หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 861 ร่วมกันต่อสู้
บทที่ 861 ร่วมกันต่อสู้
เวลาล่วงเลยผ่านไป
ภูเขาและทุ่งหญ้าเต็มไปด้วยซากสัตว์ประหลาดต่างโลก เลือดนองรวมกันเป็นสายธารเล็ก ๆ ไหลสะเปะสะปะ
โจวอี้กับพรรคพวกเดินหน้าต่อไปราวหนึ่งกิโลเมตร ร่วมต่อสู้เคียงข้างกันกับผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ อีกมากมาย
ผ่านไปสองชั่วโมงเต็ม
โจวอี้ฆ่าพวกมันไปได้มากกว่าหกร้อยตัว ในขณะที่จ้านเฟิงและเกาหานฆ่าไปมากกว่าเขา
ทว่าแม้พวกมันจะถูกกำจัดไปมากมาย แต่ก็ยังไม่ได้ช่วยให้รู้สึกว่ามีจำนวนลดลง ราวกับว่ามีสัตว์ประหลาดต่างโลกตรงหน้าพวกเขามากมายไม่มีวันหมดสิ้น
“เทียนหลี่!”
เสียงตะโกนดังมาจากเหนือยอดเขา
หลังจากฆ่าสัตว์ประหลาดไปหลายตัว โจวอี้ก็เงยหน้ามองและเห็นหญิงสาวชุดดำคนหนึ่งกำลังต่อสู้โดยที่เลือดอาบตัว เธอถูกสัตว์ประหลาดต่างโลกซึ่งสูงราวยี่สิบเมตรฟาดหางใส่และกระเด็นมาทางเขา
พลั่ก!
โจวอี้ควบคุมปราณและเหาะขึ้นฟ้า เจ้านกที่สยายปีกกว้างมากกว่าสิบเมตรยังไม้ทันจะคว้าตัวเธอด้วยกรงเล็บคมไว้ได้ เขาก็เงื้อดาบแทงปีกของมันเสียก่อน
ฉึก!…
ปีกของมันได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถเล่นงานหญิงสาวได้อีก มันหุบปีกที่ได้รับบาดเจ็บและบินหนีไปยังอีกฟากเขาที่ห่างออกไปหลายสิบเมตร
โจวอี้คว้าตัวหญิงสาวไว้ได้กลางอากาศ ระหว่างนั้นก็ป้อนโอสถเข้าปากเธอก่อนจะลงมาแตะพื้นอีกครั้ง เขาวางเธอลงแล้วเหาะขึ้นไปอีกครั้ง เพียงไม่กี่อึดใจก็มาถึงสมรภูมิที่มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด
“เจ้าเด็กโง่ ถอยไป! สัตว์ประหลาดต่างโลกตัวนี้อยู่ระดับผสานเต๋า มาช่วยก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้เราพะวงเพราะต้องระวังให้นาย” ชายแก่ผมขาวคนหนึ่งเหวี่ยงหอกและโจมตีลิงยักษ์ขณะตะโกนบอกโจวอี้
ชายชราผมขาวและคนมากกว่าสิบกำลังสู้กับลิงยักษ์สัตว์ประหลาดต่างโลก
พวกเขาล้วนอยู่ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ทว่าร่วมมือกันหลายคนแล้วก็ยังแทบจะปราบเจ้าลิงยักษ์สัตว์ประหลาดต่างโลกไม่ได้ พวกมันนับว่าตายยากตายเย็นมากทีเดียว
ทว่าโจวอี้ไม่ยอมถอย
ไม้เท้าหัวมังกรในมือเขาร้องคำรามระหว่างที่เจ้าลิงยักษ์ใช้สองหมัดโจมตีผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ไปสองคน แรงนั้นกระแทกเข้ากับแผ่นหลังของมัน
ตอนนี้เขาไม่ได้เพียงแค่ใช้พลังของอักขระแห่งสวรรค์เท่านั้น แต่ยังรวบรวมพลังดวงดาวไว้ที่ไม้เท้าหัวมังกร ก่อนจะส่งพลังโจมตีมันอย่างเต็มที่
แกร็ก!
กระดูกสันหลังของเจ้าลิงและสัตว์ประหลาดตัวอื่นแตกร้าวเพราะการโจมตีจากไม้เท้าหัวมังกร
“โฮกกก!”
เจ้าลิงยักษ์ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด และหันมาต่อยโจวอี้
ว่องไวมาก!
โจวอี้นึกหวั่นใจขึ้นมา เขาหลบได้อย่างหวุดหวิดและใช้อักขระ ‘สงบ’ เพื่อชะลอความเร็วในการโจมตีของมัน
ทว่าหมัดของมันก็ยังกระแทกไม้เท้าหัวมังกรในมือเขาอย่างแรงจนโจวอี้กระเด็นไปไกล
ในจังหวะนี้เองที่ลำแสงสีทองพุ่งเข้ามาฟาดเข้าที่คอเจ้าลิงยักษ์
มันเป็นลำแสงจากลูกศร
ลูกศรนั้นเสียบทะลุคอของมันเป็นรูขนาดเท่าถ้วย ทันใดนั้นเลือดสีเขียวก็ทะลักออกมาพร้อมเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของมัน
ผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์หลายคนนึกดีใจ ตอนนี้พวกเขาต่างรุมโจมตีมันเพื่อกำราบลิงยักษ์ที่สูงสี่สิบถึงห้าสิบเมตรตัวนี้
โจวอี้เองก็ตั้งหลักได้เช่นกัน เมื่อเห็นมันบาดเจ็บก็เรียกใช้พลังอักขระอีกครั้ง ไม้เท้าหัวมังกรกลายเป็นมังกรทองขนาดยักษ์ ส่งเสียงร้องคำรามและเล่นงานเจ้าลิงยักษ์
ตู้ม!
มันถูกมังกรทองยักษ์จู่โจมและร่วงลงไปกองกับพื้นทันที
ตอนนี้ผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ยิ่งนึกยินดี พวกเขาไม่รอช้า รีบชักดาบเล่นงานมัน
สิบวินาทีผ่านไป
โจวอี้กับคนที่เหลือก็ร่วมมือกันฆ่าเจ้าลิงยักษ์ได้สำเร็จ
ในบรรดาคนทั้งหมด โจวอี้เป็นผู้ที่มีส่วนช่วยมากที่สุด ตามมาด้วยชายชราที่ใช้ลูกศรจู่โจมมันให้ถอยห่างออกมา
“ฮ่า ๆๆ ในที่สุดก็ฆ่ามันได้สักที” ชายผมแดงร่างกำยำคนหนึ่งที่มีปราณร้ายเหาะขึ้นฟ้าพลางหัวเราะร่า สายตาหันมามองโจวอี้ก่อนจะพูดว่า “น่าทึ่งมากน้องชาย! อายุเท่านี้แต่แข็งแกร่งไม่แพ้เราเลย ขอชื่นชมจากใจจริง”
“ผู้อาวุโสชมเกินไปแล้วครับ”
โจวอี้ลงมายืนใกล้ซากลิงยักษ์พลางยิ้มให้ชายผมแดง
“น่าทึ่งจริง ๆ นะ ความว่องไวและกำลังตอนนี้ของนายเลยระดับบรรพจารย์ยุทธ์ไปแล้ว ถึงจะเทียบไม่ได้กับผู้แข็งแกร่งในระดับผสานเต๋า แต่ก็แข็งแกร่งพอจะทำให้จินเฉินหาโอกาสยิงธนูได้ นายน่าจะเป็นคนแรกที่ทำแบบนี้ได้” ชายหน้าเด็กอีกคนบอกกลั้วหัวเราะ
“ใช่แล้ว การโจมตีของนายทรงพลังมากแล้ว”
“ไม้เท้าหัวมังกรเหรอ? ฉู่เทียนฮุ่ยให้มาเหรอ ถ้าจำไม่ผิด นายน่าจะเป็นโจวอี้ที่ขึ้นสู่บันไดสวรรค์ที่คุนหลุนมาใช่ไหม?”
“ที่แท้ก็เป็นโจวอี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่ของโลกผู้ฝึกยุทธ์นี่เอง แข็งแกร่งกว่าที่เราคิดเอาไว้นะเนี่ย”
“ขอบใจมากนะน้องโจวที่ช่วยศิษย์น้องหญิงของฉันไว้”
ในขณะที่ทุกคนกำลังเอ่ยชื่นชม ชายชราผมขาวที่ต่อว่าเขาในตอนแรกก็นึกอับอาย
เดิมทีเขาคิดว่าโจวอี้ไม่ได้มีฝีมือมากนัก หากเข้ามาก็มีแต่จะรนหาที่ตาย
ทว่าใครเล่าจะคิดว่าการเข้ามาของโจวอี้จะทำให้ทุกคนสามารถฆ่าเจ้าลิงยักษ์ได้ไวขนาดนี้
เขาอ้าปากจะพูดแต่ก็พูดอะไรไม่ออก
โจวอี้หัวเราะและหันไปมองชายชราที่ต่อว่าเขาก่อนหน้านี้ เขาประสานมือทักทายทันที “ผู้อาวุโส ก่อนหน้านี้คุณเป็นห่วงผม ผมจะไม่ลืมเลยครับ ถ้าต่อไปต้องการใช้โอสถก็มาซื้อกับผมได้ตลอดเลยนะครับ รับประกันว่าจะขายให้ราคาถูกกว่าท้องตลาดแน่นอน”
ชายชราผมขาวชะงักไป สีหน้ากระอักกระอ่วนจางหายไปและถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนจะพยักหน้าให้โจวอี้ด้วยความพึงพอใจ
เขาคิดว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่เลวเลย
นอกจากจะไม่นึกโกรธที่ถูกต่อว่า กลับพูดเพื่อไม่ให้เขาขายหน้าเมื่อเห็นท่าทีลำบากใจของเขา
“ฉันชื่อไป๋อู๋หยา สำรวจสุสานมังกรเสร็จแล้วเราค่อยคุยกัน”
“ได้ครับผู้อาวุโสไป๋” โจวอี้ยิ้ม
หลังจากนั้น คนที่เหลือก็บอกชื่อเสียงเรียงนามกับโจวอี้ พูดคุยกันได้เพียงเล็กน้อยก็ต้องหยุดลง
ครึ่งนาทีต่อมา
พวกเขาแยกย้ายกันไปจัดการสัตว์ประหลาดตัวอื่น
ตู้ม ๆๆ!
การต่อสู้ดุเดือดจนเลือดไหลเป็นสายดั่งธารโลหิต
ซากศพกระจัดกระจายไปทั่ว
ในการต่อสู้อันยาวนานนี้ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์หลายคนมาที่นี่และร่วมกันต่อสู้ ทว่าจำนวนสัตว์ประหลาดที่บุกเข้ามากลับไม่ลดลง
การต่อสู้ครั้งนี้คร่าชีวิตผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ไปมากขึ้นเรื่อย ๆ
สัตว์ประหลาดต่างโลกก็ถูกฆ่าไปจำนวนมาก
เวลาล่วงเลยผ่านไป แขนของโจวอี้ทั้งชาและบวม พลังดวงดาวส่วนใหญ่ในร่างกายถูกใช้ไปแล้ว ทำให้เขาต้องกินโอสถฟื้นฟูอยู่เป็นระยะ
“ปราณแก่นแท้หมดแล้ว ฉันทนไม่ไหวแล้ว!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องด้วยความทรมานดังขึ้นห่างออกไปราวหนึ่งกิโลเมตร
เป็นเสียงของผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์คนหนึ่ง ทั้งตัวเต็มไปด้วยบาดแผล สีหน้าอิดโรยและสิ้นหวัง เขาอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสัตว์ประหลาดต่างโลกราว ๆ สี่ห้าตัว มือหนึ่งหยิบบอลโลหะสีดำออกมาระเบิดตัวเอง
ตัวเขาถูกระเบิดไปพร้อมกับสัตว์ประหลาดต่างโลกที่ถูกฆ่าตายไปด้วย
นี่มัน…
ตัดสินใจจบชีวิตไปพร้อม ๆ กับสัตว์ประหลาด