หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 164 ออกเที่ยว
164 ออกเที่ยว
หลังจากกลับมายังจวนไท่ซือ ชีวิตของ จ้าวเข่อหรัน ก็กลับคืนสู่ ความสงบตามปกติ ช่วงนี้ หยุนอีอี กับ หลินซิ่วซิ่ว ชวนนางออกไปเที่ยว หลายครั้ง แต่นางกลับปฏิเสธทุกครั้ง นับตั้งแต่วันที่ ชื่อเสียง เตือนนางไว้ จ้าวเย่อหรันก็ให้คนไปสืบเรื่องของหลินซิ่วซิ่ว ผลที่ได้ทําให้เธอเข้าใจทันที ว่า…หญิงผู้นั้นมิได้ไร้เดียงสาอย่างที่แสดงออกภายนอกเลย
เมื่อรู้ธาตุแท้ของอีกฝ่ายแล้ว จ้าวเข่อหรันจึงเริ่มเว้นระยะห่างอย่าง ไม่รู้ตัว ไม่ว่าหลินซิ่ว วจะมีเจตนาร้ายต่อนางหรือไม่ก็ตาม นางก็ไม่คิดจะ
เข้าไปพัวพันอีก กันไว้ก่อนย่อมดีกว่าแก้ทีหลัง อีกอย่าง…นางก็ไม่อยากให้
เรื่องยุ่งยากเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
แม้ในใจจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง เพราะหลินซิ่ว วคือคนวัยเดียวกัน คนแรกที่เข้าหานางก่อน และถือเป็น “สหายคนแรก” ของนางด้วย แต่สุด ท้ายแล้ว….นางก็ยังดูคนไม่เป็นอยู่ดี ทว่า ถึงจะเป็นเช่นนั้น นางก็ไม่เสียใจ นัท มิตรที่ซ่อนเขี้ยวเล็บใว้ใต้รอยยิ้ม มีเสียยังดีกว่า…ไม่มี
เช้าวันนั้น ซ๊อตชวี่ มาถึงจวนไท่ซือตั้งแต่เช้า จุดประสงค์ก็ง่ายมาก เพื่อพา จ้าวเข่อหรัน ออกไปเที่ยว เมื่อเห็น “เทพเจ้าองค์ใหญ่” นั่งสง่างาม อยู่กลางห้องโถงของบ้านตน จ้าวชง ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง พูดมาก ก็กลัวเสียมารยาท พูดน้อยก็กลัวดูไม่ให้เกียรติ
ที่สําคัญ….คนผู้นี้ยังจะกลายเป็นลูกเขยของเขาอีก อยากได้ลูกเขย
เก่งกาจก็จริง แต่เมื่อต้องมานั่งเผชิญหน้ากับองค์ชายผู้กุมอํานาจเช่นนี้ จริง ๆ จ้าวชงกลับไม่รู้จะพูดอะไรดี จึงทําได้เพียงยิ้มแห้ง ๆ พลางสั่งคนไป
ตามจ้าวเย่อหรันมาอย่างรีบร้อน
ไม่นานนัก จ้าวเย่อหรันก็เดินเข้ามา สิ่งที่เห็นก็คือบิดาของนางกําลัง
นั่งคุยกับซือ ซวี่อย่างออกรสออกชาติ ทว่าในสายตานาง ซื้อชวี่ดูจะอดทน อย่างมาก จ้าวเข่อหรันแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ถ้าแอบหัวเราะอยู่ข้าง ๆ ก็ดู จะเสียมารยาทเกินไป ดังนั้นนางจึงตัดสินใจ “ช่วยชีวิต” เขาเสียหน่อย
เลย”
“ท่านพ่อกําลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่หรือเจ้าคะ ดูท่าจะสนุกไม่น้อย
เสียงของนางดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม เมื่อเห็นบุตรสาวเข้ามา
จ้าวซงก็หยุดพูดทันที
“เย่อหรัน เจ้าก็มาพอดี” เขายิ้มกว้าง
“อ๋องซวี่รอเจ้านานแล้ว”
จ้าวเข่อหรันชะงักเล็กน้อย ก่อนจะก้มตัวทําความ
เคารพช๊อกูชวีอย่างเรียบร้อย แม้ทั้งสองจะสนิทกันเพียงใด แต่ใน สาธารณะ พิธีรีตองบางอย่างก็ยังต้องรักษาไว้ ทันทีทีนางลุกขึ้น ฮือ ชวี่ก็
เอ่ยตรง ๆ
“วันนี้ยัามีเรื่องหนึ่ง
เขาหันไปมองจ้าวชง น้ําเสียงราบเรียบ
“ข้ากับบุตรสาวของท่านพ่อจา ได้หมั้นหมายกันแล้ว หากมีเวลา ก็ ควรออกไปพบกันบ้าง เพื่อสร้างความคุ้นเคย
อะไรนะ?
“วันนี้ข้ามีเวลาว่าง จึงอยากเชิญคุณหนูออกไปเที่ยว
‘พรวด!”
จ้าวชงที่กําลังตั่มชาอยู่ถึงกับพ่นชาออกมาทันที เมื่อครู่เขาได้ยิน
“ท่านพ่อตา”?
เขาตกใจจนแทบคิดว่าหูฝาด ชื่อ ซวี่มองเขาอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะ ยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน
“เมื่อครู่ ข้าเรียกท่าน”
จ้าวชงยังคงมึนงง
‘เอ่อ…ท่านอ๋อง ย้าเหมือนจะได้ยินท่านเรียก…”
“ท่านพ่อตา ใช่หรือไม่?”
อดูช พยักหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ข้าเรียกท่านจริง ๆ แม้ข้ากับบุตรสาวของท่านจะยังไม่ได้แต่งงาน แต่ราชโองการได้ประกาศแล้ว ดังนั้นเรียกเช่นนี้ก็นับว่าสมเหตุสมผลมีใช่
หรือ?”
พอได้รับคํายืนยัน สีหน้าของจ้าว งเปลี่ยนทันที จากความตึง
เครียดกลายเป็นรอยยิ้มกว้างราวกับดอกไม้ผลิบาน
“อื ๆ เช่นนี้ดีมาก!”
เขาหัวเราะอย่างเบิกบาน
‘พวกเจ้าหมั้นกันแล้ว ก็ควรใช้เวลาร่วมกันให้มาก อีกตั้งปีหนึ่งกว่า จะถึงวันแต่งงาน พอดีเลย จะได้สร้างความรักให้แน่นแฟ้น
เขาพูดอย่างภูมิใจ ราวกับลูกเขยผู้นี้เป็นสมบัติล้ําค่า ซื้อชวี่เพียง พยักหน้าตอบอย่างสุภาพ แม้ในใจจะเริ่มรําคาญเล็กน้อย ไม่นานนัก ฮือ ชวีก็พาจ้าวเย่อหรันออกจากจวน ระหว่างทางกลับพบ จ้าวเย่อเหริน ทั้งชือถูซวี่และจ้าวเข่อหรันต่างทําเหมือนมองไม่เห็นนาง เดินผ่านไปโดยไม่
แม้แต่ชายตามอง ภาพนั้นทําให้ดวงตาของจ้าวเย่อเหรินเต็มไปด้วยความ
ริษยา
ทุกครั้งที่เห็นจ้าวเข่อหรันมีความสุข หัวใจของนางก็เหมือนถูกไฟ เผา ทําไมทุกอย่างต้องเป็นของจ้าวเข่อหรัน? ทั้งที่พวกนางเกิดมาในฐานะ เดียวกัน แม้กระทั่งหน้าตา นางยังมั่นใจว่าตนงดงามกว่าเสียอีก แต่สุด ท้าย จ้าวเข่อหรันกลับได้เป็น ได้เป็น พระชายาเอกของอ๋องซวี่
ส่วนตัวนาง กลับเป็นเพียง ชายารองขององค์รัชทายาท แม้แต่สิน เดิมก็ยังน้อยนิดอย่างน่าสมเพช ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นเพราะจ้าวเย่อหรัน! ถ้า วันนั้นในการคัดเลือกพระชายา นางไม่ถูกอีกฝ่ายกลบรัศมี ทุกอย่างคงไม่ กลายเป็นเช่นวันนี้ บนรถม้า จ้าวเข่อหรันมองชื่อ ซวี่อย่างสงสัย
“ชวี่ ท่านพูดอะไรกับท่านพ่อกันแน่? ถ้าเห็นท่านดูตื่นเต้นมาก” ชื่อชวี่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง ทันทีที่ฟังจบ
จ้าวเย่อหรันก็หัวเราะจนแทบปวดท้อง
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ!
‘ท่านพ่อคงตกใจแทบตาย”
ฮือกูชวี่มองนางอย่างเอ็นดู ปล่อยให้นางจับหน้าเขา บีบแก้มเขา
อย่างตามใจ
เจ้าหัวเราะขนาดนี้ ไม่กลัวปวดท้องหรือ?”
“โอ๊ย เจ็บท้องจริง ๆ”
นางหัวเราะจนตาเป็นประกาย
“วี่…ตอนนี้ท่านดูน่ารักมากเลย
ทันทีที่ได้ยินคําาว่า “น่ารัก” ใบหน้าของซีอยูช ก็มีเส้นคําสามเส้น ปรากฏขึ้นทันที ไม่มีชายใดชอบถูกเรียกว่า “น่ารัก” โดยเฉพาะจากหญิงที่ ตนรัก ไม่นาน บรรยากาศในรถม้าก็เงียบลง ทั้งสองจ้องมองกันโดยไม่พูด อะไร แววตาของชื่อชวี่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ จู่ ๆ เขาก็ยื่นมือมาประคองคาง
ยองจ้าวเข่อหรัน ก่อนจะโน้มตัวลง ริมฝีปากประกบลงอย่างแผ่วเบา จ้าวเย่อหรันตกใจเล็กน้อย
แต่ไม่นานก็หลับตาลง ลมหายใจของทั้งสองผสานกัน ปลายลิ้น เกี่ยวพันอย่างอ่อนโยนแต่เร่าร้อน เมื่อเขาถอนริมฝีปากออก เส้นไหมเงิน
บาง ๆ เชื่อมระหว่างริมฝีปากของทั้งสองชั่วครู่ ใบหน้าของจ้าวเข่อหรัน แตงระเรื่อ ดวงตาฉ่าวาวราวกับมีหมอกบางปกคลุม ฮือ ชวี่หัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นทําลายบรรยากาศคลุมเครือในรถม้า เขาเอื้อมมือไปบูต
ปลายจมูกของนาง
“วันนี้ ยัาจะพาเจ้าไปล่องเรือ เมื่อก่อนเราต้องพบกันอย่างลับ ๆ แต่ พอหมั้นกันแล้ว กลับเหมือนได้เจอกันน้อยลงเสียอีก”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะอย่างชุกชน
“งั้นวันนี้ต้องเที่ยวให้คุ้ม”
ไม่นาน รถม้าก็มาถึงทะเลสาบ ซ๊อ ชวี่กระโดดลงก่อน แล้วอุ้ม จ้าวเข่อหรันลงมาโดยไม่ให้ตั้งตัว ที่ริมฝั่งมีเรือลําเล็กตกแต่งอย่างงดงาม รออยู่ เขาจับมือนาง เตรียมจะขึ้นเรือ แต่ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจาก
อ้านหลัง
“เย่อหรัน”
เสียงนั้นทําให้ทั้งสองหยุดชะงักทันที