หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 845 สัญญาว่าต่อไปจะไม่โจมตีอีก
บทที่ 845 สัญญาว่าต่อไปจะไม่โจมตีอีก
ข่าวเรื่องโจวเหมียวเหมี่ยวเอาชนะครูฝึกสองคนได้ลอยไปถึงหูโจวอี้ ซึ่งทำให้เขามีสีหน้าถมึงทึง ในใจทั้งโกรธและจนปัญญาในเวลาเดียวกัน
ไม่นานโจวอี้และพรรคพวกก็มาถึงลานฝึก ส่วนถังหว่านไม่ได้ตามมาด้วยกัน
ณ ลานฝึกในขณะนี้ โจวเหมียวเหมี่ยวนึกภาคภูมิในที่ตนเองเอาชนะครูฝึกได้ มันทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองแข็งแกร่งมากและครูฝึกที่นี่ก็ไม่ได้เรื่อง
แม้แต่ความตั้งใจที่จะมาเรียนและฝึกยุทธ์ที่นี่ก็พลันหดหายไป
“พ่อคะ หนูเอาชนะครูฝึกได้ด้วยล่ะ เก่งใช่ไหมคะ?” เธอหัวเราะด้วยท่าทีโอ้อวดเมื่อเห็นโจวอี้มาถึง
“ลูกเก่งมากเลยเหรอ?” เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้านิ่ง ๆ
“หนูเอาชนะครูฝึกได้เลยนะคะ ไม่เก่งเหรอ?”เธอถามกลับ
“เขาเองก็เป็นครูฝึกที่นี่ ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งมาก งั้นก็สู้กับเขาสิ” โจวอี้บอกพลางชี้ไปทางจงหลี่ที่อยู่ด้านหลังเหมิงเทียนอ้าว
“ผมเหรอ?”
จงหลี่งุนงง
เจ้านายบอกให้เขาไปสู้กับคุณหนูอย่างนั้นหรือ?
จะเป็นไปได้อย่างไร ถ้าทำเธอบาดเจ็บขึ้นมาจะไม่ซวยแย่หรือ?
“ไม่ต้องห่วง ทำให้เธอรู้ว่านายแข็งแกร่งแค่ไหน” โจวอี้บอกเสียงเข้ม
“ได้ครับ!”
จงหลี่ก้าวมาหาโจวเหมียวเหมี่ยวพร้อมรอยยิ้มลำบากใจ
เด็กน้อยยืนบนเก้าอี้ สีหน้าดูกระตือรือร้น
เธอรู้สึกว่าเมื่อครู่พ่อยังไม่เห็นเธอเอาชนะครูฝึกสองคนนั้นมาได้จึงยังไม่เชื่อในตัวเธอ ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่เธอจะได้แสดงให้พ่อได้เห็นและเอ่ยชื่นชม
“งั้นหนูขอเริ่มก่อน” เธอหัวเราะใส่จงหลี่
“เข้ามาเลยครับ!”
จงหลี่สูดหายใจเข้าลึก และจดจ่อกับการรวบรวมพลังปราณ เขารู้อย่างหนึ่งคือไม่อาจทุ่มสุดแรงเพื่อเอาชนะคุณหนูได้ แต่ต้องทำตามคำสั่งเจ้านายที่ต้องการสอนลูกสาวและทำให้เธอไม่คิดเหลิง
ฟิ้ว!
หมัดหนึ่งพลันพุ่งมาถึงตัว
สายตาของจงหลี่ปราดเปรียว เขาสวนหมัดโต้กลับไปทันที ร่างของเขายังคงไม่ขยับ ในขณะที่โจวเหมียวเหมี่ยวถูกโจมตีจนถอยไปไกลหลายเมตร เมื่อลงมาถึงพื้นก็ตีลังกาและยืนซวนเซก่อนจะถอยไปหลายก้าวอย่างทรงตัวไม่อยู่
“คุณหนู ต่อสิครับ” จงหลี่บอกเสียงเรียบ
“ได้!”
โจวเหมียวเหมี่ยวรู้ว่าตนเองเผชิญหน้ากับปรมาจารย์ตัวจริงแล้ว เธอจึงเหวี่ยงแขนที่ยังคงชาและพุ่งตัวไปหาจงหลี่อีกครั้ง
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เธอออกหมัดและก้าวเท้าด้วยกำลังปกติ ทว่าทุกครั้งกลับถูกจงหลี่กันไว้ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีหลายครั้งที่จงหลี่ยกมือผลักไหล่ หลัง และขาของเธอ แม้ว่าจะไม่เจ็บมากแต่ก็รับรู้ได้ถึงแรงนั้น
อีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป
เธอสู้ด้วยไม่ไหวอย่างแน่นอน
“หนูสู้ไม่ไหว! หนูสู้ไม่ไหวแล้วค่ะ!” เธอโวยวายขณะสะบัดแขนที่เจ็บเพราะแรงกระแทก
“เหมียวเหมี่ยว จงหลี่อยู่ระดับกึ่งปรมาจารย์ ดังนั้นการสู้กับลูกอาจจะเป็นการรังแก” โจวอี้พูดจบก็ชี้ไปทางชายหนุ่มอีกคนข้างตัวและพูดว่า “คนนี้อยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นปลาย ลูกลองสู้กับเขาก็แล้วกัน”
ผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นปลายอย่างนั้นหรือ?
มันก็ยังสูงกว่าระดับของเธออยู่ดีไม่ใช่หรือ?
เธอเดินไปหาอีกฝ่ายและรีบโบกมือให้ “พ่อขา หนูไม่สู้แล้ว หนูสู้เขาไม่ได้หรอก”
“ยังไม่ได้สู้ แล้วจะรู้ได้ยังไง?” โจวอี้ถามเสียงเข้ม
“เขาระดับสูงกว่าหนูนี่คะ” เธอบอกก่อนจะเม้มปากแน่น
“พ่อเองก็เคยฆ่าคู่ต่อสู้ที่ระดับเหนือกว่าพ่อสองขั้นได้นะ” โจวอี้บอก
เธอเบิกตากว้าง
“พ่อเคยฆ่าคนด้วยเหรอ? ตำรวจไม่จับเหรอคะ?”
โจวอี้ตะลึงกับความคิดของลูกสาว
“พ่อคะ…” โจวเหมียวเหมี่ยวเม้มปากและตั้งท่าจะร้องไห้
“เหมียวเหมี่ยว พ่อพูดผิดไป พ่อไม่ได้ฆ่าคน แต่เป็นสัตว์ประหลาดน่ะ” โจวอี้บอกพลางยิ้มเจื่อน
สัตว์ประหลาด!
ถ้าแบบนั้นก็ไม่เป็นไร
สีหน้าของเธอสดใสขึ้นมาทันตา เธอมองชายหนุ่มที่เดินมาอยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันไปทางจงหลี่และครูฝึกอีกสองคนที่เอาชนะมาได้ ในใจรู้สึกสับสน
ครูฝึกที่นี่ไม่ได้ห่วยแตกไปเสียทั้งหมด ยังมีหลายคนที่เก่งกาจ
ดังนั้น…
เธอก็สามารถเรียนและฝึกยุทธ์ที่นี่ได้!
“เหมียวเหมี่ยว รู้ไหมว่าทำผิด?” โจวอี้ถามด้วยท่าทีขึงขัง
“คะ?” เธอกะพริบตามองพ่ออย่างไม่เข้าใจ
“ลูกท้าแข่งกับเพื่อนได้ แต่จะเที่ยวไปท้าทายครูฝึกที่นี่เพราะเหลิงในความสามารถของตัวเองไม่ได้ พวกเขาเป็นผู้ใหญ่ ต่อให้ลูกเก่งกว่าเขาก็ควรเคารพเอาไว้ เพราะในโลกผู้ฝึกยุทธ์มีหลายคนที่เก่งกว่าลูกมาก” โจวอี้บอกด้วยสีหน้าจริงจัง
เธอก้มศีรษะเล็ก ๆ ของตัวเองลง
หลังจากครุ่นคิดอยู่ราว ๆ สิบวินาที เธอก็เงยหน้าขึ้นและเดินไปหาอาหลงกับจินเทา ก่อนจะประสานมือก้มหัวคำนับ “ครูฝึก… ผู้อาวุโสทั้งสอง ก่อนหน้านี้เหมียวเหมี่ยวไม่รู้ความ ยกโทษให้หนูด้วยนะคะ! หนูรับปากว่าต่อไปจะไม่โจมตีคุณอีกค่ะ”
อาหลงกับจินเทานิ่วหน้า
การขอโทษเป็นเรื่องที่เหมาะสม แต่ที่บอกว่ารับปากว่าจะไม่โจมตีอีกนั้นหมายความว่าอย่างไร ทำไมถึงได้ฟังดูประหลาดหูขนาดนี้
โจวอี้กุมขมับ สีหน้าฉายแววเหนื่อยใจ
และเมื่อทุกคนในลานฝึกได้ยินก็พากันขำออกมา
คำพูดของเด็กไม่มีอ้อมค้อมจริง ๆ!
ทุกคนไม่ได้เข้าใจเหมือนอย่างที่เด็กหญิงคิด
ในขณะที่ได้รับคำขอโทษก็ดูเหมือนจะถูกเยาะเย้ยไปด้วย อาหลงกับจินเทาคงนอนไม่หลับไปอีกหลายวัน
“อะแฮ่ม!” โจวอี้กระแอมสองครั้ง ก่อนจะมองอาหลงและจินเทาแล้วพูดว่า “ถ้าจำไม่ผิด ที่นี่มีห้องกักบริเวณด้วยใช่ไหม?”
“ใช่ครับ!” อาหลงตอบ
“พวกนายเองก็สู้เด็กห้าหกขวบไม่ได้ด้วยซ้ำ ห่วยแตกจริง ๆ ไปลงโทษตัวเองในห้องกักบริเวณซะ” เขาบอกพลางโยนแก่นวิญญาณให้พวกเขาคนละสองแก่น
เมื่อทั้งคู่ได้ยินเช่นนั้นก็ทำตามแต่โดยดี แม้ว่าจะยังไม่สบายใจอยู่บ้าง
ทว่าเมื่อเห็นแก่นวิญญาณในมือ แววตาก็เป็นประกายขึ้นมา
เป็นการกักบริเวณประเภทไหนกันละเนี่ย!
เจ้านายคงให้พวกเขาเอาแก่นวิญญาณไปฝึกฝนตัวเองให้ดีในห้องกักบริเวณสินะ!
“เจ้านายครับ เราสมควรถูกลงโทษแล้ว เราจะไปเดี๋ยวนี้เลยครับ”
“รีบไปเลย”
ทั้งสองยกมือกุมอกซ้ายก่อนคำนับให้ และรีบวิ่งไปทางอาคารที่ตั้งของห้องกักบริเวณ
ก่อนหน้านี้ครูฝึกที่อยู่แถวนั้นต่างคิดว่าอาหลงกับจินเทาน่าสงสาร ถูกคุณหนูซัดจนน่วมแล้วยังถูกเจ้านายลงโทษให้ไปกักบริเวณอีก
ใครจะคิดว่าเจ้านายจะให้แก่นวิญญาณไปด้วย
มันเป็นบทลงโทษหรือรางวัลกันล่ะ?
หากเป็นบทลงโทษ พวกเขาเองก็อยากโดนลงโทษแบบนี้เหมือนกัน
“ไป ๆ กลับบ้านไปเก็บของ พรุ่งนี้ลูกต้องมาเรียนและฝึกยุทธ์ที่นี่ จำเอาไว้ว่าห้ามท้าสู้กับเพื่อนอีก ต้องเคารพพี่ ๆ เขาด้วย เข้าใจไหม?” โจวอี้บอกลูกสาว
“ค่ะ”
ครูฝึกที่มองอยู่แสดงสีหน้างุนงง
เจ้านายบอกให้ ‘คุณหนูมือหนัก’ คนนี้มาเรียนและฝึกยุทธ์ที่นี่อย่างนั้นหรือ?
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงถูกห้ามก่อเรื่องวุ่นวายที่นี่อย่างนั้นหรือ?
พวกเขามองเด็กที่ถูกโจวเหมียวเหมี่ยวเล่นงานและพบว่าแต่ละคนมีสีหน้าวิตก หลายคนถึงกับเหงื่อแตกพลั่กด้วยความกลัว