หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 27 คําขู่ของจ้าวอิง
27 คําขู่ของจ้าวอิง
เพราะคําพูดดุจสายฟ้าฟาดที่จ้าวเข่อหรันทิ้งไว้ ทําให้หลินซีหร่านไร้ อารมณ์จะนั่งจิบชาอีกต่อไป ไม่นานก็หาข้ออ้างลุกขึ้นอําลา หลังเขาจากไปได้
ไม่นาน จ้าวเย่อเหรินก็อ้างว่าไม่สบาย ขอถอนตัวออกจากห้องโถงหน้า จ้าวเย่อหวั่นมองแผ่นหลังของนางแล้ว ความสะใจพลันผุดขึ้นในอกอย่าง
ห้ามไม่อยู่
เรื่องนี้… เพียงพอให้จ้าวเย่อเหรินต้องวุ่นวายขบคิดไปอีกนาน ในเมื่อ อยากแต่งให้หลินซีหร่านนัก
นางย่อมต้องหาทางขัดขวางบิดามารดาไม่ให้หา
คู่ใหม่ให้ตน อีกทั้งคงเริ่มคิดหาวิธีแย่งชิงคู่หมั้นของตนอย่างจริงจัง แต่ชาติ นี้ นางจะไม่โง่ให้ใครใส่ร้ายซ้ําอีกแล้ว
จ้าวเย่อเหรินกลับถึงเรือนเซี่ยอวี่ด้วยใบหน้าซีดยาว เสียนหยุนที่ติด
ตามมาตลอดทางมองนายหญิงอย่างเป็นห่วง
“คุณหนู ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ?”
นางรินน้ําส่งให้
“ดื่มน้ําก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
เสียนอวิ๋นเติบโตมาพร้อมจ้าวเย่อเหริน ย่อมรู้ความในใจของนาย
หญิงดี และในใจลึก ๆ ก็รู้สึกไม่เป็นธรรมแทนนาง ผู้ใดบ้างไม่เห็นว่า คุณหนู รองโดดเด่นยิ่งกว่าคุณหนูใหญ่ เพียงเพราะคลอดช้ากว่าไม่กี่ลมหายใจ กลับ ต้องพลาดคู่ครองชั้นเลิศเช่นนั้น เรื่องระหว่างคุณหนูรองกับหลินชื่อจื่อ นาง ก็ล่วงรู้ดี ยิ่งเข้าใจว่าทําไมนายหญิงถึงหงุดหงิดถึงเพียงนี้ แต่จะปลอบอย่าง ไรเล่า ในเมื่อคําปลอบใจใด ๆ ก็ฟังดูไร้ค่า
“ข้าไม่เป็นไร”
ๆ
จ้าวเย่อเหรินรับถ้วยมา ดื่มรวดเดียวหมด ทว่าในอกกลับยุ่งเหยิง ราวด้ายพันกัน นางอายุสิบสามแล้ว อีกสองปีก็ถึงวัยปักปิ่น การพูดคุยเรื่อง คู่ครองย่อมเป็นเรื่องสมควร แต่ใจนางกลับไม่ยินยอมแม้แต่น้อย
ตําแหน่งผู้สืบทอดตําแหน่งโหวยังไม่แน่นอน บิดานางแม้เป็นไท่ซือ ทว่ามีเพียงตําแหน่ง มิได้กุมอํานาจแท้จริง หากจะเลือกคู่ครอง ย่อมต้อง เลือกตระกูลที่เกื้อหนุนการชิงตําแหน่งโหว ต่อให้ดีเพียงใด ก็เทียบมิได้กับ
จวนจงอี้โหว
ตั้งแต่จําความได้ นางไม่เคยยอมรับโชคชะตา ทั้งที่เป็นฝาแฝด เกิด วันเดียว ชั่วโมงเดียวกัน เพียงต่างกันชั่วขณะ กลับทําให้จ้าวเบื่อหรันได้เป็น บุตรสาวคนโต ได้ครองคํามั่นหมายกับตระกูลสูงศักดิ์คําหมั้นนั้นเกิดจากการ ตกลงกันของจงอี้โหวกับท่านปู่ผู้เป็นเจิ้นเป่ยโหว ระหว่าง “หลานชายเอก”
กับ “หลานสาวเอก”
แต่เมื่อฉินเชียงเหอคลอดออกมาเป็นฝาแฝด คําว่า “เอก” ก็ชี้ชัดไป ยังผู้ที่ลืมตาก่อน และผู้ที่ลืมตาก่อน… คือจ้าวเข่อหรัน ตั้งแต่นั้นมา จ้าวเย่อ เหรินจึงทุ่มเททุกสิ่ง นางต้องเก่งกว่า โดดเด่นกว่า ให้คนทั้งเมืองหลวงรู้ว่า จ้าวเย่อเหรินต่างหากที่คู่ควร
ท้ายที่สุด นางก็ทําสําเร็จ ชื่อเสียงเลื่องลือทั่วเมืองหลวง แม้ แต่หลินซีหร่านยังต้องหันมามอง แต่วันนี้ คําพูดของจ้าวเข่อหรันกลับทําให้ นางเสียหลัก หากตนถูกหมั้นหมายเสียก่อน ต่อให้วันหนึ่งหลินซีหร่านถอน หมั้นจากจ้าวเย่อหรัน ตําแหน่งนั้นก็ไม่มีวันตกมาถึงนาง
แล้วควรทําอย่างไรดี? ยิ่งคิด ใจก็ยิ่งรุ่มร้อน ขณะนั้นเอง สาวใช้ชั้น สามชื่อผิงเอ๋อร์ก็เดินเข้ามา
“มีอะไร?”
จ้าวเย่อเหรินถามเสียงเย็น
“เรียน…. เรียนคุณหนูรอง คุณหนูสามมาขอพบเจ้าค่ะ”
เห็นสีหน้านายหญิงไม่ดี ผิงเอ๋อร์ก็ยิ่งตัวลั่น ภายนอกต่างลือกันว่า คุณหนูรองอ่อนโยน งดงามทั้งรูปโฉมและปัญญา แต่คนในเรือนเชียอวี่ต่างรู้
ตีว่า อารมณ์นางร้ายกาจเพียงใด
“ทําตัวลุกลี้ลุกลนอะไร ข้าทรมานเจ้าหรือ? พูดยังพูดไม่ชัด แล้วจะมี
ค่าอันใด!”
สิ้นคํา ถ้วยชาก็ถูกขว้างใส่ผิงเอ๋อร์ทันที ขอบถ้วยกระแทกหน้าผาก เลือดซึมแดงฉาน แต่นางไม่กล้าร้องไห้ เกรงจะโดนดุหนักกว่าเดิม
“พอแล้ว ผิงเอ๋อร์ ออกไปเถิด”
เสียนอวิ้นรีบประคอง แล้วกระซิบเสียงต่ํา
“จําไว้ อะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด”
“เจ้าค่ะ…”
เรียบร้อย
ทน
หรือไม่?”
ผิงเอ๋อร์ถอยออกไปอย่างหวาดหวั่น ไม่นาน จ้าวเย่อเหรินก็จัดสีหน้า
“เชิญคุณหนูสามเข้ามา”
จ้าวอิงก้าวเข้าประตูมา พร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน
“วันนี้ลมอะไรพัดให้น้องสามคิดถึงพี่รองเล่า?”
จ้าวเย่อเหรินเอ่ยต้อนรับอย่างเป็นมิตร
“พี่รองพูดเช่นไร ข้ามาเยี่ยมพี่ก็เป็นเรื่องสมควรแล้วมิใช่หรือ”
ทั้งสองนั่งสนทนาอ้อมไปอ้อมมา จนจ้าวเย่อเหรินเริ่มห
มหมดความอด
“วันนี้พี่ไม่ค่อยสบาย หากน้องไม่มีเรื่องสําคัญ ข้าขอพักก่อนจะได้
จ้าวอิงยิ้มบาง
“คนเราย่อมไม่มาหาโดยไร้เหตุ วันนี้ข้ามีเรื่องอยากให้พี่ช่วย”
ดวงตาจ้าวเย่อเหรินวาบเย็น แต่ใบหน้ากลับอบอุ่น
“ว่ามาเถิด หากช่วยได้ พี่ไม่ปฏิเสธแน่”
“ได้ยินว่าพี่จะไปเรียนปักผ้ากับจินหมัวมัว ย้าชื่นชมท่านมาก อยาก
ขอเรียนด้วย หวังว่าพี่จะช่วยพูดให้
ในใจจ้าวเย่อเหรินแค่นหัวเราะ บุตรสาวอนุคนหนึ่ง ยังคิดจะเรียน
กับจินหมัวมัว ช่างเพ้อฝันนัก
“เรื่องนี้ มิใช่ว่าพี่ไม่อยากช่วย เพียงแต่ท่านป้าเป็นผู้จัดการ พี่จะพา
เจ้าไปได้อย่างไร”
“เช่นนั้นหรือ?”
จ้าวอิงเปลี่ยนเรื่องทันที
“ช่วงนี้ดอกบัวในสระบานงามนัก เหมาะแก่การชม
จ้าวเย่อเหรินหรี่ตา
“เพียงแต่เวลาไปชมบัวต้องระวัง หากเผลอพลั้งเหมือนพี่ใหญ่ตกลง ไปในสระคงไม่ดี วันนั้นพี่รองไปชมบัวกับพี่ใหญ่ เหตุใดไม่ชวนย้าด้วยเล่า? โชคดีที่ข้าไปเอง ถึงได้เห็นพี่ใหญ่ พลัดตก” ลงสระพอดี เพียงแต่ตอนนั้นพี่
รองดูยุ่งนัก ข้าเลยไม่กล้ารบกวน”
คําว่า “พลัดตก” ถูกเน้นหนักอย่างจงใจ จ้าวเย่อเหรินหน้าซีดทันที วันนั้น… จ้าวอิงเห็นหรือ?
“พี่รอง ท่านช่วยข้าเรื่องจินหมัวมัวได้หรือไม่?”
จ้าวอิงมองด้วยสายตาอ่อนหวาน
“แน่นอน พี่จะพยายามเต็มที่ น้องสามกลับไปรอฟังข่าวดีเถิด”
ดวงตาเย็นเฉียบ แต่ริมฝีปากยังคงยิ้มละไม
“เช่นนั้นข้าขอบคุณพี่รองล่วงหน้า”
จ้าวอิงคํานับเล็กน้อย ก่อนจากไปด้วยใบหน้าเบิกบาน มองแผ่นหลัง
นั้น จ้าวเย่อเหรินแผ่ไอเย็นยะเยือกไปทั่วห้อง ในดวงตาวา ประกายโหด เหี้ยม จ้าวอิง… ข้าประมาทเจ้าไป กล้าข่มขู่ข้าเช่นนี้หรือ? ได้… หากเจ้าอยาก
เล่น ข้าจะเล่นด้วย
แต่คนที่กล้าเอามีดจ่อคอย้า ไม่มีวันได้จบดี