หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 170 การเปลี่ยนแปลงของจ้าวเข่อเพ่ง
170 การเปลี่ยนแปลงของจ้าวเข่อเพ่ง
ฤดูใบไม้ผลิผันผ่านสูใบไม้ร่วง กาลเวลาร่วงใหลรวดเร็วจนน่าตก โจ เพียงพริบตาเดียวหนึ่งปีก็ล่วงเลยไปแล้ว หนึ่งปีนั้นจะว่ายาวก็ไม่ยาว จะว่าสั้นก็ไม่สั้น ทว่าในช่วงเวลาเพียงเท่านั้น กลับเกิดเรื่องราวมากมายใน จวนไท่ซือ
สถานะของ ชุน เหนียง ค่อย ๆ สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อครึ่งปีก่อน พี่ชายแท้ ๆ ของนางเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น ช่างชูแห่งกรมพิธีการ และ หลังจากนั้น ด้วยแรงผลักดันอย่างเงียบงันของ จ้าวเข่อหรัน ซุน เหนียงก็ เริ่มเข้ามาช่วย ฉินเสียงเหอ ดูแลกิจการภายในจวน แม้ฉินเซียงเทอจะคัด ค้านอย่างรุนแรง แต่การตัดสินใจนี้ แม้แต่ท่านโหวจ้าวหลินยังเห็นชอบ
นางจึงไม่มีทางต่อต้านได้
ทุกวันนี้ ภายในจวนไท่ซือ แม้ซุน เหนียงจะยังคงเป็นเพียง อนุภรรยาในนาม แต่ในความเป็นจริง… อ้านาจของนางแทบจะเทียบได้กับ ฮูหยินครึ่งหนึ่ง แล้วส่วน จ้าวเข่อหรัน และ จ้าวเย่อเหริน แม้จะยังไม่ถึงวัย ปักปิ่น แต่กรมพิธีการได้กําหนดฤกษ์สมรสไว้เรียบร้อยแล้ว
และเรื่องที่ชวนให้ผู้คนกระซิบกันทั้งจวนก็คือ วันแต่งงานของสองพี่
น้อง กลับถูก าหนดไว้วันเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้าพิธีสมรสของ พวกนางสามวัน ยังเป็นวันอภิเษกขององค์รัชทายาทกับ ฉินอี้เหมียว
ต่อการจัดวางเช่นนี้ จ้าวเย่อหรันมิได้มีความเห็นใต ทว่า จ้าวเย่อเห รีบกลับไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะจ้าวเข่อหรันจะถูกอ๋อง รับเจ้าสาวเข้าบ้าน ตัวยพิธี พระชายาเอก แต่นาง..เป็นได้เพียง พระชายารอง หากต้องออก เรือนวันเดียวกัน ความแตกต่างนั้นจะยิ่งชัดเจนราวกับฟ้ากับดิน
นับแต่รู้วันแต่งงาน จ้าวเย่อเหรินก็จมอยู่ในความกระวนกระวาย ทํา งใดก็ไร้อารมณ์ ตรงกันข้าม จ้าวเย่อหรันกลับใช้ชีวิตอย่างสงบเย็น ราว
กับทุกสิ่งล้วนอยู่ในแผนของนาง
ภายใน เรือนชุนฮุย วันนี้จ้าวเข่อหรันกําลังนั่งจิบชาอยู่ในลานเรือน ตรงข้ามนางคือ จ้าวเย่อเฟิง เด็กชายในวันนี้ ไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสาเมื่อปี ก่อนอีกแล้ว หากปีก่อนเขายังเป็นเพียงเด็กบริสุทธิ์ ตอนนี้ แม้อายุยังน้อย แต่ความสุขุมหนักแน่นในท่าทีและวาจา กลับมากกว่าบุรุษผู้ใหญ่ไม่น้อย
จ้าวเข่อหรันมองเขา ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“เฟิงเอ๋อร์ วันนี้ที่ข้าเรียกเจ้ามา..มีเรื่องสําคัญจะพูดกับเจ้า เจ้าต้อง ตั้งใจฟังให้ดี”
เห็นท่าทีของนาง จ้าวเย่อเฟิงก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา เขาจึง
เก็บรอยยิ้ม นั่งลงอย่างสงบ
“พี่หญิงใหญ่ หากมีเรื่องใด ก็กล่าวตรง ๆ เถิด”
จ้าวเข่อหรันยกถ้วยชา น จิบเบา ๆ ก่อนเอ่ยช้า ๆ
“เจ้าคงรู้เรื่องแล้ว….เกี่ยวกับ ชื่อจื่อหลินซีหร่าน
ริมฝีปากนางยกขึ้นเล็กน้อย
“สมกับที่เขาเรียกตัวเองว่า ‘กวีเจ้าสําราญ’ จริง ๆ ผู้หญิงที่เคยร่วม มือหลอกลวงเขาอย่าง หรูเสวี่ย เขายังให้อภัยได้อย่างใจกว้าง
นางวางถ้วยชา
“แต่เจ้าคงยังไม่รู้ ตอนนี้หรูเสวี่ย… ตั้งครรภ์แล้ว”
และเด็กคนนั้น ก็คือลูกของหลิน หร่าน”
จ้าวเย่อเฟิงเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนยิ้มออกมาอย่างมีนัย
เช่นนั้น..การแต่งงานครั้งนี้ คงเดินต่อไม่ได้แล้วสินะ”
แม้สีหน้าจะหาทีเสียดาย แต่แววตาที่ส่องประกายเหมือนกําาลังดู
ละครสนุก กลับเผยความคิดที่แท้จริงออกมาจนหมด
“ครานี้คงครึกครื้นไม่น้อย”
ขณะทั้งสองกําาลังสนทนา จีนเชียง เดินเย้ามา
“คุณหนู…คุณชายเผิง”
จ้าวเย่อหรันหันไปมอง
“มีข่าวอะไรหรือ”
จีนเชียงยิ้มเยาะบาง ๆ
“คุณหนู….ท่านคงนึกไม่ถึงว่าหลินซีหร่านจะโง่ได้เพียงนี้ เขาไปขอ
ร้อง ท่านโหวหลินจื้อ ให้รับหรูเสวี่ยเย้าจวน”
นางหัวเราะเบา ๆ
แน่นอนว่า…ท่านโหวหลินจื้อไม่มีวันยอม”
จ้าวเย่อเพิงหัวเราะทันที
“ฮ่า ๆ ๆ มีคนโง่เช่นนี้อยู่ด้วยหรือ
จีนเชียงยังพูดต่อ
เรื่องยังไม่จบแค่นั้นเจ้าค่ะ หลังถูกบิดาปฏิเสธ เขากลับไปหา จ้าวเข่อผิง บอกให้นางใจกว้าง รับหรูเสวี่ยไว้ด้วยกัน และยังขู่อีกว่า….หาก
จ้าวเย่อผิงไม่ยอม ต่อให้แต่งเข้าไป ก็ไม่มีวันมีชีวิต “
สิ้นค้านี้
พรวด!”
จ้าวเข่อหรันพ่นชาที่เพิ่งดั่มออกมาทันที ก่อนจะไอไม่หยุด
จ้าวเย่อเฟิงหัวเราะจนแทบหายใจไม่ทัน
“ฮ่า ๆ ๆ เขาเขาไปพูดเช่นนั้นจริงหรือ
“คนเช่นนี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่า ‘ชายผู้มีพรสวรรค์’ อีกหรือ”
จีนเชียงส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
“หลังจากนั้นจ้าวเข่อผิงก็ล้มป่วยหนัก สองตระกูลตอนนี้กําลัง
ทะเลาะกันไม่หยุด”
เมื่อเสียงหัวเราะค่อย ๆ สงบลง จ้าวเข่อหรันมองจ้าวเย่อเฟิง แวว
ตาเย็นเฉียบอย่างคนคํานวณทุกอย่างไว้แล้ว
“เฟิงเอ๋อ …”
“เจ้าคิดว่า หากสอบได้ดี เจ้าจะปกป้องข้ากับฮุนอีเหนียงได้หรือ
จ้าวเย่อเฟิงพยักหน้าโดยไม่ลังเล
แน่นอน” จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“ถ้าเจ้าคิดเช่นนั้น…เจ้าคิดผิดแล้ว”
เด็กหนุ่มชะงัก
‘พี่หญิงใหญ่หมายความว่าอย่างไร
จ้าวเข่อหรันวางถ้วยชา สายตาเย็นดุจน้ําแข็ง
“เฟิงเอ๋อร์ เจ้าเกิดในจวนโหวใหญ่โต แม้เจ้าจะเป็นบุตรอนุ แต่ ชะตาของเจ้าก็ไม่เหมือนคนทั่วไปตั้งแต่แรก”
นางจ้องเขา
“อ้าถามเจ้าค้าหนึ่ง”
เจ้า…เคยคิดหรือไม่ว่า จะขึ้นนั่งตําแหน่ง เจิ้นเป่ยโหว
จ้าวเย่อเฟิงตะลิง
“อะไรนะ?!”
“พี่หญิงใหญ่…ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านกําลังพูดอะไร ตําแหน่งโหว…จะ
เป็นของข้าได้อย่างไร บิดาและท่านอารองต่างหากที่เป็นผู้สืบทอดโดยชอบ
ธรรม ข้าเป็นเพียงบุตรของอนุ…
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“ต้องตกใจถึงเพียงนั้นหรือ เจ้าเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของบิดา หากวันหนึ่งบิดาได้ตําแหน่ง โหว หลังจากเขาเสียชีวิต ตําาแหน่งนั้นก็ยังเป็น
ของเจ้าอยู่”
นั่นเอง”
นางเอ่ยช้า ๆ
“ข้าเพียงแค่..อยากให้เจ้าข้ามขั้นนั้น ขึ้นนั่งตําแหน่งนั้นโดยตรงเท่า
ลมเย็นพัดผ่านลานเรือน คําพูดนั้นเหมือนดาบคมบาง เฉือนผ่าน ความเงียบ จ้าวเย่อเฟิงกัดฟัน ในดวงตาเริ่มมีประกายแน่วแน่ “พี่หญิงใหญ่..ย้าเข้าใจแล้ว แล้วข้าควรทําอย่างไร”
จ้าวเข่อหรันยิ้ม รอยยิ้มนั้นงดงาม…แต่เย็นเฉียบ
“ข้าจะปูทางให้เจ้า สิ่งเดียวที่เจ้าต้องทําตอนนี้”
คือสอบคดเถือกให้ดิ
นางเอื้อมมือแตะไหล่เขา
“เพิงเอ๋อ “
“จ๋าไว้ให้ดี ในจวนใหญ่แห่งนี้ คนที่ไร้อํานาจ ไม่มีวันปกป้องใครได้”
จ้าวเย่อเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ข้าจะสอบให้ได้อันดับ “
“วันหนึ่ง…”
“ข้าจะทําให้ท่านกับท่านแม่ ไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีก
จ้าวเย่อหรันมองเยา แววตาอ่อนลงเล็กน้อย
“ดี”
“พี่หญิงเชื่อเจ้า”
ลมพัดผ่านสวน ใบไม้ไหวเบา ๆ ในเรือนชุนฮุยเงียบสงบ ทว่าภายใต้ ความสงบนั้น กระดานหมากการเมืองในจวน กําลังถูกขยับอย่างเงียบงัน