หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 152 ค่าเตือนของชื่อเชียง
152 ค่าเตือนของชื่อเชียง
“อะไรนะ..เกี่ยวกับซิ่วซิ่วหรือ?”
เมื่อได้ยินค้าของชื่อเสียง จ้าวเข่อหรันถึงกับชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไป
‘เจ้าหมายความว่าอย่างไร? หรือว่าซิ่วซิ่วมีสิ่งใดผิดปกติ?
อเชียงพยักหน้าอย่างหนักแน่น ดวงตาสงบนิ่งแต่แฝงความระ
แวดระวัง
“คุณหนูลองนึกดู หลังงานคัดเลือกชายาแล้ว ท่าทีของคุณ หนูหลินที่มีต่อท่านเป็นอย่างไร ท่านไม่รู้สึกแปลกบ้างหรือ?” จ้าวเข่อหรันนิ่งไปครู่หนึ่ง คล้ายจะจับเค้าได้บางอย่าง “เจ้าหมายถึง..”
ชือเสียงจึงกล่าวต่ออย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น
“คุณหนูเองก็ทราบดีว่า ก่อนหน้านี้คุณหนูหลินชื่นชมองค์ชายสาม มาตลอด ทว่าในงานคัดเลือกชายา องค์ชายสามกลับเลือกท่านต่อหน้าผู้คน ทั้งวัง มีหนํา ายังให้คํามั่น หนึ่งชีวิต หนึ่งคู่ครอง” ต่อหน้าทุกสายตา นาง จะไม่รู้สึกเคียดแค้นเลยหรือ? ต่อให้ไม่ถึงกับชิงชัง อย่างน้อยในใจย่อมมี ความริษยาอยู่บ้างมิใช่หรือ?”
ถ้อยคําเรียบเรื่อย แต่กลับเหมือนเข็มบาง ๆ ทิ่มแทงใจ
จ้าวเย่อหรันหลุบตาลง
ๆ
‘เจ้ากําลังจะบอกว่า แท้จริง ว วโกรธย้า เพียงแต่ปิดบังไว้? นาง ทําลังเสแสร้งต่อหน้าข้าเช่นนั้นหรือ?”
มิใช่เช่นนั้น” ซ๊อเชียงสายหน้า
“อดีตความจริงใจของนางอาจเป็นเรื่องจริง แต่หลังจากงานคัด
เลือกชายาจบลงแล้ว ความรู้สึกของนางที่มีต่อท่าน ยังจะบริสุทธิ์ดังเดิม หรือไม่…ยากจะกล่าว”
จ้าวเย่อหรันหันมามองนาง
‘เจ้าพบสิ่งใดเย้า?”
ระหว่างมิตรภาพที่เพิ่งเริ่มต้นกับซิ่วซิ่ว และความไว้ใจที่สั่งสมมา นานกับ อเชียง นางเลือกเชื่อชื่อเสียงโดยไม่ลังเล นางรู้ดีว่าชื่อเสียงมิใช่คน พูดลอย ๆ หากมิได้เห็นหรือรู้สึกสิ่งใด ย่อมไม่เอ่ยขึ้นมาเด็ดขาต
“ตอนท่านสนทนากับคุณหนูหลิน ข้าเห็นแววตานางวาบหนึ่ง มันมี
ใส่ความยินดี หากเป็นประกายเย็นเยียบ…คล้ายมีเงาแห่งความเคียดแค้น
ซ่อนอยู่ แม้จะหายวับไปในพริบตา แต่ช้ามั่นใจว่ามิได้ตาฝาด”
“ความเคียดแค้น…”
จ้าวเข่อหรันขมวดคิ้วเบา ๆ
เพราะเรื่องของซวี่หรือ?”
ชือเสียงถอนหายใจ
“บ่าวไม่อาจทราบแน่ชัด เพียงแต่แน่ใจว่า เวลานี้คุณหนูหลินมิได้ จริงใจต่อท่านดังเดิม บ่าวเคยผ่านการฝึกฝนพิเศษมา ความรู้สึกต่อจิตใจ คนอื่นค่อนข้างไว
จ้าวเข่อหรันนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจยาว เสียงนั้นเบาแต่
เจือความเหนื่อยล้า
“อือเขียง ช้าเฃอเจ้า…แท้จริงค้าก็รู้ลึกบางอย่างอยู่ เพียงแต่เพราะ นางเป็นคนแรกที่เข้ามาเป็นสหาย ข้าจึงพยายามมองทุกอย่างในแง่ดี ข้าไม่ อยากเชื่อว่าใบหน้าบริสุทธิ์เช่นนั้นจะซ่อนเล่ห์เหลี่ยมไว้ได้
อือเชียงยิ้มบาง ๆ
“คุณหนู ท่านเติบโตในตระกูลใหญ่ยิ่งกว่าผู้ใด เหตุใดจึงยังเชื่อว่ามี ความบริสุทธิ์ไร้มลทินอยู่ในเรือนแม่ทัพเล่า? สตรีที่เติบโตในตระกูลใหญ่
ไม่มีผู้ใดไร้เขี้ยวเล็บ โดยเฉพาะเรือนแม่ทัพซึ่งเต็มไปด้วยผลประโยชน์และ
อ้านาจ”
จ้าวเข่อหรันหันขวับ
‘เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เรือนแม่ทัพมีอะไร?”
ชือเสียงจึงเผยความจริงที่ไม่เคยเอ่ย
“มารดาของคุณหนูหลินเป็นเพียงอนุภรรยา ทว่าภรรยาเอกของแม่ ทัพมีเพียงบุตรชาย ไม่มีบุตรสาว นางจึงรับคุณหนูหลินมาเป็นบุตรบุญ ธรรม เพื่อใช้เป็นหมากในกระดานชีวิตบุตรชายตน
จ้าวเย่อหรันเบิกตากว้าง
เช่นนั้น…ซิ่งซิ่วเดิมเป็นบุตรอนุ?
โ เจ้าค่ะ แต่ด้วยวาทศิลป์และการประจบเอาใจ นางจึงกลายเป็น บุตรเอกอย่างสมบูรณ์ เรื่องนี้มีไม่กี่คนรู้
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเย็น
“จากบุตรอนุสู่บุตรเอกในชั่วข้ามคืน กลายเป็นสหายสนิทของหยุนอี อี บุตรีคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายซ้าย ทั้งยังตอบรับการสู่ขอของ อ้องหยุน โดยไม่ลังเล..แม้ในใจจะรักอ๋องซวี่เพียงใด นางก็เลือกเส้นทางที
มั่นคงที่สุด”
เสียงนั้นมิได้ประชด หากเต็มไปด้วยการตระหนักรู้
“ดังนั้นหลังท่านได้รับเลือกเป็นชายาอ๋องชวี่ แต่นางกลับสงบนิ่ง ไม่ แม้เอ่ยวาจาแรงโดโด ชั้ายังแนบชิดสนิทสนมดังเดิม บ่าวจึงรู้ลึกผิดปกติ” ชือเสียงกล่าว จ้าวเย่อหรันยิ้มเศร้า
จันทร์”
“อ้าคงประมาทไป..คิดว่าตนได้สหายแท้ ที่แท้กลับเป็นเงาในแสง
ชือเสียงปลอบ
“อย่างน้อยคุณหนูหยุนอีอีก็ยังเป็นคนตรงไปตรงมา นางถูกเลี้ยงดู
ต้วยความรัก ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อน
จ้าวเย่อหรันส่ายหน้า
“อย่าเพิ่งผูกมิตรให้ลึกซึ้งนัก หากข้ากับหลินซิ่วซิ่วแตกหัก หยุนอีอี
จะเลือกฝ่ายใด ยังมิอาจคาดเดา”
สุดท้ายนางตัดสินใจ
ข้าจะไม่ทําสิ่งใดก่อน หากนางเพียงแค้นในใจ ข้าก็ไม่คิดถือสา แต่ หากนางลงมือ…ย้าจะไม่เป็นเหยื่อให้ใครเหยียบย่ําา
ชือเชียงค้อมรับแล้วถอยออกไป ปล่อยให้จ้าวเข่อหรันจมอยู่ในความ คิต รุ่งเช้าวันถัดมา พระราชโองการเสด็จถึงจวนใหชื่อ หลี่ฟูเฉวียนอ่าน ประกาศเสียงดังชัดเจน
“จ้าวเข่อหร่าน เหวินจวิ้นจี่ กิริยางดงาม อ่อนโยน สุภาพเรียบ ร้อย คู่ควรองค์ชายสาม อ ชวี่ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมรสเป็นชายา อ๋องซวี่ …”
เสียง “ทรงพระเจริญ” ดังก้อง จ้าวเย่อหรันรับพระราชโองการ อย่างสงบ ทว่าเมื่อจ้าวเย่อเหรินถามถึงโองการของตน หลี่ฟูเฉวียนกลับ กล่าวด้วยรอยยิ้มบาง
“คุณหนูรอง ท่านไม่มีพระราชโองการ
ทั่วทั้งห้องโถงเงียบกริบ ก่อนจะตามด้วยราชโองการปากเปล่า
“จ้าวเย่อเหริน ได้รับแต่งตั้งเป็นชายารองของรัชทายาท”
เพียง “ชายารอง” และไร้แม้กระดาษทองประทับตรา สีหน้าจ้าวเย่อ เหรินซีดขาวราวถูกสาดนํ้าเย็นจัด นางเคยคิดว่าการได้เพียงตําแหน่งรอง คือความอัปยศแล้ว ไม่คิดว่าความอัปยศจะยังต่ําลงได้อีก หลี่ฟูเฉวียนมิสน ใจความสะเทือนใจนั้น เพียงเตือนให้นางขอบพระคุณ หลังทุกอย่างจบลง
เขากล่าวต่อจ้าวเบ่อหรันอย่างเคารพ ว่าทางวังจะจัดเตรียมสินเดิมใน
ฐานะจน ให้อีกส่วนหนึ่ง
จากนั้น
สายตาทุกคู่จับจ้อง ความแตกต่างชัดเจนราวฟ้ากับดิน ไม่นานหลัง
“จ้าวเข่อหรัน หยุดเดี๋ยวนี้!
เสียงแหลมดังขึ้น จ้าวเข่อหรันหันกลับไป เห็นจ้าวเย่อเหรินเดินเข้า มาด้วยแววตาแดง
‘มีอันใดหรือ?”
นางยิ้มละมุน ทว่าสายตาเย็นเยียบ จ้าวเย่อเหรินยกมือขึ้นหมาย ตบ ทว่า เพียะ! เสียงดังสนั่น จ้าวเข่อหรันจับข้อมือนางไว้ แล้วตบกลับ อย่างรวดเร็ว ทั้งลานเงียบงัน จ้าวเย่อเหรินยืนตะลึง มือกุมแก้ม ดวงตา
แดงฉาน
“เจ้า..เจ้าตบย้า?!”
จ้าวเข่อหรันมองนางนิ่ง ใบหน้าเย็นดุจน้ําแข็ง
“ใช่ ย้าตบเจ้า แล้วอย่างไร? คิดว่าข้าจะยืนให้เจ้าฟาดฟันหรือ? อย่า
ทดสอบขีดจํากัดของย้าอีก ความอดทนของนักบุญยังมีวันหมด จ้าวเย่อเหรินจะพุ่งเข้าใส่ แต่นางกํานัลรีบดึงไว้
“คุณหนู อย่าเพคะ! เรื่องจะบานปลาย!”
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเย็น
“คิดจะตบย้า? เจ้าคิดว่าตนเป็นผู้ใด? ต่อให้ย้ายังมิได้เป็นชายา อ๋องซวี่ ข้าก็ยังเป็นเหวินจวิ้นจี่ที่ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้ง หากไม่พอใจผู้ใด ก็ไป เห่าใส่คนผู้นั้น อย่ามาเห่าใส่ข้าดุจสุนัขไร้เจ้าของ”
เตียว”
คําด่าแรงแต่เย็นเฉียบ เฉือนล็กกว่า ต
‘ตบครั้งนี้คือคําเตือน หากมีครั้งหน้า ข้าไม่รับรองว่าจะเพียงฝ่ามือ
กล่าวจบ นางสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงจ้าวเย่อเหรินหี โกรธจนแทบกระอักเลือด ดวงตาแดงก่ําดั่งไฟสุมอก ทว่าความโกรธนั้น มี อาจเผาผลาญความจริงได้ว่า นับแต่นี้ ฟ้ากับดินได้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง
แล้ว