หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 167 นัดพบ
167 นัดพบ
เสียงหัวเราะเบา ๆ หลุดจากริมฝีปากของจ้าวเข่อหรัน นัยน์ตาฉาย ประกายมั่นใจอย่างไม่ปิดบัง
“หึ ไม่มีทางหรอก” นางกล่าวเรียบ ๆ
“พวกเขายังไม่มีความสามารถถึงขั้นนั้น อีกอย่าง…ข้าก็จะไม่เปิด
โอกาสให้ด้วย”
จิปาถะ
นางยกถ้วยชา นจิบอย่างสงบ ก่อนเอ่ยต่อเหมือนเป็นเพียงเรื่อง
“จริงสิ ก่อนหน้านี้ท่านอาสองของข้าไม่ได้ให้คนไปสืบ เรื่องหลินยีหร่านหรือ ผลเป็นอย่างไรบ้าง เขาพอใจว่าที่ลูกเขยคนนี้หรือ
ไม่
จีนเชียงยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาวาววับ
“คุณหนูคิดว่าอย่างไรล่ะเจ้าคะ”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
คงไม่พอใจนักกระมัง’
นางวางถ้วยชาลงช้า ๆ
“หลิน หร่าน….ถ้ามองโดยรวมก็ถือว่าไม่เลว รูปลักษณ์ดี วาจาอ่อน โยน แต่เสียดาย หูเบาเกินไป จิตใจอ่อนแอเกินไป คนเช่นนี้ รับภาระใหญ่
ไม่ได้
นางยิ้มเย็น
“เขาอาจเป็นคุณชายเจ้าสําราญที่เก่งเรื่องรักใครใต้แสงจันทร์ แต่
จะเป็นสามีที่พึ่งพาได้หรือไม่…ถ้าไม่เห็นทาง
ฉินเสียงหัวเราะเบา ๆ
“ถ้าท่านประมุขได้ยินค้าของคุณหนู คงดีใจนักเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อหรันหัวเราะน้อย ๆ
“ย้าก็แค่พูดตามความจริงเท่านั้น
จากนั้นสีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น
“ดูท่า…บ้าคงต้องหาโอกาสพบกับท่านอาสองสักครั้งแล้ว”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็หันไปสั่ง
“จีนเชียง เจ้าไปเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง นัดท่านอาสองมาพบที่ หอวิ่งเยวี่ย จองห้องชั้นสี่ไว้ให้ช้าด้วย แล้วในจดหมายให้บอกว่า ข้ามีวิธีช่วย แก้ปัญหาเรื่องการแต่งงานที่ทําให้เขาปวดหัวอยู่
คะ”
นางยิ้มอย่างมีเลศนัย
แต่…อย่าเพิ่งบอกว่าเป็นข้า ให้ใช้นามแฝงเชิญเขามา”
จีนเชียงพยักหน้า
“เจ้าค่ะ คุณหนู แล้วคุณหนูจะนัดพบเมื่อโตเจ้าคะ”
ฉินเสียงถาม จ้าวเย่อหรันยิ้มบาง ๆ
‘อีกสามวันก็แล้วกัน”
จีนเชียงลังเลเล็กน้อยก่อนพูด
“แต่คุณหนู…ท่านจ้าวหย่งอาจจะไม่เชื่อคําของคุณหนูง่าย ๆ นะเจ้า
ริมฝีปากจ้าวเข่อหรันยกขึ้นช้า ๆ รอยยิ้มเย็นเฉียบ
“ถ้ามีหลักฐาน เขาก็ต้องเชื่อ”
นางพิมพาเบา ๆ
ๆ
“เพราะตอนนี้ เขาคงกําลังร้อนใจแทบคลั่งอยู่แล้ว”
สามวันต่อมา ชั้นสี่ของ หอวิ่งเยวี่ย ในห้องรับรองที่เงียบสงบ
จ้าวเข่อหรันกับซือ ชวี่กําลังนั่งจิบชา วันนี้นางไม่ได้พาใครมาด้วย มีเพียง เขา เหตุผลก็ง่ายมาก ท่านอาสองของนาง…ไม่ใช่คนธรรมดา หากมีเพียง นางคนเดียว เขาอาจดูแคลน แต่ถ้ามี ซวี่อ๋อง อยู่ด้วย สถานการณ์ย่อมต่าง
ออกไป
ซือ ชวี่เองก็อารมณ์ดีไม่น้อย เพราะในสายตาเขา การที่นางเรียก เขามาช่วยเช่นนี้ เท่ากับเป็นการ พึ่งพา และเขาชอบความรู้สึกนั้นมาก จ้าวเข่อหรันมองไปรอบห้อง ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างนึกขึ้นได้
“เอ๊ะ วันนี้ดูเหมือนจะไม่เห็นจื่อหยวนเลย
นางเอียงศีรษะ
ปกติเขาไม่ใช่ว่าจะอยู่ที่นี่เสมอหรือ ย้ายังจําได้ว่าคราวก่อนที่มานี่ก็
ยังเห็นเขาอยู่เลย”
คําพูดนี้ทําให้ซื้อชวี่หน้าตึงเล็กน้อย น้ําเสียงที่ตอบกลับมาจึงออก
จะเปรี้ยว ๆ
เลย”
‘เจ้าจะถามถึงเยาหาไม
เขาพูดอย่างไม่พอใจ
“ผู้ชายหน้าตาเหมือนสตรีเช่นนั้น มีอะไรให้นึกถึง อย่าไปสนใจเยา
เขาหันมายิ้มให้
‘ท่านอาสองของเจ้าก็ยังไม่มา เรามาคุยกันดีกว่า”
จ้าวเข่อหรันกลอกตา
“ข้าก็แค่ถามเฉย ๆ”
นางเหลือบมองเยา
“พูดเสียเปรี้ยวเชียว ผู้ชายตัวโตยังทําตัวเหมือนสตรีขี้หึง”
ฮือกูชวี่ทําหน้าราวกับถูกแทงใจ ก่อนจะเริ่มแสดงละครทันที
“เจ้าช่างไร้หัวใจจริง ๆ”
เขาพูดเสียงเศร้า
คนเขากําาลังเสียใจแทบตาย เจ้ายังหัวเราะได้อีก”
จ้าวเข่อหรันอดหัวเราะไม่ได้ ภาพชายหนุ่มผู้เย็นชาอย่าง อ ชวี่ ท่า หน้าราวกับสตรีน้อยผู้ถูกทอดทิ้งนั้น…ชวนป่าเกินไปจริง ๆ ซื้อชวี่ยิ่งเล่น
ใหญ่ขึ้น
“เจ้ารังเกียจข้าใช่หรือไม่ ถ้ารู้อยู่แล้ว ในใจเจ้าไม่มีที่ให้ข้าเลย
ถ้าในมือเขามีผ้าเช็ดหน้าอีกผืน คงดูเหมือนหญิงหม้ายร้องทุกข์ไม่
มีผิด จ้าวเข่อหรันหัวเราะจนแทบสาลัก
‘พอใต้แล้ว เล่นเกินไปแล้ว
ซือหวี่ยิ้มอย่างพอใจ ถึงจะเสียภาพลักษณ์ไปหน่อย แต่ถ้าทําให้
นางลืมจื่อหยวนใต้ ก็ถือว่าคุ้ม
ทันที
ในเวลานั้นเอง ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ชื่อชวี่เก็บรอยยิ้ม
“เข้ามา”
ประตูถูกเปิดออก ผู้จัดการร้านเดินเข้ามาค้านับอย่างนอบน้อม
“คารวะท่านประมุข คารวะฮูหยิน”
คําว่า ฮูหยิน ทําให้จ้าวเข่อหรันหน้าแดงเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ได้แก้ ไย ส่วนซ๊อตซวี่นั้น…อารมณ์ดีขึ้นทันที
“มีอะไร”
เขาถามเรียบ ๆ เรียนท่านประมุข ท่านจ้าวหย่งมาถึงแล้วขอรับ”
ชือ ชวี่เลิกคิ้ว ‘เยามาคนเดียวหรือ”
ผู้จัดการส่ายหัว
“ไม่ขอรับ เขามากับบุตรชาย จ้าวเข่อหลี่”
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“ดูเหมือนมีแต่ข้าที่พาผู้ช่วยมาเสียแล้ว”
นางเอามือเท้าคาง
ไม่คิดเลยว่าเขาจะพาลูกชายมาด้วย”
นางหันไปบอกผู้จัดการ
“พาเยาขึ้นมาได้เลย
ไม่นานนัก จ้าวหย่งกับจ้าวเข่อหลี่ก็เดินตามผู้จัดการขึ้นมาชั้นสี่ ตั้ง
แต่สามวันก่อนที่เขาได้รับจดหมายลึกลับนั้น จิตใจเขาก็ไม่เคยสงบอีกเลย
จดหมายบอกว่า สามารถช่วยแก้ปัญหาการแต่งงานของบุตรสาวเขาได้ แม้ ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่สถานที่นัดพบคือ หอวิ่งเยวี่ย ชั้นสี่ ที่แห่งนี้ แม้แต่ขุนนางใหญ่หลายคนยังจองไม่ได้ง่าย ๆ ดังนั้นผู้ที่
ส่งจดหมายมา ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน และตอนนี้เขาก็ไม่มีทางเลือก
อื่นแล้ว
มา
หน้าห้อง ผู้จัดการเคาะประตู จากด้านในมีเสียงหญิงสาวตอบกลับ
“เข้ามา”
เสียงนั้น…ช่างคุ้นหูเหลือเกิน แต่ทั้งจ้าวหย่งและจ้าวเข่อหลีกลับนึก ไม่ออกว่าเคยได้ยินจากที่ใด พวกเขาผลักประตูเข้าไป แล้วก็ต้อง ชะงักงัน คนที่นั่งอยู่ด้านใน คือ จ้าวเข่อหรัน หญิงสาวที่แทบไม่มีตัวตนในความทรง จ่าของพวกเขา แต่วันนี้กลับนั่งอยู่ตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง ราวกับควบคุมทุก
อย่างไว้แล้ว จ้าวหย่งตกตะลึง
“เย่อหรัน…เจ้า….ทําไมเจ้าถึงอยู่ที่นี่” จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง ทําไมเล่า ท่านอาสอง”
นางกล่าวอย่างเย็นเฉียบ
“ก็ยัาเป็นคนเชิญท่านมาเอง”
ห้องทั้งห้องเงียบงัน จ้าวหย่งมองหลานสาวตรงหน้า ไม่อาจเชื่อ
สายตาตัวเอง เด็กสาวขี้อายคนนั้น หายไปไหนแล้ว ตอนนี้คนที่นั่งอยู่ตรง หน้าเขา เหมือนสตรีอีกคนหนึ่ง เยือกเย็น ลึกล้า และอันตราย ราวกับ หมากตัวหนึ่งที่วางอยู่กลางกระดานการเมืองของจวน ที่ไม่มีใครเคยทัน สังเกต แต่วันนี้ มันกําลังจะเริ่มเดินแล้ว จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
‘ท่านอาสอง…ตกใจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแท้ ๆ”
เสียงของนางนุ่มนวล แต่คมราวมิต
“ข้าแค่นัดท่านออกมาดั่มชาเท่านั้นเอง”