หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 176 จ้าวเย่อเฟิงสอบได้จอหงวน
176 จ้าวเย่อเฟิงสอบได้จอหงวน
จ้าวเข่อหรันเงยหน้ามองชายตรงหน้าอย่างสงบ ก่อนเอ่ยเสียงเบา
ช ช้าเคยเย้าเฝ้าฮ่องเต้แล้ว”
ชื่อชวี่ชะงักไปทันที คิ้วขมวดแน่นขึ้น
เขาเรียกเจ้าพบทําไม ?” น้ําเสียงของเขาแฝงความระแวง
‘หรือเป็นเรื่องพระชายารอง? เพราะย้าไม่ยอมรับสตรีอื่น เขาจึงไป
หาเจ้าสินะ?
ต้องยอมรับว่า ซ๊อชวี่เข้าใจชื่อหลิงจื้อดีเกินไป เพียงเอ่ยไม่กี่คําก็
เตาเป้าหมายได้เกือบทั้งหมด แต่จ้าวเข่อหรันไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้ ความ
สัมพันธ์ระหว่างสองพ่อลูกก็เปราะบางพออยู่แล้ว
หากเขารู้ว่าฮ่องเต้เคย เรียกนางไปเกลี้ยกล่อมเรื่องพระชายารอง ความบาดหมางคงยิ่งลึกขึ้น
ฮ๊อตซวี่มองนางอย่างจริงจัง แววตาลึกซึ้งหนักแน่น
“ข้าจะไม่มีวันทรยศ าสัญญาของเรา ต่อให้ต้องหันหลังให้ทั้งโลก ย้าก็จะไม่มีวันหันหลังให้เจ้า
คําพูดนั้นหนักแน่นราวคําสัตย์สาบาน จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง ๆ แต่ไม่ ได้ตอบอะไร นางกลับเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล
‘พวกเรากลับจวนก่อนเถิดเจ้าค่ะ หากมีเรื่องจะพูดค่อยคุยกันบ้าง ในเถิด อย่ายืนอยู่หน้าประตูเช่นนี้เลย อีกอย่างเฟิงเอ๋อ เพิ่งสอบเสร็จ คง เหนื่อยไม่น้อย ควรให้เยาพักผ่อนก่อน”
ความจริงแล้ว ในใจของจ้าวเข่อหรันยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ก่อนหน้านี้ ฮ่องเต้เคยกล่าวไว้ว่า บัลลังก์นั้นเตรียมไว้ให้ชือ ชวี่ แต่สิ่งที่นางอยากรู้ จริง ๆ คือ เขา…อยากได้มันหรือไม่ จ้าวเข่อหรันจึงมองเขาอย่างจริงจัง แล้วถามขึ้น
‘ชวี่ ข้าขอถามท่านหนึ่งคํา ท่านต้องตอบตามความจริง” ชือ ชวี่เลิกคิ้ว
‘ท่านคิดจะนั่งบนบัลลังก์นั้นหรือไม่?”
อือ ชวี่เงียบไปครู่หนึ่ง เขายังคงจําได้ดี ครั้งหนึ่งจ้าวเข่อหรันเคย
ถามเขาเล่น ๆ
หากยัาอยากเป็นฮองเฮา ท่านจะไปแย่งบัลลังก์หรือไม่?”
ตอนนั้นเขาตอบว่า “จะ” และวันนี้ คําตอบของเขาก็ยังเหมือนเดิม ชือ ชวี่มองนางลึกซึ้ง ก่อนเอ่ยช้า ๆ
“ข้าอยาก”
จากนั้นเสียงของเขาก็หนักแน่นขึ้น
และช้าจะต้องได้นั่งบนนั้น
แต่สิ่งที่จ้าวเข่อหรันไม่รู้ก็คือ ซื้อที่ไม่ได้อยากเป็นฮ่องเต้เพราะ
ความทะเยอทะยาน เขาอยากเป็นฮ่องเต้ เพราะนาง หากนางอยาก เป็นฮองเฮา เขาก็จะขึ้นครองบัลลังก์ เพียงเท่านั้นเอง และเขาจะไม่มีวัน บอกเรื่องนี้กับนาง เพราะเขาไม่อยากให้จ้าวเข่อหรันต้องแบกรับความรู้สึก ผิดใด ๆ
ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็นั่งรถม้ากลับไปยังจวนไท่ซือ ก่อนถึงจวน ย่า วดีก็มาถึงก่อนแล้ว ทันทีที่รถม้าเทียบท่า จ้าวซงก็รีบออกมาต้อนรับด้วยสี หน้าปลาบปลื้ม
“เฟิงเอ๋อร์!”
เขาตบไหล่ลูกชายอย่างแรง
เจ้าหาได้ดีมาก! พ่อภูมิใจในตัวเจ้าจริง ๆ!”
ตรงกันข้ามกับบิดาที่ตื่นเต้นยิ่งนัก จ้าวเย่อเฟิงกลับนิ่งสงบ สีหน้า
ไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
“ท่านพ่อชมเกินไปแล้ว ครั้งนี้เพียงโชคดีเท่านั้น ผู้มีความสามารถ
เหนือกว่าลูกยังมีอีกมาก
คําพูดสุภาพถ่อมตน ทําให้จ้าวซงยิ่งหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่า ๆ ๆ สมกับเป็นลูกข้า! ได้จอหงวนแล้วยังถ่อมตัวเช่นนี้!”
ขณะเดียวกัน จ้าวเย่อหรันเพียงยืนมองเงียบ ๆ สายตาของจ้าวชงมี เพียงลูกชายคนนี้เท่านั้น ราวกับลืมไปแล้วว่านางยืนอยู่ตรงนี้ด้วย แต่นาง
ไม่ใส่ใจเลย จ้าวเข่อหรันยิ้มแล้วเอ่ยกับน้องชาย
“เฟิงเอ๋อร์ เจ้าหาได้ดีมาก ครั้งนี้ไม่ว่าท่านปูหรือท่านพ่อ ต่างต้อง ยินดีต่อการตัดสินใจในอดีตแน่นอน”
จ้าวเข่อเฟิงยิ้มกว้าง ในคําพูดของพี่สาว เขารับรู้ได้ถึงความอบอุ่น
จริงใจ เยากับศีรษะเล็กน้อย
“พี่หญิง… ขอบคุณท่าน หากไม่มีท่าน วันนี้ข้าคงไม่มีทางมาถึงจุดนี้ ได้ แม้แต่ท่านแม่ ก็คงไม่มีวันได้เป็นฮูหยินรองของจวนไท่ซือเช่นกัน
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“อย่าขอบคุณข้าเลย ทุกอย่างเป็นผลจากความพยายามของเจ้าเอง ส่วนเรื่องแม่เจ้า ข้าเพียงช่วยผลักดันเล็กน้อยเท่านั้น
ไม่นานหลังจากนั้น ทั่วทั้งจวนใหฮือก็เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่ง
ความยินดี ลูกชายสอบได้ จอหงวน เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ก็ทําให้ จ้าวชงเดินตัวลอยไปทั้งวัน ผู้คนในจวนต่างมองซุนเชี่ยนด้วยสายตาเปลี่ยน ไป ก่อนหน้านี้ แม้นางจะถูกยกขึ้นเป็นภรรยารอง แต่เดิมทีเป็นเพียงอนุ ผู้ คนจึงยังมองด้วยสายตาดูแคลน
ทว่า ตอนนี้ นางคือ มารดาของจอหงวน เกียรติยศเช่นนี้ ใครเล่าจะ กล้าดูหมิ่น ไม่นาน จวนไปซื้อก็ต้องเตรียมรับอีกเหตุการณ์สําคัญ วันเกิด ยอง จ้าวเข่อหรัน และ จ้าวเย่อเหริน ปีนี้แตกต่างจากทุกปี
เพราะหลังวันเกิดนี้ พวกนางจะกลายเป็นสตรีที่บรรลุนิติภาวะ และ ถึงวัยออกเรือน พิธีนั้นเรียกว่า พิธีปักปิ่น พิธีสําคัญที่สุดของสตรี แน่นอน ว่า จวนไท่ซือเตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่
เช้าตรู่ของวันพิธี จ้าวเข่อหรันและจ้าวเย่อเหรินอาบนํ้าแต่งกาย เรียบร้อยแล้ว และรออยู่ในห้องด้านหลัง ก่อนพิธีเริ่ม พวกนางต้องรออยู่ที่ นี่ก่อน จ้าวเข่อหรันเต็มไปด้วยความคาดหวัง เติมทีพิธีควรจัดโดย จวนไปซื้อ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ซื้อเซรี่ได้คุยกับจ้าวซงเรียบร้อยแล้ว แม้พิธี จะจัดในจวนไท่ซือเหมือนเดิม แต่รายละเอียดทุกอย่าง ชือ ช เป็นคนจัด การทั้งหมด ดังนั้นจนถึงตอนนี้ จ้าวเข่อหรันก็ยังไม่รู้เลยว่า ใครจะมาเป็น ผู้ประกอบพิธี
ในขณะนั้นเอง จ้าวเย่อเหรินมองรอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวเข่อหรัน แล้วรู้ กขัตตาอย่างยิ่ง วันนี้พวกนางจัดพิธีพร้อมกัน แต่พิธีของ จ้าวเข่อหรันกลับถูกจัดโดย อ๋องชวี่ และตั้งแต่เช้า เขาก็มารอเพื่อร่วมพิธี ตรงกันข้ามกับนาง องค์รัชทายาทไม่แม้แต่จะมา เพียงคิดถึงเรื่องนี้ ความ อับอายก็แล่นขึ้นมาในใจ จ้าวเย่อเหรินกัดฟันแน่น ก่อนเอ่ยเสียงเย็น
“จ้าวเข่อหรัน ตอนนี้เจ้าคงภูมิใจมากสินะ”
จ้าวเย่อหรันขมวดคิ้วทันที
“เจ้าจะก่อเรื่องอีกแล้วหรือ? วันนี้เป็นวันมงคล เจ้าจะหาเรื่องให้วุ่น
วายทําไม?
อ้าวเย่อเหรินหัวเราะเย็น
“หาเรื่อง ? หรือว่าเป็นเจ้า ตั้งใจทําให้ย้าอับอายกันแน่! ให้
อ๋องหวีจัดพิธีทุกอย่างให้เจ้า ก็เพื่อเหยียบหน้าข้าไม่ใช่หรือ!”
จ้าวเย่อหรันถอนหายใจเบา ๆ
“จ้าวเย่อเหริน เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว ข้าไม่เคยขออะไรจากเขาเลย
ยาอยากทํา ย้าก็เพียงยอมรับ ก็เท่านั้น”
คําพูดเรียบง่าย แต่กลับเหมือนมีดคมบางกรีดลงบนใจอีกฝ่าย
จ้าวเย่อเหรินโกรธจนหน้าแดง
“พูดให้ดูดีไปเถอะ! ถ้าเจ้าไม่พูด เขาจะทําแบบนี้หรือ? ท่าแล้วก็อย่า
มาเสแสร้งให้คนดูถูก!”
จ้าวเข่อหรันไม่อยากเสียเวลากับนางอีก จึงหันหน้าหนี ไม่พูดอะไร ต่อ จ้าวเย่อเหรินเองก็ไม่อยากขายหน้าต่อ ทั้งสองจึงนั่งเงียบอยู่ในห้อง บรรยากาศเย็นเยียบราวนํ้าแข็ง
ขณะเดียวกัน ในห้องโถงด้านหน้า เสียงประกาศ งขึ้นกะทันหัน
“ไทเฮาเสด็จ!”
ทุกคนตกตะลึง ก่อนรีบคุกเข่าพร้อมกัน
“ถวายบังคมไทเฮา ไทเฮาพันปี พันปี พันพันปี!
สตรีในฉลองพระองค์สีเหลืองอ่อนเดินเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม พระ
นางโบกพระหัตถ์เบา ๆ
“ลุกขึ้นเถิด”
หลังจากประทับนั่งแล้ว จ้าวชงก็รีบค่านับ
‘กระหม่อมไม่ทราบว่าไทเฮาจะเสด็จมา มีได้ออกไปรับ ขอทรงอภัย”
ไทเฮายิ้มเมตตา
“ไม่เป็นไร วันนี้ข้ามิได้มาด้วยเรื่องใหญ่ เพียงเพราะหลานชายของ
ย้า หวงแหนว่าที่ชายาของเขานัก จึงมาขอให้ข้ามาเป็นผู้ประกอบพิธีปักปิ่น ให้กับ เหวินจวิ้นจี่”
ทันทีที่คําพูดนี้จบลง ทั้งห้องโถงก็เงียบงัน ก่อนเสียงฮือฮาจะด้ง
ขึ้น ไทเฮาเป็นผู้ประกอบพิธี! ในราชวงศ์ตารี่ สตรีที่มีเกียรติสูงสุด ก็คือ ไทเฮา ดังนั้น พิธีปักปิ่นที่ไทเฮาเป็นผู้ประกอบพิธี ถือเป็นเกียรติสูงสุด ใน รุ่นนี้ มีเพียง จ้าวเข่อหรัน คนเดียวเท่านั้น สีหน้าของผู้คนเต็มไปด้วยความ
ตะลึง
ขณะเดียวกัน ฉินเซียงเห และจ้าวซงต่างมองไทเฮาด้วยสายตาคาด หวัง หวังว่าพระนางจะเอ่ยต่อว่า จะประกอบพิธีให้จ้าวเย่อเหรินด้วย แต่
ไทเฮากลับเพียงยิ้ม แล้วไม่กล่าวอะไรอีก ความหวังนั้นจึงดับวูบลงทันที แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูดอะไร
เพราะคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า คือ ไทเฮา นั่นเอง และวันนี้ พิธีปักปิ่น ยองจ้าวเข่อหรัน กําาลังจะกลายเป็นงานที่ทั้งเมืองหลวงต้องกล่าวขาน…