หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 183 ตัดสัมพันธ์ให้สิ้นซาก
183 ตัดสัมพันธ์ให้สิ้นซาก
ทันทีที่ได้ฟังรายงานของเสียนอวิ๋น จ้าวเย่อเหรินถึงกับหน้าซีด สี
หน้าแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด
“เจ้าว่าจ้าวเข่อหรันพาชิงจูมาที เชี่ยอวี่หยวน อย่างนั้นหรือ? หรือว่า
นางรู้เรื่องอะไรเข้าแล้ว ถึงได้มาหาเรื่องถึงที่!”
อะไรเล่า”
เสียนลิ่วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบเอ่ยปลอบทันที
“คุณหนูอย่าเพิ่งตระหนกเจ้าค่ะ พวกเราไม่ได้ทําอะไรผิด จะไปกลัว
รอจนจ้าวเย่อเหรินค่อย ๆ สงบลงบ้าง เสียนลั่วจึงหันไปถามเสีย
นอวิ่นอย่างจริงจัง
“ตอนคุณหนูใหญ่พาชิงจูมานั้น สีหน้านางเป็นอย่างไร โกรธมาก หรือไม่ แล้วมีใครมาด้วยหรือเปล่า นายท่านกับฮูหยินมาด้วยไหม?
เสียนอวิ่นพยายาม ก
“ตอนนั้นข้าตกใจมาก เลยไม่ได้มองดี ๆ แต่เหมือนจะมีแค่คุณหนู ใหญ่คนเดียวเจ้าค่ะ มีสาวใช้สองคนคุมตัวซึ่งจูมาเท่านั้น นายท่านกับฮูหยิน
ไม่ได้ตามมา
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เรียนสั่วถึงกับถอนหายใจโล่ง
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วเจ้าค่ะ”
นางยิ้มบาง ๆ วิเคราะห์อย่างเยือกเย็น
ๆ
“ถ้าคุณหนูใหญ่มีหลักฐานจริง นางคงไม่มาคนเดียวแน่ อย่างน้อยก็ ต้องพานายท่านหรือฮูหยินมาด้วย หรือไม่ก็ตรงไปฟ้องที่เรือนใหญ่แล้ว แสดงว่าตอนนี้นางยังไม่มีหลักฐานอะไร”
ดวงตาเสียนล้วเป็นประกายเล็กน้อย
“มากสุดก็แค่สงสัยคุณหนูเท่านั้น”
จ้าวเย่อเหรินได้ยินเช่นนั้น สีหน้าค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
ๆ
“ก็จริง…”
ได้?”
นางหัวเราะเยาะเบา ๆ
นางจะสงสัยก็สงสัยไปเถอะ หากไม่มีหลักฐาน นางจะหาอะไรข้า
เสียนลั่วพยักหน้า
“ดังนั้นตอนนี้คุณหนูเพียงออกไปพบอย่างใจเย็นก็พอเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อเหรินสูดลมหายใจลึก ก่อนรอยยิ้มงดงามจะค่อย ๆ ปรากฎ
ยืนบนใบหน้า
“เสียนอวิ๋น เสียนลั่ว ช่วยช้าแต่งตัวใหม่ เราจะออกไป ‘ต้อนรับ’ พี่
สาวผู้แสนดีของย้าสักหน่อย
“เจ้าค่ะ”
ทั้งสองรับค่าพร้อมกัน ในห้องโถงย่อยของเสี่ยอวี่หยวน จ้าวเข่อหรันนั่งอย่างสงบอยู่บนเก้าอี้ น้ําชาถูกยกมาวางตรงหน้า นางยกขึ้น จิบช้า ๆ ท่าทางสบายราวกับมานั่งสนทนาธรรมดา หากไม่ใช่เพราะข้างกาย นางยังมีฉันเสียงกับชื่อเสียงกดตัวซึ่งจูไว้ ภาพตรงหน้าคงดูเหมือนแขกที่มา เยี่ยมเยียนเท่านั้น ซึ่งจูถูกกดให้คุกเข่าอยู่บนพื้น สีหน้าซีดเผือด
แต่ตั้งแต่จ้าวเข่อหรับพูดเรื่อง “การเดิมพัน” กับนาง หัวใจของชิงจู กลับสงบลงอย่างประหลาด ในความคิดของนาง คุณหนูรองเป็นคนอ่อน โยน ใจดี นางต้องช่วยขอความเมตตาให้แน่ หากเพียงเอ่ยปากหนึ่ง ประโยค ไม่ใช่แค่ตัวนาง แม้แต่ครอบครัวก็จะรอดพ้นภัย ความหวังเล็ก ๆ จึงยังคงลุกโชนอยู่ในอก
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านนอก ทุกคนหันไป มอง จ้าวเย่อเหรินเดินเข้ามาอย่างสง่างาม ดวงตา าวาว ริมฝีปากแดงระ เรื่อ ใบหน้าสดใสราวดอกท้อสามฤดู งามสงบเยือกเย็นดั่งเบญจมาศปลาย
สารพ
หยัน
‘พี่สาวนี่ช่างเป็นแยกหายากจริง ๆ”
จ้าวเข่อเหรินยิ้มบาง ๆ นั่งลงตรงข้าม แววตาเต็มไปด้วยการเย้ย
“วันนี้ลมอะไรพัดท่านมาถึงเซียอวี่หยวนของข้า เราก็ไม่ใช่คนแปลก
หน้ากันอยู่แล้ว มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถิด”
จ้าวเข่อหรันบึ้มบาง สายตาคมกริบกวาดมองนางอย่างเงียบงัน
“ดูเหมือนน้องสาวจะรีบร้อนนัก”
นางวางถ้วยชา
“แต่ก่อนอื่น ข้าขอถามเจ้าเรื่องหนึ่ง วันนี้ เจ้ารู้หรือไม่ว่า สาวใช้คน
นี้ ทําเรื่องอะไรลงไป
จ้าวเย่อเหรินขมวดคิ้ว
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร”
นางแสร้งท้าเป็นไม่ใสใจ
ถ้ายังจําไม่ได้เลยว่านางเป็นใคร”
คําพูดนั้น ทําให้ถึงจูที่คุกเข่าอยู่ชะงักไปทั้งตัว ดวงตาเบิกกว้าง ไม่รู้ จัก…? นี่คือคุณหนูรองที่เคยพูดกับนางด้วยน้ําเสียงอ่อนโยนไม่ใช่หรือ จ้าวเย่อหรันเห็นภาพนั้น ก็เพียงยิ้มบาง รอยยิ้มเย็นเฉียบ
“จริงหรือ แต่สาวใช้คนนี้กลับบอกข้าว่า ทุกอย่างที่นางทํา…เป็น
เพราะ เจ้าบอกนาง
อ้าวเย่อเหรินหัวเราะเบา ๆ
“พี่สาวพูดอะไรไร้สาระ ข้าจะไปคุยเรื่องแบบนั้นกับสาวใช้ชั้นต่ําได้ อย่างไร ไม่ใช่การลดฐานะตัวเองหรอกหรือ”
คําพูดนั้นเหมือนมีด แทงทะลุหัวใจ งจูทันที ใบหน้าของนางชีต เผือด ในหัวเกิดค่าถามสับสน ถ้าอย่างนั้น…ที่ผ่านมา คําพูดใดคือความ จริง คําพูดใดคือค่าลวง ทั้งหมด นางทํา…มีความหมายอะไรเลยหรือ? จ้าวเย่อหรันมองภาพนั้นอย่างเงียบงัน ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย นางรู้อยู่แล้ว จ้าวเย่อเหรินไม่มีวันช่วย คนอย่างนาง เมื่อเกิดเรื่องขึ้น สิ่ง แรกที่ท่าคือ ตัดความเกี่ยวข้องทุกอย่าง
ขณะนั้นจ้าวเย่อเหรินก็เริ่มรู้สึกบางอย่างผิดปกติ ตั้งแต่นางเข้ามา จ้าวเข่อหรันดู….สบายเกินไป หากกินขนมที่ใล่นย้าฝรั่นเข้าไปจริง ร่างกาย ควรได้รับผลกระทบแล้วไม่ใช่หรือ แต่ตอนนี้นางกลับดูแข็งแรงดีทุกอย่าง
จ้าวเย่อเหรินอตถามไม่ได้
หรือว่า…เจ้าไม่ได้กินมัน?”
จ้าวเย่อหรันยิ้มอย่างไม่รีบร้อน
“
ค้าตอบนั้นท้าให้สีหน้าจ้าวเย่อเหรินเปลี่ยนไปทันที
‘เค้าไม่ได้กิน!?”
นางก๋าหมัดแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ จ้าวเบ่อหรันยัง
คงยิ้มอย่างสงบ
‘น้องสาว ข้ายังพูดไม่จบ
สายตานางเย็นเฉียบ
‘สาวใช้คนนี้ใส่ หญ้าฝรั่น ลงในขนมของย้า หากข้ากินเข้าไปจริง
ตอนนี้คงต้องนอนซมอยู่บนเตียงแล้ว
จากนั้นนางมองจ้าวเย่อเหรินตรง ๆ
แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือข้าพบเรื่องหนึ่ง สาวใช้คนนี้
นางเว้นค่าเล็กน้อย
‘เป็นน้องสาวของหลิงเอ๋อร์”
ทันทีที่คํานี้หลุดออกมา สีหน้าจ้าวเข่อเหรินแข็งค้าง จ้าวเข่อหรันยัง
คงมองนาง เสียงเรียบเย็น
หรือ?”
“นางเข้ามาในจวนไท่ซือ เพื่อแก้แค้นแทนพี่สาว เรื่องนี้…เจ้าก็ไม่รู้
บรรยากาศในห้องโถงพลันเย็นจัด จ้าวเย่อเหรินรู้ กว่าลมหายใจ
ติดขัด แต่ไม่นานนางก็หัวเราะเยาะ
“ข้าไม่รู้ หลิงเอ๋อขโมยเครื่องประดับพระราชทาน โทษตายย่อมหนี ไม่พ้น นางตายเพราะตัวเอง ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น”
คําพูดนั้น ทําให้ความหวังสุดท้ายในดวงตาชิงดับวูบลง ในที่สุด นางก็เย้าใจแล้ว คุณหนูรอง…ไม่มีวนช่วยนาง จ้าวเข่อหรินมองภาพนั้น เงียบ ๆ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงเบา
“ดีมาก ในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้
นางหันไปสั่ง
“จีนเชียง อเชียง ในเมื่อคุณหนูรองไม่เกี่ยวข้อง ก็พาตัวชิงจูกลับ
เรือนชุนฮุย ข้าจะพิจารณาโทษของนางเอง”
พูดจบ จ้าวเข่อหรันก็ลุกขึ้น ไม่แม้แต่จะมองจ้าวเข่อเหรินอีก เพียง หันหลังจากไปอย่างสงบ ทิ้งไว้เพียงความเงียบเย็นยะเยือกในห้องโถงเชื่
ยอ หยวน และหัวใจที่แตกสลายของคนผู้หนึ่งบนพื้น