หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 151 เพลิงริษยาในใจจ้าวเย่อเหริน
151 เพลิงริษยาในใจจ้าวเย่อเหริน
หลังจากค้านับลา จ้าวชง และ ฉินเหอเชียง แล้ว จ้าวเข่อหรันกับ จ้าวเย่อเหรินก็เดินเคียงกันมุ่งสู่เรือนด้านหลัง ไม่นานก็มาถึงระเบียงทอด เงาไม้ทาบพื้นหินอ่อนเงียบสงัดไร้ผู้คน เมื่อเห็นว่ารอบด้านไร้สายตา อื่น จ้าวเย่อเหรินพลันก้าวเร็วขึ้น แล้วหมุนตัวมายืนขวางทางไว้โดยไม่ให้ตั้ง ตัว จ้าวเข่อหรันชะงักฝีเท้า เงยหน้ามองน้องสาวตรงหน้า สีหน้าไม่ขุ่น เคือง กลับยิ้มละมุนอย่างคนไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“เป็นอะไรหรือ เชอเหริน? หรือว่าเจ้าคิดถึงพี่ ถึงได้รีบมาร้งย้าไว้? แต่น่าเสียดาย วันนี้ข้าเหนื่อยนัก อยากกลับเรือนชุนฮุยไปพักเสียหน่อย ไม่ มีแรงยืนคุยนาน ๆ กับเจ้าแล้ว
รอยยิ้มของจ้าวเย่อหรันยิ่งทําให้ไฟในอกของจ้าวเย่อเหรีบลุกโชน
นางกัดฟันแน่น ดวงตาแดงก้า
“จ้าวเย่อหรัน เจ้าได้ใจแล้ว หรือไม่! อย่าได้หลงระเริงนัก คิดว่าตน เองเก่งกาจนักหรือ? เจ้ายังไม่ได้ชนะ!”
คํากล่าวนั้นทําให้จ้าวเข่อหรันเลิกคิ้วอย่างงุนงง หากอีกฝ่ายไม่คิด
จะรักษามารยาท นางก็ไม่มีเหตุให้ต้องเกรงใจ
เจ้าขวางทางข้า เพียงเพื่อจะมาพูดค่าไร้สาระเช่นนี้หรือ? ถ้าใช่ ก็ อย่าได้ถ่วงเวลาย้าเลย เจ้าอาจไม่เหนื่อย แต่ถ้าเหนื่อยแล้ว”
คําพูดนิ่งเรียบยิ่งกระตุ้นความโกรธของจ้าวเย่อเหรินให้ปะทุ
‘ทั้งหมดเป็นความผิดของเจ้า! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าจะตกอยู่ใน สภาพเช่นวันนี้หรือ? เจ้าทําลายช้า แล้วยังกล้าหน้าชื่นตาบานไปเป็นพระ ชายาของอ๋องซวี่!”
คํากล่าวถึงองค์ชายชวี่ ทําให้จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ อย่างเย็นชา
“ข้าหาอะไรเจ้ากันแน่? เรื่องในงานคัดเลือกพระชายา ข้าสั่งให้รัช ทายาทเลือกใครหรือ? หรือข้าจับมือเขาไปสูงเลือกฉินอี้เหมี่ยว?”
ชื่อของ ฉินอี้เหมียว หลุดจากริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบา แต่ เหมือนคมมีด จ้าวเย่อเหรินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ทว่าไม่ยอมถอยในคําพูด
ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าข่มรัศมียาในงานวันนั้น ข้าจะตกเป็นเพียงชายา รองได้อย่างไร! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าชิงความสนใจไปหมด ฮองเฮากับรัช ทายาทย่อมเห็นความตีของช้า วันนี้ตําาแหน่งใ จื่อเฟยต้องเป็นยองย้า มิใช่ ของฉิน เหมียว!”
จ้าวเย่อหรันมองนางด้วยแววตาเย้ยหยันบาง ๆ
เช่นนั้นหรือ? หากเป็นอย่างที่เจ้าว่า ไท่จื่อเฟยก็ควรเป็นข้าสิ ไม่ใช่
ฉินอี้เหมียว”
จ้าวเย่อเหรินกลับเข้าใจผิด คิดเพียงว่าพี่สาวยังคิดแย่งตําแหน่ง
“เจ้ามีอ้องซวี่แล้ว ยังกล้าคิดถึงรัชทายาทอีกหรือ! ย้าบอกเจ้าไว้
อย่าฝันไปเลย เขาไม่มีวันชอบเจ้า!”
จ้าวเข่อหรันถึงกับหัวเราะอย่างอดไม่อยู่
“ดูท่าเจ้าจะไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าพูดเลยแม้แต่น้อย ข้าไม่เคยสนใจ
ตําาแหน่งนั้น และ เจ้าพลาด มิใช่เพราะย้า
“อย่ามาแก้ตัว!” จ้าวเย่อเหรินเสียงสั่น
“เจ้ารู้หรือไม่ ข้าสละสิ่งใดไปบ้างเพื่อครั้งนี้ แต่เพราะเจ้า ทุกอย่าง
สูญเปล่า!”
จ้าวเข่อหรันยิ้มเย็น
“ถ้าเช่นนั้น ข้าถามเจ้า ในงานวันนั้น ข้าฉุดรั้งเจ้าหรือ? ถ้าปิดปากไม่ ให้เจ้าแสดงความสามารถหรือ? เจ้าเคยโอ้อวดว่าทุกด้านเหนือกว่าข้าไม่ใช่ หรือ เหตุใดไม่สาแดงออกมาให้สิ้น? หรือเพราะไร้ความสามารถ จึงต้อง โทษผู้อื่น? เย่อเหริน เจ้าช่างน่าสงสารยิ่งนัก แพ้แล้วก็จงยอมรับ อย่า แสดงท่าทีแพ้ไม่เป็นเช่นนี้ มันดูน่าอเนจอนาถนัก
คําพูดนั้นราวคมแม้ฟาดลงบนหน้า จ้าวเย่อเหรินตัวสั่นด้วยความ อัปยศ แต่จ้าวเข่อหรันยังไม่หยุด
“เจ้าคิดจริงหรือว่า านาจตัดสินอยู่ในมือองค์ชายทั้งหลาย? หากคิด
เช่นนั้น ข้าคงต้องบอกว่าเจ้าช่างไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน”
ลางร้ายแล่นผ่านใจจ้าวเย่อเหริน
เจ้าจะพูดอะไร?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง คําพูดกลับเย็นเฉียบ
คนที่ทําให้เจ้าไม่ได้เป็นใหอเฟย มิใช่ า หากแต่เป็นท่านพ่อของ
พวกเราเอง”
ดวงตาจ้าวเย่อเหรินเบิกกว้าง
เป็นไปไม่ได้!
“เหตุใดฉินอี้เหมี่ยวจึงได้ตําแหน่งนั้น? เพราะฝีมือหรือ? ไม่…เพราะ นางมีบิดาคือถั่วกงผู้ทรงอํานาจ ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจาก ฮ่องเต้ต่างหาก องค์รัชทายาทต้องการบัลลังก์ ก็ต้องการแรงสนับสนุนจาก ขุนนางใหญ่ โดยเฉพาะจากสกุลของพระมารดา เมื่อแต่งกับฉินอี้เหมี่ยว เขาย่อมได้แรงหนุนแน่นหนา
คําพูดแทงใจค่า
“ต่อให้ในงานวันนั้นเจ้าเฉิดฉายเพียงใด ผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยน
จ้าวเย่อเหรินทรุดฮวบในใจ ความจริงโหดร้ายเกินกว่าจะหลีกหนี นางนึกถึงค่าสารภาพรักขององค์รัชทายาท เขาเคยบอกว่าชอบนาง แต่ไม่
เคยสัญญา าแหน่งใด นางต่างหากที่ฝันเฟื่อง จ้าวเข่อหรันกล่าวปิดท้าย
อย่างเรียบเฉย
“อย่างน้อยวันนี้เจ้ายังเป็นชายารอง นั่นก็ไม่เลว โลกนี้ไม่เคยยุติ
ธรรม ผู้มีอ้านาจย่อมได้เปรียบ เช่นเดียวกับที่เรามีสิทธิ์เข้าวัง แต่ จ้าวหลินกับจ้าวเหมยไม่มีสิทธิ์ ก็เพราะฐานะต่างกันเท่านั้น”
คําพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่ากลางใจ จ้าวเย่อเหรินยืนนิ่ง ดวงตาว่าง เปล่า ไม่รู้ควรโทษใคร องค์รัชทายาท? บิดา? หรือโชคชะตา? จ้าวเข่อหรันมิ ได้หันกลับมามองอีก นางพาสาวใช้เดินจากไป ทิ้งน้องสาวยืนเดียวตาย ท่ามกลางลมเย็น
เมื่อกลับถึงเรือนชุนฮุย ภาพที่เห็นทําให้นางชะงัก เหล่าสาวใช้คุกเข่า
รออยู่เต็มลาน น่าโดยแม่นมเยว่และหลงเอ๋อร์
‘บ่าวทั้งหลายคารวะว่าที่พระชายาอ๋องซวี่ ขอพระชายาทรงพระ
เจริญ”
ใจ”
จ้าวเข่อหรันทั้งก๋าทั้งอาย รับประคองแม่นมเยวขึ้น
“นี่พวกเจ้าทําอะไรกัน
แม่นมเยวยิ้มทั้งน้ําตา “บ่าวดีใจเหลือเกิน คุณหนูได้ดี บ่าวก็ปลื้ม
จ้าวเข่อหรับส่ายหน้าอย่างเอ็นดู ก่อนสั่งแจกดั่งเปาให้ทุกคน เสียง หัวเราะแว่วไปทั่วลานเรือน บรรยากาศอบอุ่นตัดกับความหนาวเหน็บในใจ นางก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง ทว่าเมื่อเช้าเรือน นางกลับได้ยินเรื่องหนึ่ง ชิงจู สาวใช้จากเรือนจ้าวเย่อเหริน พยายามตีสนิทกับหลงเอ๋อร์ หวังย้ายมาเรือน
ชุนฮุย ชื่อ “ชิงจู” ทําให้นางหรี่ตา ภัยเงียบที่รอจังหวะเคลื่อนไหว ในที่สุดก็ เริ่มขยับแล้ว จ้าวเข่อหรันยิ้มบางอย่างครุ่นคิต
หากนางอยากมา…ก็ปล่อยให้นางมาเถิด”
เกมบางเกม ต้องล่อเสือออกจากถ้ําาจึงจะตัดเยี้ยวเล็บใด้ และในค่ํา คืนที่สงบนั้น เมล็ดพันธุ์แห่งแผนการใหม่…ก็ค่อย ๆ หยั่งรากในเงามืด