หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 913 ฐานที่มั่นของมนุษย์ต่างดาว
ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ที่จุดตั้งค่ายของมนุษย์ต่างดาวซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำวายุไปทางเหนือหลายสิบกิโลเมตร บรรดาสัตว์ร้ายติดตามกลุ่มมนุษย์ต่างดาวไปลาดตระเวนบริเวณรอบนอกของค่าย พื้นที่ตั้งค่ายซึ่งครอบครองทั้งป่ามีมนุษย์ต่างดาวอยู่ราว ๆ พันตน
ณ เต็นท์ผู้บัญชาการของทีมมนุษย์ต่างดาวเฮอร์เบอร์สันนั้นทั้งสูงและกว้างขวาง ภายในสว่างไสว เนื้อเสือย่างหอมกรุ่นโชยจากกองไฟที่ลุกโชน
ทั้งเฮอร์เบอร์สันและจอมพลทั้งสิบเอ็ดคนของมนุษย์ต่างดาวต่างรวมตัวกันรอบกองไฟเพื่อรอให้เนื้อเสือย่างสุก มนุษย์ต่างดาวหญิงกว่ายี่สิบคนมีรูปลักษณ์สวยงาม พวกเธอสวมผ้าโปร่งและถุงมือสีเหลือง คอยนวดไหล่ของจอมพล ป้อนผลไม้วิญญาณ และน้ำค้างหยกให้พวกเขา
“รายงาน!”
เสียงดังมาจากนอกเต็นท์
ครู่ต่อมา มนุษย์ต่างดาวที่มีสี่แขนและสูงกว่าสองเมตรก็เดินเข้ามาในเต็นท์ ก่อนจะคุกเข่าข้างหนึ่ง กำปั้นขวากดที่หน้าอก และพูดด้วยเสียงทุ้มว่า “ผู้บัญชาการเฮอร์เบอร์สัน ผู้บัญชาการทีมที่ 1300 แอนดี้แมนต้องการเข้าพบ”
“แอนดี้แมนอยู่ที่นี่เหรอ? เขาไม่ได้ไปล่าสัตว์เหรอ? ทำไมเขาถึงวิ่งกลับมา? เรียกเขาเข้ามาซิ” เฮอร์เบอร์สันแสดงท่าทีสับสนแต่ก็โบกมือ
“เข้าใจแล้ว!”
ในไม่ช้าแอนดี้แมนหน้าซีดก็เดินเข้ามาในเต็นท์ ท่ามกลางการจ้องมองของจอมพลหลายสิบนาย เขาคุกเข่าข้างหนึ่งลงต่อหน้าเฮอร์เบอร์สันและพูดอย่างขมขื่นว่า “ผู้บัญชาการแอนดี้แมนแห่งทีมที่ 1300 ทักทายผู้บัญชาการเฮอร์เบอร์สัน”
“นายมาที่นี่ทำไม หือ… บาดเจ็บ? เพิ่งผ่านการต่อสู้มาใช่ไหม? นายฆ่าคนพวกนั้นไปเยอะหรือเปล่า?” เฮอร์เบอร์สันถามด้วยรอยยิ้ม
“ผู้บัญชาการ ผมมันไร้ความสามารถ” แอนดี้แมนก้มหน้าลงและพูดอย่างขมขื่น
“หมายความว่ายังไง?” รอยยิ้มของเฮอร์เบอร์สันค่อย ๆ จางหายไป
“เราถูกมนุษย์โจมตี มีเพียงสิบจากร้อยคนที่ผมพาหนีมาได้ คนอื่น ๆ และสัตว์ล่าสังหารถูกฆ่าตายหมด” แอนดี้แมนกล่าวอย่างอับอาย
พลั่ก!
เฮอร์เบอร์สันต่อยแอนดี้แมนเข้าที่หน้าผาก ทำให้อีกฝ่ายกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร จากนั้นจึงเหยียบศีรษะของแอนดี้แมนและถามอย่างเคร่งขรึมว่า “บอกฉันมาอีกทีซิว่าการต่อสู้เป็นยังไงบ้าง”
“ค่ายของเราถูกมนุษย์โจมตี นอกจากเราแล้ว สัตว์ล่าสังหารและสัตวคู่หูถูกฆ่าตายหมด พวกเขาใช้ยาพิษ เป็นพิษที่น่ากลัวมาก เมื่อเรารู้ว่าเราถูกวางยาก็เหลือแค่ไม่กี่สิบตนที่ยังมีชีวิตอยู่ ในขณะที่ต่อสู้กับพวกมนุษย์ เราต้องระงับสารพิษในร่างกายไปด้วย เราจึงทำได้แค่หลบหนี…” แอนดี้แมนอธิบายด้วยความหวาดกลัว
พิษ?
ดวงตาของเฮอร์เบอร์สันเต็มไปด้วยจิตสังหาร และจอมพลอีกสิบคนที่อยู่รอบกองไฟก็แสดงสีหน้าตกตะลึง
พวกเขาล้วนเคยเห็นพิษต่าง ๆ จากมนุษย์มาแล้วมากมาย แต่สำหรับมนุษย์ต่างดาวนั้น พวกมันแทบไม่มีผลใด ๆ เลย นอกจากนี้ พวกเขายังมีวิธีล้างพิษ ดังนั้นพิษของคู่ต่อสู้จึงไม่ได้ผลมากนักในการต่อสู้
“นายโกหกฉันเหรอ?” เฮอร์เบอร์สันถามด้วยความโกรธ
“ทุกคำที่ผมพูดเป็นความจริง มันคือพิษที่ทรงพลังมาก ไม่มีกลิ่น สี และรส มันอาจกระจายไปในอากาศ เราถูกวางยาโดยไม่รู้สึกตัว และเมื่อถึงเวลาที่มนุษย์โจมตีเรา ทีมที่ 1300 ของเราทั้งหมดก็สูญเสียอย่างหนัก” แอนดี้แมนกล่าวเสียงสั่น
เฮอร์เบอร์สันไล่แอนดี้แมนให้ถอยออกไปและกลับไปนั่งที่เดิม
พิษร้ายแรง?
ยาพิษที่สามารถฆ่าคนและสัตว์ร้ายได้เป็นจำนวนมาก?
หากสิ่งที่แอนดี้แมนพูดมานั้นเป็นความจริงคงจะเกิดปัญหาใหญ่
“ถอนพิษออกหรือยัง?” เฮอร์เบอร์สันถาม
“มันถูกถอนออกมาแล้วครับ” แอนดี้แมนที่คลานกลับไปคุกเข่าข้าง ๆ รีบตอบทันที
“หมอ! ระบุพิษแล้วหาทางรักษา” เฮอร์เบอร์สันสั่งเสียงเข้ม
“เข้าใจแล้วครับ”
ผู้อาวุโสที่มีสามหัวและหกแขนรับขวดโลหะที่แอนดี้แมนนำมาให้ เขาดึงสารพิษสีดำสนิทออกมาหนึ่งหยด สังเกตอย่างระมัดระวัง จากนั้นใช้เข็มบาง ๆ สีดำจิ้มออกมาแล้วใช้ปลายลิ้นเลียมัน
ทันใดนั้น ใบหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “มันคือวูดู แข็งแกร่งกว่าวูดูที่เราเคยพบมาก่อนหลายเท่า วูดูนี้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อคนในเผ่าทั่วไป และส่งผลกระทบอย่างมากต่อพวกเรา มีเพียง… น้ำศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่สามารถล้างพิษได้”
จอมพลคนอื่นอุทานด้วยความประหลาดใจ
น้ำศักดิ์สิทธิ์!
นั่นเป็นสมบัติของตระกูลพวกเขา ทุกหยดล้วนมีค่า ถ้าใช้ล้างพิษจะถือว่าเสียของสุด ๆ
“นายทำยาแก้พิษไม่ได้เหรอ?” เฮอร์เบอร์สันถามด้วยความโกรธ
“ผมน่าจะทำได้ แต่ต้องใช้เวลา” หมอต่างดาวตอบอย่างเคร่งขรึม
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปซะ จนกว่าจะทำยาแก้พิษออกมาได้ อย่าเพิ่งไปโจมตีพวกมนุษย์ที่ข้ามแม่น้ำมา” เฮอร์เบอร์สันพูดจบ ก็หันไปหาจอมพลคนอื่น ๆ และสั่งว่า “หก เจ็ด แปด เก้า และสิบ ดำเนินการกวาดล้างสนามรบจองจำวิญญาณครั้งใหญ่ และสังหารมนุษย์ทั้งหมดที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่นี้”
“เข้าใจแล้ว!” จอมพลทั้งห้าคนลุกขึ้นพร้อมเพรียงกัน
ภายในถ้ำมืด
อาการบาดเจ็บของโจวอี้หายเป็นปกติแล้ว และอาการบาดเจ็บของผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกจับอีก 10 คนก็ดีขึ้นแล้วประมาณ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์
พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในถ้ำนี้เป็นเวลาเจ็ดวันเต็ม แม้ว่าโจวอี้จะมีเสบียงจำนวนมาก แต่เขากับจ้านหลิงอวิ๋น และคนอื่น ๆ ก็ยังจำจุดประสงค์ของการแอบเข้าไปในสนามรบจองจำวิญญาณได้
ที่ทางเข้าถ้ำในเวลานี้มีการเตรียมทีมแยกกันสองทีมแล้ว
“ทุกคน อาการบาดเจ็บของพวกคุณยังไม่หายดี จงรักษาตัวอยู่ที่นี่ต่อไป! เราต้องทำภารกิจช่วยเหลือ พยายามช่วยเหลือผู้ฝึกยุทธ์ที่ติดอยู่ในสนามรบจองจำวิญญาณให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นเราจะแยกทางกันตอนนี้เลย” จ้านหลิงอวิ๋นกล่าวอย่างจริงจัง
“เราจะไปด้วย พวกมันมีมากเกินไป” เฉินหยางกล่าว
“ถูกต้อง อาการบาดเจ็บของเราไม่เป็นอุปสรรคแล้วล่ะ”
“ฉันเห็นด้วย หลังจากที่นายโจมตีค่ายมนุษย์ต่างดาวครั้งก่อน ทางฝั่งฐานที่มั่นของมนุษย์ต่างดาวอาจรู้แล้วว่ามีกองกำลังติดอาวุธที่แข็งแกร่งอยู่ที่นี่ และส่งมนุษย์ต่างดาวมากมายออกมาค้นหาในสนามรบจองจำวิญญาณ”
“ไปกันเถอะ! กองกำลังของเราค่อนข้างแข็งแกร่ง แม้ว่าเราจะพบกับทีมมนุษย์ต่างดาวสักร้อยตน เราก็ยังมีความแข็งแกร่งที่จะต่อสู้”
“ฉันก็จะไปด้วย”
ผู้ฝึกยุทธ์ที่ได้รับการช่วยเหลือเริ่มพูดขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่น
หลังจากพูดคุยกับเหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยแล้ว ในที่สุดจ้านหลิงอวิ๋นก็ตัดสินใจให้พวกเขาเข้าร่วมด้วย
“ผู้อาวุโสเหลียง ผู้อาวุโสเวิง ให้พวกเขาไปด้วย เพียงติดตามเราใกล้ ๆ พวกเราเจ็ดคนจะยังคงรักษารูปแบบการค้นหาต่อไป ต่อให้พวกมันจะมีจำนวนมาก แต่ถ้ามีพวกคุณอยู่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรมาก” จ้านหลิงอวิ๋นกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ได้!”
เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยพยักหน้า
จ้านหลิงอวิ๋นสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะพูดเสียงเข้ม “เราไปลุยกันเถอะ!”