หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 166 พลิกหน้าแตกหัก
166 พลิกหน้าแตกหัก
“ข้าไม่ได้ท้าเช่นนั้น”
จ้าวเข่อหรันเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น น้ําเสียงไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอ
ให้ทุกถ้อยคํากระทบใจคนฟัง
“ตอนแรก ย้าเห็นเจ้าว่าเป็นสหายอย่างแท้จริง แม้หลังงานคัดเลือก
พระชายา ย้าก็ยังตั้งใจจะรักษาความสัมพันธ์นั้นเอาไว้จริง ๆ”
นางหยุดเล็กน้อย ดวงตาสงบนิ่งราวผีนนํ้ายามไร้ลม
“จนกระทั่งย้ารู้ว่า…สิ่งที่เจ้าแสดงต่อหน้าช้า ไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าคิด
“
หลิน ว วหัวเราะเยาะ มุมปากยกขึ้นอย่างเย็นชา ‘พูดได้เพราะจริง ๆ นะ จ้าวเข่อหรัน”
สายตาของนางเต็มไปด้วยความริษยาและความคับแค้น
“ถ้าเจ้ามีใจจริงกับย้าสักนิด วันนี้เจ้าคงไม่ไปหมั้นกับท่านอ๋องซวี่”
นางก้าวเข้ามาอีกก้าว เสียงกดต่ําา
“เจ้ารู้หรือไม่ ไม่ว่าใครจะได้เป็นพระชายาชวี่ ข้าก็ไม่อิจฉา…แต่คนคน
นั้น ห้ามเป็นเจ้า”
จริง ๆ”
คําพูดนั้นเหมือนคมมีด จ้าวเข่อหรันรู้สึกเจ็บแปลบในอกเล็กน้อย
“เรื่องบางเรื่อง มิใช่ว่าพวกเราจะควบคุมได้”
นางกล่าวเบา
เหตุการณ์ในงานคัดเลือกพระชายา เจ้าก็เห็นอยู่ ข้าไม่ได้ตั้งใจ
คําพูดนั้นออกจากปากนาง แต่แม้แต่นางเองก็รู้สึกว่ามันฟังดูจืดชืด
เหลือเกิน
“อ้า…ไม่เคยคิดจะทําร้ายเจ้า”
ไม่เคยคิดจะทําร้ายช้า?”
หลินซิ่ว วหัวเราะเย็น มุมปากเต็มไปด้วยการเยาะหยัน
“ฟังดูช่างซาบซึ้งเสียจริง จนข้าเกือบจะหลั่งน้ําตาแล้ว”
นางจ้องจ้าวเย่อหรันอย่างเย็นชา
“เจ้าบอกว่าไม่ได้ทําร้ายย้า แต่เจ้ากลับมองช้าเหมือนตัวตลก ให้ย้า
แสดงละครโง่ ๆ ต่อหน้าเจ้า แล้วเจ้าเองก็คงหัวเราะเยาะอยู่ในใจไม่รู้กี่ครั้ง
คําพูดนั้นคมราวมีด
‘ช’ เรียกเสียสนิทสนมจริงนะ”
นางกัดฟัน
“ยังจะบอกอีกหรือว่าไม่เคยหลอกช้า”
ดวงตาของหลินซิ่วซิ่วแตงก่าด้วยอารมณ์
“จ้าวเข่อหรัน เจ้ารู้หรือไม่ ตอนแรกข้าอิจฉาเจ้ามาก เจ้าลืมตาดูโลก ก็เป็นบุตรสาวเอก ได้รับความรักจากทุกคน”
เสียงของนางเริ่มสั่น
แต่ าต่างออกไป ยัาต้องประจบภรรยาเอกของบิดา ต้องก้มหน้า กลืนเลือดกลืนน้ําตา กว่าจะได้เลื่อนฐานะจากบุตรอนมาเป็นบุตรเอก เจ้ารู้ หรือไม่ ข้าต้องเหยียบผ่านหนาม กอง กว่าจะยืนอยู่ตรงนี้ได้ สิ่งที่เจ้ามีมา ตั้งแต่เกิด… ย้าต้องแลกด้วยเลือดและน้ําตา”
จ้าวเข่อหรันฟังแล้วก็เกิดความขุ่นเคืองขึ้น
“เจ้าพูดราวกับว่าทุกอย่างเป็นความผิดของข้า”
นางตอบกลับอย่างเย็นชา
“หากเจ้าไม่เหี่ยวหว่านเสน่ห์ให้บุรุษมาห้อมล้อม เรื่องพวกนี้จะเกิด
ขึ้นได้หรือ”
คําพูดนั้นทําให้สีหน้าหลินซิ่ว วแข็งค้างทันที หลังจากนั้นไม่นาน จ้าวเข่อหรันก็กลับเข้าไปในห้องเรือ ต่อหน้าหยุนอีอี ทั้งสองยังคงแสร้งทํา
เป็นสหายที่ดีต่อกัน ราวกับเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ในใจของ
พวกนางต่างรู้ดี มิตรภาพนั้น….ได้พังทลายไปแล้ว
หลังจากขึ้นรถม้า จ้าวเข่อหรันยังคงเงียบ ความหงุดหงิดในใจหาให้ นางเผลอระบายใส อมูวี่ ทว่าเขาไม่ได้โกรธแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงดึง นางเข้าสู่อ้อมแขนอย่างอ่อนโยน
อย่างไร”
“อื ดี ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า”
เสียงเยานุ่มลิก
แต่เจ้าต้องบอกข้าด้วยว่าข้าผิดตรงไหน ย้าจึงจะรู้ว่าควรแก้ไข
จ้าวเย่อหรันเงยหน้ามองเยา
“วี่…สัญญากับย้าได้หรือไม่
“อย่าทําอะไร”
ซือถูชวี่มองนางลึก ๆ เขารู้ดีว่านางหมายถึงอะไร หญิงสาวคนนี้ ฉลาดเกินไป จนอ่านใจเขาออก เขาถอนหายใจเบา ๆ
“เจ้าช่างดื้อดึงจริง”
มือใหญ่ลูบผมของนางอย่างอ่อนโยน
‘หลายครั้ง ย้าก็หวังว่าเจ้าจะพึ่งพายามากกว่านี้
เสียงเขาแน่วแน่
‘หากเจ้าอยู่ข้างช้า ข้าจะทําทุกวิถีทางเพื่อคุ้มครองเจ้า ข้าจะไม่ติด ปีกของเจ้า ข้าจะเพียงปกป้องให้เจ้าบินได้สูงกว่าเดิม ดังนั้น ไม่ต้องกลัว
อะไรทั้งนั้น จงทําในสิ่งที่เจ้าต้องการเถิด”
คําพูดธรรมดา แต่กลับหนักแน่นกว่าคํารักใด ๆ จ้าวเข่อหรันพิงอยู่ ในอ้อมแขนเขา หัวใจอุ่นขึ้นอย่างเงียบงัน ความรักที่แท้จริง มิใช่การให้ หญิงคนหนึ่งพึ่งพิง แต่คือการยืนเคียงข้าง ให้เธอสง่างามด้วยตนเอง
หลังกลับถึงจวนให อ จ้าวเข่อหรันรีบสั่งให้คนไปจับตาหลินซิ่ว ว นางรู้ดี หญิงผู้นั้น ไม่มีทางยอมจบเรื่องง่าย ๆ อีกด้านหนึ่ง ในสวนชุนฮุย
จ้าวเย่อหรันกําาลังอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์ ฉินเซียงเดินเข้ามาพร้อม
รอยยิ้มลึกลับ
“คุณหนู เรื่องที่ท่านให้สิบ…ได้ผลแล้วเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อหรันขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เรื่องที่ย้าให้สืบ?”
ฉินเซียงหัวเราะ
‘เรื่องของท่านอารอง จ้าวหย่งเจ้าค่ะ”
ทันใดนั้น นางก็นึกออก
“อืบได้แล้วหรือ ข้าสงสัยมานานแล้ว เหตุใดอนุของท่านอารองจึงไม่
มีใครให้กําาเนิดบุตรเลย” ฉินเสียงยื่นกระดาษให้
“ทุกอย่างอยู่ในนี้เจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อหรันรับมาอ่าน ตอนแรกสีหน้าของนางเรียบเฉย แต่ไม่นาน
ก็เปลี่ยนเป็นประหลาดใจ จากนั้นกลายเป็นครุ่นคิดลึกซึ้ง จนเมื่ออ่านถึง บรรทัดสุดท้าย ริมฝีปากของนางค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง
อารอง”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง”
นางวางกระดาษลง
ไม่คิดเลยว่า ท่านอารองจะเป็นคนเช่นนี้”
ฉินเซียงพยักหน้า
‘ตอนบ่าวเห็นผลลีบ ก็แทบไม่อยากเชื่อเหมือนกันเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“ดูเหมือนในจวนโหวแห่งเจิ้นเป่ย…คนที่ซ่อนลึกที่สุด กลับเป็นท่าน
ดวงตาของนางเย็นเฉียบ
‘ทั้งท่านอารอง ท่านอาสะใภ้ และจ้าวเย่อหลี่ ไม่มีใครธรรมดาเลย
จริง ๆ
สักวัน”
อเชียงอดถามไม่ได้
“คุณหนู แล้วต่อไปท่านจะทําอย่างไร”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง รอยยิ้มสงบ แต่ลึกซึ้ง
“ตอนนี้…ยังไม่ต้องทําอะไร คนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงา มักเผยพิรุธเองใน
นางปิดหนังสือลงเบา ๆ สายตาเย็นเยียบราวหิมะ “เมื่อถึงตอนนั้น…ค่อยลงมือ ก็ยังไม่สาย”