หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 23 เดินเที่ยวตลาด
23 เดินเที่ยวตลาด
หลังจากถวายธูปสักการะเสร็จ จ้าวเข่อหรัน พาหลงเอ๋อร์ขึ้นรถม้า ออกจากวัดว่านอัน ครั้นรถม้าแล่นเข้าสู่ถนนใหญ่ นางกลับเอ่ยสั่งให้หยุด
“คุณหนู… ไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ?”
หลงเอ๋อร์เอ่ยถามอย่างฉงน จ้าวเข่อหรัน พยักหน้าเบา ๆ ดวงตา
เป็นประกาย
ๆ
“นาน ๆ จะได้ออกมาสักครั้ง อีกทั้งวันนี้อากาศก็ดีเหลือเกิน ไปเดิน เล่นสักหน่อยเถิด”
เอง”
กล่าวจบ นางก็ลงจากรถม้า
“ดีจริงเจ้าค่ะ!”
หลงเอ๋อร์รีบตามลงมาด้วยสีหน้าร่าเริง จ้าวเย่อหรัน หันไปทางสารถี
“ลุงเฉิน ท่านกลับจวนไปก่อนเถิด ข้าจะเดินเล่นสักครู่แล้วค่อยกลับ
ลุงเฉินทําท่าลังเล
“แต่ว่า คุณหนูใหญ่”
เขาอยากทัดทาน เพราะหากเกิดเรื่องใดขึ้น เขาคงหมดอนาคตใน จวนไท่ซือเป็นแน่ ทว่าเขายังพูดไม่ทันจบ จ้าวเข่อหรันก็ตัดบทอย่างเด็ด
ยาต
“เอาเช่นนี้เถิด”
น้ําเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง ลุงเฉินจึงได้แต่
ถอนใจ
“เช่นนั้นคุณหนูใหญ่โปรดระวังตัว หลงเอ๋อร์ เจ้าต้องดูแลคุณหนูให้
ดี”
“วางใจเถิดเจ้าค่ะ”
รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนออกไป เหลือเพียงสองนายบ่าวท่ามกลางถนน ครึกครื้น จ้าวเข่อหรัน ยืนมองผู้คนสัญจรไปมา แผงค้าหลากสี เสียงเรียก ขายดังสลับกันอย่างมีชีวิตชีวา ความรู้สึกอิสระแล่นผ่านหัวใจ ราวนกน้อยที่ เพิ่งหลุดกรง ชาติก่อน นางแทบไม่เคยออกจากจวน แม้ออกมาก็มักก้มหน้า มิกล้าชื่นชมโลกภายนอก จ้าวเย่อเหรินเคยเอ่ยกับนางว่า สตรีผู้ดีไม่ควรออก นอกจวนพร่ําเพรื่อ อีกทั้งตระกูลจงอี้โหวคงไม่โปรดให้ว่าที่ชายายอง ชื่อจือเที่ยวเตร่นอกบ้าน เพราะคําเหล่านั้น นางจึงยังตนเองอยู่ในกรอบที่อีก ฝ่ายวาดไว้ แม้กระทั่งงานสังสรรค์ของคุณหนูตระกูลใหญ่ก็แทบไม่เข้าร่วม
ทว่าช่างน่าขัน….ผู้ที่ออกนอกจวนบ่อยที่สุด กลับเป็นจ้าวเย่อเหริน เอง นางไปร่วมงานนั้นงานนี้ จนชื่อเสียงเลื่องลือในหมู่สตรีชั้นสูง ขณะที่ จ้าวเข่อหรันกลับค่อย ๆ เลือนหายราวเงาจาง เมื่อกล่าวถึงบุตรีภรรยาเอก แห่งจวนไท่ซือ ผู้คนล้วนเอ่ยนาม “จ้าวเย่อเหริน” ราวกับลืมไปสิ้นว่า ยังมี จ้าวเย่อหรันอยู่อีกผู้หนึ่ง จ้าวเข่อหรันยิ้มเย็นในใจ
เกรงว่าอีกฝ่ายคงมิได้เพียงออกงาน…. หากยังแอบนัดพบคู่หมั้นของ นาง ชื่อจื่อแห่งจงอี้โหว อย่างหลินซีหร่าน เป็นการส่วนตัวอยู่บ่อยครั้ง กระมัง มิน่าเล่า… ถึงไม่อยากให้นางออกนอกจวน ครานี้ นางจะไม่หลบอยู่ หลังฉากอีกแล้ว
ชีวิตใหม่นี้ นางจะเปล่งประกายด้วยตนเอง สายลมอ่อนพัดผ่าน ใบ ไม้ไหวเอน เสียงหัวเราะของผู้คนดังแว่ว จ้าวเย่อหรัน รู้สึกเบาสบายอย่างที่ ไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่ฟื้นคืนชีพ นางเอาแต่ระแวดระวัง หวาดกลัวว่านี่ เป็นเพียงความฝัน กลัวว่าการเกิดใหม่เป็นเพียงภาพลวงตา แต่ยามนี้ ความ จริงสัมผัสได้ชัดเจน นางยังมีชีวิตอยู่
“คุณหนู ดูสิเจ้าคะ! ร้านนั้นยองสวยมากเลย!”
หลงเอ๋อร์ชี้ไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น
“เช่นนั้นก็ไปดูกันเถิด”
จ้าวเข่อหรันยิ้ม ทั้งสองหยุดหน้าแผงขายเครื่องประดับเล็ก ๆ บน ผืนผ้าเรียบง่าย วางต่างหู ปิ่นปักผม สร้อยข้อมือหลากแบบ ดูน่ารักแต่เห็น ชัดว่าไม่ใช่วัสดุล้ําค่า
“โอ้ คุณหนู ดูสิ งดงามจริง ๆ เจ้าค่ะ!”
หลงเอ๋อร์หยิบจับไปมาอย่างเพลิดเพลิน พ่อค้าชําเลืองมองเครื่อง
แต่งกายและเครื่องประดับของจ้าวเย่อหรัน เห็นว่าเป็นของดีราคาแพง ก็รีบ
เอ่ยเสียงอ่อนหวาน
“คุณหนูร้านข้าล้วนทําเองทุกชิ้น เป็นของหนึ่งเดียวในโลก เชิญเลือก
ได้ตามสบาย รับรองต้องมีชิ้นที่ถูกใจ”
จ้าวเย่อหรัน กวาดตามอง แม้ของจะน่ารัก แต่คุณภาพย่อมไม่อาจ เทียบของในจวนได้ นางจึงมิได้สนใจนัก ทว่าทันใดนั้น สายตานางก็สะดุดกับ ปิ่นไม้เล่มหนึ่ง ปิ่นเรียบง่าย แกะสลักดอกเหมยที่ปลาย และใต้ดอกเหมยมีผี เสื้อไม้ตัวเล็กห้อยระย้า เห็นได้ชัดว่าแกะจากไม้ชิ้นเดียวกัน นางหยิบขึ้นมา พินิจใกล้ ๆ ลวดลายประณีต ดอกเหมยและผีเสื้อราวมีชีวิต ยกขึ้นดมเบา ก็ได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้หอมลอยอ่อน
“ปิ่นนี้ราคาเท่าไร?”
นางเอ่ยถาม พ่อค้าตาเป็นประกาย
“คุณหนูช่างมีสายตานัก! เล่มนี้แกะจากไม้เฉินเสียงอย่างดี ฝีมือชั้น ครู ดูดอกเหมยกับผีเสื้อสีขอรับ ราวกับจะโบยบินได้จริง หากคุณหนูชอบ
ย้าลดให้เหลือเพียงหนึ่งตําลึงเงิน
จ้าวเย่อหรัน กําลังจะให้หลงเอ๋อร์จ่ายเงิน ทว่าเสียงใสชัดก็ยังแทรก
ๆ
ยน
“ห้าตําลึงเงิน ปิ่นนี้ ข้าจะเอา”
เสียงนั่นดังกังวานปนหยิ่งผยอง ราวตั้งใจสบหน้าผู้อื่นต่อหน้าสาธาร
ณชน บรรยากาศรอบข้างพลันนิ่งงันเพียงชั่วลมหายใจ
และเกมบทใหม่… กําลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง