หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 140 งานคัดเลือกขายาเริ่มต้น
140 งานคัดเลือกขายาเริ่มต้น
หลายวันถัดมา
ทุกสิ่งในวังหลวงดูสงบราบเรียบประหนึ่งผิวน้ําได้
คลื่น แม้ใต้ความสงบนั้นจะยังมีสายลมแห่งความริษยาพัดผ่านเบา ๆ ก็ตาม
ระหว่างฉินอี้เหมี่ยวกับจ้าวเข่อเหริน แม้มองหน้ากันแล้วแววตาไม่เป็นมิตร นัก แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดก้าวล้ําเส้นให้เสียรูปเสียมารยาท ฮองเฮายังคงมีพระ บัญชาเรียกฉินอี้เหมี่ยวเข้าเฝ้าหลายครั้ง บางคราก็โปรดให้นางร่วมเสวยที่ สําหนัก เฟิง จนผู้คนต่างพากันคาดเดาเงียบ ๆ
ส่วนจ้าวเย่อเหริน แม้จะมีสนมนางในหลายนําหนักเรียกไปพบ แต่
พระนางฮองเฮากลับมิได้มีรับสั่งถึงนางแม้สักครั้ง ความไม่พอใจจึงสุมแน่น อยู่ในอก ทว่านางก็เรียนรู้ที่จะยิ้มหวานกลบเกลื่อน นางมิได้ถูกเรียกหา นาง ก็เดินไปคารวะเสียเอง รอยยิ้มอ่อนหวานกับท่าทีเรียบร้อย ทําให้ได้ พบฮองเฮาหลายครา เพียงแต่ว่า…พระนางโปรดปรานหรือไม่ คนนอกมีอาจ
ล่วงรู้
ส่วนจ้าวเข่อหรันนั้น นางไปถวายความเคารพเพียงฮองไทเฮาเท่า
นั้น คําเชิญจากตําหนักอื่นล้วนปฏิเสธอย่างสุภาพ นางไม่ยอมให้ตนกลาย เป็นสินค้าวางบนหิ้ง ให้ผู้ใดมองสํารวจราวกับเลือกซื้อผ้าแพร่ในตลาด
ในหลายวันนั้น นางสนิทสนมกับหลินซิ่วซิ่วและหมุนอีอีเป็นพิเศษ มิตรภาพของสามสาวค่อย ๆ ผลิบานละมุนละไม ท่ามกลางวังหลวงอันเย็น ชา สําหรับบุตรีตระกูลอื่น นางคงหลัก “มิตรภาพดุจสายน้ําใส” ไม่เย็นเกิน
ไม่ร้อนแรงเกิน เพียงพอให้เกียรติ แต่ไม่เปิดใจ
เวลาเดินเร็วราวลูกศรหลุดสาย ในที่สุดวันงานคัดเลือกชายาก็มาถึง
รุ่งเช้าวันนั้น เหล่าคุณหนูทั้งหลายล้วนตื่นแต่ฟ้ายังไม่สว่าง แต่งแต้มใบหน้า เกล้าผม ประดับปิ่นปักผมประณีต บางคนหวังให้ความงามสะกดสายตา
บางคนหวังให้ท่วงท่าชนะใจ
แม้ก่อนหน้านี้จะพานักในวัง แต่วันนี้ต่างออกไป บรรดาขุนนางล้วน ได้รับอนุญาตให้เข้าชม เพราะการเลือกชายา มิใช่เพียงเรื่องในครอบครัว หลวง หากคือรากฐานของแผ่นดิน โดยเฉพาะตําแหน่งชายารัชทายาท ว่า ที่ฮองเฮาในอนาคต ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะตัดสินอย่างเงียบงัน
เมื่อถึงฤกษ์ เหล่าแม่นมชั้นสูงพาคุณหนูแต่ละสกุลเดินเรียงแถวสู่ ท้องพระโรง จ้าวเข่อหรันในวันนี้ แต่งกายสมฐานะเหวินจวิ้นจี่ นางรู้สึก แปลกประหลาดในอก ทั้งตื่นเต้น ทั้งกังวล ทั้งหวานซ่านอย่างบอกไม่ถูก ราวผีเสื้อกําาลังจะโผบินสู่ท้องฟ้า
วันนี้…หลังจากนี้ไป ชะตาของนางจะเปลี่ยนไปตลอดกาล นางเชื่อมั่น ในบุรุษผู้เคยให้สัตย์สาบานชั่วชีวิต ว่าเขาจะมอบความสุขให้นาง ท้องพระโรง โอ่อ่าดุจแดนสวรรค์ เสาแกะสลักลายมังกรทองส่องประกาย ขุนนางเรียง รายเป็นแถว แต่ละคนช่อนความคิดไว้ใต้สีหน้า
จ้าวชงยืนอยู่ในแถว สีหน้าปลาบปลื้ม ลูกสาวสองคนของเขาล้วนร่วม งานนี้ คนหนึ่งเป็นจวิ้นจู่ อีกคนว่ากันว่าถูกใจรัชทายาท หากทั้งสองได้ครอง ตําแหน่งสูงส่ง อนาคตของเขาย่อมรุ่งเรือง ในใจเขาผุดความภาคภูมิ แม้มิได้ มีบุตรชายโดยรวย ยก แต่บุตรสาวทั้งสองก็เปล่งประกายยิ่งนั
ต่างจากจ้าวหย่งที่สีหน้าเคร่งเครียด เรื่องบุตรสาวอยากอภิเษกกับ
อ๋องหยุนเคยทําให้เขาหนักใจ ยิ่งทราบว่าพระมารดาในวังมียินยอม เขายิ่ง ทอดถอนใจ เขารู้ดี วังหลวงคือทะเลลึก มิใช่สระบัวสําหรับเด็กสาวอ่อน ประสบการณ์ เสียงประกาศแหลมด้งขึ้น
“ฮ่องเต้เสด็จ! ฮองไทเฮาเสด็จ! ฮองเฮาเสด็จ!”
ฮ่องเต้แห่งต้าลี่ เสด็จเข้าพร้อมพระมารดาและฮองเฮา ตามด้วย เหล่าพระสนม และโอรสทั้งหลาย โอรสที่ร่วมคัดเลือกมีห้าพระองค์ ได้แก่
รัชทายาท ฮือ เทียน
องค์ชายรอง ซ๊อกูหาน
องค์ชายสาม ช๊อกูลวี
องค์ชายสี่ ชื่อถ
องค์ชายแปด ซ๊อ หยุน
แต่ละพระองค์ล้วนสง่างาม รัชทายาทยิ้มละไม องค์ชายรองสุขุมเย็น ชา องค์ชายสามและสี่ลึกล้ํายากหยั่ง ส่วนองค์ชายแปดยังมีแววไร้เดียงสา ขุนนางทั้งหลายลอบมอง หวังว่าหลังวันนี้สักพระองค์จะกลายเป็นเขยของ
ตน ฮ่องเต้รับคําาถวายบังคม ก่อนตรัสเสียงกังวาน
“วันนี้คือวันคัดเลือกชายา เป็นเรื่องใหญ่ของแผ่นดิน จึงเชิญทุกท่าน
ร่วมเป็นสักขีพยาน
จากนั้นทรงให้เรียกคุณหนูทั้งสามสิบกว่าคนเข้าสู่ท้องพระโรง งามตา แตกต่าง บางนางสดใส บางนางสง่างาม บางนางอ่อนหวาน ทุกคนงามที่สุด ในแบบของตน สายตาของชื่อชวี่จับจ้องทันทีที่เห็นจ้าวเข่อหรัน นางสวม ชุดสีชมพูอ่อน คลุมแพรขาวบาง คอระหงส์เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าเรียว งาม ชายกระโปรงพลิ้วดุจแสงจันทร์ เกล้ามวยประดับบนผีเสื้อ เส้นผมเส้น
หนังทอดลงบนอก
งามดุจผีเสื้อร่อนลม ดุจหิมะแรกแห่งฤดูหนาว เขาอยากช่อนนางไว้ มิให้ผู้ใดเห็น จ้าวเข่อหร้นสบตาเขา ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นทําให้ใบหน้าที่เคย นิ่งลิกขององค์ชายสามพลันเปล่งประกาย จนผู้คนแปลกใจ พิธีเริ่มต้น
ๆ
ด่านแรก ทดสอบความรู้ ฮ่องเต้เป็นผู้ตั้งคําถาม ด่านสอง แสดง ความสามารถตามถนัด สุดท้ายให้แต่ละองค์ชายเลือกหญิงในดวงใจ หญิงที่ ถูกเลือกมีสิทธิ์ปฏิเสธได้ แต่คําตัดสินสุดท้ายยังอยู่ที่ฮ่องเต้
“หากไม่ชอบ ก็ปฏิเสธได้” ฮ่องเต้ตรัสอย่างอารมณ์ดี
“ข้าไม่คิดจับคู่คนที่ไร้ใจให้กัน
ฮองไทเฮายิ้มพลางถามพระโอรส บรรยากาศในท้องพระโรงตึง เครียดและหวานปนกัน ผู้ดําเนินพิธีคือหลี่ฟูฉวน การแสดงเรียงตามลําดับ จับฉลาก จ้าวเข่อหรันได้หมายเลขยี่สิบ นางมิได้ใส่ใจลําาดับใด ๆ ฉินอี้เหมียว ได้ลําาดับสาม จ้าวเย่อเหรินได้ลําาดับสิบสอง หยุนอีอีและหลินซิ่ว วได้ลําดับ หนึ่งกับสอง บางคนหน้าเสียที่ได้ลําาดับท้าย เพราะยิ่งช้าก็ยิ่งเสียเปรียบ
แต่สําหรับจ้าวเข่อหรัน นางไม่รีบร้อน บางครั้ง….ดอกไม้ที่บานช้า กว่า กลับหอมกรุ่นที่สุด และในใจของนาง มีเพียงสายตาของบุรุษผู้หนึ่งเท่า นั้น ที่นางต้องการให้มองเห็น งานคัดเลือกชายา…ได้เริ่มต้นแล้ว