หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 187 การทรยศของเสียนลั่ว
187 การทรยศของเสียนลิ่ว
กว่าจ้าวเข่อหรันจะจากไปนานแล้ว จ้าวเย่อเหรินจึงค่อย ๆ ได้สติ กลับคืน ไม่รู้เพราะเหตุใด….ยามเผชิญหน้ากับจ้าวเข่อหรันเมื่อครู่ นางกลับ
รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล โดยเฉพาะตอนที่ได้ยืนอีกฝ่ายเอ่ย อย่างราบเรียบว่า “ชิงจูถูกจัดการแล้ว”
เพียงประโยคเดียว กลับทําให้ความหนาวเย็นคืบคลานขึ้นมาจากกัน บึ้งหัวใจ ตลอดมา นางไม่เคยคิดเลยว่าจ้าวเข่อหรันจะเป็นคนเช่นนี้ แม้นาง จะรู้ว่าพี่สาวคนโตเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน…. แต่ก็เพียงคืดว่าเปลี่ยนไปเล็ก น้อยเท่านั้น ทว่าในวันนี้ นางเพิ่งตระหนักว่า คนตรงหน้า…ไม่ใช่สตรีอ่อน โยนคนเดิมอีกแล้ว
ความเยือกเย็นนั้น ราวกับมีคมมีดซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้ม ยิ่งคิด จ้าวเข่อ เหรินก็ยิ่งหนาวสะท้าน ยาทั้งสองของนางสั่นจนแทบไม่เป็นของตนเอง อยากก้าวเดินกลับขยับไม่ได้ ผ่านไปเนิ่นนาน นางจึงเหมือนตื่นจากภวังค์ รีบวิ่งเซถลากลับไปยัง เรือนเหี่ยอวี่ ของตน
ระหว่างทาง บ่าวไพร่ที่พบเห็นต่างพากันมองด้วยความประหลาด ใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้า าทะมึนของนาง ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถามแม้แต่ค่าเดียว พระราชโองการเพิ่งประกาศได้ไม่นาน เรื่องที่จ้าวเย่อเหรินถูกลดตําแหน่ง จาก พระชายารองของรัชทายาท เป็นเพียง พระชายารองชั้นล่าง (ซูเฟย) ยังไม่มีใครล่วงรู้ ดังนั้นท่าทางเสียสติของนางจึงยิ่งชวนให้คนงุนงง
ทันทีที่กลับถึงเรือนเยอวี่ จ้าวเย่อเหรินก็ผลักประตูเข้าไปอย่าง
แรง ในห้อง เสียนหยุนและเสียนลั่วกําลังจัดสํารับอาหารเช้าอยู่ พอเห็น นายหญิงวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางลนลาน ทั้งสองต่างตกใจ
“คุณหนู เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ?”
เสียนลั่วรีบก้าวเข้าไปก่อน นางไม่อยากให้เสียนหยุนแย่งหน้า “เหตุใดท่านจึงรีบร้อนเช่นนี้ เกิดเรื่องใดขึ้นหรือเจ้าคะ?”
จ้าวเย่อเหรินไม่ตอบ นางเพียงยืนนิ่ง ดวงตาจ้องโต๊ะอาหารตรง หน้า แต่ความโกรธแค้นในใจกลับพุ่งพล่านขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อคิดถึง พระราชโองการเมื่อครู่ และคําพูดเย็นชาของจ้าวเข่อหรัน ไฟโทสะก็ยิ่งลุก โชน ทันใดนั้น เพล้ง! นางกวาดทุกสิ่งบนโต๊ะลงพื้น ถ้วยชามกระแทกพื้น
แตกกระจาย
“คุณหนู!”
เสียนหยุนและเสียน วตกใจ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร จ้าวเย่อเหรินก็ เริ่มคว้าของใกล้มือทุบทําลาย แจกันตกแตก เก้าอี้ถูกเตะล้ม ในห้องเต็มไป ด้วยเสียงแตกกระจาย
“จ้าวเข่อหรัน! ยัาเกลียดเจ้า!
นางตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
“นังผู้หญิงใจอ้ามหิต! ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปเด็ดขาด!”
สองสาวใช้มองหน้ากัน แม้ไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่ก็พอเดาได้ ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับคุณหนูใหญ่ ผ่านไปพักใหญ่ จ้าวเข่อเหรินจึงเหนื่อย จนทรุดนั่งลง แต่ไฟโทสะในอกยังไม่มอด เสียน วรีบเข้าไปใกล้ เอ่ยอย่าง
ระมัดระวัง
“คุณหนู เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เจ้าคะ…อย่าโกรธจนทําร้ายร่างกาย ตนเองเลย”
นางคิดว่า คุณหนูคงมีปากเสียงกับจ้าวเข่อหรัน จึงรีบพูดปลอบ อีกไม่นานท่านก็จะแต่งเข้าสู่ตําหนักองค์รัชทายาทแล้ว ถึงตอนนั้น
ค่อยหาทางจัดการคุณหนูใหญ่ก็ยังไม่สาย”
คําพูดนั้นเอง ทําให้จ้าวเข่อเหรินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สายตาเต็มไปด้วย ความแค้น แล้วทันใดนั้น เพี้ยะ! ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าเสียนลิ่วอย่างแรง แรงจนอีกฝ่ายล้มกระแทกพื้น ครึ่งหน้าบวมแดงทันที มุมปากแตก เลือ มออกมา ทั้งห้องเงียบกริบ เสียนหยุนตะลึงงัน เสียนลั่วเองก็ตกใจจนพูด
ไม่ออก
“คุณหนู..” เสียงของนางสั่น
‘บ่าวทําผิดอะไรหรือเจ้าคะ?”
จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเย็น ก่อนจะเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อ เสียน ว น แล้วฟาดอีกหนึ่งฝ่ามือ เพี้ยะ!
“ยังกล้าถามอีกหรือว่าเจ้าทําผิดอะไร?”
เสียงของนางเง็นเยียบราวนํ้าแข็ง
“ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า วันนี้ข้าจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หรือ?”
เสียน วชะงัก
“คุณหนู…”
จ้าวเย่อเหรินกัดฟันแน่น
“เจ้ารู้หรือไม่ ตอนนี้ข้าไม่ใช่พระชายารองขององค์รัชทายาทแล้ว ตอนนี้ ข้าเป็นเพียง ซูเฟย เท่านั้น!”
คําพูดนั้นทําให้ทั้งสองสาวใช้ตกตะลึง แม้ต่างกันเพียงคําเดียว แต่ ตําาแหน่งกลับต่างกันราวฟ้ากับดิน ก่อนแต่งงานเพียงไม่กี่วัน กลับถูกลด ตําาแหน่งเช่นนี้ นับเป็นความอัปยศอย่างที่สุด จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเย็น
“รู้ไหมว่าเพราะอะไร?”
นางจ้องเสียนลั่วอย่างเคียดแค้น
เพราะงัาเชื่อค่ายุยงของเจ้า! เรื่องจะเล่นงานจ้าวเข่อหรัน ใครเป็น คนเสนอ! เรื่องให้ชิงจูลงมือ ใครเป็นคนวางแผน! เจ้าพูดเองไม่ใช่หรือ ว่า ถ้าไม่มีหลักฐาน ข้าจะไม่เป็นอะไร!”
เสียนลิ่วหน้า ต นางรู้คึกคับแค้นใจอย่างที่สุด เรื่องนี้นางเสนอ เพียงให้ สั่งสอน เท่านั้น ส่วนเรื่องวางยา เป็นความคิดของคุณหนูเองต่าง หาก แต่ตอนนี้ ความผิดทั้งหมดกลับตกมาที่นางคนเดียว จ้าวเย่อเหรินยิ่ง เห็นนางเงียบ ก็ยิ่งโกรธ
“ดูสิ! เงียบไปแล้วใช่ไหม!”
นางเตะเสียน วอีกครั้ง
ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าคิดแผนสกปรกพรรค์นี้! ถ้าไม่ใช่เจ้า ข้าจะคิด
ไปแตะต้องจ้าวเข่อหรันทําไม!
หลังจากนั้นไม่นาน เสียนลิ่วถูกไล่ออกจากห้อง
ไสหัวไป!”
อ้าวเย่อเหรินกล่าวอย่างเย็นชา
ช่วงนี้ยัาไม่อยากเห็นหน้าเจ้า ตอน าแต่งออกเรือน..จะให้เจ้าตาม
ไปเป็นสาวใช้ติดตัวหรือไม่ ถ้ายังต้องคิดอีกที”
เรียนลั่วกัดฟัน จ่าต้องก้มหน้าจากมา ทันทีที่ออกจากห้อง นางเห็น เสียนหยุนยืนอยู่ด้านหลัง ดวงตาเต็มไปด้วยความสะใจ เสียนรั่วก้าหมัด แน่น แต่ก็ทําอะไรไม่ได้ กลับถึงห้องของตน เรียนสั่งมองรอยแผลทั่วร่าง หัวใจเต็มไปด้วยความคับแค้น เรื่องนี้คุณหนูตัดสินใจเองแท้ ๆ แต่สุดท้าย นางกลับเป็นคนรับเคราะห์ ยิ่งไปกว่านั้น…. คุณหนูยังไม่เชื่อใจนางอีกแล้ว
ดวงตาของเสียน วค่อย ๆ เปลี่ยนไป ความลังเลแปรเปลี่ยนเป็น ง ความแน่วแน่ หากอยู่บ้างจ้าวเย่อเหรินต่อไป นางไม่มีวันมีอนาคต นางสู ลมหายใจลึก ลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า จัดผมให้เรียบร้อย จากนั้นก็เดินออก จาก เรือนเซี้ยอวี่ มุ่งหน้าไปยัง เรือนชุนฮุย
เวลานั้น ในเรือนชุนฮุย จ้าวเข่อหรับกําลังรับประทานอาหารเช้า อย่างสงบ จีนเชียง ซ๊อเชียง และหลงเอ้อ ยันรับใช้อยู่ด้านข้าง ทุกคนมีสี หน้าพอใจ ตั้งแต่พระราชโองการประกาศ พวกนางก็แอบสะใจอยู่ไม่น้อย หลงเอ้อร์หัวเราะเบา ๆ
“คุณหนูเจ้าคะ เมื่อวานเรายังทําอะไรนางไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน แต่วันนี้ นางกลับได้รับผลกรรมเองเสียแล้ว”
ค่านับ
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง ๆ
เรื่องของนาง ไม่เกี่ยวกับพวกเรา อย่าได้ยินดียินร้ายเกินไปนัก
ขณะนั้นเอง ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น เสี่ยวชูเดินเข้ามา
“คุณหนูเจ้าคะ สาวใช้ข้างกายคุณหนูรอง…เสียนลิ่ว มาขอพบท่าน บอกว่ามีเรื่องสําคัญจะหารือ”
หลงเอ้อ ขมวดคิ้วทันที
นางมาหาอะไรที่นี่กัน?”
ฉือเชียงพูดเสียงเบา
“คุณหนูรองเพิ่งถูกลดตําแหน่ง นางไม่อยู่ปลอบใจนายหญิง กลับ
มาที่นี่…เกรงว่าจะมีเจตนาอื่น”
จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้มเย็น
‘พานางเข้ามา”
แล้วหันมาพูดกับสาวใช้ทั้งสาม
“อย่าเพิ่งพูดอะไร ข้าอยากดูเสียหน่อยว่า…นางคิดเล่นกลอะไร” ไม่นาน เสี่ยวซูก็พาเลียน วเข้ามา ทุกคนตกใจทันที เพราะใบหน้า
ของนางบวมแดง รอย เต็มลําคอและข้อมือ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งถูกทุบตีมา เสียนลั่วคุกเข่าลงทันที ผ่านไปครู่หนึ่ง นางสูดลมหายใจลึก ก่อนกล่าวเสียง
หนักแน่น
“คุณหนูใหญ่…บ่าวมีเรื่องอยากขอร้อง”
จ้าวเย่อหรันวางถ้วยช้าลง มองนางอย่างเรียบเฉย “ถ้ามีอะไรจะพูด ก็พูดมาเถอะ เสียนสั่วเงยหน้าบึ้ม สายตาแน่วแน่
“บ่าว…ขอถวายตัวรับใช้คุณหนูใหญ่”