หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 22 บุรุษลึกลับ
22 บุรุษลึกลับ
ยามตึกสงัด เสียงทั้งปวงดับสูญ มนุษย์และสรรพสัตว์ต่างจมสู่ห้วง นิทรา แม้แต่เสียงจักจั่นที่เคยร้องระงมก็เงียบงัน ปล่อยให้ราตรีทอดยาว อย่างสงบ
ณ เรือนชุนฮุย หลังเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน จ้าวเข่อหรันหลับใหลใน ราตรีอันสงัด ภายในห้องเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งจังหวะลมหายใจของนาง
ทันใดนั้น “อ๊อด…” เสียงหน้าต่างถูกผลักจากภายนอกดังขึ้นเบา ๆ เงาร่างหนึ่งวาบเข้ามาในห้องอย่างไร้สุ่มเสียง ทว่าสตรีบนเตียงยังคงหลับ สนิท มิได้สะดุ้งตื่นแม้แต่น้อย เงานั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้เตียงช้า ๆ
ใต้แสงจันทร์ บุรุษผู้มาเยือนค่อย ๆ เผยโฉม เขาสูงใหญ่สง่างาม ราว แปดจื่อ โครงหน้าคมสัน หน้าผากกว้างได้รูป ดวงตาลึกล้ําประหนึ่งบ่อน้ําไร้ ก้นบึ้ง เปล่งประกายชวนให้ผู้คนหลงใหล ดุจวังวนที่ดูดกลืนสรรพสิ่ง
สันจมูกโด่งดั่งสลักจากหยก ริมฝีปากบางได้รูปสมบูรณ์แบบ รูปร่าง ได้สัดส่วนเป็นสามเหลี่ยมกลับห่อหุ้มด้วยอาภรณ์ยาวสะอาดบริสุทธิ์ ชายเสื้อ ยาวนุ่มทิ้งตัวแตะพื้น ยาว…. ยาวจนประหนึ่งหิมะแรกเหมันต์ ปราศจาก มลทินแม้เพียงจุดเดียว เส้นผมดําขลับ สายพลิ้วไหวในสายลม ราวหมึกดํา ตัดกับผืนหิมะ กลับประสานกันอย่างน่าประหลาด บุรุษในชุดยาวยืนสงบนิ่ง อยู่ข้างเตียง มองใบหน้าอ่อนเยาว์ที่กําลังหลับใหล มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
บาง
วันนี้เขาบังเอิญผ่านหน้าจวนไท่ซือ แล้วได้ยินเสียงพิณลอยแผ่วออก มา ท่วงทํานองนั้นคือบท “หงส์เพลิงนิพพาน” เสียงพิณเต็มไปด้วยอารมณ์
ลึกล้ํา ปนเปด้วยความทุกข์และความเวิ้งว้าง จนเขาเผลอกระโดดขึ้นสันหลัง คา ใคร่เห็นกับตาว่า ผู้ใดกันหนอที่มีฝีมือรังสรรค์ท่วงทํานองนี้ได้ล้ําลึกถึง เพียงนั้น
แต่เมื่อได้เห็นตัวจริง เขากลับตะลึง เด็กสาวอายุเพียงสิบสามหรือสิบ สี่ปี ไยจึงถ่ายทอดความเหน็บหนาวผ่านเสียงพิณได้ราวผ่านพายุชีวิตมานับ สิบปี? ทว่าสาวน้อยผู้นี้ก็มิใช่ธรรมดา ความรู้สึกไวเป็นเลิศ วันนี้เขาเกือบถูก จับได้ หากมิใช่เพราะไหวตัวทัน คงเสียหน้าไม่น้อย คิดถึงตรงนี้ เขาส่ายหน้า อย่างขบขัน ไม่รู้เพราะเหตุใด ตั้งแต่ได้ยินเสียงพิณและเห็นใบหน้านี้ ภาพ ของนางก็วนเวียนอยู่ในใจ จนเขา… มาปรากฏตัวกลางดึกเช่นนี้
เขามองใบหน้าหลับใหลนั้นอีกครั้ง แววตาลึกซึ้งอ่อนละมุนอย่างที่แม้ แต่เจ้าตัวยังไม่ทันตระหนัก ผ่านไปหนึ่งเค่อเต็ม บุรุษในชุดยาวทอดสายตา มองนางลึกซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนหมุนกายจากไป มาอย่างไร้สุ่มเสียง ก็ จากไปอย่างไร้ร่องรอย มีเพียงหน้าต่างที่แง้มค้างไว้ ราวเป็นพยานเงียบของ เหตุการณ์ยามราตรี
ยามเหม่า หนึ่งเค่อผ่านไป หลิงเอ๋อร์กับหลงเอ๋อร์ก็ถือเครื่องล้างหน้า เดินมาถึงหน้าห้องคุณหนูใหญ่ บาดแผลของหลิงเอ๋อร์มิได้รุนแรงนัก พักฟื้น หลายวันก็หายดี วันนี้จึงกลับมารับใช้ตามเดิม
“คุณหนู ตื่นหรือยังเจ้าคะ?”
“เข้ามาเถิด”
ทั้งสองเข้าไปในห้อง หลิงเอ๋อร์ช่วยแต่งผมและล้างหน้าให้เจ้านาย ส่วนหลงเอ๋อร์จัดเตรียมอาภรณ์ประจําวัน ทํางานประสานกันอย่าง คล่องแคล่ว จ้าวเย่อหรัน มองภาพนั้นแล้วใจสะท้อน หลิงเอ๋อร์กับ หลงเอ๋อร์เติบโตมาพร้อมนาง ความเข้าใจกันดุจมือกับแยน ทําสิ่งใดก็เสมือน หนึ่งเดียว น่าเสียดาย…นางหรี่ตา แววตาเย็นวาบ
ข้างกายนาง ไม่มีที่สําหรับคนทรยศ หลิงเอ๋อร์ ผู้ที่ยอมเหยียบย่ําเจ้า นายเพียงเพื่อปืนกิ่งสูง เช่นนี้แล้ว นางย่อมไม่อาจเมตตา หลิงเอ๋อร์ที่กําลัง จัดผมอยู่พลันรู้สึกเหมือนลมเย็นวาบผ่านสันหลัง จนอดสะท้านไม่ได้
“หลิงเอ๋อร์ วันนี้ข้าจะไปไหว้พระที่วัดว่านอัน หลงเอ๋อร์ตามข้าไป เจ้า จงอยู่เฝ้าเรือนชุนฮุย”
หลิงเอ๋อ ชะงัก ก่อนเอ่ยเสียงอ้อน
“คุณหนู บ่าวก็อยากไปด้วย ไม่อยากอยู่ที่นี่เจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อหรันยิ้มบางในใจ ดูท่าบทเรียนก่อนหน้านี้ยังไม่ทําให้นางรู้จัก สําเหนียก เพิ่งหายโทษก็มาท้วงคําสั่งอีกแล้ว ก็ดี…คนที่ไม่รู้จักจดจําบท เรียน ย่อมพลาดช้ําง่ายที่สุด ใบหน้าของจ้าวเข่อหรันยังคงอ่อนโยน
“หลิงเอ๋อร์ วันนี้แม่นมเยว่ กลับบ้าน เรือนชุนฮุยไร้คนดูแล ข้าเชื่อใจ เจ้าที่สุด จงอยู่คุมคนไว้ อย่าให้ใครอู้งาน เข้าใจหรือไม่?”
ได้ยินเช่นนั้น หลิงเอ๋อร์ก็โล่งอกทันที แท้จริงแล้ว นางกลัวว่าหลังถูก ลงโทษ คุณหนูจะหมดความไว้วางใจ จึงอยากติดตามไปแสดงความภักดี บัด นี้ได้ยินว่าตนยังเป็น “ผู้ที่ไว้ใจที่สุด” ก็รีบตอบรับโดยไม่ลังเล
“เจ้าค่ะ คุณหนู บ่าวจะดูแลเรือนให้ดี”
จ้าวเข่อหรันมองใบหน้าที่ผ่อนคลายลงนั้น มุมปากยกขึ้นเพียงเล็ก น้อย ความไว้ใจ…. บางครั้ง ก็เป็นเพียงเหยื่อล่อที่งดงามที่สุดเท่านั้น