หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 131 จุดจบของจ้าวอิง (ตอนจบ)
131 จุดจบของจ้าวอิง (ตอนจบ)
จ้าวเข่อหรันค้อมกายทําความเคารพอย่างสงบ ก่อนเอ่ยด้วยน้ําเสียง
อ่อนโยนแต่ชัดเจน
“ความจริงแล้ว ก่อนเกิดเรื่องหนึ่งวัน วันนั้นที่พระราชโองการมาถึง ให้ข้ากับเย่อเหรินเข้าร่วมงานคัดเลือกพระชายา คืนนั้นน้องสามมาหาข้า ขอ ให้ช่วยพานางเข้าไปร่วมงานด้วย นางบอกว่าข้าเป็นถึง จวิ้นจี่ แล้ว ย่อมต้อง มีหนทางช่วยนาง “
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย สีหน้าเหมือนจะลําบากใจ
“แต่ท่านพ่อก็ทราบดี งานคัดเลือกครั้งนี้เป็นพระราชโองการโดยตรง จากฮ่องเต้ ข้าจะมีอําานาจอันใดไปแทรกแซงได้เล่า? ข้าจึงปฏิเสธไป ไม่คาด คิดเลยว่าน้องสามจะเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ ข้าเชื่อว่านางคงเพียงคิดจะ
เล่นงานข้า มิได้ตั้งใจทําร้ายเด็กในครรภ์ของหลิวอี้เหนียง”
สินค้า บรรยากาศในห้องเงียบกริบ จ้าวชงหน้าถมึงทึงทันที
“ว่าอย่างไรนะ? นางกล้าไปพูดเช่นนั้นกับเจ้าจริงหรือ!”
เขาหันไปจ้องบุตรสาวคนเล็ก ดวงตาคมดั่งมีด
“ข้าถามเจ้า คําที่พี่ใหญ่พูดเป็นความจริงหรือไม่ เจ้าไปขอให้นางช่วย เข้าไปร่วมงานคัดเลือกหรือเปล่า!”
จ้าวอิงไม่คิดปิดบัง กลับเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
“ใช่ ข้าไปหาแล้ว! นางเป็นถึง จวิ้นจี่ จะพาย้าเข้าไปสักคนมิใช่เรื่อง ยาก แต่กลับอ้างนูนอ้างนี่ ไม่เห็นแก่สายเลือดพี่น้องเลย!”
จาง เหนียงที่ยืนข้าง ๆ ใจหาย รีบร้อนดึงแขนบุตรสาว
“อิงเอ๋อร์! เจ้าพูดอะไรเลอะเทอะ รีบขอโทษเสีย เรื่องไปขอความช่วย เหลือนั่นเป็นความผิดของเจ้าเอง ถึงจะไม่ได้ทําร้ายหลิว เหนียง แต่ไปกด ดันพี่ใหญ่เช่นนั้นก็ไม่ถูกต้อง!”
คําพูดของจางอี้เหนียงเหมือนตําหนี แต่แฝงเจตนาชัดเจน ตัด ประเด็นเรื่องแท้งให้หลุดพ้นจากบุตรสาวตน จ้าวเข่อหรันขมวดคิ้วเล็กน้อย นางยิมบาง ๆ พลางตอบอย่างไม่รีบร้อน
“น้องสาม ข้าเคยพูดไว้ว่า หากเป็นสิ่งที่ย้าทําได้ ข้าย่อมไม่ปฏิเสธ แต่ เรื่องนี้เหนือกําาลัง ข้าจะรับปากได้อย่างไร?”
จ้าวอิงก์ ฟัน
“เจ้าทําได้! เพียงไม่อยากให้ข้าไปแย่งความเด่นดังของเจ้าเท่านั้น!”
“เพราะเหตุนั้น เจ้าจึงคิดทําร้ายข้า?”
จ้าวเข่อหรันย้อนถามเสียงเรียบ จ้าวจึงยังคงดื้อรั้น หันไปหาบิดา
“ท่านพ่อ ข้าไปหานางจริง แต่ข้าไม่ได้ทําให้หลิวอี้เหนียงหลิว ท่าน
ต้องเชื่อช้านะ!”
สายตาของจ้าวเข่อหรันเหลือบไปหาหลิว เหนียงเบา ๆ หลิวอี ཙ།
เหนียง รับสัญญาณทันที นางยกผ้าเช็ดหน้าและมุมตา สีหน้าซีดเซียวเพราะ เพิ่งเสียลูก ยิ่งทําให้ดูน่าสงสารจับใจ
“คุณหนูสาม….มนุษย์ควรมีสํานักนะเจ้าคะ เมื่อวานชัดเจนว่าท่าน เหยียบชายกระโปรงคุณหนูใหญ่ นางจึงล้ม หากไม่ล้มนั้น ข้าก็ไม่ต้องเสีย ลูก…ท่านอาจมิได้ตั้งใจ แต่ผลลัพธ์คือข้าต้องสูญเสียบุตร ท่านไม่ควรกล่าว ค้าขอโทษหรือ?”
ท่าทีอ่อนแอเช่นนั้น ทําให้จ้าวชงยิ่งเดือดดาล
“หลิวชื่อ ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ข้าจะตัดสินให้เป็นธรรม!”
จ้าวอิงร้อนใจจนพูดไม่เป็นสํานวน
“ท่านพ่อ อย่าเชื่อนาง! นางต้องถูกจ้าวเข่อหรันซื้อตัวมาปรักปรําาข้า!”
จ้าวเย่อหรันมิได้โกรธ กลับเอ่ยอย่างสงบ
“น้องสาม หากเจ้าสํานึกผิดเสีย ทุกคนก็จะให้อภัย เหตุใดต้องดื้อดึง
ถึงเพียงนี้?”
คําพูดนั้นเหมือนเข็มเล็ก ๆ แทงใจ จ้าวอิงเดือดดาล
ๆ
“จ้าวเข่อหรัน เจ้าอย่ามาทําดีต่อหน้าข้า! ข้าไม่ได้ทํา ข้าจะไม่รับผิด แทนสิ่งที่ข้าไม่ได้ทํา!”
จ้าวชงที่เฝ้ามองอยู่รู้สึกปวดศีรษะยิ่งนัก
“จ้าวอิง ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นถึงเพียงนี้ ไม่รู้จักที่ต่ําที่สูง ทําร้ายพี่ สาวแท้ ๆ ยังไม่พอ ยังทําให้น้องชายในครรภ์ต้องสิ้นใจ เจ้ายังมีความละอาย
อยู่หรือไม่!”
จ้าวอิงตะโกนสวน
“ข้าไม่ได้ผิด! ถ้านางยอมช่วยข้า เรื่องนี้ก็ไม่เกิดขึ้น”
คําพูดนั้นทําให้ทุกคนอึ้ง จ้าวเข่อหรันยิ้มเย็น
“หมายความว่า หากวันหน้าผู้ใดไม่ช่วยเจ้า เจ้าก็จะตอบแทนด้วยการ
ทําร้ายเขาเช่นนี้หรือ?”
“ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น!”
“หุบปาก!” จ้าวชงตะคอก เสียงดังจนห้องสะเทือน
“ใครมีหน้าที่ต้องช่วยเจ้า? เพียงเพราะเจ้าปรารถนาเข้าร่วมงานคัด เลือก เจ้าคิดว่าตนเป็นใคร? เจ้าก็แค่ บุตรอน เท่านั้น ยังเพ้อฝันจะเป็นพระ
ชายา!”
คําว่า “บุตรอนุ” ดั่ง ตเหมือนค้อนทุบกลางอก “งานคัดเลือกครั้งนี้รับแต่บุตรีภรรยาเอกของขุนนางใหญ่ ต่อ
ให้เข่อหรันอยากช่วย เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติ อย่าฝันลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป!”
โลกของจ้าวอิงเหมือนถล่มลงตรงหน้า ที่แท้ นางเป็นเพียงตัวตลกใน ความทะเยอทะยานของตนเอง ขาอ่อนแรงจนแทบทรุด หากจาง เหนียงไม่ พยุงไว้ นางคงล้มลงแล้ว ในยามนั้นเอง จ้าวเข่อเหริน ก้าวออกมา สีหน้าห่วง โยแต่ดวงตาแฝงประกายยินดี
“ท่านพ่อ เมื่อความจริงกระจ่างแล้ว ท่านจะลงโทษอย่างไร?” จ้าวชงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยหนักแน่น
“จ้าวอิง ไม่รู้จักลําาดับศักดิ์ วางแผนร้ายพี่สาวสายตรง ทําให้น้องชาย ในครรภ์สิ้นชีวิต โทษนี้ไม่อาจให้อภัย นับจากวันนี้ไป นางจะถูกส่งไปสํานัก ผิดที่ศาลบรรพชน ห้ามออกมาแม้ก้าวเดียวโดยไม่ได้รับอนุญาต และ…ลบ ชื่อออกจากทําเนียบตระกูล ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ไท่ซือ ไม่มีคุณหนูสามอีก
แล้ว”
ค้าประกาศนั้นราวสายฟ้าฟาด จ้าวอิงหน้าซีดขาว โลกหมุนคว้าง ลบ ชื่อ….นั่นหมายถึงติดอนาคตทั้งหมด จาง เหนียงล้มคุกเข่าลงทันที
“นายท่าน! นางเป็นลูกแท้ ๆ ของท่านนะเจ้าคะ จะทําร้ายชีวิตนางถึง เพียงนี้ได้อย่างไร!”
แต่นํ้าตาของนางไม่อาจทําให้หัวใจจ้าวชงอ่อนลง
“หากนางมีจิตใจเช่นนี้ ต่อให้เป็นลูกข้า ข้าก็ไม่กล้ารับไว้!”
จาง เหนียงหันไปหาจ้าวเข่อหรัน ก้มกราบไม่หยุด
“คุณหนูใหญ่ ข้าขอร้อง ให้อภัยนางเถิด!”
จ้าวเข่อหรันยิ้มละมุน แต่แววตาเย็นเยียบ
“จางอี้เหนียง ในเมื่อท่านเห็นว่าท่านพ่อวินิจฉัยถูกต้อง ก็ไม่ควรโต้
แย้งมิใช่หรือ?”
อนุญาต!”
คําพูดนั้นตัดทางหนีทุกด้าน จ้าวชงออกคําสั่ง
“พาตัวนางกลับเรือนช่างอินเก๋อ คุมขัง ห้ามผู้ใดเยี่ยมโดยมิได้รับ
คนรับใช้เข้ามาลากตัวจ้าวอิงออกไป นางไร้แรงแม้จะดิ้นรน จางอี้ เหนียงรีบตามไปทั้งน้ําตา ภายในห้อง เหลือเพียงความเงียบ จ้าวชงหันไป
หาหลิว เหนียง สีหน้าอ่อนลง
“เจ้าพักผ่อนให้ดี ยังหนุ่มสาว วันหน้าจะมีลูกอีก
หลิว เหนียง ก้มหน้ารับคํา แม้เงาวูบหนึ่งแห่งความกระอักกระอ่วน จะแล่นผ่านแววตา คนทั้งหลายทยอยแยกย้าย ค่ําคืนคลี่คลุม ในเรือนหนึ่ง
มีเสียงสะอื้นไร้สิ้นสุด
ในอีกเรือนหนึ่ง มีรอยยิ้มบางเบาเย็นเยียบ ชะตากรรมได้ตัดสิน แล้ว และนับแต่นี้ไป ตระกูลไท่ชื่อ….จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป