หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 111 หวนพบไข่มุกเรืองแสงอีกครา
111 หวนพบไข่มุกเรืองแสงอีกครา
แม้ถ้อยคําของฉันเชียงเหอในตอนท้ายจะเอ่ยพาดพิงถึง
จ้าวเข่อหรัน
จนทําให้จ้าวเย่อเหรินเกิดความขุ่นเคืองอยู่บ้าง แต่โดยรวม
แล้ว ผลลัพธ์ของวันนี้นับว่าน่าพึงพอใจยิ่ง ครั้นได้รับค่ารับปากจากมารดา แล้ว นางก็กลับเรือนเหี่ยอวี่ด้วยสีหน้าผ่องใส รอยยิ้มประดับอยู่บนริมฝีปาก ไม่จางหาย
ทันทีที่เห็นคุณหนูของตนก้าวเข้าห้องมาด้วยท่าทีเปรมปรีดิ์ เสีย นอนกับเสียนลั่วก็มองหน้ากันเพียงครู่เดียว ก็รู้ทันทีว่า การสนทนาครั้งนี้
คงราบรื่นอย่างยิ่ง
“คุณหนู ฮูหยินตอบรับแล้วหรือเจ้าคะ?”
เสียนอวินเอ่ยถามด้วยน้ําเสียงสดใส
“ดูจากสีหน้าของคุณหนูแล้ว คงไม่มีอุปสรรคกระมังเจ้าคะ” จ้าวเข่อเหรินพยักหน้าเบา ๆ แววตาเปี่ยมความภาคภูมิ
“วิธีของเจ้าได้ผลจริง ๆ วันนี้ข้าพูดกับท่านแม่ไป ท่านถามเพียงไม่กี่ คําก็ไม่คัดค้าน ทั้งยังรับปากว่าจะช่วยพูดกับท่านพ่อให้ เรื่องถอนหมั้นคง สําเร็จในไม่ช้า”
น้อม
กล่าวมาถึงตรงนี้ นางก็ทอดสายตามองเสียนอวิ๋นอย่างพอใจ
“เสียนอวิน ครานี้เจ้าช่วยข้าไว้มากจริง ๆ”
เสียนอวี้นปรายตามองเสียนมั่วอย่างผู้ถือชัย ก่อนก้มหน้าทําท่าอ่อน
“ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะฮูหยินรักใคร่คุณหนู บ่าวเพียงออกความคิด
เล็กน้อย ไหนเลยจะกล้าอ้างความดีความชอบได้เจ้าคะ”
“พอเถิต เลิกถ่อมตัวเสียที”
จ้าวเข่อเหรินหัวเราะเบา ๆ พลางตบบ่าอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู
“บุญคุณครั้งนี้ ข้าจดจําไว้หมดแล้ว ต่อไปตราบใดที่ย้ายังอยู่ เจ้าจะ ไม่มีวันต้องลําบาก”
คําสัญญานั้นทําให้เสียนอวิ๋นหัวใจพองโต แม้สีหน้ายังคงสุภาพอ่อน
น้อม ทว่าในแววตากลับฉายแสงทะเยอทะยานอย่างมิอาจปิดบัง
เสียนลั่วเห็นท่าทางนั้น ก็ไม่ยอมปล่อยให้คู่แข่งโดดเด่นอยู่ฝ่ายเดียว รีบเอ่ย ขึ้นทันที
“คุณหนู แล้วเรื่องที่พวกเราจะใช้เด็กในครรภ์ของหลิวอี้เหนียง ใส่ ร้ายคุณหนูใหญ่ ยังจะดําเนินต่อหรือไม่เจ้าคะ?”
เยียบ
รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวเข่อเหรินค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเย็น
“ทําสี เหตุใดจะไม่ทํา
ๆ
นางหัวเราะแผ่วเบา ดวงตาเย็นเฉียบราวนํ้าค้างกลางเหมันต์
“โอกาสเช่นนี้มิได้มีบ่อยนัก บัดนี้จ้าวเข่อหรันกําลังรุ่งโรจน์ ข้าก็อยาก ให้นางลิ้มรสบ้าง ว่าความรู้สึกจากสวรรค์ร่วงหล่นลงสู่เหวลึกนั้นเป็นเช่นไร”
เสียนรั่วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“แล้วพวกเราจะลงมือเมื่อใดดีเจ้าคะ”
“ไม่ต้องรีบร้อน”
จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเบา ๆ
“ครรภ์เพิ่งสามสี่เดือนเท่านั้น บิดายังมิได้ผูกพันมากนัก รอให้ทุกคน รักใคร่และคาดหวังในเด็กคนนั้นมากกว่านี้ก่อน”
นางหยุดครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ําเสียงเรียบเย็น
“พอถึงเวลานั้น…ค่อยลงมือ
“ลงมือเพียงครั้งเดียว ให้เจ็บ เจ็บจริง”
ถ้อยคําฟังดูนุ่มนวล หากแต่แฝงพิษร้ายอย่างยิ่ง คืนนั้น คนทั้งจวน ใหญ่ร่วมโต๊ะอาหารกันอีกครา และจ้าวซึ่งก็ประกาศข่าวสําคัญ จ้าวเข่อหรัน ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็น จวิ้นจี่ แม้บนใบหน้าของพี่น้องหญิงแต่ละ คนจะประดับรอยยิ้มแสดงความยินดี แต่รอยยิ้มนั้นกลับแข็งกระด้างราว หน้ากาก ใต้ถ้อยคําอวยพร กลับซ่อนความริษยาที่มิอาจปิดบัง
จ้าวเข่อหรันมองภาพตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง ค้ายินดีที่ไร้ความจริงใจ ไม่ได้ทําให้จิตใจนางสะเทือนแม้เพียงน้อย ฐานันดรจวิ้นจี่…คือสิ่งที่ เขา มอบ ให้นาง เมื่อคิดถึง ซ๊อตชวี่ หัวใจของนางก็อุ่นวาบขึ้นมาอย่างมิรู้ตัว ความ หวานลึกซึ้งแผ่ านอยู่ในอก
ส่วนจ้าวเย่อเหริน แม้ใบหน้าจะยังคงยิ้ม กว่าภายในกลับเดือด พล่าน ‘รอให้ข้าถอนหมั้นได้ก่อนเถิด… เมื่อใดที่ข้าได้เป็นชายารัชทายาท วัน
นั้นข้าจะยืนอยู่เหนือเจ้า แล้วจะดูว่าเจ้ายังหัวเราะได้หรือไม่!
หลังมื้ออาหาร จ้าวชงไปพักที่ตําหนักชิงเหอ ฉินเชียงเหอจึงรีบเล่า เรื่องที่จ้าวเข่อเหรินมาหานางในตอนบ่ายทั้งหมด เมื่อจ้าวชงฟังจบ เขาตก
ตะลึง ก่อนจะระเบิดหัวเราะด้วยความยินดี
“จริงหรือ! เข่อเหรินพูดเช่นนั้นจริงหรือ?”
“จริงสิเจ้าค่ะ ท่านพี่
ฉันเชียงเหอพยักหน้า
“นางบอกว่ารัชทายาททรงสารภาพรักกับนางแล้ว เพียงรอถอนหมั้น
เท่านั้น ทั้งสองก็จะได้อยู่ด้วยกัน”
จ้าวชงหัวเราะเสียง ง
“อื! ดีมาก!”
“ลูกสาวของข้าแต่ละคนช่างมีความสามารถนัก คนหนึ่งเพิ่งได้รับพระ
ราชทานตําแหน่งจวิ้นจี่ อีกคนก็ถูกองค์รัชทายาทโปรดปราน
เขาหันไปจับมือฉันเชียงเหอ
“เชียงเหอ เจ้าช่างให้กําเนิดลูกสาวที่ดีแก่ข้าจริง ๆ !”
ในหัวของเขาเวลานี้ มีแต่ภาพอนาคตที่รุ่งโรจน์ บุตรสาวคนโตได้รับ ความโปรดปรานจากฮ่องเต้ บุตรสาวคนรองอาจได้เป็นชายารัชทายาท อนาคตของเขา… ย่อมสดใสยิ่งกว่าเดิม แต่ฉันเชียงเหอกลับขมวดคิ้ว
“แต่ตอนนี้เราต้องเร่งแผนเดิมให้เร็วขึ้น หากปล่อยไว้นานเกินไป เกรงว่าองค์รัชทายาทจะหมดความสนใจในตัวเย่อเหริน”
จ้าวชงพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ถูกต้อง เราต้องเริ่มลงมือทันที โชคดีที่เตรียมการไว้ก่อนแล้ว”
ฉันเชียงเธอคิดครู่หนึ่งก่อนพูด
“ข้ายังมีความคิดอีกอย่าง”
จ้าวชงมองนางอย่างสงสัย
“เกี่ยวกับแผนนี้หรือ?”
ฉันเชียงเหอ ม
“ใช่เจ้าค่ะ ท่านพี่ เติมทีเราคิดเพียงทําลายชื่อเสียงของหลินชื่อจื่อ
แต่ตอนนี้ ข้าอยากให้เข่อเหรินเข้าไปอยู่ในแผนด้วย”
นางยิ้มอย่างมั่นใจ
“ให้ทุกคนรู้สึกว่า… ลูกสาวของเราต่างหากที่เป็นเหยื่อของการหมั้น
ครั้งนี้ เมื่อถึงตอนถอนหมั้น คนทั้งเมืองจะเห็นใจเย่อเหริน และนั่นจะช่วย
ให้นางได้เข้าวังอย่างสง่างาม”
จ้าวชงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ ทําตามที่เจ้าว่า”
คืนนั้น….ในจวนไท่ซือ มีผู้คนมากมายที่นอนไม่หลับ บางคนกําลังวาง
แผน บางคนกําาลังฝันหวาน บางคนเต็มไปด้วยความริษยา มันจึงเป็นค่าคืน
ที่ไม่เหมาะแก่การนอนหลับเลย
ภายในเรือนชุนฮุย แม้ไฟจะดับไปแล้ว แต่จ้าวเข่อหรันยังไม่ได้หลับ เพราะในค้าคืนที่นางเพิ่งกลับจวน มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ… ปรากฏตัวในห้อง ของนางอีกครั้ง เมื่อเห็น ซือชวี่ จ้าวเข่อหรันก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียง ยิ้มอย่าง
อารมณ์ดี
“ข้าเพิ่งกลับจวนวันนี้เอง ท่านก็รีบร้อนมาหาข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ
ฮือกูชวี่หัวเราะเบา ๆ เดินมานั่งข้างเตียง
“ก็ข้ากลัวว่าเจ้าจะคิดถึงข้า เลยรีบมาหา”
จ้าวเข่อหรันตีเขาเบา ๆ
“เพ้อเจ้อ ใครบอกว่าข้าคิดถึงท่าน”
ชือ ชวี่ ม
“ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าข้าคิดถึงเจ้าก็แล้วกัน” บทสนทนาอบอุ่นยังคงดําเนินต่อไป จนกระทั่งจ้าวเข่อหรันเปิด กล่องที่เขานํามา ทันทีที่เปิด แสงสีขาวนวลก็สาดส่องทั่วห้อง ราวกับกลาง วัน ในกล่องนั้น คือ ไข่มุกเรืองแสงเม็ดมหึมา จ้าวเข่อหรันตกตะลึง
“นี่… ไข่มุกเรืองแสงหรือ!”
มันใหญ่เกือบเท่ากําปั้นบุรุษโตเต็มวัย ใหญ่กว่าที่นางเคยเห็นในงาน
ฉลองวันเกิดของท่านยายเสียอีก ซือถูกมองนางอย่างอ่อนโยน
“ชอบหรือไม่”
จ้าวเข่อหวั่นจ้องไข่มุกอย่างตะลึง จนลืมตอบเขา ชื่อชวี่ถอนหายใจ
ในใจ หรือว่าตนยังสู้ไข่มุกเม็ดหนึ่งไม่ได้ แต่สุดท้ายเขาก็เพียงยิ้มเงียบ ๆ เวลาผ่านไปพักใหญ่ จ้าวเข่อหวั่นจึงเงยหน้าขึ้น
“ไข่มุกนี้ ท่านไปหามาจากไหน”
ชือ ชวี่ยิ้ม
“ตราบใด เจ้าชอบ ข้าย่อมหามาให้เจ้าได้
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“ข้าชอบมากเจ้าค่ะ”
ไม่นาน ชื่อ ชวี่ก็เอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน “เจ้าจะไปอยู่ที่วัดว่านอันกับข้าสักสองสามวันได้หรือไม่”
จ้าวเย่อหวั่นมองเยา
“ทําไมหรือ”
เขายิ้มบาง ๆ
“อีกไม่กี่วันจะเป้นวันครบรอบการจากไปของมารดาข้า ป้ายวิญญาณ
ของนางอยู่ที่วัดว่านอัน ข้าอยากให้เจ้าไปด้วย”
จ้าวเข่อหรันมองเขาอย่างเงียบงัน แม้เขาจะยิ้ม แต่นัยน์ตากลับซ่อน ความคิดถึงและความเจ็บปวด เหมือนเด็กที่ยังคงโหยหามารดา สุดท้ายนาง
จึงพยักหน้า
“ได้”
คืนนั้น หลังจากฮือ ชวี่จากไป จ้าวเข่อหรันก็หลับไปอย่างรวดเร็ว เพียงคิดว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะได้ใช้เวลาอยู่กับเขา หัวใจของนางก็เต็มไป ด้วยความหวานละมุน และนางก็จมลงสู่ห้วงนิทรา พร้อมรอยยิ้มแผ่วเบา