หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 930 การต่อสู้ครั้งใหญ่เพื่อหนีเอาตัวรอด
พื้นที่ที่มีสภาพอากาศแบบฤดูใบไม้ผลิของสนามรบสี่ฤดูเป็นสถานที่ที่ทุกอย่างเจริญงอกงาม ดอกไม้ผลิแย้มรอเบ่งบาน ต้นหญ้าโผล่พ้นดินขึ้นมา ความเขียวขจีปกคลุมไปทั่วบริเวณ
นกโผผิน ผืนหญ้าเติบใหญ่ แตกกิ่งใบเป็นแสนล้านชีวิต
ทว่าในใจโจวอี้กลับเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ไม่ได้นึกดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามนี้ สายตาคมกวาดมองไปรอบข้างขณะตามหวันเยี่ยนจวิ้นและคนอื่น ๆ ไป เพื่อมองหาที่ซ่อนที่เหมาะสม
เหนื่อยล้า!
เหนื่อยล้าเหลือเกิน!
ช่างเหนื่อยล้าเหลือเกิน!
ราวกับร่างกายจะร่ำไห้ ราวกับวิญญาณจะกรีดร้อง
โจวอี้รับรู้ได้ว่าตนเองมาถึงขีดจำกัดแล้ว ภาพตรงหน้าพร่าเลือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขากัดลิ้นหลายครั้งเพื่อใช้ความเจ็บเรียกสติของตนเอง
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือความรวดร้าวบริเวณปอด ทุกลมหายใจทำให้เขาเจ็บเจียนตาย
เขาอยากจะหยุดพักแต่ไม่กล้าทำอย่างนั้น
เขาไม่อยากตายเพราะยังมีคนที่เขารักเฝ้ารออยู่นอกโลกตงเทียน
เขาไม่อยากหยุดเพราะไม่ต้องการเป็นภาระของทุกคน
“ผู้อาวุโสหวันเยี่ยนจวิ้น ฉันทนไม่ไหวแล้วค่ะ” น้ำเสียงอ่อนหวานทว่าหนักแน่นดังมาจากปากหลี่ชิงเฉิง
“ทนอีกหน่อย ถ้าฉันจำไม่ผิดจะมีถ้ำธรรมชาติที่พอจะซ่อนตัวได้ห่างออกไปจากที่นี่ไม่กี่กิโลเมตร มันเป็นที่ซ่อนที่ดีที่สุดแล้ว” หวันเยี่ยนจวิ้นกล่าว
ไม่กี่กิโลเมตรอย่างนั้นหรือ?
ไม่ใช่เพียงแค่หลี่ชิงเฉิงและโจวอี้เท่านั้น แต่คนอื่น ๆ ที่ได้ยินแบบนั้นก็มีแรงฮึดขึ้นมาเช่นกัน
พวกเขาไม่กลัวว่าหนทางจะยาวไกลแค่ไหน เพียงแค่ท้อกับการไร้จุดหมายเท่านั้น
คำพูดของหวันเยี่ยนจวิ้นจุดประกายความหวังของทุกคน
หลังจากเดินทางต่อไปหลายกิโลเมตร หวันเยี่ยนจวิ้นพลันยกแขนขึ้นและชะงักฝีเท้า
“หลบก่อน” เขากระซิบบอก
ทันใดนั้น ทั้งสิบเอ็ดคนพลันหลบอยู่บนต้นไม้ เฝ้ารออยู่เงียบ ๆ โดยที่ปิดบังปราณตนเองเอาไว้
เวลาล่วงเลยผ่านไป เสียงฝีเท้าดังขึ้นทุกที กองกำลังสิบนายของมนุษย์ต่างดาวและฝูงสัตว์ล่าสังหารกำลังเดินผ่านไปในระยะห่างออกไปร้อยเมตร หวันเยี่ยนจวิ้นจึงส่งเสียงบอกพวกเขาทุกคน “เราถูกเจอตัวแล้ว แต่พวกเขาจงใจทำเป็นไม่เห็นเรา ฆ่าพวกเขาเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเปิดเผยตำแหน่งของเราดีกว่า”
สิ้นคำนั้น เขาก็พุ่งตัวออกไปทันที
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ทุกคนรีบทะยานราวกับลำแสงโฉบไปทางร้อยเมตรห่างออกไป
มีดและดาบกวัดแกว่ง ปราณในตัวปะทุ
“นั่นผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์โลก! ฆ่ามัน!”
“นั่นผู้แข็งแกร่งมนุษย์โลกระดับจอมพล! หนีก่อน!”
“หนีไปส่งข่าวเร็วเข้า!”
“อ๊าก…!”
เมื่อปราณถูกปลดปล่อยออกมา กองกำลังสิบนายของพวกต่างดาวก็ถูกกำจัดภายในเวลาไม่นาน
เพียงสองสามนาที พวกมันทั้งหมดก็ถูกฆ่าตาย
“แค่ก…!”
โจวอี้ไอกระอักเลือดออกมา
“โจวอี้ นายไหวไหม?” เยว่หลี่จงเซียงรีบไปหาโจวอี้และถามด้วยความเป็นห่วง
“อาการสาหัสมาก แต่ยังไหวครับ” โจวอี้กัดฟันบอก
“อืม ถ้านายไม่ไหวจริง ๆ ก็ไม่ต้องทำเป็นเข้มแข็งก็ได้ ฉันจะแบกนายขึ้นหลังไปเอง” อีกฝ่ายบอกด้วยท่าทีจริงจัง
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมรู้ดี”
หวันเยี่ยนจวิ้นและคนอื่น ๆ มองโจวอี้ ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มแบ่งแต้มคุณูปการกัน
แม้ว่าโจวอี้จะเจ็บหนัก แต่เขาก็ไม่อยู่เฉย ในขณะที่ทุกคนเอาเลือดออกมา เขาก็เอาซากสัตว์ล่าสังหารทั้งหมดใส่เรือเงา
ทุกคนเองก็เห็นเหตุการณ์นี้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เมื่อพวกเขามาถึงลำธาร หวันเยี่ยนจวิ้นนำทุกคนเหาะขึ้นเขา เพียงสิบวินาที หวันเยี่ยจวิ้นก็เข้ามาในถ้ำเล็ก ๆ เป็นคนแรก
ที่นี่คือถ้ำบนหน้าผา
พื้นที่ภายในไม่ได้กว้างขวาง มีแค่สิบกว่าตารางเมตรเท่านั้น สูงมากกว่าสองเมตรไปเพียงเล็กน้อย เยว่หลี่จงเซียงยืนเต็มความสูงแล้วหัวแทบชนเพดาน
“พี่เถี่ย ช่วยร่ายคาถาซ่อนเร้นที่ปากถ้ำให้เราที”
“ทุกคนรักษาตัวได้ ใช้ได้แค่โอสถกับแก่นวิญญาณ ห้ามซึมซับปราณฟ้าดินเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกพวกมันที่ผ่านไปมาจับได้”
“ที่นี่ไม่กว้างเท่าไหร่ แต่ก็พอให้ซ่อนตัวได้”
“โจวอี้ เอาอาหารกับน้ำออกมาที เราทุกคนต้องกินอาหารให้อิ่มท้อง”
ทุกคนทำตามคำสั่งของหวันเยี่ยนจวิ้น
ไม่นานหลังจากนั้น เถี่ยอู๋เหิงซึ่งเป็นผู้แข็งแกร่งระดับจอมพลจากตำหนักหมื่นประดิษฐ์ก็ร่ายคาถาซ่อนเร้นที่ปากถ้ำ ก่อนที่ทุกคนจะรีบรักษาอาการบาดเจ็บและทานอาหาร
ณ ที่กบดานแห่งนี้
พวกเขาอยู่ในที่เล็ก ๆ นี้เป็นเวลาครึ่งเดือนเต็ม
ระหว่างนี้พวกเขาออกไปด้านนอกไม่ถึงห้าครั้ง แต่ละครั้งก็ออกไปเพื่อทำธุระส่วนตัว
ตกเย็นวันที่สิบห้า
ยามค่ำคืนมาเยือน ภายในถ้ำมืดสลัวลง พวกเขาที่ฟื้นตัวกันแล้วต่างเตรียมพร้อมออกไปจากที่นี่
“เท่าที่ฉันรู้ มีคลังสินค้าใต้ดินอยู่ห่างออกไปราวร้อยกิโลเมตร ถึงมีโจวอี้อยู่ด้วยเราจะไม่ขัดสน แต่ว่าเราอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน ควรจะเป็นไปที่คลังสินค้าใต้ดินมากกว่า”
“ระหว่างทางถ้าเราเจอพวกมนุษย์ต่างดาวก็ฆ่า ถ้าฆ่าไม่ได้ก็หนี นี่เป็นการล่อพวกมัน ถ้าเป็นไปได้ก็ปั่นหัวให้พวกกองกำลังของพวกมันที่อยู่แนวหลังอยู่ไม่สุขกัน”
“ทุคนมีความเห็นยังไงบ้าง?” คนถามมองหน้าทุกคน
“ไม่มีปัญหา!”
“จะสู้ต่อหน้าหรือลับหลังก็ถือว่าสู้เหมือนกัน ไม่มีปัญหาหรอก”
“ใช่!”
“เห็นด้วย!”
เมื่อทุกคนยืนกราน หวันเยี่ยนจวิ้นก็ส่งสายตาอาฆาตแค้นขณะบอกเสียงแข็ง “ในเมื่อทุกคนเห็นตรงกัน งั้นก็ลุยกันเลย! อย่าลืมระวังตัวและพร้อมสู้กับพวกมันตลอดเวลาด้วย”
ณ แนวป้องกันชั้นที่สี่ ทางเหนือของแม่น้ำเฟิงเป่า
ผู้ฝึกยุทธ์กำลังต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาวหลายพันตน รวมถึงสัตว์คู่หูและสัตว์ล่าสังหารหลายหมื่นตัว
มันไม่ต่างจากเครื่องจักรบดเนื้อ ตอนนี้ทั่วทุกแห่งหนมีศพมนุษย์ต่างดาวและมนุษย์โลกนอนตายกลางสนามรบ
ระหว่างนั้นในการห้ำหั่นกันทางตะวันตกเฉียงเหนือ มนุษย์ต่างดาวหลายร้อยตนกับสัตว์ล่าสังหารสองพันตัวกำลังถูกเข่นฆ่า
บรามี่ในชุดดำตวัดดาบวงพระจันทร์สังหารพวกต่างดาว ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนได้เจอกับการต่อสู้ที่ง่ายดายเป็นครั้งแรก
“บรามี่ การต่อสู้ครั้งนี้คุณได้ความดีความชอบไปเลย” ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจอมพลจากคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงลั่นหัวเราะ ขณะฟันผู้แข็งแกร่งฝ่ายตรงข้าม
“ฮ่า ๆ!”
บรามี่พึงพอใจกับคำพูดของอีกฝ่าย
เหตุที่การต่อสู้ที่นี่ง่ายดายเป็นเพราะใช้ยาพิษวูดูจำนวนมากก่อนบุกจู่โจม
“พวกนายจัดการพวกมันไป ฉันจะไปตามตลบหลังและวางยาพวกมันอีก” บรามี่หัวเราะและรีบพุ่งตัวไปยังสนามรบจองจำวิญญาณ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา มนุษย์ต่างดาวและสัตว์ล่าสังหารในบริเวณนี้ก็ถูกกวาดล้างจนหมดเกลี้ยง
ผู้แข็งแกร่งระดับจ้าวสงครามเช็ดเลือดบนใบหน้าพลางยกยิ้ม “ไม่ต้องรีบเอาเลือดของพวกมันออกมา รีบไปช่วยพี่น้องที่ติดอยู่ที่อื่นก่อน การต่อสู้ครั้งนี้ต้องขับไล่พวกมันออกไปให้พันจากแนวป้องกันชั้นที่ห้าให้ได้!”
“ลุย!”
ผู้คนนับร้อยได้ยินแล้วก็รีบทะยานไปยังพื้นที่บริเวณอื่นทันที