หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 150 ออกจากวังคืนสู่จวน
150 ออกจากวังคืนสู่จวน
ค่ําคืนสุดท้ายในพระราชวัง จ้าวเข่อหวั่นกลับหลับสนิทอย่างที่ไม่เคย เป็นมาก่อน เรื่องราววุ่นวายทั้งหลายสิ้นสุดลงแล้ว ปมเงื่อนที่เคยพันรัดหัว ใจคลายออกทีละปม ความกังวลสลายหายไป เหลือเพียงความโล่งโปร่งราว
ยกภูเขาออกจากอก คืนนั้นนางจึงหลับลึก ฝันหวาน ไร้เงามารร้ายใด ๆ มา
รบกวน
ยามเช้าตรู่ ฉินเซียงกับชื่อเสียงรีบเข้ามาปรนนิบัติ ช่วยแต่งกายหวี ผมให้นางอย่างคล่องแคล่ว วันนี้คือวันที่บรรดาคุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ จะ ออกจากวัง หลังงานคัดเลือกชายาเสร็จสิ้น ทุกคนต้องกลับคืนจวนของตน
ฮวาเชียงหาได้มาปรากฏตัวไม่ จ้าวเข่อหรันมิได้แปลกใจแต่อย่างใด
งานเลี้ยงคัดเลือกจบสิ้นแล้ว ย่อมไม่มีเรื่องใดให้ต้องเคลื่อนไหวอีก อีก ทั้งฮวาเชียงก็คงเป็นหมากตัวหนึ่งที่หวี่อ๋องวางไว้ในวัง หากคอยวนเวียนรอบ กายนางมากเกินไป ย่อมสะดุดสายตาผู้คน มิใช่การดี
สัมภาระของนางมิได้มากนัก สองสาวใช้เก็บข้าวของเสร็จในเวลาไม่
นาน เมื่อทุกอย่างพร้อม จ้าวเข่อหรันจึงก้าวออกจากห้อง เพียงพ้นธรณี ประตู ก็พบหลินซิ่ว วเดินออกมาจากห้องข้าง ๆ พอดี
“ ว ว เดี๋ยวก่อน”
จ้าวเข่อหรัน เอ่ยเรียกทันที ตั้งแต่งานคัดเลือกสิ้นสุด นางก็คิดจะหา โอกาสพูดคุยกับหลินซิ่วซิ่ว อย่างจริงจัง แม้ความรักระหว่างนางกับ วี่อ๋อง จะเป็นเรื่องของสองใจ แต่ในส่วนลึกของหัวใจ นางกลับรู้สึกคล้ายติดค้างอีก ฝ่าย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ หลินซิ่วซิ่ว เปิดใจเล่าความในใจที่มีต่อ ชวี่อ๋องให้นาง ฟังอย่างหมดเปลือก ทว่าในที่สุด คนที่ยืนเคียงข้างเขากลับเป็นนาง
จ้าวเข่อหรันไม่อยากสูญเสียมิตรภาพนี้ นี่คือสหายคนแรก ไม่ว่าก่อน หรือหลังเกิดใหม่ ที่ยื่นมือมาอย่างจริงใจ หลินซิ่ว ว เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นผู้ เรียก แววตาเธอวูบผ่านประกายเคียดแค้นแวบหนึ่ง ก่อนจะจางหายรวด เร็วราวสายลมพัดผ่าน จากนั้นจึงยิ้มหวานราวบุปผาแย้มบาน
“เข่อหรัน มีเรื่องใดหรือ?”
ประกายความแค้นนั้นฉาบผ่านเร็วเกินไป จ้าวเย่อหวั่นที่กําาลังจดจ่อ
กับคําพูดในใจจึงมิได้สังเกต แต่ชื่อเชียงผู้ระมัดระวังกลับเห็นเต็มตา นาง ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่ามิได้เอ่ยคําใด
“เราคุยกันสักครู่ได้หรือไม่
จ้าวเข่อหรันเอ่ยเสียงแผ่ว
“แน่นอนสิ เจ้ามีอะไรก็พูดมาเถิด”
หลินซิ่วซิ่ว ยิ้มไร้เดียงสา หากมองลึกเข้าไป จะเห็นเงามืด าลิกใน ดวงตานั้น สองสาวใช้ถูกสั่งให้รออยู่ห่าง ๆ สองสตรีเดินไปยังระเบียงด้าน ช้าง บรรยากาศสงบเงียบ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหว จ้าวเข่อหรัน กลับ ลังเลเมื่อถึงเวลาต้องเอ่ยจริง
“เอ่อ… ซิ่วซิ่ว เจ้า… สบายดีหรือไม่”
“ข้าสบายดีมาก” หลิน ว ว ม
“เจ้าจะพูดเรื่องใดกันแน่ เหตุใดจู่ ๆ จึงถามเช่นนี้
จ้าวเข่อหรันสูดลมหายใจลึก ตัดสินใจเอ่ยออกมาตรง ๆ
“ข้ารู้ว่าเจ้าชอบ ชวี่อ๋อง เรื่องงานคัดเลือก… ข้าขอโทษ”
ยังมิทันพูดจบ หลิน ว ว ก็เอ่ยแทรก
“เจ้าไม่ได้ติดค้างอะไรบ้า
นางยิ้มอ่อนโยน
“ความรักเป็นเรื่องของสองคน ข้าชอบเยา นั่นเป็นเพียงความ
ปรารถนาฝ่ายเดียว หากเขามิได้ชอบช้า ข้าจะไปบังคับได้อย่างไร เขาเลือก เจ้า นั่นมิใช่ความผิดของเจ้า”
ถ้อยคําแผ่วหวานนั้นทําให้ก้อนหินหนักอึ้งในอกจ้าวเข่อหรันร่วง
หล่น นางยิ้มอย่างโล่งใจ
“จริงหรือ เช่นนั้นเรายังเป็นสหายกันได้ใช่หรือไม่”
“แน่นอน” หลินซิ่วซิ่วยิ้ม
“มิตรภาพของเราจะเปลี่ยนได้อย่างไร มิใช่ว่าเจ้าทรยศข้า ข้าจะเลิกรา
เพียงเพราะบุรุษคนเดียวหรือ
เบา ๆ
จ้าวเข่อหรัน มจริงใจ
“เจ้าคือสหายคนแรกของข้า ข้าไม่อยากสูญเสียเจ้า”
“อีกไม่นาน เราจะเป็นสะใภ้ตระกูลเดียวกันด้วยซ้ํา” หลินซิ่วชั่วเอ่ย
“ต้องพบหน้ากันอีกมาก”
คําพูดนั้นฟังดูอ่อนโยน หากซ่อนปลายคมบางอย่างที่จ้าวเข่อหวั่นหา
ได้ทันระวัง
“เวลาไม่เช้าแล้ว เจ้ารีบออกจากวังเถิด”
หลินซิ่วซิ่วเอ่ยส่ง จ้าวเข่อหรันพยักหน้า
“เช่นนั้นข้าไปก่อน”
นางหันหลังจากไปโดยมีรู้เลยว่า รอยยิ้มบนใบหน้าหลิน ว วค่อย ๆ จางหาย เหลือเพียงความเย็นเยียบเฉียบคม จ้าวเข่อหรัน… วันนี้เจ้ามาแสร้ง ทําเป็นจริงใจต่อหน้าข้า คิดหรือว่าข้าโง่เขลา? เจ้าคงกําาลังลําพองใจที่ได้ชัย ชนะ แต่ศึกนี้ยังไม่สิ้นสุด ใครจะหัวเราะเป็นคนสุดท้ายยังมีอาจรู้ ข้าจะไม่ ปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ
ชือเชียงที่เดินตามหลังนายหญิงเหลือบกลับไปมองครู่หนึ่ง สีหน้า
ครุ่นคิดลึกซึ้ง เช่นเดียวกับวันที่เข้าวัง สองพี่น้องจ้าวเข่อหรันและจ้าวเข่อเห รีนขึ้นรถม้าคนละคัน เคลื่อนออกจากประตูวังมุ่งสู่จวนไท่ชื่อ แต่วันนี้ทุก อย่างต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
จ้าวเข่อหรัน บัดนี้คือพระชายาเอกในฟูอ๋อง จ้าวเข่อเหริน คือชายา รองของรัชทายาท ชื่อเสียงของจวนไท่ชื่อพุ่งทะยานในชั่วข้ามคืน บ้านหนึ่งมี สตรีถึงสองคนได้เข้าสู่ราชสํานัก ถือเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่ในนครหลวง
ทว่า สําหรับจ้าวเย่อเหริน คําว่า “ชายารอง” เปรียบเสมือนเข็มแหลม ทิ่มแทงหัวใจ คําว่า “รอง” จะติดตัวนางไปชั่วชีวิต ถูกกดทับอยู่ใต้เงาของ ฉินอี้เหมี่ยว มีอาจเช็ดหน้าได้เต็มภาคภูมิ
รถม้ายังไม่ทันถึงจวน ภายในเรือนใหญ่กลับคึกคักวุ่นวายแต่เช้า บ่าว
ไพร่ทุกคนถูกเรียกมาจัดเตรียมต้อนรับสองคุณหนูผู้กลายเป็นว่าที่ชายา จ้าวชงยืนสั่งการไม่หยุด ใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มอิ่มเอม ความยินดีแทบล้น ทะลักออกมานอกดวงตา สองบุตรีของเขา… หนึ่งเป็นพระชายาเอก หนึ่ง เป็นชายารองของรัชทายาท บุตรสาวของจ้าวหย่งกลับไร้ชื่อในบัญชีคัด เลือก เทียบกันแล้ว ใครกันเล่าจะเหนือกว่า?
ยิ่งคิต จ้าวชงยิ่งล้าพอง ในใจเขามองเห็นตําแหน่งเจิ้นเป่ยโหว ลอย อยู่ไม่ไกลแล้ว ตรงกันข้าม ฉันเชียงเหอผู้เป็นมารดากลับมีความรู้สึกปนเป นางเคยฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่จ้าวเข่อเหริน
หวังให้ลูกสาวได้เป็นชายาเอกของรัชทายาท แต่สุดท้ายกลับได้เพียง ชายารอง ส่วนลูกสาวที่นางเคยละเลยกลับกลายเป็นพระชายาเอก
ยอง ชวี่อ๋อง ความภาคภูมิใจกับความขัดแย้งปะทะกันในอกนางอย่างรุน แรง เมื่อรถม้าหยุดหน้าประตู จ้าวเข่อหรันกับ จ้าวเข่อเหรินก้าวลงมา ทุก สายตาจับจ้อง
“ลูกคารวะท่านพ่อ” ทั้งสองเอ่ยพร้อมกัน
“ดี ๆ ไม่ต้องมากพิธี” จ้าวซงยิ้มกว้าง “เข้าไปคุยกันบ้างในเถิด”
ภายในห้องโถงใหญ่ ทุกคนแยกย้ายกันนั่งลง
“ครั้งนี้พวกเจ้าท่าได้ดี พ่อภูมิใจในตัวพวกเจ้า
จ้าวชงกล่าว จ้าวเย่อเหรินยิ้มอ่อนหวาน
“เป็นสิ่งที่ลูกควรทํา ท่านพ่อเก่งกล้า ลูกย่อมมีอาจด้อยกว่า”
คําพูดประจบประแจงทําให้จ้าวชงหัวเราะชอบใจ
“แม้ยังมิได้อภิเษก แต่พวกเจ้าต้องระวังวาจาและการกระทํา อย่าให้
เสื่อมเสียฐานะ”
คําว่า “ชายารอง” ที่หลุดจากปากเขาทําให้สีหน้าจ้าวเข่อเหรินแข็ง ค้าง รอยยิ้มแทบแตกเป็นเสี่ยง จ้าวเข่อหรันเห็นชัดเจนในสายตา เพียงยิ้ม
บาง
ๆ มีเอ่ยวาจา าเต็ม ฉันเชียงเหอเอ่ยถามเรื่องก้าหนดพิธีอภิเษก จ้าวชงจึงสั่งให้เริ่มเตรียมสินเดิมอย่างหรูหรา เพราะบุตรีกําลังเข้าสู่ราชวงศ์
ต่อมาเขากล่าวว่าจะพาทั้งสองกลับไปคฤหาสน์ตระกูลใหญ่ตามคําสั่ง
ท่านปู่ จ้าวเข่อหรันพยักหน้ารับ ทว่าภายในใจกลับหมุนคิดวางหมาก
ตําแหน่งเจิ้นเป่ยโหว…. หากบิดาได้ครอบครอง จะเป็นผลดีต่อใครกันแน่?
เงาร่างหนึ่งผุดขึ้นในความคิด ทําให้สายตานางเปล่งประกายวาบ บางที… ผู้ที่เหมาะสมกว่าอาจมิใช่บิดานางเลย รอยยิ้มอ่อนหวานยังคงอยู่ บนใบหน้า ทว่าเบื้องหลังคือกระดานหมากที่เริ่มขยับอย่างเงียบงัน
ด้านหลี่อี๋เหนียงมองภาพครึกครื้นนั้นด้วยใจร้อนรน บุตรสาวสองคน ของนางยังไร้ผู้ถามไถ่ อนาคตคลุมเครือราวหมอกหนา ในบ้านที่เสียง หัวเราะดังกังวาน บางหัวใจกลับอัดแน่นด้วยความอัดอั้นจนแทบระเบิด คึก ในเรือนหลังนี้ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น….