หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 11 เหตุการณ์ตกน้ำ
วันฉลองอายุครบปี….จ้าวเย่อหรันพลันนึกออกแล้ว ว่าเรื่องราวทั้ง
หมดเริ่มต้นอย่างไร ในวันนั้นเอง
จ้าวเย่อเหรินเป็นฝ่ายมาชวนเธอไปชม
ดอกบัว สามวันก่อน
“ท่านพี่”
จ้าวเย่อเหรินก้าวเข้ามาในเรือนของพี่สาวอย่างอ่อนช้อย ท่วงท่าราว
บุปผาแรกแย้ม
“เย่อเหริน มีเรื่องใดหรือ?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มต้อนรับน้องสาวผู้เป็นที่รักมาโดยตลอด
“มาหาพี่มีธุระอะไรหรือ?”
จ้าวเย่อหรันยิ้มต้อนรับน้องสาวผู้เป็นที่รักมาโดยตลอด
“มาหา มีธุระอะไรหรือ?”
“สระบัวดอกกําลังบานงามยิ่งนักเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อเหรินเอ่ยเสียงหวาน
“ท่านพี่ไปชมบัวกับข้าเถิดเจ้าค่ะ ตรงศาลาริมสระมีศาลาบัว ลมพัด
เย็นสบาย คลายร้อนนัก”
“ดีเลย”
จ้าวเย่อหรันตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล สองพี่น้องจึงพากันไปยังศาลา
บัว เพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน จ้าวเย่อเหรินก็หันไปสั่งสาวใช้ข้างกาย
“เสียนอวิ๋น เจ้าไปครัวเอาขนมมาเถิด”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
“เสียนอวิ๋น เจ้าไปครัวเอาขนมมาเถิด”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
สาวใช้รับคําแล้วจากไป สองพี่น้องสนทนากันอยู่ครู่หนึ่ง บรรยากาศ
ดูอบอุ่นอ่อนโยน จู่ ๆ จ้าวเย่อเหรินก็เอ่ยขึ้น
“ท่านพี่ ทิวทัศน์ยามนี้ช่างงดงาม หากมีเสียงพิณคลอเคล้า คงจะยิ่ง เพลิดเพลิน ย้ายอบรรเลงให้ท่านฟังสักเพลงดีหรือไม่?”
“พี่ย่อมไม่ปฎิเสธ” (
จ้าวเย่อหรันยิ้มอ่อน
“พี่อยากฟังมานานแล้ว”
“แต่เสียนอวิ๋นยังไม่กลับมา พิณของข้ายังอยู่ที่เรือน”
อ้าวเหรินหน้าลําบากใจ
“แต่เสี้ยนอวินยังไม่กลับมา พิณของข้ายังอยู่ที่เรือน”
จ้าวเย่อเหรินทําสีหน้าลําบากใจ
“จะยากอะไรเล่า”
จ้าวเย่อหรันหันไปสั่ง
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าไปเรือนเซี่ยอวี่ เอาพิณของคุณหนูรองมา
“เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่”
ชั่วพริบตา ในศาลาก็เหลือเพียงสองพี่น้อง บทสนทนาดําเนินต่อไป
อย่างรื่นรมย์ ราวกับไม่มีเมฆหมอกใดแฝงเร้น
“อ้อ ท่านพี่ ช่วงนี้ข้าเพิ่งปักผลงานชิ้นหนึ่งเสร็จ ท่านช่วยดูให้หน่อย ได้หรือไม่?” …..)
จ้าวเชอเหรินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มละมุน
จ้าวเย่อเหรินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มละมุน
“ได้สิ ฝีมือปักของเจ้าเหนือกว่าพี่นัก พี่จะได้เรียนรู้บ้าง”
จ้าวเย่อหรันตอบอย่างจริงใจ จ้าวเย่อเหรินหยิบผ้าปักออกจากอก เสื้อ ยื่นให้พี่สาว จ้าวเข่อหรันยื่นมือไปรับ ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด ลมกระโชก หนึ่งพัดผ่านมา ก่อนที่เธอจะคว้าทัน ผ้าปักผืนนั้นก็ปลิวตกลงสู่สระบัวเสีย
แล้ว …
“โอ๊ะ ท่านพี่ เหตุใดท่านไม่รับให้ดีเล่า?”
จ้าวเย่อเหรินทําท่าเสียใจ
“หรือท่านไม่ชอบผลงานของข้า จึงจงใจปล่อยเช่นนี้?”
“มิใช่! ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
จ้าวเย่อหรันรีบอธิบาย
“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าไม่ได้จงใจจริง ๆ”
“ท่านพี่ไม่ต้องอธิบาย ข้ารู้ดี…
J
น้ําเสียงนั้นสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้
“ไม่ใช่เช่นนั้นจริง ๆ”
จ้าวเย่อหรันร้อนใจ
“เช่นนั้นข้าจะลงไปเก็บขึ้นมาให้ ดีหรือไม่?”
“จริงหรือ?”
จ้าวเย่อเหรินถามด้วยแววตากังขา จ้าวเข่อหรันตกอยู่ในสภาพกลืน ไม่เข้าคายไม่ออก รอบกายไร้ผู้คน หากเรื่องนี้ไปถึงหูบิดามารดา เกรงว่าจะ
ถูกตําหนิเป็นแน่ ในที่สุดเธอจึงจําต้องเดินไปยังขอบสระ ค่อย ๆ ก้าวลงไป อย่างระมัดระวัง แต่ขณะที่เธอกําลังเพ่งมองหาผ้าปักในน้ํา จู่ ๆ ก็รู้สึก ถูกตําหนิเป็นแน่ ในที่สุดเธอจึงจําต้องเดินไปยังขอบสระ ค่อย ๆ ก้าวลงไป อย่างระมัดระวัง แต่ขณะที่เธอกําลังเพ่งมองหาผ้าปักในน้ํา จู่ ๆ ก็รู้สึก เหมือนมีแรงผลักจากด้านหลัง ร่างของเธอเสียหลัก และตกลงสู่สระบัวในชั่ว
พริบตา
เมื่อหวนคิดถึงวันนั้น จ้าวเข่อหรันหรี่ตาลง ชาติก่อน เธอคิดเพียงว่า ตนเผลอพลาดพลั้งเอง ทว่าบัดนี้ย้อนพิจารณาแล้ว….เกรงว่าจะเป็นแผนการ ยองจ้าวเย่อเหรินต่างหาก ล่อลวงให้ออกมาริมสระ หาเหตุแยกสาวใช้ออก ไป จงใจทําผ้าปักตกน้ํา บีบให้เธอลงไปเก็บ แล้วฉวยโอกาสผลักเธอลงสระ
ช่างวางแผนอย่างแนบเนียนเสียจริง
ดูท่า จ้าวเย่อเหรินคงไม่ต้องการให้เธอไปงานเลี้ยงวันเกิดท่านผู้ เฒ่าหลินกระมัง และบางที…เวลานั้น นางกับหลินซีหร่านก็คงลอบคบหากัน อยู่แล้ว เมื่อนึกถึงหลินซีหร่าน หัวใจของจ้าวเย่อหรันหาได้สั่นไหวเช่นอดีต
ไม่ เหลือเพียงความรังเกียจเย็นชา
ชาติก่อน เยามีคู่หมั้นเป็นเธอ แต่กลับใช้สถานะของเธอเป็นฉากบัง หน้า ลอบนัดพบกับจ้าวเข่อเหริน เบื้องหน้าเสแสร้งสุภาพบุรุษ เบื้องหลัง กลับต่ําช้ายิ่งกว่าผู้ใด ช่างน่าขยะแขยงนัก
ทว่า ชาตินี้เธอจะไม่โง่เยลาเช่นเดิมอีกแล้ว สัญญาหมั้นหมาย…ต้อง ถูกยกเลิกอย่างแน่นอน แต่หญิงชายคู่นั้น อย่าได้คิดโยนความผิดใส่เธออีก เลย อย่าได้หวังให้เธอเป็นแพะรับบาปแทนความสกปรกของพวกมัน ความเย็นชาวาบหนึ่งฉายผ่านดวงตาของจ้าวเย่อหวั่น รวดเร็วเกินผู้
ใดจะจับได้
ครานี้…นางจะเป็นผู้เอาคืนเอง