หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 179 กลลวงในเงามืด
179 กลลวงในเงามืด
หลังพิธีปักปิ่นของจ้าวเข่อหรันและจ้าวเย่อเหรินผ่านพ้นไปได้ไม่
นาน เรื่องการแต่งงานของสองพี่น้องก็ถูกยกขึ้นมาหารืออย่างเป็นทาง การ ครึ่งเดือนหลังจากนั้น ทั้งสองก็จะต้องเริ่มเตรียมตัวออกเรือนแล้ว บุตรสาวสองคนของจวน หรือออกเรือนในวันเดียวกัน งานที่ต้องจัดเตรียม จึงมากมายเป็นพิเศษ ภายในจวนวุ่นวายราวกับรังผึ้งถูกเขีย
และในเวลาเดียวกันนั้น…สินเดิมของจ้าวเย่อหรันก็ทยอยถูกส่งเข้า
มายังจวนใหรืออย่างไม่ขาดสาย นอกจากสินเดิมที่ทางจวนใหรือเตรียมไว้ ให้แล้ว ยังมีสินเดิมที่ส่งมาจากในวังหลวง และสินเดิมที่จวนเจิ้นเป่ยโหว
เตรียมไว้ให้อีกส่วนหนึ่ง หากพูดถึงเฉพาะสินเดิมที่วังหลวงส่งมา เพียงแค่ ระดับของ “จวิ้นจี่” ก็หรูหราสง่างามเกินกว่าที่ตระกูลขุนนางทั่วไปจะเทียบ
ได้แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงของจากจวนเจิ้นเป่ยโหว ล้วนเป็นของล้ําค่า หายาก ดุจสมบัติในตํานาน นับไม่ถ้วน กล่าวโดยรวมแล้ว สินเดิมของ จ้าวเข่อหรัน… มั่งคั่งหรูหราจนแทบจะเทียบได้กับ เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ เรื่องนี้ทําให้สตรีทั้งเมืองหลวงต่างพากันอิจฉาจนแทบกัดผ้าเช็ดหน้า
ส่วนสินเดิมของจ้าวเย่อเหริน เมื่อเทียบกับบุตรสาวตระกูลใหญ่ทั่ว
ไป ก็ถือว่ามากพอสมควรแล้ว เห็นได้ชัดว่า จ้าวชง พยายามเตรียมให้อย่าง เต็มกําลัง แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็เป็นเพียงหรือคนหนึ่ง ฐานะทางทรัพย์สิน ย่อมมีขอบเขต ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีบุตรชายสายตรงอยู่หนึ่งคน ย่อมไม่ อาจทุ่มทรัพย์สินทั้งหมดให้บุตรสาวสองคนได้
และที่สําคัญ…สินเดิมของจ้าวเย่อเหริน ไม่มีส่วนจาก
จวนเจิ้นเป่ยโหว ดังนั้น เมื่อเทียบกับของจ้าวเข่อหรันแล้ว ของจ้าวเย่อเห รินจึงดูจืดชืด จนแทบยกขึ้นโชว์ต่อหน้าผู้คนไม่ได้
ภายใน สวนเชี่ยอวี่ บรรยากาศกดดันหนักอึ้งราวเมมฝนต่ําา ช่วง หลายวันที่ผ่านมา สีหน้าของจ้าวเย่อเหรินไม่เคยดีเลย โดยเฉพาะหลังจาก เห็นความแตกต่างของสินเดิมสองกองนั้น ทั้งสวนจึงตกอยู่ในสภาพเงียบ กริบ บ่าวไพร่ต่างเดินกันอย่างระมัดระวัง ราวกับเหยียบอยู่บนเปลือกน้ํา แข็งบาง ๆ เพราะทุกคนรู้ดีว่า หากทําผิดเพียงเล็กน้อย ก็อาจถูกระบาย อารมณ์ใส่ได้ทุกเมื่อ
“คุณหนู…ท่านอย่าโกรธมากนักเลยเจ้าค่ะ”
เสียนอวิ๋นเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง
“เรื่องสินเติม…อย่าได้เก็บมาใสใจเลย ไม่ว่าอย่างไร คุณหนูใหญ่ก็ได้ รับพระราชทานตําาแหน่ง เหวินจวิ้นจี่ จากฮ่องเต้ สินเดิมมากหน่อย…ก็ถือ ว่าสมเหตุสมผล”
คําพูดนั้น เหมือนน้ําเย็นสาดใส่กองไฟ สีหน้าของจ้าวเย่อเหรินกลับ ยิ่งมีตมนลง นางหันไปถลิงตามองเสียนอวิ๋น
‘เจ้าหมายความว่าอย่างไรนะ”
เสียงของนางเย็นเฉียบ
“เจ้าหมายความว่า….ฐานะของจ้าวเข่อหรันสูงกว่าช้า ดังนั้นสินเดิม
ของนางมากกว่าย้า ก็เป็นเรื่องสมควร…ใช่หรือไม่?”
เสียนอวิ๋นหน้า ตทันที
‘บ่าว…บ่าวไม่ได้หมายความเช่นนั้น…”
แต่จ้าวเย่อเหรินกลับหัวเราะเยาะ
‘เจ้าคิดว่าข้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะด่าเจ้าหรือ?”
ดวงตานางเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
แค่พูด าหนีเจ้าค่าเดียว เจ้าก็ทําหน้าราวกับถูกกลั่นแกล้ง แล้วเจ้า
คิดว่าถ้าไม่คับแค้นหรือ?”
“พวกเราล้วนเป็นบุตรสาวของจวนไปซื้อเหมือนกัน เหตุใดสินเดิม
ยองจ้าวเข่อหรันจึงดีกว่าย้าถึงเพียงนั้น?”
“เหตุใด?!”
เสียนอวั่นก้มหน้าลง นัยน์ตาแดง า แต่ไม่กล้าโต้แย้งแม้แต่คํา เดียว ขณะนั้นเอง เสียบถั่วที่ยืนอยู่ด้านข้าง เห็นว่าเจ้านายระบายอารมณ์
พอแล้ว จึงรีบก้าวออกมา
เสียนอวิ่นก็แค่โง่เขลาเจ้าค่ะ
นางกล่าวด้วยนํ้าเสียงประจบ
“คุณหนูใหญ่มีอะไรดีนักหนา เล่ห์เหลี่ยมเสแสร้งทั้งนั้น ฮ่องเต้ก็ เพียงมองไม่ออกเท่านั้น ถึงได้พระราชทานตําแหน่งจวิ้น ให้
นางหัวเราะเยาะเบา ๆ
“ต่อให้เป็นจวิ้นจี่ก็เถอะ แต่ก็ไม่มีสายเลือดราชวงศ์อยู่ดี พูดให้ ตรง ๆ ก็แค่ จวิ้น ปลอม เท่านั้น จะมีอะไรน่าเกรงใจนัก” ได้ยินคําพูดนั้น สีหน้าของจ้าวเข่อเหรินค่อย ๆ ดีขึ้น เสียน วเห็น เช่นนั้นก็ยิ่งอีกเหิม
“คุณหนู ท่านอย่าไปใสใจเลย แม้คุณหนูใหญ่จะเป็นพระชายาเอก ของท่านอ๋องซวี่ แต่สุดท้ายแล้ว ท่านอ๋องซวี่ก็ไม่เคยเข้าราชสํานัก ต่อให้เป็น อ๋อง ก็เป็นได้แค่อ่องว่างงาน แต่คุณหนูต่างออกไป ท่านกําลังจะแต่งกับ องค์รัชทายาท นั่นคือฮ่องเต้ในอนาคต”
“เมื่อวันหนึ่งองค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์ คุณหนูก็จะกลายเป็นสนม
ของฮ่องเต้”
นางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
ถึงแม้จะไม่ใช่ฮองเฮา แต่ดูอย่างสนมเชียวกุ้ยเฟยในอดีต หรือ สนมหยุนกุ้ยเฟยในปัจจุบันสิเจ้าคะ ล้วนรุ่งเรืองเพียงใด
เป็นได้
“บางทีในอนาคต…คุณหนูใหญ่อาจต้องคอยดูสีหน้าของท่านอยู่ก็
คําพูดนี้ เหมือนยาแก้พิษในใจ ดวงตาของจ้าวเย่อเหรินสว่างวาบ
“ถูกต้อง!”
นางหัวเราะเบา ๆ
“จ้าวเย่อหรันมีอะไรน่าภูมิใจนัก ก็แค่ได้เป็นพระชายาเอกของอ๋อง
ว่างงานเท่านั้น แต่ย้า..จะเป็นสนมของฮ่องเต้”
ทันใดนั้น ความริษยาในดวงตานางก็ลุกโชน
ตี”
“แต่ถึงอย่างนั้น…แค่เห็นนางยิ้มอย่างภาคภูมิ ข้าก็ยังรู้สึกขัดตาอยู่
ครอง”
นางก๋าหมัดแน่น
“โดยเฉพาะคําสัญญาในงานคัดเลือกพระชายา…หนึ่งชีวิต หนึ่งคู่
คําพูดของอ๋องซวี่ในวันนั้น ทําให้สตรีทั่วแผ่นดินอิจฉา รวมถึง….นาง
ด้วย จ้าวเย่อเหรินกัดฟัน
‘นางคิดจริงหรือว่าจะได้ความสุขเช่นนั้น? ฝันไปเถอะ”
รอยยิ้มของนางค่อย ๆ เย็นเยียบ
“ย้าอยากเห็นนัก…ถ้าหลังจากแต่งงานแล้ว นาง ไม่มีวันมีลูกใต้ อ๋องซวี่จะยังรักนางเหมือนเดิมหรือไม่”
ทันทีที่คําพูดนี้หลุดออกมา เรียนถั่วถึงกับสะดุ้ง นางเพียงคิดจะ สร้างปัญหาเล็ก ๆ ให้คุณหนูใหญ่เท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเจ้านายของตนจะโหด เหี้ยมถึงขั้นนี้ สตรีที่ไม่มีบุตร…. ไม่ว่าราชวงศ์หรือสามัญชน ก็แทบไม่มีที่ยืน ในครอบครัว เรียนอวิ๋นหน้าซีดทันที
“คุณหนู…เรื่องนี้ไม่เหมาะจริง ๆ เจ้าค่ะ หากเกิดเรื่องขึ้นมา อ๋องซวี่ต้องสืบสวนแน่นอน ถึงตอนนั้นอาจสาวมาถึงพวกเรา…”
จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเย็น
‘ใครบอกว่าต้องเป็นฝีมือของพวกเรา?”
เสียนลิ่วชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วทันใดนั้น ดวงตานางก็เป็นประกาย
“คุณหนู…”
นางยิ้มอย่างลึกลับ
ท่านลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ ในสวนเชี่ยอ ยองเรา…ยังมีหมากตัว
หนึ่ง คนที่มีความแค้นเลือดต่อคุณหนูใหญ่ ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย
พี่สาว..คงไม่จางหายง่าย ๆ หรอก”
จ้าวเย่อเหรินชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วดวงตาก็สว่างวาบ
“เจ้าหมายถึง…”
“ชิงจู?”
เสียนลิ่วยิ้ม
“ถูกต้องเจ้าค่ะ พวกเราเลี้ยงนางไว้ตั้งนาน จะปล่อยให้เป็นหมากไร้ ประโยชน์ได้อย่างไร”
นิดเดียว”
จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเสียงต่ําา ดวงตาเต็มไปด้วยเงามีต
“ต๊..ดีมาก เสียนลั่ว เจ้าจัดการเรื่องนี้ จ๋าไว้…อย่าให้ใครจับพิรุธได้
เสียนสั่วรีบก้มศีรษะ
“คุณหนูวางใจได้เจ้าค่ะ บ่าวจะไม่ปล่อยให้ใครคว้าหลักฐานได้แม้แต่
จ้าวเย่อเหรินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“หาเรื่องนี้ให้ดี ในอนาคต…ย้าจะไม่ทําให้เจ้าผิดหวัง” เสียนลั่วดีใจจนแทบกลั้นไม่อยู่
“ขอบพระคุณคุณหนูเจ้าค่ะ”
นางคํานับ ก่อนจะรีบออกไปจัดการ ภายในห้องเหลือเพียงเสีย นอวิ๋นที่ยืนอยู่เงียบ ๆ หัวใจของนางเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น นางไม่รู้ เลยว่า แผนการนี้จะลงเอยอย่างไร แต่หากเกิดความผิดพลาดขึ้น…. คลื่น พายุที่จะซัดกระหน่ําาจวนไท่ชื่อครั้งนี้ คงไม่ใช่เรื่องเล็กแน่นอน
และเมื่อมองไปยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยความแค้นของจ้าวเย่อเหริน เสียนอวิ๋นก็ทําได้เพียง… กลืนคําเตือนทั้งหมดกลับลงคออย่างเงียบงัน