หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 912 ขอฉันด้วยได้ไหม?
โจวอี้กำลังกังวล
เนื่องจากคนเหล่านั้นเป็นผู้พิทักษ์จากสำนักโอสถเก้าคน รวมถึงโจวยี่สิบสี่
ตามที่จ้านหลิงอวิ๋นและเหลียงเหล่ยกล่าวมานั้น พวกเขาทั้งเก้าคนได้ทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์… ซึ่งถือได้ว่าเป็นระดับพลศึก
อย่างไรก็ตาม ระดับพลศึกยังคงอ่อนแอหากต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังของเผ่าพันธุ์ต่างดาว
หากพวกเขาเผชิญหน้ากับมนุษย์ต่างดาวระดับจอมพล แม้ว่าพวกเขาทั้งเก้าคนจะผนึกกำลังกัน ทว่าโอกาสในการเอาชีวิตรอดก็คงไม่มากนัก
ดังนั้นโจวอี้จึงหวังว่าพวกเขาจะสามารถหาที่ซ่อนตัวได้ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาหนึ่งหรือสองปีก็ตาม ตราบใดที่พวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเครื่องดื่มก็ไม่มีปัญหา
ตอนนี้สถานการณ์โลกตงเทียนอีกสามแห่งค่อนข้างคงที่ และผู้ฝึกยุทธ์ที่ปกป้องโลกตงเทียนเหล่านั้นไม่ได้อยู่ภายใต้แรงกดดันมากนัก
ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งจากโลกตงเทียนอื่น ๆ ก็จะมาช่วยเหลือเช่นกัน บางทีอาจใช้เวลาไม่นานนักก่อนที่ผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์จะสามารถโจมตีตอบโต้ครั้งใหญ่ และยึดคืนพื้นที่สนามรบจองจำวิญญาณภายในแนวป้องกันที่ห้า
“เฉินหยางอาการดีขึ้นแล้ว ฉันต้องออกไปข้างนอก” จ้านหลิงอวิ๋นกล่าว
“ท่านลุง จะไปไหนครับ?” โจวอี้รีบถาม
“เราอยู่ที่นี่มาสองวันแล้ว และด้วยระดับการฝึกของเราตอนนี้ การไม่กินดื่มสองสามวันย่อมไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้ทุกคนบาดเจ็บ จึงต้องการอาหารและน้ำเพื่อทดแทน ฉันเลยวางแผนจะออกไปล่าสัตว์กับหาน้ำดื่มมาให้”
“ไม่จำเป็นหรอกครับ!” โจวอี้โบกไม้โบกมือ
สองวันมานี้ นอกจากจะซ่อนตัวแล้ว เขายังรักษาบาดแผลในถ้ำแห่งนี้ เขาไม่กระหายหรือหิว ไม่สนใจอาหารและน้ำดื่ม
ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของจ้านหลิงอวิ๋น เขาก็ตระหนักได้ว่าทุกคนควรต้องกิน
“นายหมายความว่ายังไง?” จ้านหลิงอวิ๋นขมวดคิ้ว
“ผมหมายถึงว่า ปล่อยให้ปัญหาเรื่องอาหารและน้ำเป็นหน้าที่ของผมเอง!” โจวอี้หัวเราะ
“ไม่ นายออกไปไม่ได้” อีกฝ่ายกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมไม่ได้บอกว่าจะออกไปข้างนอกนี่ครับ”
โจวอี้หยิบน้ำแร่สองกล่องออกมาจากพื้นที่เรือเงาพร้อมกับอาหารปรุงสุก และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ก่อนที่ผมจะมาที่โลกตงเทียน ผมซื้อของใช้ประจำวันมาตั้งเยอะ เรียกได้ว่าต่อให้พวกเรายี่สิบสามสิบคนอยู่ในถ้ำนี้เป็นปีหรือสองปีก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเสบียงเลยครับ”
จ้านหลิงอวิ๋นตกตะลึง
เฉินหยางดูประหลาดใจ
ขณะที่เหลียงเหล่ยปรบมือพร้อมหัวเราะ “นี่แหละ โจวอี้ของเรา! ชอบเตรียมพร้อมเสมอ”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ก็ราวกับว่าเขาครุ่นคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ขณะที่เปิดขวดน้ำแร่ เขาจึงถามเบา ๆ ว่า “เจ้าเอาอะไรมาอีกไหม? อย่างเช่น ของใช้ในห้องน้ำ…”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีทุกอย่าง ต่อให้อยากได้ผ้าอนามัยผมก็มีให้” โจวอี้ยิ้ม
“พรูด…”
น้ำที่เหลียงเหล่ยเพิ่งดื่มไปถึงกับพุ่งออกมา เขาเช็ดปากอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “ข้าไม่ใช่ผู้หญิงนะ ทำไมถึงต้องใช้ของแบบนั้นด้วย”
“ผู้อาวุโสไม่ต้องการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นไม่ต้องการนี่ครับ”
“เอ่อ…”
“น้องโจว ช่วยบอกฉันทีได้ไหมว่ามีอะไรอีกบ้าง?” ใครบางคนถามขึ้น
โจวอี้ เหลียงเหล่ย เวิงหลิวกุ้ย และเฉินหยางต่างมองไปยังต้นเสียงทันที
เป็นว่านหลงเสวี่ย! ผู้ฝึกยุทธ์หญิงที่เคยถูกจับและถูกทรมานอย่างหนักจากเผ่าพันธุ์ต่างดาว
เธอหน้าแดงเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าที่แปลกประหลาดของทุกคน ก่อนหน้านี้ เธอคิดว่าจะออกไปหาที่ลับตาคน แล้วฉีกชุดคลุมคุ้มกันอีกชุดเป็นเสื้อผ้าฉุกเฉิน
ทว่าเธอกลับได้รับข่าวที่ยอดเยี่ยมจากโจวอี้เสียก่อน
“ผู้อาวุโสว่าน โปรดรอสักครู่”
โจวอี้พุ่งมาอยู่ตรงหน้าว่านหลงเสวี่ย เขาหยิบผ้าอนามัยหลายห่อออกมาจากพื้นที่เรือเงาและส่งให้เธอ จากนั้นเขาก็หยิบเสื้อผ้าออกมาให้
“เสื้อผ้านี่…”
“ผมเอาเสื้อผ้ามามาก และยังมีของผู้หญิงด้วย ผู้อาวุโส เชิญตามสบายเลยนะครับ” โจวอี้พูดแล้วหันไปหาคนอื่น ๆ “เข้าไปข้างในกันเถอะครับ! เราควรยกสถานที่นี้ให้ผู้อาวุโสว่าน”
“อืม!”
ทุกคนพยักหน้าแล้วรีบเดินเข้าไปในถ้ำ
ใบหน้าของว่านหลงเสวี่ยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความลำบากใจระคนเขินอาย ทว่าเธอก็รู้สึกขอบคุณโจวอี้จริง ๆ
เสื้อผ้าของเธอขาดรุ่งริ่งแล้ว แม้แต่ชุดคลุมคุ้มกันอีกชุดของเธอก็เสียหาย หากไม่จำเป็นจะต้องใช้ในเวลาวิกฤต เธอคงเปลี่ยนเป็นชุดนั้นไปนานแล้ว
และตอนนี้โจวอี้ไม่เพียงแต่มอบของใช้สำหรับผู้หญิงให้เธอเท่านั้น แต่ยังมอบเสื้อผ้าใหม่ครบชุดมาให้ด้วย ซึ่งเธอรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
ครู่ต่อมา เมื่อโจวอี้แจกจ่ายขวดน้ำแร่และอาหารปรุงสุกให้กับทุกคน เขาก็หยิบเป้สีดำสามใบออกมาและส่งให้หลินเยียนจื่อ ไป่เหลียนหรง และผู้ฝึกยุทธ์หญิงอีกคน
“นี่คืออะไร?” หลินเยียนจื่อถามด้วยความสงสัย
“ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่คุณต้องมี ผู้อาวุโสหลิน อย่าสนใจเลยว่าผมได้ของพวกนี้มาจากไหน ผู้หญิงของผมจัดกระเป๋าให้ก่อนที่ผมจะมาที่โลกตงเทียนน่ะ” โจวอี้พูดพลางหัวเราะ
“ผู้หญิงของนาย?” อีกฝ่ายถามด้วยรอยยิ้มขณะที่เธอเปิดกำลังกระเป๋าเป้
“ใช่!”
“นี่คือ…”
เมื่อเธอได้เห็นสิ่งของภายในกระเป๋าก็พลันพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ไป่เหลียนหรง และผู้ฝึกยุทธ์หญิงคนอื่น ๆ ก็เปิดกระเป๋าของพวกเธอเช่นกัน และเมื่อเห็นสิ่งของเหล่านั้น พวกเธอก็ถึงกับหน้าแดงซ่าน
“แค่ก แค่ก… ผมเพิ่งรู้ว่าผู้อาวุโสว่านต้องการของพวกนี้ ก็เลยคิดว่าคุณทั้งสามอาจต้องการมันด้วย โปรดอย่าเข้าใจผิดนะครับ” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น และลดเสียงลงเพื่ออธิบาย
พวกเธอทั้งสามรู้สึกตื้นตันใจเมื่อได้ยินเช่นนี้ และรับของมาด้วยความยินดี
“โจวอี้ ผู้หญิงของนายชอบเล่นแผลง ๆ ถึงขนาดเตรียมของให้นายสินะ” หลินเยียนจื่อหัวเราะ
“แค่ก… พวกเธอเตรียมหลายอย่างให้ผมเลย” โจวอี้หัวเราะแห้ง ๆ
“พวกเธอเหรอ? โจวอี้ นายนี่ช่างมีความสุขจริง ๆ เลยนะ” หลินเยียนจื่อเอ่ยหยอก
ไป่เหลียนหรงและผู้ฝึกยุทธ์หญิงคนอื่น ๆ ก็แสดงสีหน้าหยอกล้อเช่นกัน ความลำบากใจก่อนหน้านี้ของพวกเธอมลายหายไปในพริบตา
หลังจากที่ทุกคนกินดื่มจนอิ่มท้องแล้ว โจวอี้ก็นำเตียงเดี่ยวหลายเตียงและชุดเครื่องนอนออกจากเรือเงา
ทุกคนมีสีหน้าตกตะลึง
ชายหนุ่มหัวเราะและกล่าวว่า “ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในที่ที่อันตราย แต่เราก็ควรผ่อนคลายนะครับ หากผู้อาวุโสคนไหนรู้สึกว่าไม่อยากฝึกฝนแล้ว ก็มานอนพักผ่อนได้เลยนะครับ”
ทุกคนต่างพูดอะไรไม่ออก
การมีอุปกรณ์ดำรงชีพและอาหารในสมบัติมิติก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจแล้ว แต่โจวอี้ยังมีเตียงเดี่ยวและเครื่องนอนในนั้นด้วย เด็กคนนี้ชอบสนุกกับชีวิตมากแค่ไหนกัน?
“จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนว่าเราไม่ได้แสวงหาที่หลบภัย แต่มารวมตัวกันเพื่อพักร้อน” ชิวจินหรงกล่าวพลางยิ้มแห้ง
“ก็นั่นน่ะสิ”