หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 925 รอดตาย
หลี่ชิงเฉิงมองมนุษย์ต่างดาวจำนวนมากและสัตว์ล่าสังหารฝูงใหญ่ที่ไล่ตามโจวอี้มา เธอใจเสียเล็กน้อย ในขณะที่จางไห่โม่แทบพูดไม่ออกเมื่อเห็นพวกมัน
ไม่ได้บาดหมางกันแม้แต่น้อย!
พวกเขาไม่ได้บาดหมางกับโจวอี้แต่อย่างใด!
แต่ทำไมเขาถึงได้มาเอาตอนนี้ล่ะ?
ไปทำอีท่าไหนถึงได้ดึงดูดพวกมันมาเยอะขนาดนี้
พยายามฆ่าตัวเองหรือฆ่าพวกเขาอยู่กันแน่?
พวกเขาทั้งสามอยากร้องไห้ ทว่าทำได้เพียงกัดฟันสู้กับมนุษย์ต่างดาวและสัตว์ล่าสังหารตรงหน้าเพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระเพิ่มในภายหลัง
“พวกคุณเป็นยังไงกันบ้าง? ดูท่าจะลำบากอยู่นะ อยากให้ผมช่วยไหม?” โจวอี้หัวเราะก่อนเข้ามาร่วมวง ไม้เท้าหัวมังกรกลายเป็นเงามังกรพุ่งตรงไปจู่โจมสัตว์ล่าสังหารสองตัว และฟาดเข้าที่ไหล่ของมนุษย์ต่างดาวตนหนึ่ง
“ช่างเถอะน่า ฆ่าพวกนี้ก่อนแล้วค่อยหนี” หลี่ชิงเฉิงกัดฟันก่อนจะบอกอย่างไม่สบอารมณ์
“สู้ทำไมล่ะ หนีตอนนี้เลย!” โจวอี้ตะโกน
แม้ปากจะบอกว่าหนี แต่มังกรยักษ์ยังจู่โจมมนุษย์ต่างดาวอีกสองตน เข็มเงินถูกปาปักเข้าที่ศีรษะของมนุษย์ต่างดาวอีกตน
หนี!
เมื่อทั้งสามเห็นแบบนี้ก็หันหลังหนีไป
สถานการณ์ระทึกเกิดขึ้นภายในป่า
ผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์โลกสี่คนที่ร่างอาบเลือดหลบหนีหัวซุกหัวซุน โดยมีมนุษย์ต่างดาวและสัตว์ล่าสังหารกลุ่มใหญ่ตามไล่ล่าราวกับผู้ล่าตามเหยื่อ
เพียงแต่ในขณะที่เวลาผ่านพ้นไป ผู้ฝึกยุทธ์ต่างดาวระดับจอมพลหลายตนก็เข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้น
“ไอ้พวกต่างดาว ฉันหงุดหงิดแล้วนะ ไปตายซะ!”
โจวอี้เอามอเตอร์ไซค์จากเรือเงาออกมาเขวี้ยงใส่ฝ่ายตรงข้ามที่ไล่หลังมา พร้อมปาเข็มเงินในมือเจาะถังน้ำมันของรถมอเตอร์ไซค์
ตู้ม!
รถมอเตอร์ไซค์ระเบิดกลางอากาศ ผู้ฝึกยุทธ์ต่างดาวระดับจอมพลคล้ายจะนึกบางอย่างได้จึงชะงักฝีเท้า
โจวอี้ถือโอกาสนี้วิ่งหนีตามพวกของหลี่ชิงเฉิงต่อไป
สองชั่วโมงต่อมา
หลังจากที่พวกเขาทั้งสี่ข้ามเขามาได้หลายลูกและมาถึงลำธารแห่งหนึ่งบนเขาด้วยการนำของหลี่ชิงเฉิง พวกเขาก็เข้ามาหลบในถ้ำ ซึ่งทำให้โจวอี้แปลกใจ เนื่องจากถ้ำนี้อยู่ใกล้กับถ้ำที่เขากับว่านหลงเสวี่ยเคยซ่อนตัว อย่างมากก็ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น
“ถ้ำเหรอ?”
โจวอี้พบว่ายังมีแม่น้ำใต้ดินด้วย แต่ถ้ำนี้มีขนาดเล็กกว่ามาก
นอกจากนี้ เขายังเจอคนอื่นที่นี่ นั่นคือหลวงจีนอู๋ซินจากวัดจินชาน
“พวกคุณซ่อนตัวที่นี่มาก่อนเหรอ?” โจวอี้ถามขณะหันไปมองเยว่หลี่จงเซียงที่หอบหนักและนั่งลง
“ใช่ เราบังเอิญเจอที่นี่แล้วก็ซ่อนอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว” อีกฝ่ายตอบขณะพ่นลมหายใจ “ว่าแต่นายมาจากไหน ถ้าเราไม่รีบหนีมา คงได้ถูกฆ่าเพราะนายแล้ว”
“ใช่! นายมาจากไหนน่ะโจวอี้?” จางไห่โม่ถามด้วยความสงสัยเช่นกัน
“นี่ อย่าพูดถึงเลย พอดีผมดวงซวยน่ะ ผมกำลังไล่ล่าอยู่! จู่ ๆ ผมก็มาอยู่กลางวงล้อมของกองกำลังร้อยนายของพวกต่างดาวตั้งสามกลุ่ม หลังจากนั้นก็ดันไปเจอกับกองกำลังร้อยนายอีกสองกลุ่ม” โจวอี้บอกพลางยิ้มเจื่อน
“ไล่ล่าเหรอ? หมายความว่ายังไง?” จางไห่โม่ถามอย่างงุนงง
“ไล่ล่าพวกมนุษย์ต่างดาวไง! ถ้าไม่ได้เจอพวกมันที่อยู่ในระดับจอมพล ก็จัดการกองกำลังสิบนายได้ แต่ถ้าเจอพวกมันระดับนั้น ก็รอลอบฆ่าพวกมันตอนที่ออกมาลาดตระเวนด้านนอก” โจวอี้กล่าว
“นาย…”
คนฟังถึงกับพูดไม่ออก
เยว่หลี่จงเซียงตะลึงงันไปเช่นกัน
หลี่ชิงเฉิงมองโจวอี้ด้วยความตกใจ ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นสัตว์ประหลาด
ส่วนหลวงจีนอู๋ซินเพียงกลอกตามองและหันไปอีกทาง
“ขอถามหน่อยได้ไหม นายคิดว่าตัวเองเป็นผู้ล่าและพวกมันเป็นเหยื่ออย่างนั้นเหรอ?” จางไห่โม่ถามไปตามตรง
“ใช่แล้ว!” โจวอี้ตอบอย่างไม่ยี่หระ
“พูดก็พูดเถอะนะ นายแกล้งหลอกเราหรือเปล่า? ที่นี่มันที่ไหนกัน สนามรบจองจำวิญญาณเชียวนะ! เป็นที่ที่พวกมนุษย์ต่างดาวยึดครอง แต่นายกลับ…” อีกฝ่ายพูดไม่ออก เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำพูดของโจวอี้
เยว่หลี่จงเซียงสงบสติอารมณ์ก่อนจะเอ่ยถาม “ถามได้ไหมว่านายฆ่าพวกมันไปเท่าไหร่แล้ว?”
“ถ้าถามแค่ในช่วงนี้ ก็จัดการกองกำลังสิบนายไปสองกลุ่ม แล้วก็มีบางส่วนที่หลุดออกมาจากฐานที่มั่นของพวกมัน” โจวอี้ตอบ ท่าทีดูเสียดายก่อนจะพูดต่อ “เสียดายที่มีศพมนุษย์ต่างดาวอีกเยอะที่ผมไม่มีเวลาเอาเลือดออกมา ไม่อย่างนั้นคงได้แต้มคุณูปการมากกว่านี้”
“…”
ทั้งสี่คนยกยิ้มทั้งที่พูดไม่ออก
เอาชีวิตรอดจากการสู้กับพวกมันมาได้ก็ถือว่าบุญหัวแล้ว ยังมีใจมานึกถึงเลือดอีกหรือ? แต้มคุณูปการทำให้คนมีแรงกระตุ้นได้ขนาดนี้เชียวหรือไง
โจวอี้มองท่าทีของพวกเขาก่อนจะแตะเยว่หลี่จงเซียงและพูดว่า “พื้นสกปรกไม่ใช่เหรอ งั้นก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วรีบมารักษาตัวสิ”
“เปลี่ยนเสื้อผ้ากับผีน่ะสิ มีเสื้อผ้าที่ไหนล่ะ” อีกฝ่ายบอกอย่างไม่สบอารมณ์
“นี่ ผมมีไง!”
โจวอี้หยิบเสื้อผ้าสามชุดออกมาจากเรือเงา รวมถึงรองเท้าและถุงเท้าด้วย ก่อนจะโยนให้เยว่หลี่จงเซียง จางไห่โม่ และหลวงจีนอู๋ซิน จากนั้นจึงหันไปมองหลี่ชิงเฉิงพลางถามว่า “แล้วคุณล่ะ ใส่เสื้อผ้าผู้ชายได้ไหม?”
“ได้สิ!” หญิงสาวตาเป็นประกายขณะตอบโดยไม่ลังเล
“เอ้า นี่!” โจวอี้หยิบอีกชุดหนึ่งออกมาและยื่นให้เธอ
“ขอบใจมาก!” เธอเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
“ไม่ต้องเกรงใจ แค่ยอมพลีกายให้ผมก็พอ” โจวอี้เอ่ยหยอก
“…”
“ฮ่า ๆ ล้อเล่นน่ะ แต่ว่าคุณรอเราสามคนหน้าถ้ำก่อนสักพักได้ไหม? เราอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะให้คุณมีพื้นที่ส่วนตัว” โจวอี้บอกเธอ
“ก็ได้!” หลี่ชิงเฉิงพยักหน้า ก่อนจะเดินถือเสื้อผ้าออกไป
“นี่พวกคุณ อย่ามัวแต่นิ่งสิ รีบรักษาแผลแล้วอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วเข้า” โจวอี้บอกหลังจากที่หญิงสาวหายลับไป เขารีบถอดเสื้อผ้ามอมแมมออกและกระโจนลงแม่น้ำ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
พวกเขาทั้งสี่อาบน้ำและรักษาบาดแผลบนร่างกายจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะสวมเสื้อผ้าและเดินเข้ามาในถ้ำด้านบน
“หลี่ชิงเฉิง เราเสร็จแล้ว คุณไปอาบน้ำสิ! ผมรับรองได้ว่าจางไห่โม่กับเยว่หลี่จงเซียงไม่แอบถ้ำมองคุณแน่” โจวอี้หัวเราะร่า
“หุบปากไปเลย!”
“ไอ้คนแซ่โจว วอนหาเรื่องหรือไง”
จางไห่โม่กับเยว่หลี่จงเซียงพร้อมใจกันก่นด่า
“ฮ่า ๆๆ…” โจวอี้ขำลั่น
รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาวขณะถือเสื้อผ้าเดินลึกเข้าไปในถ้ำ แต่เดินไปไม่กี่ก้าวก็พบว่ามีคนตามมา
“คุณ…”
เธอชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันไปมองค้อนใส่โจวอี้
“คนสวย อย่าเข้าใจผิดไป ผมแค่ตามมาถามว่าคุณต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าเฉย ๆ” โจวอี้กระซิบบอก
“มีอะไรอีกงั้นเหรอ?” เธอถามกลับด้วยท่าทีงุนงง
“นี่ไง” เขาบอกพลางหยิบผ้าอนามัยออกมา
“…”
เมื่อเห็นแบบนี้ เธอก็แทบเหวี่ยงหมัดใส่เขา
ทว่าทันใดนั้นก็ตาเป็นประกายขึ้นมา
นี่มันของจำเป็น!
เธอจำเป็นต้องใช้มันอยู่แล้ว!
จำเป็นยิ่งกว่าเสื้อผ้าใหม่เสียอีก
เธอรีบคว้ามันมาก่อนจะหันหลังแล้วเดินเข้าไปด้านใน
โจวอี้มองตามแผ่นหลังเธอ ยกยิ้มมุมปากและโยนขวดสบู่ไปให้เธอ ก่อนจะหันหลังแล้วเดินกลับไปยังปากถ้ำ
เขานึกขำในใจ
‘ถึงยังไงเธอก็ไม่ได้เป็นนางฟ้า! ยังมีวันนั้นของเดือนมาเป็นประจำนี่เนอะ’