หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 147 หนึ่งชีวิต หนึ่งรัก นิรันดร์กาล
147 หนึ่งชีวิต หนึ่งรัก นิรันดร์กาล
เมื่อรัชทายาทก้าวลงจากที่ประทับ เดินตรงมายังลานเบื้องหน้า หัวใจ ของคุณหนูทั้งหลายพลันเต้นระรัวดุจกลองศึก ไม่มีผู้ใดไม่ตื่นเต้น เพราะ การถูกเลือกในวันนี้ มิใช่เพียงได้สามี หากคือชะตาชีวิตทั้งครึ่งหลังที่จะพลิก ผันในพริบตา หากได้เป็นพระชายาเอก ก็เท่ากับเหยียบเมมาขึ้นสู่ฟ้า กลาย เป็นหงส์เหนือหมู่ปักษา ใครเล่าจะไม่ใฝ่ฝัน
จ้าวเข่อเหรินที่นั่งอยู่ด้านล่าง กําชายผ้าแน่น เหงื่อเย็นชิมฝ่ามือ นางมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า หลังผ่านงานคัดเลือกครั้งนี้ นางจะได้ครอง ตําาแหน่งไท่จื่อเฟย แล้ววันนั้น ฉินอี้เหมี่ยวก็ดี จ้าวเข่อหรันก็ดี ล้วนต้อง ก้มศีรษะใต้เงานาง
ยิ่งองค์รัชทายาทเข้าใกล้ หัวใจนาง ง ง คราวจะทะลุทรวง ในสมอง พรั่งพรูด้วยความคิด หากเขาเอ่ยขอ นางควรตอบอย่างไร? รับคําทันทีดี หรือ? หรือควรแสร้งสงวนท่าทีสตรี? ยิ่งคิดยิ่งปลื้มปีติ จนแทบลืมหายใจ
สองก้าว… หนึ่งก้าว… เขาหยุดตรงหน้านาง
จ้าวเข่อเหรินเผยรอยยิ้มหวาน ก้าวออกไปครึ่งก้าว ทว่าชั่วพริบตา นั้นเอง เหตุการณ์กลับพลิกผัน องค์รัชทายาทมิได้หยุด หากเดินผ่านนางไป อย่างสงบ ราวสายน้ําไหลผ่านก้อนกรวด แล้วไปหยุดตรงหน้าฉินอี้เหมี่ยว โลกทั้งใบของจ้าวเย่อเหรินพลันนิ่งงัน
ปาก
องค์รัชทายาทมองฉินอี้เหมี่ยวด้วยสายตาอ่อนโยน ยิ้มบางบนริมฝี
“คุณหนูฉิน ข้าพเจ้ามีใจให้ท่านมานาน ไม่ทราบท่านยินดีมอบโอกาส ให้ข้าหรือไม่… ยินดีเป็นไท่จื่อเฟยยองช้าหรือไม่?”
ฉินอี้เหมี่ยวเหลือบตามองจ้าวเข่อเหรินด้วยแววท้าทาย ก่อนเผย
รอยยิ้มงดงาม
“เป็นเกียรติของหม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันยินดี”
คําตอบสั้น ๆ แต่เฉือนลึกยิ่งกว่าคมดาบ เสียงทอดถอนใจดังแผ่วทั่ว ลาน คุณหนูทั้งหลายผิดหวัง ทว่าก็มิอาจจมอยู่กับความพ่ายแพ้ เพราะยังมี องค์ชายอีกหลายพระองค์ แม้มิได้เป็นไท่จื่อเฟย หากได้เป็นพระชายาอ๋องก็ ยังสูงศักดิ์ไม่น้อย
มีเพียงจ้าวเย่อเหริน ยืนแข็ง อ ความฝันที่ถักทอมานานแหลก สลายในชั่วขณะ นางเคยคิดว่าเขาเคยสารภาพรักกับนาง แล้วเหตุใดวันนี้ กลับเลือกผู้อื่น? นางทิ้งคู่หมายแห่งจงอี้โหวเพื่อสิ่งนี้แท้ ๆ บัดนี้กลับเหลือ
เพียงความว่างเปล่า
ฮองเฮาทรงพอพระทัยยิ่งนัก ในสายพระเนตร นอกจากฉินอี้เหมียว แล้ว ไม่มีผู้ใดเหมาะสมกับตําแหน่งไท่จื่อเฟย ทั้งรูปโฉม สติปัญญา และ ฐานันดร ล้วนเลิศล้า สมกับเป็นคู่ของโอรสเอก
“ฝ่าบาท ดูเถิด ทั้งสองช่างเหมาะสมกันนัก
ฮองเฮาตรัสด้วยรอยสรวล
“ในเมื่อสองใจสมัครสมาน ใยไม่ทรงโปรดประทานสมรสเล่าเพคะ?”
ไทเฮาเองก็ตรัสเสริม ย้ําคําที่ฮ่องเต้เคยรับสั่งว่าจะให้โอรสเลือกเอง เมื่อองค์รัชทายาทเลือกแล้ว ก็สมควรประทานพระราชานุญาต แม้ใน พระทัยของฮ่องเต้ จะมีใคร่ยินดีนัก แต่เมื่อรับปากไว้แล้ว ก็ไม่อาจคืนค้า
“ในเมื่อทั้งสองสมัครใจ ข้าก็ไม่อาจขัด ข้าจะมีพระราชโองการ ประทานสมรสหลังทุกองค์เลือกเสร็จ
สิ้นค้านี้ เรื่องราวก็ถูกตอกตรึง องค์รัชทายาทและฉินอี้เหมี่ยวคุกเข่า รับพระราชดารัส ท่ามกลางสายตาหลากอารมณ์ ฮองเฮาเหลือบ
มองหยุนกุ้ยเฟยด้วยแววเย้ยหยัน ส่วนอีกฝ่ายก็ขบเขี้ยวในใจ ตระกูลฉินถูก ชิงไปเสียแล้ว ต่อมาองค์ชายหานเลือกเสินเยว่เอ๋อร์ บุตรีเอกของเสนาบดี กระทรวงยุติธรรม การเมืองหมากกระดานเริ่มขยับอย่างเงียบงัน
ครั้นถึงคราวองค์ชายชวี่ จ้าวเข่อหรันรู้สึกได้ว่าหัวใจตนเต้นแรงกว่า ทุกครา ทั้งที่รู้ดีว่าเขาจะเลือกนาง แต่เหตุใดความตื่นเต้นยังโหมกระหน่ํา เช่นนี้ องค์ชายชวี่ก้าวลงมา สง่างามดุจจันทร์กลางนภา สายตาของคุณหนู ทั้งหลายล้วนส่องประกาย เพราะในบรรดาโอรสหลวง เขาคือผู้โดดเด่นที่สุด
หลินซิ่ว วเฝ้ามองด้วยหัวใจสั่นไหว หวังลึก ๆ ว่าที่ผ่านมาอาจเป็น เพียงความเข้าใจผิด แต่ความหวังนั้นดับวูบ เมื่อองค์ชายชวี่หยุดตรงหน้า จ้าวเข่อหรัน มีแม้แต่ชายตามองผู้อื่น จ้าวเข่อหรันรู้สึกว่าพวงแก้มตนร้อน ผ่าว เขายิ้มอ่อนโยน เอ่ยเสียงทุ้มต่ํา
“เหวินจวิ้นจู่… ท่านยินดีเป็นพระชายาชวี่อ๋องของข้าหรือไม่?”
ทั่วลานรอคอยค้าตอบที่แน่นอนอยู่แล้ว ทว่าจ้าวเข่อหรันกลับยิ้ม
อย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
“หากพระองค์ปรารถนาให้หม่อมฉันเป็นพระชายา… พระองค์จะมอบ
สิ่งใดแก่หม่อมฉันได้บ้างเพคะ?”
ประโยคเดียวสะเทือนทั้งท้องพระโรง จ้าว งแทบหน้ามืด จ้าวเย่อเห
รินแอบสะใจ คิดว่าคงได้เห็นเขาสะบัดชายแขนจากไป แต่เขากลับไม่โกรธ
องค์ชายชวี่เพียงยิ้ม ราวเข้าใจหัวใจนางทุกกระเบียด
“หากท่านเป็นพระชายาของข้า ข้าขอสาบานต่อหน้าฟ้าดิน หนึ่งชีวิต
หนึ่งรัก เพียงผู้เดียว”
ลานทั้งลานเงียบงัน หนึ่งชีวิต หนึ่งรัก เพียงผู้เดียว คํามั่นเช่นนี้ แม้ บุรุษสามัญยังไม่กล้าเอ่ย แล้วนับประสาอะไรกับองค์ชายผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลาง ขุนนางและฮ่องเต้ จ้าวเข่อหรันดวงตาสั่นไหว อดีตอันขมขื่นในชาติภพก่อน ทําให้นางหวาดหวั่นต่อความรัก แต่วันนี้
เขายอมผูกมัดตนต่อหน้าทุกผู้คน
หากยังไม่ชาบซึ้ง ก็เกรงว่าหัวใจคงทําด้วยศิลา นางเงยหน้ามองเขา ยิ้มทั้งน้ํา
ตา
“หากพระองค์รักษาคํามั่น หม่อมฉันยินดีแต่ง”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครา หลินซิ่ว วหน้า ต เผาใหม้ด้วยยา นาง เคยคิดอย่างมากก็เพียงได้เป็นชายารอง แต่คํามั่นนั้นปิดประตูความหวังทั้ง หมด นางกัดฟันแน่น ความแค้นฝังลึกดุจหนามพิษ ฮ่องเต้เองกลืนไม่เข้า คายไม่ออก พระองค์เคยคิดจะประทานชายารองเพิ่มอํานาจให้เขา บัดนี้ค้า
มั่นนั้นกลายเป้นพันธนาการที่พระองค์มีอาจฝัน
ตรงกันข้าม ฮองเฮากลับโล่งพระทัย องค์ชายหวี่เลือกเพียงสตรีไร้ ฐานอ้านาจ มิอาจเป็นภัยต่อบัลลังก์ และยังปิดหนทางสู่ราชบัลลังก์ด้วยคํา มั่นนั้นเอง งานคัดเลือกดําเนินต่อไป องค์ชายอี้เลือกหยุนอีอีตามใจนาง ท่ามกลางรอยยิ้มสมหวัง
ทว่าผลลัพธ์ที่ทําให้จ้าวเข่อหรันตกตะลึงที่สุด คือองค์ชายอวิ๋นกลับ เลือกหลินซิ่วซิ่ว และนาง…กลับตอบรับ โลกนี้ช่างเต็มไปด้วยความพลิกผัน เกินคาด จ้าวเข่อหรันทอดสายตามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกปะปน อิจฉา โกรธ แค้น เศร้า และโล่งใจ ทุกอารมณ์หลอมรวมในวันเดียว เหนือฟ้ากว้าง เมฆขาวเคลื่อนคล้อยช้า ๆ ดุจพยานแห่งคํามั่นรักที่ เพิ่งถือกําาเนิด
หนึ่งชีวิต หนึ่งรัก เพียงผู้เดียว