หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 135 ประจัญหน้าดุจคมเข็ม
135 ประจัญหน้าดุจคมเข็ม
เมื่อท่านไท่ซือจ้าววง ยื่นตั๋วเงินปีกหนึ่งให้ขันที่ผู้นั้น หวังปิดเรื่องให้ เงียบเสียแต่ต้นลม กลับปรากฏว่าขันทีหาได้ยื่นมือรับไม่ บรรยากาศหน้า จวนใท อพลันอึมคริม
จ้าวชง ร้อนรนดุจมดถูกไฟลน เดินวนไปมา สีหน้าซีดเผือด เหงื่อผุด เต็มหน้าผาก ขันทีเอ่ยชัดเจนแล้วว่า เรื่องนี้เขาจะกราบทูลเบื้องบนอย่างแน่ นอน หากความผิดพลาดในวันนี้ถูกรายงานขึ้นไป ชื่อเสียงของจ้าวเข่อเหริน ย่อมด่างพร้อย ครั้นถึงงานคัดเลือกชายา ต่อให้ได้เข้าร่วม ก็ไม่มีวันถูกเลือก
เขาอุตส่าห์ทุ่มเทสารพัดวิธี ยอมให้บุตรสาวถอนหมั้น เพื่อเปิดทางสู่ ตําแหน่งสูงส่ง หากครั้งนี้ล้มเหลว ทุกสิ่งย่อมสูญเปล่า ท่ามกลางความวุ่น วาย จ้าวเข่อหรันเพียงยืนมองอยู่ข้าง ๆ อย่างสงบ ในใจกลับอ ขบขันมิได้
เมื่อครู่จ้าวเข่อเหรินยังวางท่าโอหัง คิดว่าตนเป็นศูนย์กลางแห่งโลก บัดนี้กลับต้องก้มหน้าให้ขันทีเพียงคนเดียว นับว่าเตะเข้าก้อนเหล็กโดยแท้ สายตาร้อนรนของบิดาพลันหันมาทางนาง เขานึกถึงครั้งก่อนที่หลี่ฝูเฉวียน ปฏิบัติต่อนางด้วยความเคารพ จึงส่งสายตาเร่งเร้าให้นางเอ่ยปากช่วย จ้าวเข่อหรันดูละครมาพอแล้ว เห็นว่าหากชักช้ากว่านี้อาจสายเกิน จึงก้าว ออกไปหนึ่งก้าว เอ่ยด้วยน้าเสียงอ่อนโยน
“ท่านยันหี น้องย้ายังเยาว์วัย ใยต้องถือสาหาความกับเรื่องเล็กน้อย เช่นนี้ อีกทั้งเวลาใกล้ถึงแล้ว หากล่าช้าไปจะไม่งาม ท่านว่าอย่างไรเจ้าคะ?”
ทันทีที่นางเอ่ยปาก ท่าทีขันทีก็เปลี่ยนราวพลิกฝ่ามือ เขารีบค้านับ
อย่างนอบน้อม
“ในเมื่อท่านจวิ้นคู่ตรัสดังนี้ บ่าวก็ไม่มีคําอื่นจะกล่าวแล้ว ขอเชิญ ท่านจวิ้นจี่ขึ้นรถม้าเถิด”
สินค้า เขาถอยเปิดทางไปยังรถม้าคันหรูที่สุดอย่างชัดเจน ใบหน้า จ้าวเข่อเหรินเขียวคล้ําา กัดฟันจนแทบแหลก ทว่ามีกล้าเอื้อนเอ่ยอีก เพราะ บทเรียนเมื่อครู่ยังฝังลึกในใจ หลังร่ําลาบิดามารดา สองพี่น้องต่างพาสาวใช้ ของตนขึ้นรถม้าหลวง มุ่งหน้าสู่วังหลวง
หน้าประตูจวน เหลือเพียงจ้าวหลินกับจ้าวเหมยยืนมองรถม้าค่อย ๆ เลือนหาย สองนางคือบุตรีอนุ ภายใต้ชายคาเดียวกัน ทว่าแตกต่างราวฟ้า กับดิน ดวงตาเต็มไปด้วยความอิจฉาและโหยหา หญิงใดเล่าจะไร้ฝันได้ ใคร เล่าจะไม่เคยจินตนาการถึงตําแหน่งพระชายา
แต่พวกนางรู้ดี ตนเป็นเพียงบุตรีอนุ มิใช่สายเลือดภรรยาเอก อีกทั้ง มารดาก็ต่ําต้อยที่สุดในบรรดาอนุทั้งหลาย ปกติต้องอาศัยร่มเงาฮูหยินเอก
ประทังชีวิต อนาคต…คงมีอาจงดงามเช่นสองพี่น้องนั้น
หลี่อี๋เหนียง ผู้เป็นมารดา ยืนอยู่ด้านหลัง มองแววตาลูกสาวด้วยหัว ใจปวดร้าว ตลอดชีวิตนางเงียบงันดุจเงา เป็นเพียงเครื่องมือผูกมัดสามี ให้ฮูหยินเอก ยิ่งคลอดบุตรสาวสองคน ยิ่งไร้ที่ยืน
วันนี้…นางเริ่มตั้งคําถามกับตนเอง การถอยหนีตลอดมานั้น ถูกต้อง จริงหรือ หากยังนิ่งเฉยเช่นนี้ ลูกสาวจะมีวันได้ลืมตาอ้าปากหรือไม่ เมล็ด แห่งความคิดเริ่มหยั่งรากในใจ
ภายในรถม้า จ้าวเข่อหรันทอดสายตามองม่านผ้า อารมณ์ซับซ้อน ยิ่ง การเข้าวังครั้งนี้…เมื่อกลับออกมา นางคงมิใช่คนเดิมอีกแล้ว อีกคันหนึ่ง จ้าวเข่อเหรินกําลังวาดฝันว่าตนจะได้สวมมงกุฎไท่จื่อเฟย ครั้นถึงวันนั้น ผู้ ใดเคยเหยียบย่ําา ดูหมิ่น หรือขวางทางนาง ไม่ว่าจ้าวเข่อหรัน ฉินอี้เหมี่ยว หรือขันทีผู้นั้น ล้วนต้องถูกเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้า
รถม้ายังคงแล่นสู่พระราชวังอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ถึงวังหลวง วันนี้ เป็นวันรับบุตรีตระกูลใหญ่เข้าร่วมงานคัดเลือกชายา จึงอนุญาตให้รถม้าวิ่ง เข้าเขตวัง เมื่อหยุดลง จ้าวเข่อหรันได้รับการประคองลงจากรถโดยฉินเชียง และชื่อเสียง สวนดอกไม้เบื้องหน้าชวนตื่นตา กลีบดอกสะพรั่งดุจแพรไหม โปรยปรายกลางแสงอรุณ
จ้าวเย่อเหรินรีบเดินเข้ามาใกล้ แม้มอยาก แต่ในวังหลวงต้องแสร้ง เป็นพี่น้องรักใคร่ ขันทีผู้นั้นคํานับจ้าวเข่อหรันอีกครั้ง ก่อนล่าถอยไปโดยมี แลจ้าวเข่อเหรินแม้หางตา ความเย็นชานั้นทําให้นางกลืนโทสะลงคออย่างขม
ยื่น
จ้าวเข่อหรันมีใส่ใจ นางกวาดสายตารอบด้าน เห็นสตรีคุ้นหน้าหลาย คน จึงคลายกังวล ไม่นานก็พบหลินซิ่วชั่วกับหมุนอีอี นางกําลังคิดจะเข้าไป ทัก เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นด้านหลัง
“น้องเย่อหรัน น้องเย่อเหริน พวกเจ้าก็มาถึงแล้วหรือ”
ทั้งสองหันกลับพร้อมกัน ผู้มาเยือนคือ ฉินอี้เหมี่ยว วันนี้นางงดงาม ดุจผีเสื้อกลางลมฤดูใบไม้ผลิ อาภรณ์สีชมพูอ่อนปักลวดลายละเอียด ทับ ด้วยแพรขาวบาง เผยลําคอขาวเนียนและกระดูกไหปลาร้าคมชัด กระโปรง ยาวไหลพลิ้วประหนึ่งแสงจันทร์ สยายผมดําขลับประดับปีนผีเสื้อ งามละมุน จนผู้พบเห็นต้องตะลึง ทันทีที่ยืนเคียงกัน จ้าวเข่อเหรินพลันดูหม่นลงอย่าง เห็นได้ชัด
แม้นางเป็นหนึ่งในสี่หญิงงามแห่งเมืองหลวง แต่วันนี้กลับถูกบดบัง ทั้งโดยฉินอี้เหมี่ยว และโดยจ้าวเข่อหรันผู้สวมอาภรณ์จวิ้นจี่ แววตาจ้าวเข่อ เหรินเย็นเฉียบ ความอัดอั้นแล่นขึ้นอก เคยได้รับการสรรเสริญทั่วเมือง วัน นี้กลับแพ้ทั้งศัตรูและพี่สาว จ้าวเข่อหวั่นย่อกายคํานับเล็กน้อย “ท่านพี่อี๊เหมี่ยว”
ฉินอี้เหมี่ยวรีบห้าม
“ท่านเป็นจวิ้นจู่แล้ว ไยต้องคํานับข้าเล่า จะเสียมารยาทต่อพิธีการ
คําพูดสุภาพ หากสายตากลับคมกริบ จากนั้นนางหันไปทางจ้าวเข่อ เหริน รอยยิ้มคล้ายไม่คล้ายยิ้ม
“น้องเย่อเหรินก็มาด้วยหรือ ช่างเหนือความคาดหมายจริง ๆ”
ประโยคนั้นดุจเข็มแหลม จ้าวเข่อเหรินยิ้มบาง ดวงตาเย็นเฉียบ
“งานคัดเลือกเชิญสตรีตระกูลใหญ่ทั่วเมือง ข้ามาเข้าร่วม มีสิ่งใดน่า
ประหลาดหรือ หรือท่านพี่เห็นว่าข้าไร้คุณสมบัติ
ฉินอี้เหมี่ยวหัวเราะเบา ๆ
“ไยจะไร้คุณสมบัติได้ บิดาท่านคือไท่อ เพียงแต่ข้าสงสัยเล็กน้อย…มี ใช่ว่าท่านเคยหมั้นหมายแล้วหรือ เหตุใดจึงมาร่วมงานนี้ได้เล่า”
แทงตรงกลางอก จ้าวเข่อหรันในใจปรบมือเงียบ ๆ หมัดนี้แม่นยํายิ่ง
นัก จ้าวเย่อเหรีนดวงตาวาบวับด้วยพิษแค้น
“การหมั้นนั้นได้ยกเลิกแล้ว พระราชโองการเชิญข้ามาเอง ท่านพี่จะมี
ข้อข้องใจสิ่งใดหรือ”
นัยว่า หากจะคัดค้าน ก็จงไปคัดค้านฮ่องเต้ ฉินอี้เหมี่ยวมิถอย
“น่าเสียดายจริง ๆ ตอนนั้นผู้คนกล่าวขานว่าท่านกับชื่อจื่อแห่ง จงอี้โหวช่างเหมาะสมดุจฟ้าส่งมาให้กัน ไม่นึกว่าชะตาจะพลิกผันรวดเร็วเช่น
นี้”
คําพูดหวานละมุน ทว่าคมราวดาบ จ้าวเย่อเหรินแทบกัดฟันแตก ข่าวลือนั้นครั้งหนึ่งนางเป็นผู้ปล่อยเอง บัดนี้กลับย้อนมาทิ่มแทงนางยิ้มทั้ง
ที่เลือดลมพลุ่งพล่าน
ได้”
“ข่าวลือย่อมเป็นเพียงข่าวลือ ปัญญาชนย่อมรู้จักแยกแยะ มิใช่หรือ”
ฉินอี้เหมี่ยวตอบเรียบ
“ข้าไม่เชื่อข่าวลือ แต่ผู้อื่นเล่า จะคิดเช่นข้าหรือไม่ ข้าก็มิอาจทราบ
ดวงตาทั้งสองประสานกัน ประหนึ่งสายฟ้าปะทะ จ้าวเข่อหรันยืน
กลางวงใฟ พลันเอ่ยเสียงนุ่ม
“พอเถิต เรื่องนั้นผ่านไปแล้ว เรามีจําเป็นต้องขุดขึ้นมาอีก”
จ้าวเย่อเหรินมองนางอย่างประหลาดใจ เหตุใดนางจึงช่วย ฉินอี้เหมี่ยวเองก็ฉงน แต่สุดท้ายก็ยอมผ่อน
“จริงสิ ผ่านไปแล้ว จะกล่าวอีกทําไม
ทว่าในแววตายังแฝงประกายท้าทาย จ้าวเข่อหรันเอ่ยยิ้ม ๆ
“ท่านพี่อี๊เหมี่ยว ทั้งความสามารถและชาติตระกูล ล้วนโดดเด่น งาน
นี้คงมั่นใจไม่น้อยกระมัง”
ฉินอี้เหมี่ยวหัวเราะอย่างถ่อมตน
“เรื่องเช่นนี้ใครจะรู้ ต้องดูพระทัยองค์ไท่จื่อกับองค์ชายทั้งหลาย”
จ้าวเย่อเหรินสวน นที
“ใช่แล้ว สุดท้ายก็อยู่ที่ผู้เลือก” สายตาฉินอี้เหมี่ยวเย็นจัด
“ถ้าเช่นนั้น…คงต้องดูว่าใครจะเป็นผู้ครองชัย”
จ้าวเข่อเหรินยิ้มมั่น
“อีกไม่นานก็รู้”
สองสตรีจ้องกันราวคมดาบไขว้ จ้าวเข่อหรันยืนเงียบ พลาง ม ละมุน ให้พวกนางต่อสู้กันเถิด ยิ่งไฟลุกแรงเท่าไร นางยิ่งยืนอยู่ในเงาได้
ปลอดภัยเท่านั้น