หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 10 การเปลี่ยนแปลง
หลังจากหลิงเอ๋อ จากไป จ้าวเบ่อหรันเอนกายพิงหัวเตียง ถอน หายใจแผ่วเบา คล้ายปลดปล่อยความหนักอึ้งที่ค้างคาในอก นางเหลือบ
มองแม่นมเยว่ที่ยืนอยู่ข้างเตียง สีหน้าราวมีคําพูดติดค้างในใจ จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง ๆ พลางเอ่ยอย่างอ่อนโยน
“แม่นมเยว่ ท่านก็คิดว่าข้าลงโทษหญิงเอ๋อร์หนักเกินไปหรือ?”
“ไม่เจ้าค่ะ”
แม่นมเยว่ตอบทันที พลางดึงร่างบางของผู้เป็นนายเข้าสู่อ้อมอก ลูบเส้นผมนุ่มสลวยอย่างทะนุถนอม
“ไม่ว่าคุณหนูจะทําสิ่งใด ท่านก็เป็นคุณหนูของบ่าวเสมอ” แววตาของจ้าวเข่อหรันอ่อนลง นางเงยหน้าขึ้นยิ้มอย่างสดใส
“แม่นมเยว่….ขอบคุณท่าน”
หลงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กําหมัดแน่น สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “คุณหนู ข้าก็เช่นกันเจ้าค่ะ ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านตลอดไป!” ท่าทางจริงจังจนเกินวัยนั้น ทําให้จ้าวเข่อหรันกลั้นไม่อยู่ หัวเราะ
ออกมาเบา ๆ
“คุณหนู!” หลงเอ๋อร์เบ้ปาก มองด้วยแววตาน้อยใจ
“เอาล่ะ ๆ”
จ้าวเข่อหรันพยายามหยุดหัวเราะ
“ข้ารู้แล้ว หลงเอ๋อร์ของข้าซื่อสัตย์ที่สุด ข้าจะเก็บเจ้าไว้ข้างกาย
ตลอดไป”
“คุณหนู!”
หลงเอ๋อร์หน้าแดงเล็กน้อย แต่ในดวงตากลับเปล่งประกาย เมื่อ มองสองคนที่อยู่เคียงข้าง นางรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ ความพอใจและอบ อุ่นแผ่ซ่านไปทั่วกาย ชาติที่แล้ว แม่นมเยว่ยอมตายแทนนาง ส่วน หลงเอ๋อร์…แม้นางไม่รู้ว่าชะตากรรมจะเป็นเช่นไร แต่เมื่อคิดถึงความ
โหดเหี้ยมของคนนั้น แม้แต่หลิงเอ๋อร์ที่ทํางานรับใช้อย่างซื่อสัตย์ยังถูก คือก๋าจัด แล้วหลงเอ๋อ เล่า จะเหลือสิ่งใดให้หวัง?
ชาติที่แล้ว นางเป็นเพียงปลาในเขียง คนอื่นคือมีดในมือ แต่ชาติ ใหม่นี้…ถึงเวลาสลับบทบาทเสียที ในดวงตาของจ้าวเข่อหรันฉาย ประกายแน่วแน่ นางลอบให้สัตย์ในใจ ชีวิตนี้ นางจะปกป้องคนของตน
ไม่ให้ใครแตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผม
ทว่า แม่นมเยว่กลับมองผู้เป็นนายด้วยความกังวล ตั้งแต่คุณหนู ฟื้นขึ้นมา นิสัยดูเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แต่ก่อน หากหลิงเอ๋อร์ทําผิดเช่น นั้น คงเพียงหัวเราะผ่านไป ไม่เคยคิดลงโทษรุนแรง แม้แม่นมเยว่จะ เคยกังวลว่าความอ่อนโยนเกินไปจะทําให้คุณหนูอยู่ในจวนใหญ่เช่นนี้
ลําบาก ทว่าเมื่อเห็นด้านแข็งกร้าวในวันนี้ ใจก็ยังไม่อาจปรับตัวได้
จ้าวเข่อหรันเห็นสีหน้าลังเลนั้น ก็พอเดาได้ว่ากําลังคิดสิ่งใด แต่ จะให้นางบอกว่า ตนเองกลับชาติมาเกิดใหม่ ผ่านความตายและความ ทรมานมาจึงตาสว่างแล้วหรือ? หากพูดเช่นนั้น แม่นมเยว่คงคิดว่านาง สติวิปลาสเพราะถูกกระทบกระเทือนหนักเกินไป
“แม่นมเยว่ ท่านคิดอะไรอยู่หรือ?”
หลงเอ๋อ เอ่ยแทรก ทําลายความเงียบ
“มะ..ไม่มีอะไร”
แม่นมเยว่สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบตอบ นางมองจ้าวเข่อหรันด้วย แววตาแน่วแน่ ไม่ว่าคุณหนูจะเปลี่ยนไปอย่างไร ก็ยังเป็นคุณหนูของ นางเสมอ และนางจะปกป้องคุณหนูด้วยชีวิต จ้าวเข่อหรันยิ้มอ่อน ก่อน
เอ่ยถาม
“แม่นมเยว่ ก่อนหน้านี้หลิงเอ๋อร์บอกว่าข้าตกลงไปในสระบัว
จริงหรือ?”
“จริงเจ้าค่ะ!”
แม่นมเยว่สีหน้าซีดลงทันที
“ตอนนั้นคุณแทบไม่มีลมหายใจ ทําเอาบ่าวขาดหาย
แม่นมเยวสีหน้าซีดลงทันที
“ตอนนั้นคุณหนูแทบไม่มีลมหายใจ ทําเอาบ่าวขวัญหาย
จ้าวเข่อหรันพยายามรื้อฟื้นความทรงจํา นางจําได้ว่าฤดูร้อนปีที่ ตนอายุสิบสาม เคยตกสระบัว และล้มป่วยอยู่กว่าครึ่งเดือน กว่าจะฟื้น ตัว ดูเหมือนเวลานี้จะตรงกับช่วงนั้นพอดี
“แล้วข้าตกลงไปได้อย่างไร ท่านรู้หรือไม่?”
แม่นมเยว่นิ่งคิด ก่อนตอบ
“ข้าก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ วันนั้นคุณหนูรองมาชวนท่านไปชมดอกบัว แต่ภายหลัง เหตุใดท่านถึงตกลงไป…ไม่มีใครรู้ ตอนนั้นในศาลามีเพียง ท่านกับคุณหนูรองสองคนเท่านั้น”
คําว่า “คุณหนูรอง” ทําให้แววตาจ้าวเข่อหรันเย็นลงวูบหนึ่ง ก่อน
จะกลับมาเรียบเฉย
“ช่วงนี้ในจวนมีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือไม่?”
“ไม่มีเจ้าค่ะ ทุกอย่างสงบดี”
แม่นมเยว่ถอนหายใจเบา ๆ
“อา….แต่พรุ่งนี้เป็นวันฉลองอายุครบปีของท่านหญิงชรา
ตระกูลหลิน แห่งจวนจงอี้โหว ว่าที่แม่สามีของคุณหนู เห็นทีปีนี้ท่านคง
ไปไม่ได้เสียแล้ว”
ชื่อเสียงของจวนจงอี้โหวดังก้องไปทั่วเมืองหลวง และวันเกิดของ
ท่านหญิงชราแห่งตระกูลหลิน ย่อมเป็นงานใหญ่ที่ผู้คนหมายตา
จ้าวเข่อหวั่นก้มมองมือของตนเอง แววตาลึกซึ้งยากหยั่งถึง
ต่อไป…
ชาติที่แล้ว….นางพลาดโอกาสสําคัญครั้งนั้น
แต่ชาติใหม่นี้ บางทีโชคชะตาอาจไม่ได้ถูกกําหนดไว้ตายตัวอีก