หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 820 พลังของภาพลวงตา
บทที่ 820 พลังของภาพลวงตา
ณ บันไดสวรรค์บนเขาลูกที่ห้า
ทันทีที่โจวอี้เหยียบบันไดขั้นแรก เขาก็รับรู้ได้ถึงแรงบีบทรงพลังที่ถาโถมมาหา ซึ่งทำเอาถึงกับต้องห่อไหล่ แรงดึงดูดนี้มากกว่าโลกภายนอกถึงสิบเท่า
อีกทั้งทุกครั้งที่ยกขาก้าวต่อไป แรงนั้นก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ
“แปลกจัง ทำไมถึงมีแค่แรงดึงดูด ไม่มีภาพลวงตาแล้วล่ะ ไม่มีการโจมตีของนกกับสัตว์ด้วย?”
“หรือจะมีอันตรายอย่างอื่นตามมาทีหลัง”
โจวอี้ปีนต่อไปด้วยความงุนงง เมื่อก้าวขึ้นไปได้ร้อยขั้นก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดที่มากกว่าเดิม ต่อให้ใช้พลังในการต้านทานไปร้อยละ 70 ถึง 80 ก็ยังยากลำบาก
ทันใดนั้นสายตาก็พร่าเลือนอีกครั้ง ทว่าเพียงไม่นานภาพก็กลับมาชัดเจน
โลกตรงหน้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สิ่งที่เห็นไม่ใช่บันไดอีกต่อไปแล้ว
เขาพบว่าตนเองอยู่กลางป่าบนเขาที่มีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่
คนสวมหน้ากากหลายคนที่ดูโหดเหี้ยมกวัดแกว่งมีดหั่นเนื้อเข่นฆ่าผู้คนในตระกูลใหญ่
“คนตระกูลโจวต้องตายและอย่าให้เหลือรอดไปได้!”
“ไม่ต้องนึกถึงกฎอะไรทั้งนั้น ฆ่าให้หมด!”
“ไว้ชีวิตคนแก่ คนอ่อนแอ ผู้หญิงกับเด็กด้วยเถอะ ตระกูลโจวของเราจะได้สืบสายเลือดต่อไปได้…”
“ไม่! ฆ่าทิ้งซะ…”
ภาพนองเลือดของการดิ้นรนต่อสู้ปรากฏขึ้นตรงหน้าโจวอี้
เขารู้ว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตา แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าคือตระกูลโจวที่ถูกกวาดล้าง
ตอนนี้เขามองมันจากมุมมองของคนนอก ทว่าก็เห็นหลายคนที่คุ้นเคย ลมหายใจพลันถี่ระรัวยิ่งขึ้น ความเกลียดชังก่อตัวขึ้นในใจ
เขาเห็นโจวหมิงอวี้ปู่สามของเขา โจวเสี่ยนเฟิงพ่อของเขา และหญิงสาวอีกคนข้างกายผู้เป็นพ่อ เห็นใบหน้าและเรือนผมของเธอได้ชัดเจน รวมถึงเด็กที่เธออุ้มไว้ในอ้อมแขน
นั่นมัน… ตัวเขาเองงั้นเหรอ?
โจวอี้ตาแดงก่ำเมื่อเห็นพ่อแม่ถูกตามฆ่า บาดแผลบนร่างพวกเขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างที่พาเด็กน้อยหนีหัวซุกหัวซุน…
ทันใดนั้น เขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
เขาเคยเห็นภาพลวงตานี้ด้วยตาตนเองจริง ๆ เพียงแค่ตอนนั้นเขายังเด็ก เมื่อโตขึ้นมาบ้างก็คงจะจำไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
และภาพลวงตาได้ดึงความหลังวัยเยาว์จากก้นบึ้งที่สุดของจิตใจ ก่อนหน้านี้โจวอี้รู้ว่าเขามีความพยาบาททางสายเลือดฝังลึก และแค้นฝังหุ่นกับนิกายเร้นลับ
ความทรงจำที่ถูกปิดผนึกไว้ถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับภาพโศกนาฏกรรมของตระกูลโจวที่หนีตาย ในใจเขาอัดแน่นไปด้วยความเกลียดชังและแทบกลายเป็นความอาฆาต
ทันใดนั้นภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป
เขาเห็นฉู่เทียนฮุ่ยอาจารย์ของตนถูกแทงกลางอากาศ เลือดไหลทะลักก่อนที่เธอจะร่วงตกลงมา
เขาเห็นถังหว่านนอนจมกองเลือดพร้อมกับโจวเหมียวเหมี่ยวผู้เป็นลูกสาวในอ้อมแขน ก่อนที่ดาบยาวจะยื่นมาจ่ออยู่ตรงหน้าโจวเหมียวเหมี่ยว…
“ไม่นะ!…”
โจวอี้ตะโกนออกมาโดยไม่รู้ตัว ตอนนั้นเองที่เขาตาแดงก่ำด้วยความเดือดดาล รอบตัวเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต สั่นสะเทือนไปถึงดวงดาวบนฟ้า
เขาอาละวาดใหญ่โต เปลี่ยนไม้เท้าหัวมังกรเป็นมังกรคลั่งบินโฉบไปยังดาบนั้นก่อนมันจะถึงตัวลูกสาว
ทันใดนั้นสายลมเย็นก็แผ่มาจากหว่างคิ้ว เขาพลันรู้สึกตัวจากความโกรธและเห็นมังกรกำลังจะปะทะกับดาบ ข้อมือเขาสั่นเทา มังกรแตะเข้ากับดาบก่อนจะร่วงลงมา
ตอนนั้นเองที่เขารู้ว่าดาบยาวนั้นกลายเป็นลูกสาวของเขา โจวเหมียวเหมี่ยว
หากไม่รู้สึกตัว สิ่งที่จะโดนจะไม่ใช่ดาบ แต่เป็นลูกสาวของเขา
“ภาพลวงตา”
“มันเป็นแค่ภาพลวงตา”
“ฉันกำลังขึ้นบันไดสวรรค์และมาถึงบันไดที่ห้าบนเขาลูกที่ห้าแล้ว”
“อาจารย์อยู่ที่ทะเลสาบเซียนหนู่ ถังหว่านกับเหมียวเหมี่ยวก็อยู่ที่เซินเจิ้น”
“ฉันกำลังขึ้นบันไดสวรรค์ และฉันกำลังเดินถอยหลัง”
โจวอี้กัดลิ้นตัวเองเพื่อให้ความเจ็บปวดเรียกสติ ตอนนี้เองที่ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง เขาพบว่าตนเองยังคงขึ้นบันได เพียงแต่ตำแหน่งในตอนนี้อยู่ในขั้นที่ 56
“ช่างเป็นภาพลวงตาที่น่ากลัวมาก”
เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าผาก
สติที่กลับคืนมาทำให้ได้กลิ่นสดชื่น พร้อมกับอักขระสีแดงที่เขาเพิ่งปล่อยออกไป
“ไปต่อ!”
โจวอี้เฝ้าระวังจิตใจตนเองและพยายามประคองทะเลจิตใต้สำนึก ก่อนจะปีนขึ้นไปอีกครั้ง
ภาพลวงตาไม่เกิดขึ้นอีก
เมื่อขึ้นมาได้ถึงขั้นที่ 400 แรงกดอากาศก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง กระดูกและข้อต่อต่างส่งเสียงดังกรอบแกรบ
เขาทำได้เพียงใช้พลังดวงดาวเต็มสูบเพื่อต้านทานแรงบีบทรงพลังนี้
ในที่สุด เมื่อพลังดวงดาวในตัวพร่องไปเกือบครึ่ง เขาก็มาถึงยอดเขาได้สำเร็จ
แรงบีบมหาศาลนั้นพลันหายไป เขาหันหลังมองและเห็นหลายสิบคนกำลังปีนขึ้นบันไดมา
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
มีไม่กี่คนที่ใกล้ถึงยอดเขาแล้ว มีคนที่เขาไม่รู้จักแค่สองคน
ครั้นมองลงไปแล้วก็เห็นเสี่ยวไป๋จากตำหนักเทียนจี และด้านหลังอีกฝ่ายก็คือหลันเสวียน
นอกจากเสี่ยวไป๋กับหลันเสวียนแล้ว ยังมีชายหญิงวัยกลางคนที่เขาไม่รู้จัก และเป็นคนที่ลงชื่อแข่งกับเขาก่อนหน้านี้
ในขณะที่หลิวกวนเฟิงจากตระกูลหลิวทางตะวันออกเฉียวเหนือนั้นอยู่ในขั้นที่ 320
และลึกลงไปอีกยังมีคนอีกห้าหกคน
โจวอี้กวาดสายตามองทุกคนและนึกบางอย่างขึ้นมาได้
ก่อนหน้านี้เขาไม่เห็นฉู่มู่เฟิงปีนบันไดขึ้นมา หากไม่ผ่านไปถึงเขาลูกที่หกสำเร็จก็คงคว้าน้ำเหลวกลิ้งร่วงลงไปแล้ว
เช่นเดียวกับที่ไม่เห็นอู๋ซานซิ่งและจูเก่อฉิวปีนขึ้นมา แต่เห็นว่ายืนหน้าเสียอยู่ที่เชิงเขา
“อีกแล้ว…”
สีหน้าโจวอี้เปลี่ยนไป ความรู้สึกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจ แสงสีฟ้าจากฟ้าดินพุ่งเข้าสู่ร่างกายเขา
ธาตุน้ำ?
โจวอี้รับรู้ได้ถึงธาตุทั้งสามในโลหิต เขาพลันเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาบ้างแล้ว
ทุกครั้งที่เขาขึ้นบันไดสวรรค์ได้สำเร็จก็จะได้รับธาตุทั้งห้า ก่อนหน้านี้ได้ธาตุทองและธาตุไม้มา รวมกับคราวนี้ที่ได้ธาตุน้ำ รวมแล้วเขามีธาตุในตัวถึงสามอย่าง
“ถ้าขึ้นบันไดสำเร็จอีกสองครั้ง ทั้งห้าธาตุจะมารวมกันไหมนะ?”
“ถ้าเก็บได้หมดจะมีประโยชน์ขนาดไหนกัน”
ผ่านไปครู่หนึ่ง
โจวอี้นั่งขัดสมาธิฟื้นฟูพลังดวงดาวเงียบ ๆ ระหว่างมองคนขึ้นบันไดมา
ล่วงเลยไปมากกว่าหนึ่งชั่วโมง
ทั้งสองคนก็ขึ้นมาถึงยอดเขาได้สำเร็จ
“อมิตาพุทธ นึกไม่ถึงว่าจะมีใครนอกจากเราขึ้นมาถึงยอดเขาที่ห้าได้ก่อนอาตมา” หลวงจีนหนุ่มคนหนึ่งประสานมือและมองโจวอี้ที่ลืมตาขึ้น ก่อนจะยิ้มและพูดว่า “อาตมาชื่อว่าอู๋ซิน ไม่ทราบว่าโยมชื่ออะไร?”
“ผมสกุลโจวครับ” โจวอี้ลุกขึ้นและยิ้มตอบ
“โยมโจว บอกได้ไหมว่ามาจากสำนักไหน?” อู๋ซินถาม
“สำนักโอสถครับ”
“ที่แท้ก็เป็นยอดฝีมือสำนักโอสถ” อู๋ซินพยักหน้าก่อนจะเดินไปนั่งขัดสมาธิข้าง ๆ จากนั้นจึงหลับตาลงและนิ่งเงียบไป
“นึกไม่ถึงว่าจะมียอดฝีมือมาจากสำนักโอสถด้วย” ชายอีกคนที่ดูอายุราวสี่สิบส่งสายตาเย็นชามองโจวอี้และเดินไปนั่งขัดสมาธิ
“คุณเป็นใคร?” โจวอี้ถามเสียงเรียบ
“หนิงอู๋เหิน จากนิกายเร้นลับ”
นิกายเร้นลับเหรอ?
ดวงตาของโจวอี้พลันวูบไหวด้วยแววอาฆาต