หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 171 การสอบฮุ่ยชื่อ
171 การสอบฮุ่ยชื่อ
เรื่องของ หลิน หราน กับ หรูเสวี่ย กลายเป็นข่าวอื้อฉาวจนทั้ง เมืองหลวงสะเทือนราวพายุโหม ไม่เพียงเพราะทั้งสองแอบมีสัมพันธ์กัน เท่านั้น แต่หรูเสวี่ยยังตั้งครรภ์แล้วด้วย หลินซีหร่านยืนกรานจะรับนางเข้า จวนอย่างเปิดเผย เพื่อเรื่องนี้ เขายังถึงกับไปหาจ้าวเข่อผิง ขอให้นางยอม รับหรูเสวียเข้ามาเป็นภรรยารอง ผลคือ จ้าวเชอผิงโกรธจนล้มป่วย
เมื่อข่าวนี้ไปถึงหู ท่านโหวจ้าวหลิน และ จ้าวหย่ง สองคนก็โกรธจน แทบพลิกจวน โดยเฉพาะท่านโหวจ้าวหลิน ปีนั้นที่ยอมให้จ้าวเข่อผิงหมั้น
กับหลินซีหร่าน ก็เพราะฝายองค์รัชทายาททําผิดเสียมารยาทก่อน เยาจึง
ยอมถอย
แต่ใครจะคิด ผ่านไปเพียงปีเดียว หลินซีหร่านกลับไปพัวพันกับ หญิงคณิกาในหอคณิกา แถมยังทําให้นางตั้งครรภ์อีก สาหรับท่านโหว จ้าวหลินแล้ว นี่ไม่ต่างอะไรกับถูกตบหน้าอย่างแรงกลางที่สาธารณะ และ เมื่อคีตย้อนถึงคําพูดของ โหวหลินจื้อ ในวันนั้น เขาก็ยิ่งเดือดดาล
ตอนนั้นหลินจื้อเคยกล่าวว่า เรื่องหรูเสวี่ยทั้งหมดเป็น จ้าวเย่อเห รินวางแผนใส่ร้าย ยังข่มขู่ว่าหากท่านโหวจ้าวหลินไม่ยอมรับเรื่องนี้ จะนํา ความขึ้นกราบทูลฮ่องเต้ แต่ตอนนี้… ความจริงมันปรากฏชัด ถ้าหลิน หร่านถูกใส่ร้ายจริง เหตุใดเขาจึงยังไปคลุกคลีอยู่กับหญิงคนนั้น อีก? มีผู้ใดบ้างที่จะยังอยู่กับคนที่หลอกลวงตนได้อย่างหน้าตาเฉย?
แต่สองคนนั้นกลับไม่เพียงอยู่ด้วยกัน ยังมีลูกในครรภ์อีก! คิดได้
เช่นนี้ ท่านโหวจ้าวหลินก็เกลียดท่านโหวหลินจื้อจนแทบอยากบดกระดูกให้
แหลก
อีกด้านหนึ่ง ภายใน สวนสุยเฟิง บรรยากาศกลับสงบผิดกับกระแส ข่าวภายนอก จ้าวเข่อหรันกําลังนั่งดื่มชาอย่างสบายอารมณ์ ฝั่งตรงข้าม คือ จ้าวเย่อเฟิง เด็กหนุ่มที่กําลังจะเข้าสอบฮุยชื่อ จ้าวเข่อหรันเท้าคางมอง เยา สีหน้าครึ่งยิ้มครึ่งเย็น
เราออก”
“เฟิงเอ๋อร์…เรื่องใหญ่เช่นนี้ เจ้ายังไม่ตื่นเต้นเลยหรือ?”
จ้าวเย่อเฟิงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสงบ แล้วตอบด้วยรอยยิ้มบาง
ตื่นเต้นไปก็ไร้ประโยชน์ ผลสอบออกแล้วก็ไม่เปลี่ยน
เยาวางถ้วยชา
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดต้องทําตัวให้วุ่นวายเล่า?
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“ไม่เลวเลย”
สายตานางฉายแววพอใจ
“ดูท่าข้าจะสั่งสอนเจ้าได้ดีจริง ๆ”
จ้าวเย่อเฟิงยิ้มบาง ก่อนจะยกกาน้าชาเทชาให้นาง
“ไม่ใช่ท่านพี่สอนหรือ อย่าให้สีหน้าบอกความรู้สึก อย่าให้ใครอ่านใจ
จ้าวเย่อหรันหัวเราะ แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ
“ถ้าเจ้าสอบได้ ฮุยหยวน จริง”
นางกล่าวอย่างเรียบเฉย
“พวกเราก็จะเริ่มลงมือ”
จ้าวเย่อเฟิงพยักหน้า เขารู้ดีว่า “ลงมือ” ที่พี่สาวพูดหมายถึงอะไร การยกสถานะ ฮุน เหนียง ให้เป็นภรรยาเอก เรื่องนี้ ไม่ง่ายเลย แม้ตอนนี้ ฝั่งตระกูลซุนจะเริ่มมีอํานาจมากขึ้น เพราะสูงใหญ่ของเขาเพิ่งได้ตําแหน่ง เสนาบดีกรมคลัง แต่เมื่อเทียบกับอ้านาจของ ตระกูลฉิน แล้ว ก็ยังเหมือน หิ่งห้อยเทียบพระจันทร์ จ้าวเย่อเฟิงจึงถามด้วยความกังวล
“ท่านพี่ เรื่องนี้จะราบรื่นจริงหรือ?”
“ฮูหยินใหญ่คงไม่ยอมง่าย ๆ
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ รอยยิ้มเหมือนลมหนาวปลายฤดู
“นางไม่ยอมก็ไม่เป็นไร ข้าไม่เคยหวังให้นางยอมอยู่แล้ว”
จ้าวเย่อเฟิงเลิกคิ้ว
งั้นท่านพี่ “
จ้าวเข่อหรันเอ่ยอย่างเย็นชา
‘นางจะโวยวายแน่นอน ยิ่งโวยวาย..ก็ยิ่งตี”
เพราะเมื่อถึงตอนนั้น ไม่ว่าท่านโหวจ้าวหลิน หรือท่าน ต่างก็จะ ยิ่งเบื่อหน่ายนางมากขึ้น และสุดท้าย แม้ไม่ยอม ก็ต้องยอม นี่แหละคือ หมากของนาง จ้าวเชอเฟิงมองพี่สาว พลางถอนหายใจเบา ๆ
“ท่านพี่…บางครั้งย้าก็คิดว่า ท่านเหมือนกําาลังดูละครอยู่เลย
จ้าวเย่อหรันหัวเราะ เสียงหัวเราะบางเบา แต่ไร้ความเมตตา
“ข้าไม่ได้อยากดู แต่ละครเรื่องนี้ มันอยากเล่นให้ย้าดูเองต่างหาก
ดวงตานางวาวเย็น
“ถ้าไม่เกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้ พวกเราต่างหากที่จะต้องกังวล
ในขณะเดียวกัน ภายใน จวนเสนาบดีพิธีการ จ้าวหย่งกําลังนั่งตั่ม ชาอย่างสบาย ราวกับข่าวอื้อฉาวทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย สามวันต่อ มา ข่าวใหญ่ก็แพร่สะพัดทั่วเมืองหลวงอีกครั้ง จวนเจิ้นเป่ยโหว ถอนหมั้น กับ จวนจงอี้โหว เป็นครั้งที่สอง
แต่คราวนี้ ไม่มีใครแปลกใจเลย เพราะหลังจากเรื่องอื้อฉาว ของหลิน หร่าน หากยังมีใครยอมแต่งลูกสาวเข้าไปในจวนนั้น คงต้องไร้ ศักดิ์ศรีถึงขีดสุด ยิ่งกว่านั้น ชายในตระกูลสูงศักดิ์ แม้ก่อนแต่งงานจะมีนาง ป่าเรออยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครยอมให้หญิงฐานะต่ําต้อย ตั้งครรภ์ก่อนแต่ง แล้วหญิงผู้ดีบ้านไหนจะยอมให้ลูกสาวตนไปเป็นแม่เลี้ยงให้ลูกคณิกา? จ้าว หย่งยกมุมปาก รอยยิ้มจาง ๆ
“ดูท่า….ย้าคงต้องขอบใจเย่อหรัน”
หากตอนนั้นเขาไม่ยอมรับเงื่อนไขของนาง จ้าวเข่อผิงคงต้องแต่ง เย้าจวนจงอี้โหวจริง ๆ ถึงตอนนั้น ชีวิตของเด็กคนนั้นคงพังพินาศ แม้เรื่อง ทั้งหมดจะเป็นแผนยองจ้าวเย่อเหริน แต่ ถ้าหลิน หร่านไม่ต่ําาทรามเอง แผนนี้ก็ไม่มีวันสําเร็ว
วันเวลาผ่านไป ในที่สุด วันประกาศผลสอบอุ่ยชื่อก็มาถึง ตั้งแต่เช้า มิต จวนไท่ซือก็ส่งคนออกไปเฝ้าบอร์ดประกาศ ทั้งจวนเต็มไปด้วย บรรยากาศตึงเครียด แต่ภายในสวนสุยเฟิง จ้าวเชอเฟิงกลับนั่งดื่มชาอย่าง สงบ ราวกับผลสอบไม่เกี่ยวข้องกับเยา
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้น หลงเอ๋อร์ วิ่งเข้ามาอย่างร้อน
รน หอบหายใจแทบไม่ทัน
“คุณหนู! คุณชายเพิง! ผลสอบ…ประกาศแล้ว!
นางพูดแทบไม่เป็นคํา ก่อนจะตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
“คุณชายเพิ่งสอบได้ อันดับหนึ่งของฮุ่ยชื่อ!”
“ตอนนี้ท่านคือ ฮุยหยวนแล้ว!
ภายในห้องเงียบลงชั่วขณะ จ้าวเข่อหรันกับจ้าวเย่อเฟิงสบตากัน
จากนั้น ทั้งสองก็ยิ้มขึ้นพร้อมกัน รอยยิ้มสงบ แต่แฝงคมมีดเย็นเยียบ
หมาก….เริ่มเดินแล้ว