” เถิงเฉียนเหลียนตอบ
“ก็เกือบถูก!” เขาพูดจบก็เห็นแววตาเป็นประกายของเธอ จึงถามต่อไปว่า “คุณอยากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ไหม?”
“ฉันเป็นได้เหรอคะ?” เธอถามด้วยความตื่นเต้น
“เป็นได้ แต่คุณอายุมากแล้ว ถึงจะฝึกหนักและอยากเป็นผู้แข็งแกร่งก็มีโอกาสต่ำมาก แต่ถ้าเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปก็ไม่น่าจะมีปัญหา”
“แล้วเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปมีพลังเท่าไหนคะ? เหาะเหินเดินอากาศและไต่กำแพงได้แบบผู้ฝึกยุทธ์ในหนังหรือละครหรือเปล่าคะ?” เธอถามพลางชี้ไปทางสระว่ายน้ำ “กระโดดขึ้นมาจากสระว่ายน้ำได้แบบที่คุณหนูทำเมื่อกี้ได้หรือเปล่าคะ?”
“ได้สิ ทำได้มากกว่านั้นอีกนะ” เขาตอบ
“คุณโจวคะ ช่วยสอนฉันทีนะคะ” เธอเอ่ยด้วยท่าทีตื่นเต้น
“สอนน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่มีเงื่อนไขอยู่”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เธอก็นิ่งไป
เธอรู้ดีว่าโลกนี้ไม่มีของที่ได้มาฟรี ๆ ในเมื่อต้องการฝึกยุทธ์และกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ มันก็มีราคาที่ต้องจ่าย เพียงแค่ไม่รู้ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่
“ว่ามาได้เลยค่ะ”
โจวอี้ทำท่าทางสั่งให้ลูกสาวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะบอกเมื่อเห็นเจ้าตัวเดินไป “ผมจะสอนเคล็ดวิชาให้ แต่คุณต้องยอมขายชีวิตให้ผม ต่อให้ผมบอกให้คุณไปฆ่าคนหรือวางเพลิง คุณก็ต้องฟังผม”
“ไม่ได้นะคะ ฆ่าคนกับวางเพลิงมันผิดกฎหมาย ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ” เถิงเฉียนเหลียนรีบปฏิเสธ
“คนทั่วไปฆ่าคนหรือวางเพลิงก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่ขอแค่ผู้ฝึกยุทธ์ไม่ฆ่าคนบริสุทธิ์และคนทั่วไปก็ไม่มีปัญหา” โจวอี้มองท่าทีหวาดกลัวของเธอและยิ้มออกมา “แน่นอนว่าผมมีขอบเขตอยู่ ผมไม่มีทางให้คุณไปฆ่าคนสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก ไม่ต้องพูดถึงการทำร้ายคนดีเลย”
“ฉัน… ” เธอนึกลังเล
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล ค่อย ๆ คิด ถ้าเหมียวเหมี่ยวชอบที่นี่และอยากมาบ่อย ๆ แล้วคุณปฏิเสธ คุณเองก็คงต้องเปลี่ยนงาน ผมจะให้ผู้ฝึกยุทธ์มาทำงานที่นี่แทน แต่ถ้าคุณยอมก็จะได้ทำงานที่นี่ต่อ!”
เขาไม่ได้ขู่ เพียงแค่พูดความจริงเท่านั้น
อย่างไรเสียลูกสาวของเขาก็ไม่อยากซ่อนความเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในบ้านของตัวเอง เขาจึงได้แต่ทำตามความปรารถนาของลูกสาว
อาหารเย็นวันนี้ตั้งเต็มโต๊ะ
ทั้งถังหว่านและอวี้เฟิงตั้งท้องและผ่านพ้นช่วงแพ้ท้องมาแล้ว พวกเธอจึงเจริญอาหารและกินอาหารบำรุงไปมาก
โจวเหมียวเหมี่ยวและอิงหงเองก็ทานไปเยอะ ผิดกับหลี่เล่ยเล่ยและฉู่ซือซือที่เพิ่งมาถึงสถานที่ไม่คุ้นเคย จึงดูลังเลและไม่กล้ากินดื่มอย่างเต็มที่
“เสี่ยวหว่าน เห็นท่านลุงบ้างหรือเปล่าครับ?” โจวอี้ถามด้วยความสงสัย
“ไม่เห็นนะคะ” เธอส่ายหน้า
“แปลกจัง เขามาถึงที่นี่ได้ไม่นานก็หายไปเลย แถมไม่มาทานข้าวเย็นอีก หรือจะออกไปทำอะไรข้างนอก” โจวอี้พึมพำ
สามทุ่ม
เมื่อโจวอี้เจอจ้านหลิงอวิ๋นก็ต้องตกใจที่เห็นอีกฝ่ายบาดเจ็บกลับมา
“ท่านลุง มีศัตรูเหรอครับ?” โจวอี้ถามด้วยท่าทีเคร่งเครียด
“เปล่า!”
“แล้วทำไมถึงบาดเจ็บมาล่ะครับ?” เขาขมวดคิ้วถาม
“ฉันไปสู้กับคนคุ้มกันของถังหว่านมา” จ้านหลิงอวิ๋นบอกด้วยสีหน้านิ่ง ๆ
“อาวุโสจางน่ะเหรอครับ?” โจวอี้ถามอย่างงุนงง
“อืม!”
โจวอี้ยิ้มเจื่อน ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าเกิดเรื่องผิดปกติขึ้น
ถ้าเขาจำไม่ผิด จางอู๋เซี่ยอยู่ในระดับผสานเต๋า ส่วนท่านลุงของเขาก็เป็นผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋าขั้นปลายแล้ว แต่ทำไมถึงยังบาดเจ็บเมื่อสู้กับจางอู๋เซี่ย
เธอเก่งขนาดนั้นเชียวหรือ จางอู๋เซี่ยเอาชนะท่านลุงได้หรือ?
“ท่านลุงสู้ไม่ได้เหรอครับ?” โจวอี้ถามทั้งที่ยังมีรอยยิ้มบนหน้า
“หุบปากไปเลย!”
จ้านหลิงอวิ๋นแค่นเสียงฟึดฟัดก่อนจะเดินไปยังห้องนอนแขก
ทว่าเมื่อเขาหันหลังให้โจวอี้ สีหน้านิ่ง ๆ นั้นก็เผยความอับอายและหงุดหงิด แต่สายตากลับมีแววอ่อนโยนแฝงอยู่