หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 136 ฮวาเซียง
136 ฮวาเซียง
ภายในสวนหลวง จ้าวเข่อหรัน จ้าวเย่อเหริน และฉินอี้เหมี่ยว นั่ง สนทนากันใต้ร่มเงาไม้ดอก ผลิกลีบหอมกรุ่นไปตามสายลมอ่อน ภาพที่ ปรากฏต่อสายตาผู้อื่นนั้น ช่างงดงามราวภาพวาด สามสตรีสูงศักดิ์ หัวเราะ แย้มพราย ดูสนิทแนบแน่นประหนึ่งพี่น้องร่วมสายโลหิต
ทว่า….มีเพียงพวกนางสามคนเท่านั้นที่รู้ดี ว่าถ้อยคําแต่ละคํา ซึ่งเอื้อน เอ่ยออกมานั้น มีความจริงเจือปนอยู่ที่ส่วน และมีเข็มพิษซ่อนอยู่ลึกเพียงใด เดิมทีจ้าวเข่อหรันคิดจะไปทักทายหลินซิ่วชั่วกับหมุนอีอี ทว่าไม่นานนัก
เหล่าหมัวมัวในวังหลวงก็มาถึง เพื่อพาเหล่าคุณหนูแยกย้ายไปยังเรือนพัก
ยองตน
จนกระทั่งย่างเท้าออกเดินตามไป นางจึงได้รู้ว่า ที่แห่งนี้คือ “ตําหนัก ฉี่ซิ่ว” สถานที่พานักของบุตรีตระกูลใหญ่ทั้งหลายที่เข้าร่วมงานคัดเลือกพระ ชายา ภายในตําหนักนั้นแบ่งเป็นเรือนย่อยหลายหลัง จ้าวเข่อหรันถูกพาไป ยังเรือนหนึ่ง แม้จะเรียกว่า “เรือนเล็ก” แต่แท้จริงแล้วกว้างขวางและงดงาม ไม่น้อย ตามคําของหมัวมัวผู้พานางมา ที่นี่จะมีคุณหนูอีกหลายคนพักร่วม
กัน
เพียงแต่ตอนนี้ ยังไม่มีผู้ใดมาถึง จ้าวเข่อหรันมิได้มีอารมณ์จะเดิน ชมเรือน จึงเอ่ยกับหมัวมัว ด้วยน้ําเสียงสุภาพแต่หนักแน่น
แล้ว”
“หมิวมั่ว ท่านกลับไปพักเถิด มีฉินเซียงกับ อเชียงคอยรับ ย้าก็พอ
ในวังหลวง…สายตาทุกคู่ล้วนมีความหมาย นางไม่คุ้นชินกับการถูกจับ ตามองตลอดเวลา อีกทั้งยังต้องเตรียมตัวเข้าเฝ้าฮองเฮาและไทเฮา นาง เพียงอยากสงบจิตใจสักครู่
ทว่า…สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเหนือความคาดหมาย หมิวมิวผู้นั้นพลันคุกเข่า
ลง เอ่ยเสียงใสกังวาน
“คุณหนู…”
เสียงนั้น! มิใช่เสียงหญิงชรา หากเป็นเสียงสดใสของสาววัยแรกแย้ม จ้าวเข่อหรันสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้าง ครู่หนึ่งจึงตั้งสติได้
“เจ้าคือผู้ใด?”
หญิงชราผู้นั้นก้มกราบ
“บ่าวชื่อฮวาเชียง นายท่านส่งบ่าวมาคอยรับใช้คุณหนูเจ้าค่ะ”
คําว่า “นายท่าน” นั้น มีจําเป็นต้องเอ่ยนามก็รู้ว่าเป็นผู้ใด จ้าวเข่อหรันหันไปมองฉินเซียงกับชื่อเชียง ทั้งสองพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
กัน
“เจ้าค่ะคุณหนู ฮวาเซียงเป็นคนของนายท่าน พวกเราเติบโตมาด้วย
ได้ยินเช่นนั้น นางจึงคลายใจ
“ลุกขึ้นเถิด”
ฮวาเชียงยืนขึ้น จ้าวเข่อหรันมองใบหน้าที่เหี่ยวย่นนั้นอย่างพินิจ ก่อนจะเอ่ยอย่างลังเล
“เจ้าว่าเติบโตมาพร้อมพวกนาง…แต่รูปลักษณ์ของเจ้า….
นางไม่ทันกล่าวจบ ฮวาเชียงก็หัวเราะเบา ๆ ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้า ตนเอง เพียงชั่วครู่ แผ่นบางดุจปีกจักจั่นก็ถูกลอกออก เบื้องหน้า จ้าวเข่อหรัน บัดนี้มิใช่หญิงชราอีกต่อไป หากเป็นสาวงามผิวพรรณเนียนดุจ หยก ดวงตาเป็นประกายเฉลียวฉลาด ริมฝีปากแดงสดราวกลีบชากุระแรก
ผลิ
งามจนแม้ฉันเชียงและ อเชียงยังต้องยอมรับ จ้าวเข่อหรันมิได้ตื่น ตะลิงเพียงความงาม หากสายตานางกลับจับจ้องไปยังแผ่นบางในมีอ “สิ่งนั้นคืออะไร?”
สุด”
ฮวาเชียง ม
“หน้ากากหนังมนุษย์เจ้าค่ะ บ่าวถนัดวิชาแปลงโฉม นี่คือของล้ําค่าที่
จ้าวเข่อหรันรับมาดูอย่างสนใจ พลิกไปมาอย่างใคร่รู้ ฮวาเชียงกล่าว
ต่อด้วยความภาคภูมิ
“หน้ากากนี้ได้มาจากผู้ตาย ต้องแล่ผิวหน้าอย่างประณีตที่สุด มิให้ ฉีกขาดแม้เพียงเสี้ยว จากนั้นจึงผ่านกรรมวิธีปรับแต่งให้เป็นรูปลักษณ์ตาม ต้องการ บ่าวยังมีสะสมไว้อีกหลายชิ้น หากคุณหนูสนใจ บ่าวจะนํามาให้ชม
จ้าวเข่อหรันชะงัก สีหน้าพลันขีดลงเล็กน้อย มือที่ถือหน้ากากเมื่อ ครู่ กลายเป็นดุจจับถ่านเพลิง นึกถึงที่มาของมันแล้วขนลุกวาบไปทั้งสิ้น
หลัง
“พอแล้ว!” นางรีบส่งคืน
รีบสวมเสียเถิด อยู่ในวังต้องระวังตัว”
ฮวาเชียงรับค่า เพียงชั่วพริบตา สาวงามก็แปรเปลี่ยนกลับเป็นหญิง ชราอีกครา จ้าวเข่อหรันทอดถอนใจ โลกกว้างใหญ่เหนือจินตนา แม้จะน่า
ขนลุก แต่ก็เป็นอาวุธที่ทรงพลัง
“เจ้าจะอยู่ข้างช้าตลอดหรือ?”
“มิได้เจ้าค่ะ” ฮวาเชียงส่ายหน้า
“บ่าวมีหน้าที่ดูแลคุณหนูทุกตระกูล หากอยู่กับท่านตลอดย่อมเป็นที่ สงสัย หากมีเรื่องใด ให้ฉินเชียงหรือชื่อเสียงมาหาบ่าวได้ บ่าวจะรายงานข่าว
ให้ทันที”
จ้าวเข่อหรันพยักหน้า ก่อนถามต่อ
“แล้วผู้ที่พักร่วมเรือนกับย้ามีผู้ใดบ้าง?
ฮวาเชียงตอบอย่างชัดเจน
“หลินซิ่วซิ่ว บุตรีแม่ทัพหลีนเวย ฉินอี้เหมี่ยว บุตรีตระกูลฉิน
และ…จ้าวเข่อเหริน น้องสาวแท้ ๆ ของท่านเจ้าค่ะ”
ชะตาฟ้าลิขิตหรืออย่างไร จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ ในลําคอ ศัตรู
เก่า มิตรใหม่ ล้วนมารวมกันใต้ชายคาเดียว
“ไม่ต้องเปลี่ยนเรือน” นางกล่าวเรียบ
“อยู่เช่นนี้ก็ดี หากเปลี่ยนกลับน่าสงสัยเสียเปล่า”
ฮวาเชียงค้านับแล้วจากไป ภายในห้องเหลือเพียงสามสาว
จ้าวเข่อหรันหันไปถามฉันเชียง
“เรื่องในวัง เจ้ารู้มากเพียงใด?”
ฉันเชียงครุ่นคิดก่อนตอบอย่างระมัดระวัง
“ผู้กุมอํานาจสูงสุดในฝ่ายในคือฮองเฮา ประทับ ณ ตําหนักชีเพิ่ง
นางชาญฉลาด สุขุม รู้จักอ่อนแข็งได้เหมาะสม แม้ไทเฮายังทรงให้เกียรติ”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“คนซื่อตรงเกินไป ย่อมอยู่บนบัลลังก์ไม่ได้เนิ่นนาน
ฉันเชียงพยักหน้า
“อีกผู้หนึ่งคือหยุนกุ้ยเฟย น้องสาวอัครมหาเสนาบดีหยุน เป็นที่ โปรดปรานยิ่งนัก ประทับใกล้ฮ่องเต้ และเป็นมารดาองค์ชายรอง อกูหาน
คู่แข่งสําคัญของรัชทายาท”
“แล้วองค์หญิงเล่า?” จ้าวเข่อหรันถาม
“มีองค์หญิงชิงหลิง พระธิดาฮองเฮา งดงามเป็นหนึ่งในสี่โฉม
สะคราญแห่งเมืองหลวง ถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม นิสัยเอาแต่ใจอยู่บ้าง
แต่จิตใจมิได้ร้าย
จ้าวเข่อหรันหัวเราะแผ่ว
“คนที่อยู่ในวังหลวงแล้วบริสุทธิ์ไร้มลทิน….หายากยิ่ง
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่นางก็เก็บถ้อยคําไว้ในใจ ที่นี่คือสนามประลอง ที่ไร้คมดาบ แต่เลือดไหลได้ทุกเมื่อ ไม่นาน ขันทีมาก็ประกาศเรียก เหล่าคุณ หนูทั้งหลายต้องไปเข้าเฝ้าฮองเฮาที่ตําหนักที่เพิ่ง จ้าวเข่อหรันยืนขึ้น ปรับ
ชุดให้เรียบร้อย
วันนี้…เป็นเพียงก้าวแรกในวังหลวง เกมนี้ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น